เช้าวันอาทิตย์ที่อากาศแจ่มใส รินกำลังใช้บัวรดน้ำเทรดต้นไม้ที่อยู่ในกระถางบริเวณหน้าร้านอาหารของบ้านเธอ และแล้วสายตาของรินก็เหลือบไปเห็นดอกไลเซนทัสสีขาวที่แม่ของเธอได้เอามาปลูกไว้ ตอนนี้มันได้บานเต็มที่แล้ว กลีบดอกที่ดูคล้ายกุหลาบ แต่ทว่าแลดูบอบบางและอ่อนโยนกว่ามันบานชูช่อสีขาวล้อเล่นกับแสงอ่อนๆของแสงแดดในตอนเช้ากลีบดอกที่เรียงซ้อนกันงดงามราวกับชุดราตรีของเ้าหญิงในเทพนิยาย รินชอบมันมากจนแทบอยากจะจ้องดูมันทั้งวัน ในระหว่างที่คิดเช่นนั้น ก็มีเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาและจอดที่หน้าร้านของเธอ เป็รถยนต์สีดำที่ตัวรถส่องประกายแวววับขนาดที่แม้แต่เด็กอย่างรินมองดูก็ยังรู้ได้ทันทีว่าต้องเป็รถยนต์ที่ราคาแพงมากๆ อย่างแน่นอน หลังจากที่รถจอดได้สักครู่ ประตูรถในส่วนที่นั่งด้านหลังก็ค่อยๆ เปิดออก ภาพที่รินได้เห็นคือ เด็กสาวผมสั้นสีน้ำตาลทอง ดวงตาสีครามราวกับสีของน้ำทะเลในฤดูร้อน ใบหน้าที่เล็กเรียวได้รูป ริมฝีปากเล็กบางสีชมพูระเรื่อคล้ายกับสีของกลีบดอกซากุระ เธอค่อยๆ ก้าวลงมาจากรถคันนั้น รูปร่างของเธอผอมบางทว่าเป็ความผอมบางที่ได้สัดส่วนและสวยงามประหนึ่งว่าถูกบรรจงปั้นขึ้นโดยปฏิมากรยอดฝีมือ ในตอนที่แสงแดดส่องกระทบผิวสีขาวละเอียดของเธอมันแลดูผุดผ่องละมุนตาคล้ายว่าจะมีแสงออร่าแผ่ซ่านออกมาจากผิวนั้น เด็กสาวคนนี้เป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดที่รินเคยเห็นั้แ่ลืมตาดูโลกมาแล้ว12ปีเลยก็ว่าได้ สวยจนขนาดที่ทำให้ดอกไลเซนทัสที่บานอยู่เมื่อสักครู่ต้องเหี่ยวเฉาได้เลยเธอคิดในใจ ในขณะที่รินกำลังยืนตกตะลึงในความงามของหญิงสาวที่ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า เธอก็ได้ยินเสียงถามขึ้นว่า “ที่นี่ใช่ร้าน มอลกรัฟ แฟมิลี่ หรือเปล่าจ๊ะ” รินที่ได้ยินคำถามนั้นถึงกับหลุดออกจากภวังค์ และเปลี่ยนอารมณ์จากตกตะลึงมาเป็สงสัยแทน “ใช่ค่ะ แต่ว่าตอนนี้ร้านยังไม่เปิดหรอกนะคะ ร้านของเราเปิดตอน 11โมงค่ะ” รินพูดเช่นนั้นเพราะคิดว่าเธอคงเป็ลูกค้าใหม่ที่ไม่รู้เวลาเปิดของร้านและมาผิดเวลา “เอ่อ ไม่ใช่หรอกนะคือพี่มาหาราฟน่ะ” ทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น รินถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความช็อค เธอถึงกับทิ้งบัวรดน้ำที่อยู่ในมือแล้วหันหลังกลับวิ่งเข้าประตูหน้าร้านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงปิดประตูดัง ปึ้ง!!! ปล่อยทิ้งไว้แต่เพียงยูนิที่ยืนนิ่งประหลาดใจกับท่าทีของเธอไว้เื้ั
“แม่ พ่อ แม่ๆ พ่อออออ เกิดเื่ใหญ่แล้ว เกิดเื่ใหญ่แล้ว” รินวิ่งพร้อมกับะโเรียกพ่อ และแม่ของเธอสลับกัน ซ้ำไปซ้ำมา จนพ่อกับแม่ใรีบวิ่งออกมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวของพวกเขา “รินเกิดอะไรขึ้นลูก” แม่ที่ได้ยินเสียงเรียกถามรินด้วยความเป็ห่วงที่รินลูกสาวของเธอโดยปกติแล้วมักจะวางมาดสุขุมดูเป็ผู้ใหญ่เกินวัยอยู่ตลอด วันนี้กลับวิ่งเสียงดังโวยวายเหมือนคนเสียสติ ผู้เป็พ่อที่วิ่งตามมาติดๆ ก็ถามในคำถามเดียวกันนั้น “มี ผู้หญิง ไม่ๆๆ เ้าหญิง ไม่ๆ นางฟ้าบอกว่ามาหาพี่ราฟ” รินที่ดูเหมือนเด็กเสียสติพูดอย่างละล่ำละลัก “เดี๋ยวลูก นางฟ้าอะไร เ้าหญิงอะไร แม่งงไปหมดแล้ว” พอได้ยินคำตอบจากลูกสาว ผู้เป็แม่กลับยิ่งสับสนหนักกว่าเดิม “แม่ พ่อ ประตู หน้าประตู ไปดูๆ ดูๆๆ ไป” คำตอบของรินดูเหมือนจะไม่สนใจสิ่งที่เรียกว่าไวยากรณ์อีกต่อไปแล้ว เธอพูดพร้อมกับทำหน้าตาตื่นและชี้มือไปที่ประตูหน้าร้าน พ่อและแม่จึงได้เดินไปเพื่อที่จะดูให้รู้ว่าใครหรืออะไรกันที่ทำให้ลูกสาวของพวกเขาเป็ได้ถึงเพียงนี้ ทันทีที่ทั้ง2คนเปิดประตูออกไปก็ต้องตกตะลึงกับเด็กสาวที่ปรากฏกายอยู่ตรงหน้า ตอนนี้ทั้งพ่อและแม่ต่างก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมลูกสาวของพวกเขาถึงได้แสดงอาการเช่นนั้น ทั้ง2ถึงกับถูกความงดงามของเด็กสาวคนนี้สะกดให้หยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่ผู้เป็แม่จะหลุดออกจากภวังค์ได้เป็คนเเรกแล้วถามเด็กสาวผู้มาเยือนว่า “มีธุระอะไรกับราฟหรอจ๊ะ”แม่ถามขึ้นด้วยสีหน้าเกรงๆเล็กน้อยเพราะยังไม่อยากจะเชื่อว่าราฟจะรู้จักกับหญิงสาวที่งดงามและดูสูงสง่าขนาดนี้ หวังว่าคงไม่ใช่เพราะราฟไปก่อความเดือดร้อนอะไรให้ก็คงจะดี เมื่อเเม่คิดในใจว่ามีความเป็ไปได้ที่อาจเป็เช่นนั้นเธอก็รู้สึกวิตกกังวลขึ้นมาทันที “ขอโทษที่แนะนำตัวช้านะคะ หนูมีชื่อว่ายูนิค่ะ เป็เพื่อนร่วมชั้นของราฟ วันนี้เรานัดกันไว้ว่าจะมาทำรายงานกันที่นี่ ขอความกรุณารบกวนด้วยนะคะ” ยูนิก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพพร้อมกับกล่าวแนะนำตัว จากมุมมองของพ่อ แม่และน้องสาวของราฟแล้วนี่เป็การเคลื่อนไหวที่งดงามราวกับบรรดากุลสตรีชั้นสูงที่เคยดูจากในละครโทรทัศน์เลยทีเดียว ไม่นึกไม่ฝันเลยว่า ราฟลูกของพวกเขาจะได้รู้จักเพื่อนสาวที่เพียบพร้อมระดับนี้ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนรอบตัวของราฟมีแต่เด็กผู้ชายห่ามๆแท้ๆ แม่คิดพร้อมกับกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลด้วยความตื้นตัน ยูนิได้แต่มองกริยาของทั้ง3คนด้วยความงุนงงกับแต่ละท่าทีที่แสดงออกมา หรือว่า พวกเขาจะไม่ชอบเธอกันแน่นะหรือว่าเธอเผลอทำเื่เสียมารยาทออกไปโดยที่ไม่รู้ตัวหรือเปล่า ยูนิคิดแล้วเริ่มรู้สึกหวั่นใจจนใบหน้าเริ่มปรากฏความกังวล “งะ งั้นหรอจ๊ะขอโทษที่แม่เข้าใจผิดนะ ยูนิสินะ เข้าไปนั่งรอข้างในก่อนเถอะจ้ะ เดี๋ยวแม่ตามราฟให้นะ” แม่เปิดประตูหน้าร้านออกพร้อมกับเชื้อเชิญให้ยูนิเข้าไปด้านใน ยูนิยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าวขอบคุณและเดินตามทั้ง3คนเข้าไป
หลังจากเดินผ่านประตูเข้ามายูนิก็ได้เห็นในส่วนที่เป็ร้านอาหารของครอบครัวราฟ ภายในร้านตกเเต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ ภายในมีโต๊ะราวๆ 8ตัวทุกตัวเป็โต๊ะที่ทำจากไม้ แต่ที่น่าสนใจคือ โต๊ะทั้ง8ตัวมีหน้าตาที่ไม่ซ้ำกันเลย บ้างก็เป็โต๊ะทรงกลมที่มีขาโต๊ะแบบขาเดี่ยว บ้างก็เป็โต๊ะรูปวงรีที่มี4ขา อีกทั้งยังมีโต๊ะสี่เหลี่ยมที่เเกะสลักขาโต๊ะไว้เป็รูปทรงที่ดูน่ารัก ซึ่งโต๊ะแต่ละตัวก็จะมีเก้าอี้ที่ถูกจับคู่ให้เข้ากับลักษณะและบรรยากาศของโต๊ะตัวนั้น ยูนิสะดุดตาที่เก้าอี้ตัวหนึ่งที่เป็เก้าอี้ที่สานขึ้นคล้ายกับรังของนก ที่ตรงส่วนกลางเว้าลงไปใช้สำหรับนั่งมีเบาะรองนั่งพร้อมหมอนอิงที่แลดูน่าจะนุ่มสบายวางอยู่ ถ้าไม่ติดที่ว่าจะต้องรักษามารยาทต่อหน้าครอบครัวของราฟ ยูนิคงจะตรงดิ่งเข้าไปลองนั่งที่เก้าอี้ตัวนั้นทันทีอย่างแน่นอน อีกสิ่งหนึ่งที่ยูนิชอบคือที่ฝาผนังที่นี่ตกเเต่งไปด้วยภาพวาดและกรอบรูปที่มีมากมาย ไม่ซ้ำกัน ที่ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินมากเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ โทนสีของภายในร้านเป็โทนสีเบจที่แลดูอบอุ่นและสบายตา เรียกได้ว่าให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านมากกว่าที่จะอยู่ในร้านอาหาร ไม่นานนักยูนิก็พบว่าเธอได้ตกหลุมรักบรรยากาศของที่นี่เข้าเสียเเล้ว “ทำตัวตามสบายนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะไปตามราฟมาให้ ยูนิทานอะไรมาหรือยังจ๊ะ” แม่ของราฟพูดกับยูนิด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและใจดี “ทานมาเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณมากค่ะ” ยูนิตอบกลับไปด้วยท่าทีที่เขินอายเล็กน้อยเพราะความประหม่าที่เธอพึ่งจะเคยมาเยี่ยมบ้านของเพื่อนเป็ครั้งแรก แม่ของราฟเห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ้มให้ด้วยความเอ็นดูก่อนเธอจะเดินจากไปก็ไม่ลืมสั่งให้รินช่วยดูแลหาเครื่องดื่มให้ยูนิในระหว่างที่รอ
ยูนิตรงไปนั่งบนเก้าอี้รังนกที่เธอหมายตาไว้ทันทีที่ พ่อ แม่และน้องของราฟปล่อยให้เธออยู่ตามลำพัง เป็อย่างที่เธอคิด เก้าอี้ตัวนี้ให้ความรู้สึกนั่งสบายสุดๆ จนนึกอยากจะเอากลับบ้านไปด้วยเลย ในระหว่างที่กำลังรอการมาของราฟ ยูนิก็แอบเปิดกระเป๋าเพื่อดูกล่องของขวัญเ้าปัญหาที่เธอนั้นลืมให้กับราฟเสียสนิท เพราะในวันนั้นเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นมากมาย จนทำให้เธอถึงกับลืมที่จะมอบมันให้กับราฟ ดังนั้นในวันนี้เธอจึงมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จให้จงได้ ในระหว่างที่เธอเตรียมอกเตรียมใจอย่างมุ่งมั่นอยู่นั้น “ชาน้ำผึ้งค่ะ” ยูนิสะดุ้งสุดตัวจากเสียงเล็กใสของเด็กผู้หญิงที่พูดขึ้นจากด้านหลังของเธอ นั่นคือเสียงของรินที่มาพร้อมกับถ้วยน้ำชาสีขาวลายดอกไม้ “ขอบคุณมากจ้ะ” ยูนิหันไปยิ้มกล่าวขอบคุณด้วยความเขินอายที่แสดงท่าทีแปลกๆ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ติดใจอะไร มิหนำซ้ำยังดูเหมือนเธอจะเป็ฝ่ายเขินอายมากกว่ายูนิเสียอีก “เอ่อ…คือ พี่สาวคะ หนูพอจะขอถ่ายรูปกับพี่สาวจะได้ไหมคะ” ดูเหมือนเธอจะรวบรวมความกล้าอย่างมากมายก่อนจะเอ่ยถามยูนิออกมาเช่นนั้น ยูนิถึงกับอึ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอของริน “ได้สิจ๊ะ ด้วยความยินดี” ยูนิตอบรับคำขอของเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและเอ็นดู รินเข้านั่งประชิดติดกับตัวยูนิทันที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาแล้วชูขึ้นจนหน้าจอตอนนี้เห็นทั้งใบหน้าของเธอเเละยูนิที่นั่งอยู่ชิดกัน ยูนิหันไปมองกล้องแล้วพยายามตั้งใจยิ้มเพื่อให้ภาพออกมาดูดีที่สุด รินที่อยู่ข้างๆ โพสต์ท่าชู2นิ้วขึ้นมาอย่างเกร็งๆ ก่อนจะเธอจะกดปุ่มบันทึกภาพไปทั้งอย่างนั้น รินรีบกดเพื่อดูภาพที่เธอพึ่งถ่ายทันที เธอไม่ขยับไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะหันมาหายูนิด้วยตาที่เป็ประกาย “พี่ยูนิคะ” เสียงเรียกและแววตาของรินแฝงไปด้วยแรงมุ่งมั่นปริศนาบางอย่าง จนทำให้ยูนิถึงกับเผลอตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่งุนงง