เมื่อผมหลงรักลูกสะใภ้

    บทที่ 51 อ้างเรื่องจานตก



    คำถามน้ำเสียงเยือกเย็นของเอกส่งผลให้ความเงียบงันภายในห้องครัวปูนหลังบ้านเดี่ยวป้ายแดงยิ่งทวีความตึงเครียดหนักหน่วงจนน่าอึดอัด เสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิทดัง ติ๋ง... ติ๋ง... สม่ำเสมอนั้นสะท้อนก้องในหัวของชาญราวกับกลองรบที่ตีเตือนภัย หัวใจของชาญเต้นระรัวแรงอยู่ในอกเสื้อช่างสีซีดจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบพลันซึมชื้นออกมาตามแผ่นหลังและขมับทั้งสองข้าง ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวสีขาวขุ่นที่ส่องกระทบใบหน้าขาวซีดเผือดของลูกสะใภ้แก้ม หล่อนยืนตัวแข็งทื่อราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ ปลายมือที่ยังคงเปื้อนคราบฟองน้ำยาล้างจานสั่นระริกจนฟองสบู่สีขาวค่อยๆ แตกสลายไปทีละน้อย


    ชาญในฐานะพ่อผัวผู้ผ่านโลกมามากกว่าครึ่งชีวิตพยายามกวาดสติสะกดความหวาดวิตกและขวัญหนีดีฝ่อที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย สมองของช่างปูนเก่าที่คุ้นเคยกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเร่งทำงานอย่างหนักหน่วงในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ชาญรีบขยับปลายนิ้วหยาบกร้านดึงถ้วยกระเบื้องเซรามิคเคลือบเงาสีขาวใบหนาที่ถือค้างไว้ขึ้นมาถือให้มั่นกระชับแน่น ก่อนจะแค่นยิ้มบางๆ บนใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชรา แสร้งทำทีเป็นเรื่องขำขันและไม่มีพิรุธใดๆ เพื่อกลบเกลื่อนรอยต่อแห่งบาปรักต้องห้ามที่เกือบจะแตกกระจายคามือต่อหน้าลูกชายคนเดียว


    "ไม่มีอะไรหรอกเอก... พอดีแก้มเขาทำถ้วยเซรามิคใบนี้เกือบหลุดมือลื่นไหลร่วงลงพื้นปูนน่ะ" ชาญเปล่งเสียงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ทุ้มต่ำและราบเรียบธรรมดาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะรู้สึกว่าลำคอแห้งผากราวกับกลืนเม็ดทรายหยาบเข้าไป "มันเป็นถ้วยชุดจานชามราคาแพงที่ผู้ใหญ่เขาให้มาเป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ไม่ใช่หรือ? พ่อหันไปเห็นเข้าพอดีก็เลยรีบยื่นมือเข้าไปช่วยคว้าประคองรองก้นถ้วยไว้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้แตกละเอียดเป็นเศษกระเบื้องเกลื่อนพื้นครัวปูนไปแล้วล่ะ"


    น้ำคำอธิบายปั้นแต่งที่ดูสมเหตุสมผลถูกพ่นออกไปเพื่อระงับชนวนระเบิดเวลาชั่วคราว สะใภ้แก้มที่เริ่มได้สติจากแรงสะกิดสายตาของชาญรีบสูดลมหายใจเข้าลึก หล่อนขยับตัวพยักหน้าระรัวจนปอยผมยาวสลวยที่มัดรวบไว้ด้านหลังไหวเอนตามแรงสั่น ใบหน้าสวยหวานพยายามปั้นแต่งรอยยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้สามีของตนเพื่อหวังประคองสถานการณ์วิกฤตไม่ให้พังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา


    "ใช่ค่ะเอก... แก้มล้างจานแล้วมือก้มจับขวดน้ำยามันลื่นลื่นไหลน้ำเปียกมือน่ะค่ะ เกือบทำถ้วยของขวัญใบโปรดของเอกร่วงแตกไปแล้ว ดีที่พ่อชราหันมาช่วยรับทันเวลาพอดี" แก้มเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่ารัวเร็วเล็กน้อยตามสัญชาตญาณความหวาดระแวงภัย หล่อนรีบยกลนลานเอาเรียวมือขาวนุ่มที่ชุ่มน้ำสะอาดขึ้นมาล้างคราบฟองสบู่ที่อ่างล้างจานสแตนเลสเสียงน้ำไหลโครมๆ ดึงดูดความสนใจเพื่อซ่อนอาการตัวสั่นเกร็งของตนเอง


    เอกยืนกอดอกนิ่งสงบเงียบงันอยู่ตรงขอบประตูบานเลื่อนกระจก แววตาสีดำเข้มเรียวคมกริบของเขายังคงไม่ขยับไหวติง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเพ่งพิจารณาตรงมายังนิ้วมือของชาญที่กุมถ้วยกระเบื้องไว้ ก่อนจะขยับเลื่อนสายตาต่ำลงจ้องมองที่ระดับหยดน้ำบนพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ปูพื้นครัวปูน ราวกับวิศวกรหนุ่มที่กำลังคำนวณระยะพิกัดตกกระทบและทิศทางของสิ่งของเพื่อจับผิดหลักฟิสิกส์และความจริง บรรยากาศเงียบงันปานป่าช้าหวนกลับมาครอบงำห้องครัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงน้ำไหลกบดจากปลายก๊อกน้ำและเสียงสายฝนภายนอกที่ยังคงเทกระหน่ำสลัวอยู่เบื้องหลังผ้าม่านผืนหนา


    หัวใจของชาญบีบตัวแน่นขึ้นเรื่อยๆ ยามเห็นใบหน้าที่นิ่งเฉยของลูกชายคนเดียว ใบหน้าของเอกไร้ซึ่งริ้วรอยแห่งอารมณ์ใดๆ มันดูเย็นชาและลึกลับประหนึ่งปูนฉาบสำเร็จรูปที่แห้งตัวแข็งทึบไปแล้ว ชาญรู้ดีว่าคำแก้ต่างที่พ่นออกไปอาจจะไม่สามารถลบล้างความแคลงใจและรอยร้าวเงียบๆ ในส่วนลึกของจิตใจวิศวกรหนุ่มผู้นี้ได้หมดสิ้น เพราะเงาแหวนหยกสีเขียวมรกตบนข้อนิ้วก้อยข้างซ้ายของชาญที่เพิ่งขยับแยกตัวห่างออกไปจากสะใภ้แก้มนั้น มันยังคงสะท้อนรังสีความลับดำมืดที่ส่องประกายสลัวค้างคาใจเอกอยู่


    หลังจากช่วงเวลาอึดอัดที่ยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ เอกค่อยๆ คลายวงแขนที่กอดอกออกช้าๆ เขาผ่อนลมหายใจออกมาบางเบาก่อนจะก้าวเดินสืบเท้าเข้ามาในห้องครัวปูน ยื่นมือหนาใหญ่สากกร้านงานก่อสร้างของเขาออกไปแตะบนบ่าของแก้มเบาๆ แต่กลับมองจ้องหน้าชาญด้วยรอยยิ้มสลัวที่ฝืนธรรมชาติจนเห็นได้ชัด


    "อย่างนั้นหรือครับ... ดีแล้วที่พ่อช่วยรับไว้ทัน ของขวัญชิ้นนั้นหัวหน้างานผมเขาตั้งใจให้มา ถ้าแตกไปคงเสียดายแย่" เอกเอ่ยขึ้นพลางเดินเลี่ยงไปแง้มเปิดตู้เย็นสีเทาหรู หยิบขวดน้ำเย็นสดออกมากระดกชื่นใจยาวๆ ดุจต้องการดับความร้อนรุ่มและไฟแคลงใจสงสัยที่สุมแน่นอยู่ในอกของเขา สายตาของเขายังคงทอดมองจ้องมองแหวนหยกสีเขียวโบราณที่สวมแน่นอยู่ที่นิ้วก้อยซ้ายของชาญอย่างไม่ยอมวางตา


    "พ่อใส่แหวนหยกวงนี้มาตลอดเลยใช่ไหมครับตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ?" จู่ๆ เอกก็เอ่ยถามถามขึ้นมาดื้อๆ ด้วยน้ำเสียงเนิบนาบราบเรียบ ขณะที่ยกมือปาดคราบน้ำเย็นที่ริมฝีปากของตน สายตาจ้องเขม็งเพ่งพิจารณาตรงมายังนิ้วมือของชาญ


    คำถามนั้นเปรียบเสมือนลิ่มเหล็กหนาใหญ่แหลมคมทุบกระแทกตรงเข้าใส่กลางอกชราของชาญจนแทบกระอักเลือด ชาญแสร้งทำเป็นหัวเราะเบาๆ ในลำคอกลบเกลื่อนอาการตกใจปอดเกร็ง ยกลนลานเอามือขวาขึ้นมากวาดลูบไล้แหวนหยกสีเขียวเข้มเพื่อตรวจดูตำหนิรอยบิ่นชำรุดที่ตนเองเพิ่งสวมกลับคืนหลังจากเสร็จสิ้นคดีล่อจับยามโฉม


    "ใช่แล้วเอก... แหวนวงนี้แม่แกเขาซื้อให้พ่อเป็นของขวัญตั้งแต่วันแรกที่พ่อได้บรรจุเป็นหัวหน้าช่างปูนก่อสร้างคุมงานนู่นแน่ะ พ่อใส่ติดนิ้วก้อยซ้ายมาเป็นสิบๆ ปีจนผิวเนื้อตรงโคนนิ้วมันบุ๋มเป็นรอยยุบตามทรงแหวนไปหมดแล้วล่ะ ไม่เคยถอดออกไปไหนเลย" ชาญพูดน้ำเสียงเนิบนาบชี้แจงความสอดคล้องตามประวัติศาสตร์จริง ทว่าแอบเก็บงำความจริงสะท้านทรวงที่ว่าแหวนหยกวงนี้แหละที่ดันไปปรากฏอยู่ในรูปแอบถ่ายชูชู้ชั่วคู่รักสะใภ้พ่อผัวที่ยามโฉมส่งไปปั่นหัวเอกในแอปพลิเคชันไลน์


    เอกจ้องมองแหวนหยกวงนั้นเขม็ง แววตาของเขาเยือกเย็นและลึกล้ำราวกับหุบเหวปูนลึกที่ยากจะคาดเดาความตื้นลึกหนาบางของความคิดจิตใจ เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อเพียงแต่พยักหน้ารับคำเบาๆ ก่อนจะเดินไปก้มหยิบขวดน้ำส้มคั้นในตู้เย็นมาส่งให้แก้มที่ยืนตัวเกร็งชิดอ่างล้างจานสแตนเลส


    "แก้มก็ระวังหน่อยนะ ล้างจานเปียกๆ ลื่นๆ เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มหัวฟาดพื้นปูนในห้องครัวไปอีกคน" เอกกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เป็นระเบียบประหนึ่งคำสั่งงานคุมไซต์ แต่ทว่ามีกระแสความระแวดระวังหนาวเหน็บซ่อนอยู่ใต้ทุกคำพูดชวนขนลุก


    "ค่ะ... แก้มจะระวังค่ะเอก" แก้มตอบรับสั้นเสียงเบาหวิวราวเสียงกระซิบ หล่อนก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดฟองสบู่และรีบเช็ดไม้เช็ดมือกับผ้าขนหนูสีขุ่นข้างฝาตู้ไม้ปูผนังเพื่อตัดจังหวะบทสนทนาอึดอัดนี้ออกไปเสีย


    หลังจากจบศึกสงครามเย็นย่อยๆ ในห้องครัวปูน ชาญและแก้มแสร้งทำเป็นต่างคนต่างแยกย้ายทำหน้าที่กลบเกลื่อนความอึดอัดรอยร้าว ชาญเดินเลี่ยงเลี้ยวขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเพื่อกวาดซับเหงื่อเย็นเฉียบบนห้องนอนใหญ่ชั้นสอง ขณะที่แก้มจัดเตรียมตั้งโต๊ะจานชามสำหรับอาหารค่ำมื้อเล็กๆ บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวป้ายแดงที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตพายุร้ายภายนอกและคดียัดยาจับกุมยามโฉมไปหมาดๆ กลับไม่หลงเหลือซึ่งร่องรอยแห่งความสุขความโล่งใจใดๆ มันอบอวลปะปนไปด้วยกลิ่นอายของความคลางแคลงใจสงสัย การจับจ้องพฤติกรรม และเงาแห่งบาปชู้สาวต้องห้ามรักซ้อนพ่อผัวสะใภ้ที่ทอดยาวทึบมืดปกคลุมอยู่ทุกเสาเข็มกำแพงปูน


    ที่โต๊ะอาหารไม้สักสีส้มอ่อนริมหน้าต่างกระจกใหญ่ ชาญ เอก และแก้ม นั่งร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกันอย่างเงียบเชียบปานสุสานร้าง มีเพียงเสียงช้อนส้อมสแตนเลสกระทบกับขอบจานกระเบื้องเสียงดัง แคร้ง... แกร่ง... เป็นระยะๆ ที่ทำลายความเงียบงันลงไปได้บ้าง ชาญตักน้ำแกงร้อนซดแก้ฝืดคอ พยายามไม่สบตากับแก้มที่นั่งฝั่งตรงข้ามโดยตรง ขณะที่เอกซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะคอยคีบกับข้าวใส่จานให้แก้มและพ่ออย่างเอาใจใส่ตามหน้าที่ลูกชายและสามีที่ดี ทว่าหัวใจของชาญกลับสะท้านสั่นระยับทุกครั้งที่สบเข้ากับดวงตาเรียวคมของเอกที่มองสลับกวาดผ่านใบหน้าสะสวยของแก้มและแหวนหยกสีมรกตที่นิ้วก้อยซ้ายของตนตลอดมื้ออาหาร


    "งานคุมปูนที่ไซต์งานสระบุรีเป็นยังไงบ้างล่ะเอก? พายุฤดูฝนตกกระหน่ำติดต่อกันหลายวันแบบนี้ มีปัญหาน้ำท่วมขังตอม่อสะพานปูนคอนกรีตบ้างไหม?" ชาญเอ่ยปากเปิดหัวข้อสนทนาเรื่องงานก่อสร้างช่างปูนที่ตนถนัดเพื่อลดเลี่ยงแรงบดอัดความเงียบตึงเครียดที่แทบจะหายใจร่วมโต๊ะกันไม่ได้


    เอกกลืนข้าวช้าๆ วางช้อนส้อมลงบนขอบจานอย่างเป๊ะมุมองศาประหนึ่งวิศวกรวางไม้บรรทัด เขาจ้องมองหน้าบิดาเงียบๆ ครู่หนึ่งก่อนจะตอบน้ำเสียงนิ่งเรียบ


    "มีปัญหาน้ำปูนล้นแนวคันกั้นดินและปูนเซ็ตตัวช้ากว่ากำหนดอยู่บ้างครับพ่อ แต่ช่างปูนและคนงานเขาก็แก้สถานการณ์สูบน้ำโคลนออกไปได้ทัน ทว่า... ปัญหาใหญ่ที่สุดของงานก่อสร้างโยธาปูนไม่ใช่เรื่องดินฟ้าอากาศพายุตกหรอกครับพ่อ" เอกเอ่ยประโยคเนิบนาบเน้นน้ำหนักเสียงทิ้งช่วงจังหวะ


    "อ้าว... แล้วมันเป็นเรื่องอะไรล่ะ?" ชาญถามกลบเกลื่อนกลืนน้ำลายเอืกใหญ่ลงลำคอที่แห้งผาก


    "มันเป็นเรื่องของ 'โครงสร้างภายในชำรุดชั่วร้าย' ครับ" เอกพูดพลางขยับนิ้วมือเคาะเป็นจังหวะบนโต๊ะไม้ แววตาของเขาเขม็งนิ่งไร้ลอนอารมณ์ดุจผิวคอนกรีต "ถ้าเสาปูนข้างในมันเกิดโพรงอากาศจากปูนผสมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีเศษขยะดินโคลนลอบเข้าไปสะสมอุดตันอยู่ในเนื้อคอนกรีตตั้งแต่ขั้นตอนเทปูนเหลว แม้ภายนอกมันจะฉาบสีปูนปิดบังไว้อย่างงดงามเรียบเนียนสะดุดตาขนาดไหน ทว่าพอนานวันเข้า รอยร้าวและแรงกดทับจากข้างในจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาเงียบๆ จนกระทั่งโครงสร้างเหล็กหักพังทลายลงมาทับคนในบ้านตายยกครัวได้เลยทีเดียวเชียวล่ะครับ การตรวจสอบภายในที่ซ่อนชำรุดอยู่จึงสำคัญที่สุด"


    คำเปรียบเทียบเชิงวิชาชีพวิศวกรโยธาปูนของเอก ดุจคมมีดเหล็กกรีดกรีดลงบนหัวอกบาปชู้ของชาญและแก้มสะดุ้งวาบ แก้มที่ก้มหน้าเคี้ยวข้าวอยู่ถึงกับสำลักเบาๆ จนต้องรีบคว้าแก้วน้ำเย็นมากระดกซดดื่มจนรวดเร็ว ใบหน้าสวยซีดแดงสลับเป็นพัลวันด้วยความกดดันจิตสำนึกผิดชอบชั่วดีและกลัวภัยชะตากรรมพินาศ ชาญเอื้อมขยับมือใหญ่หยาบกร้านปูนไปบีบกระชับแก้วน้ำตนเองแน่นจนสั่นระริก รู้สึกสะท้านถึงความหมายนัยยะลึกซึ้งที่เอกตั้งใจพ่นใส่หน้าพ่อผัวและเมียรักของตน


    เอกไม่ได้พูดขยายความต่อเกี่ยวกับเรื่องโพรงคอนกรีตหรือโครงสร้างชำรุดชั่วร้ายนั้นอีก เขาเพียงหันไปยิ้มบางๆ ให้แก้มแล้วคีบเนื้อปลาผัดฉ่าชิ้นโตใส่จานให้ภรรยาหน้าตาเฉย


    "กินเยอะๆ นะแก้ม ช่วงนี้แก้มดูหน้าซีดๆ และเครียดระแวงลงไปเยอะเลยนะ เฝ้าบ้านอยู่กับพ่อชราสองคนคงกังวลเรื่องยามโฉมที่แบล็คเมล์แอบถ่ายรูปในหมู่บ้านเราแน่ๆ แต่ตอนนี้คนร้ายเข้าคุกตารางคดีเสพติดลักทรัพย์ของกลางไปแล้ว แก้มกับพ่อควรจะนอนหลับฝันดีโล่งใจกันได้เสียทีนะครับ" เอกกล่าวพร้อมกับสบตาแก้มจ้องเขม็ง


    "ค่ะเอก... แก้มจะพยายามนอนหลับให้สนิทค่ะ" สะใภ้แก้มแก่นตอบรับเสียงแผ่วเบา ร่างกายสั่นสะท้านภายใต้สายตาเยือกเย็นคู่นั้นของสามี


    ค่ำคืนวันนั้น การรับประทานอาหารค่ำจบลงด้วยความตึงเครียดหนักหน่วง ชาญรีบรวบจานชามและขอตัวขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนชั้นสองอ้างว่าปวดเมื่อยเนื้อตัวกระดูกข้อเข่าช่างตามวัยชรา แก้มเฝ้าเก็บกวาดโต๊ะจานชามในครัวปูนอยู่ชั้นล่างสองคนกับเอกที่ขอตัวนั่งเคลียร์เอกสารแบบแปลนโครงสร้างงานสระบุรีที่ห้องโถงนั่งเล่น ชาญเดินพาร่างแห้งเหี่ยวขวัญเสียก้าวขึ้นบันไดไม้เสียงดัง เอี๊อด... แอด... ทุกจังหวะฝีเท้าคอยระวังภัยสะดุ้งตัวตลอดเวลา ชาญก้าวเข้าห้องนอนล็อกกลอนประตูไม้หนาแน่นหนาสะเดาะประแจกลอนอย่างดี ทรุดร่างนอนเหนื่อยอ่อนล้าบนที่นอนยางพาราใหม่ที่ตนเพิ่งพาสะใภ้แก้มไปซื้อหาก่อนหน้านี้


    ความมืดและสายฝนตกโปรยปรายกระทบหลังคากระเบื้องปูนภายนอกส่งเสียงซ่าๆ สม่ำเสมอ ชาญนอนเบิกตากว้างเพ่งจ้องมองฝ้าเพดานสีขาวในความมืดมิด หัวใจยังคงสั่นสะทกผวาคำอธิบายของเอกเรื่องรอยร้าวภายในปูน ชาญรู้ดีว่าบาปรักต้องห้ามที่ตนเองร่วมเสพสมสวาทสะสางเสน่หากับลูกสะใภ้แก้มลับหลังลูกชายนั้น มันเปรียบประหนึ่งโพรงอากาศชำรุดชั่วร้ายที่ฝังลึกอยู่ในเสาหลักปูนบ้านหลังนี้ และบัดนี้ ชนวนระเบิดเวลาเริ่มส่งเสียงเดินถอยหลังติ๊กๆ แล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ร่องรอยแหวนหยกสีเขียวมรกตเม็ดโบราณที่เป็นหลักฐานแอบถ่ายนั้น ค้างคาและเป็นแผลร้าวที่เอกไม่มีวันปล่อยให้จางหายไปง่ายๆ ชาญกำมือขวาชกลงบนฟูกที่นอนยางพาราแรงๆ ด้วยความอัดอั้นสะท้อนความรู้สึกเหนื่อยล้ากลัวพินาศรักบาป


    เวลาล่วงเลยผ่านพ้นเที่ยงคืนสงัดดึกสงัดปานนรกมืดมิด ท่ามกลางเสียงฝนที่เบาบางลงเหลือเพียงละอองหยดตกแปะๆ ชาญที่นอนพลิกตัวกระสับกระส่ายด้วยความกระวนกระวายใจจนไม่อาจข่มตานอนหลับลงได้ รู้สึกคอแห้งผากร้อนผ่าวในอกจนต้องขยับลุกขึ้นจากเตียงนอน ชาญเดินสะเดาะปลดล็อกกลอนประตูห้องนอนเบาแสนเบาเงียบงันปานวิญญาณช่างปูนละเมอ ก้าวสืบเท้าออกจากห้องนอนใหญ่เลาะผ่านแนวราวบันไดไม้กึ่งสลัวเพื่อลงไปดื่มน้ำอุ่นดับความเร่าร้อนในอกที่ห้องครัวชั้นล่าง


    แสงไฟสลัวสีส้มรำไรจากโคมไฟตกแต่งเสาปูนห้องโถงนั่งเล่นชั้นล่างทอดแสงเงายาวพาดผ่านแนวกำแพงคอนกรีต ชาญขยับก้าวฝีเท้าเดินแผ่วเบาเลี่ยงสายตาและประคองกายลงบันไดทีละขั้น จนกระทั่งก้าวพ้นขอบบันไดขั้นสุดท้ายสบประสานโถงบ้านด้านล่าง... พลัน! ร่างกายของช่างชราก็ต้องแข็งทื่อเย็นเฉียบดั่งโดนน้ำปูนเปียกผสมเย็นจัดราดรดชะโลมทับศีรษะลงมาจนถึงปลายเท้า! หัวใจช็อกสะดุดร่วงหล่นวูบปอดสะท้านผวาขวัญหนีดีฝ่อสุดชีวิต!


    ในความมืดสลัวและเงามืดที่ส่องรำไรตรงบริเวณมุมโถงบันไดทางขึ้นชั้นสอง ร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างกึ่งทึของเอกในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงขายาว ยืนนิ่งสงบเงียบงันไม่ไหวติงราวกับหินปูนสลักโบราณ แผ่นหลังกว้างของเขาพิงแนบชิดติดกับเหลี่ยมเสาปูนคอนกรีตทางขึ้นบันได ดวงตาเรียวคมกริบคู่ดำมืดของเขากำลังเบิกกว้างจ้องเขม็งเพ่งพิจารณาตรงแน่วขึ้นมาที่บันไดและพิกัดที่ประตูห้องนอนของชาญผู้เป็นพ่อที่เพิ่งก้าวออกมาอย่างเงียบงัน ไร้สุ้มเสียง ไร้การขยับเคลื่อนไหวใดๆ ประดุจวิญญาณปีศาจปูนคอนกรีตปูดโปนที่คอยจ้องกบดแฝงกายจับจ้องพฤติกรรมชู้บาปชั่วข้ามคืนคู่นี้ท่ามกลางราตรีกาลสงัดเงียบเชียบสะกดลมหายใจเล็งชี้ตาย!


    คล้ายกับเรื่องเมื่อผมหลงรักลูกสะใภ้ ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786