บทที่ 94: รากเหง้าของตระกูล (The Progenitor)
เคียวโกะค่อยๆ เดินเข้ามาหายูโตะอย่างช้าๆ ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าอันสะสวยของนางที่ดูเหมือนว่าจะไร้พิษภัย แต่แฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่มีต่อเขามาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณกาล ทางด้านยูโตะเองนั้นก็ไม่รู้เลยว่า เคียวโกะ หญิงไฮโซที่อยู่ตรงหน้านั้นคือร่างมนุษย์จำแลงของนางเทวีอสูรฯ อิซานามิ ซึ่งนางนั้นได้รอเวลามาเป็นหลายพันกว่าปีเพื่อที่จะได้พบเจอกับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า“ไม่ว่าจะเวียนว่ายตายเกิดอีกสักกี่ภพกี่ชาติ แต่กาลเวลานั้น...เปลี่ยนแปลงเฉพาะผู้คนแค่ภายนอกเท่านั้น วินาทีแรกที่เราทั้งสองได้มาอยู่ใกล้กัน ดิฉันก็รู้สึกได้ว่า คุณก็ยังคงเป็นคนเดิม...อย่างไม่มีเปลี่ยนแปลง”เคียวโกะพลางยกมือเรียวยาวขึ้นสัมผัสที่แผ่นอกของยูโตะอย่างแผ่วเบา ทางด้านตัวเขาเองนั้นก็ยังไม่เข้าใจเลยว่า นางนั้นต้องการจะพูดถึงอะไรกันแน่“และแน่นอนว่า...มันไม่ใช่แค่คุณคนเดียว คนอื่นๆ ก็ด้วยเช่นกัน รวมทั้ง...เด็กสาวมัธยมปลายคนนั้นด้วย”“นี่คุณพูดอะไรเนี่ย ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย”ภายในใจลึกๆ นั้น ยูโตะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอสูรที่ปกคลุมไปทั่วเรือนกายของเคียวโกะ ทำให้เขารู้ได้ทันทีเลยว่า สาวไฮโซที่อยู่ตรงหน้านั้นคือร่างมนุษย์จำแลงของนางพญาอสูรตนหนึ่งที่เป็นถึงเทพีแห่งความตาย ซึ่งตัวเขาที่อยู่ในสมัยโบราณกาลนั้นก็น่าจะคุ้นเคยกับชื่อของนางกันเป็นอย่างดี เพียงแค่ว่าเขาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ทางด้านเคียวโกะนั้นก็พลางนึกอยู่ภายในใจว่าอีกไม่นานนักหรอก เจ้าอิซานางิ ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า การที่เจ้าได้เห็นหญิงสาวคนที่เจ้ารักมากที่สุดต้องกลายร่างเป็นนางอสูร และออกอาลาดทำลายบ้านเมืองพร้อมกับเข่นฆ่าเหล่าผู้บริสุทธิ์ต่อหน้าต่อตา เจ้าจะรู้สึกเช่นไร“ยูโตะคุง” และทันใดนั้นเอง ก็ได้มีน้ำเสียงเอ่ยเรียกของผู้อำนวยการสาวยาเอมะดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง“พวกคุณทั้งสองคนคุยเรื่องอะไรกันเหรอคะ”ผู้อำนวยการสาวยาเอมะเอ่ยถามยูโตะกับเคียวโกะ พลางค่อยๆ เดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ จนมาหยุดอยู่ที่ยูโตะ“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณผู้อำนวยการซาวายากะ งั้นดิฉันไม่รบกวนแล้ว เชิญพวกคุณเที่ยวไนต์คลับของดิฉันกันให้เต็มที่เลยนะคะ ดิฉันเลี้ยง”“ขอบคุณมากเลยนะคะ คุณเจ้าของร้าน”ผู้อำนวยการสาวยาเอมะกล่าวขอบคุณพลางก้มหัวโค้งคำนับให้กับเคียวโกะอย่างสุดซึ้ง“ขอให้คืนนี้เป็นคืนที่สนุกนะคะ ดิฉันขอตัว”เคียวโกะกล่าวทิ้งท้ายกับยูโตะและผู้อำนวยการสาวยาเอมะก่อนที่นางจะรีบเดินไปจากตรงนั้น พร้อมกับเหล่าลูกสมุนของนางที่อยู่ในชุดสูท และชุดเดรสราตรีสีโทนมืด ซึ่งจะคอยเดินติดตามผู้เป็นนายไปจนแทบจะทุกสารทิศ“ยูโตะคุง เรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ พวกคนอื่นๆ เขารอเธออยู่คนเดียว”“ขอโทษทีครับ ท่านผอ. งั้นเรารีบเข้าไปข้างในกันดีกว่านะครับ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยูโตะจึงรีบเดินตามผู้อำนวยการสาวยาเอมะเข้าไปที่ด้านในของไนต์คลับสุดหรูด้วยความเร่งรีบทันที ซึ่งอันที่จริงแล้ว ทางด้านเคียวโกะเองก็ตั้งใจที่จะเชิญให้เหล่าผู้คนอื่นๆ ที่มาจากสำนักข่าว NP-New ได้เข้ามาจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์มาตั้งแต่ทีแรกแล้วภายในไนต์คลับสุดหรูนั้น ทางด้านยูโตะก็ได้พบกับโชกุยะ และอายาเสะที่ได้พาพวกพนักงานจากฝ่ายต่างๆ หลายร้อยกว่าชีวิตมาจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์กันที่ไนต์คลับไฮโซแห่งนี้ด้วย“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ น้องๆ ทั้งสามของพี่” ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงของชายหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งยูโตะ โชกุยะ และอายาเสะ ต่างก็รีบหันมาที่ต้นตนของน้ำเสียงนั่นทันที จนได้พบกับซามาโนะสุเกะ ริคุโจว และซามาโนะสุเกะ คาซามะ บุตรชายทั้งสองของซามาโนะสุเกะ เรียวทาโร่ ซึ่งเป็นพี่ชายของซามาโนะสุเกะ จุนอิจิ พ่อของยูโตะ โชกุยะ อายาเสะ และคานาเมะ อีกทั้งยังเป็นลุงของพี่น้องทั้งสี่คนนั้นด้วย ซึ่งหมายความว่า ริคุโจวกับคาซามะนั้นเป็นญาติลูกพี่ลูกน้องของพวกเขาทั้งสี่คนดังกล่าวริคุโจวกับคาซามะนั้นได้ร่วมกันสืบทอดกิจการทั้งหมดในบริษัท Samanosuke Engineering-Motive Corperation บริ ษัท เอกชนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำในด้านวงการอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินพาณิชย์ และจัดจำหน่ายให้กับเหล่าบริษัทสายการบินชื่อดังต่างๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งมีโรงงานสายการผลิตหลายร้อยกว่าแห่งทั่วญี่ปุ่นบริษัท Samanosuke Engineering-Motive Corperation นั้น...เป็นบริษัทชื่อดังที่เป็นผู้นำในด้านการผลิตเครื่องบิน และยุทโธปกรณ์ทางการทหารที่เริ่มก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายยุคสมัยเมจิ ไปจนถึงช่วงหลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นได้สิ้นสุดลง โดยมีชื่อบริษัทเดิมว่า Samanosuke Koukigunbi Kaishaบริษัทแห่งนี้เคยผลิตทั้งเครื่องบิน และยุทโธปกรณ์ทางการทหารชนิดอื่นๆ ให้กับกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นมาตั้งแต่ยุคสมัยไทโช ไปจนถึงยุคสมัยโชวะตอนต้น ในช่วงก่อนที่ญี่ปุ่นจะพ่ายแพ้สงครามให้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตรในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2หลังจากที่ญี่ปุ่นได้พ่ายแพ้สงครามให้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตร ชื่อเดิมของบริษัทนั้นก็ได้ถูกเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Samanosuke Engineering-Motive Corperation พร้อมกับหันไปผลิตเครื่องบินพาณิชย์ และจัดจำหน่ายตามบริษัทสายการบินต่างๆ จนกลายมาเป็นบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้นำในด้านวงการอุตสาหกรรมการผลิต และจัดจำหน่ายเครื่องบินพาณิชย์ของญี่ปุ่นในเว ลาต่อมา มีการขยายโรงงานผลิตเครื่องบินกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ แทบจะทั่วญี่ปุ่นนอกจากนั้นแล้ว บริษัท Samanosuke Engineering-Motive Corperation ยังได้ทำการผลิต พร้อมกับพัฒนายุทโธปกรณ์ทางการทหารชนิดต่างๆ และนำไปจัดจำหน่ายให้กับกองกำลังป้องกันตนเองอีกด้วย ซึ่งบริษัท Samanosuke Engineering-Mo tive Corperation นั้นมีโรงงานสายการผลิตทางด้านยุทโธปกรณ์หลายล้านกว่าแห่งทั่วโลกในช่วงหลังจากที่กองกำลังป้องกันตนเองได้ถูกจัดตั้งขึ้นแทนที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ได้ล่มสลายลง บริษัท Samanosuke Engineering-Motive Corperation นั้นก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่คอยให้การสนับสนุนทั้งในด้านการผลิต และพัฒนายุทโธปกรณ์ทางการทหารให้กับกลุ่มกองกำลังป้องกันตนเองเมื่อเข้าสู่ยุคสมัยเฮย์เซย์ โรงงานผลิตยุทโธปกรณ์นั้นก็ค่อยๆ แผ่ขยายสาขาไปตามพื้นที่ต่างๆ แทบจะทั่วทุกมุมโลก อำนาจการครอบครองกิจการทั้งหมดภายในบริษัทแห่งนี้ถูกสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน โดยทายาทในสายเลือดของตระกูลซามาโนะสุเกะจากรุ่นต่อๆ กันมา จนมาถึงรุ่นของเรียวทาโร่กับจุนอิจิ กิจการภายในบริษัทแห่งนี้ดำเนินมาอย่างยาวนานถึง 160 กว่าปีตระกูลซามาโนะสุเกะนั้น ในอดีตเคยเป็นตระกูลซามูไรที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ในยุคสมัยเอโดะ เคยทำงานรับใช้โชกุนโทกุกาว่ามาหลายชั่วอายุคน และยังเคยเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรชินเซ็นกุมิ ในการปราบปรามเหล่าคณะปฏิวัติที่นำโดยซากาโมโตะ เรียวมะในช่วงยุคสมัยบากุมาสึ หรือยุคปฏิวัติเมจิอีกด้วย มีซามูไรบางส่วนในตระกูลซามาโนะสุเกะเคยเข้าร่วมสู้รบกับกองกำลังฝ่ายราชสำนักในศึกสงครามโบชิงอีกด้วยหลังจากที่รัฐบาลโชกุนโทกุกาว่าได้ล่มสลายลง ญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยเมจิอย่างเต็มตัว ราชสำนักได้กลับมามีอำนาจปกครองบ้านเมืองอีกครั้ง วิทยาการต่างๆ จากประเทศตะวันตกนั้นก็ค่อยๆ หลั่งไหลเข้าสู่ญี่ปุ่นอย่างไม่ขาดสาย จนทำให้ญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่การเป็นจักรวรรดิมหาอำนาจแห่งภูมิภาคเอเชียอย่างเต็มรูปแบบ เหล่าทายาทคนรุ่นหลังในตระกูลซามาโนะสุเกะก็เริ่มพากันทิ้งคมดาบไว้ที่เบื้องหลัง และพยายามเข้าหาวิทยาการสมัยใหม่มีทายาทในตระกูลซามาโนะสุเกะบางส่วนเดินทางไปศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศผู้นำในด้านการปฏิวัติอุตสาหกรรม เพื่อนำเอาวิทยาการต่างๆ จากที่นั่นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การก่อตั้งบริษัท Samanosuke Koukigunbi Kaisha ขึ้นในช่วงปลายยุคสมัยเมจิ และมีการเปลี่ยนชื่อบริษัทไปเป็น Samanosuke Engineering-Motive Corperation ในยุคสมัยโชวะตอนต้น หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นได้พ่ายแพ้สงครามให้กับฝ่ายสัมพันธมิตรในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2แม้ว่าลูกๆ ทั้งสี่ของจุนอิจิจะพากันแยกย้าย และเดินไปในเส้นทางของตนเอง แต่ก็ยังดีที่ได้ริคุโจวกับคาซามะ ซึ่งเป็นบุตรชายทั้งสองของเรียวทาโร่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างขวาง...ขึ้นมาร่วมสืบทอดกิจการภายในบริษัท Samanosuke Engineering-Motive Corporation ต่อจากเรียวทาโร่ผู้เป็นพ่อกับจุนอิจิผู้เป็นน้าชายทั้งหมด