ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 41 [อ่านฟรี 16 พฤศจิกายน 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++







    บทที่ 41





    เสิ่นเจ๋อหยวนยังคงปั่นจักรยานตามเพื่อนสนิทของตัวเองไป ถึงแม้ว่าในบางครั้งเขาจะได้ยินคำพูดของชาวบ้านเหล่านั้นก็ตาม นอกจากนี้เขายังคงรู้สึกโกรธเคืองกับครอบครัวของเพื่อนสนิทเขาอีกด้วย เพราะดูเหมือนว่าชาวบ้านบางคนต่อหน้าก็ยิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายกันอย่างอารมณ์ดี แต่ใครจะคิดว่าหลับหลังจะถูกนินทากันอย่างสนุกปากแบบนี้ เห็นแบบนี้เสิ่นเจ๋อหยวนก็ไม่คิดที่จะให้ความสนใจกับคนเหล่านั้นในทันที ถึงแม้ว่าชาวบ้านเหล่านั้นจะมีท่าทางสนใจที่จะพูดคุยกับเขาก็ตาม


    “นายไม่ต้องไปสนใจคำพูดของชาวบ้านพวกนั้นหรอก พวกเขาก็ทำได้แค่นินทาครอบครัวของฉันเท่านั้นแหละ แต่พออยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายก็ทำเป็นนอบน้อมเพราะต้องการให้ครอบครัวของฉันมอบข้าวของให้กับพวกเขาบ้าง”


    เมิ่งเหวินฮั่นชะลอจักรยานของตัวเองให้มาอยู่เคียงคู่กับเสิ่นเจ๋อหยวน แต่ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงท่าทางว่าไม่ได้คิดมากสักเท่าไหร่ แต่ภายในใจของเมิ่งเหวินฮั่นได้จดรายชื่อบ้านของคนเหล่านั้นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และเขาจะไม่มีทางนำสิ่งของมามอบให้กับคนเหล่านี้อย่างแน่นอน


    “ฉันเข้าใจแล้ว”


    เสิ่นเจ๋อหยวนหันไปจ้องมองหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ที่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะพูดถึงเมิ่งจือหลันไปในทางที่ไม่ดี ซึ่งแน่นอนว่าเสิ่นเจ๋อหยวนรู้สึกโกรธเคืองแทนหญิงสาวเป็นอย่างมาก


    ทันทีที่เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนเดินทางมาถึงหมู่บ้านเฟิงหยวน เนื่องจากช่วงเวลานี้ได้ผ่านการไหว้บรรพบุรุษไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นภายในหมู่บ้านแห่งนี้จึงมีชาวบ้านเดินไปมาอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากพวกเขาต่างก็แวะเวียนไปทักทายเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน


    ดังนั้นทันทีที่ชาวบ้านเหล่านั้นต่างได้เห็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาที่ดีพากันปั่นจักรยานเข้ามาภายในหมู่บ้าน พวกเขาต่างก็หยุดชะงักกิจกรรมที่ตัวเองกำลังทำอยู่ในทันที โดยเฉพาะกับหญิงสาวที่พากันจ้องมองไปที่ชายหนุ่มทั้งสองคนด้วยความเขินอาย และคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมองตอบกลับมาที่พวกเธอเช่นเดียวกัน


    แต่ถึงอย่างนั้นพวกเธอต่างก็ต้องผิดหวังตามๆ กันไป เพราะว่าทั้งเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนต่างก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับหญิงสาวเหล่านั้นแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าในเวลานี้พวกเขาต้องการไปถึงบ้านของครอบครัวลู่เสียแล้ว เนื่องจากอาหารเหนื่อยล้าที่สะสมกันมาตลอดทั้งวันนั่นเอง


    “รีบไปกันเถอะ ไม่แน่พวกเราอาจจะไปทันครอบครัวทานข้าวเที่ยงก็ได้”


    เมิ่งเหวินฮั่นหันไปบอกกับเสิ่นเจ๋อหยวน ก่อนที่เขาจะรีบปั่นจักรยานของตัวเองให้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเขาและเสิ่นเจ๋อหยวนนั้นทำให้ชาวบ้านที่ต้องการเข้ามาพูดคุยต่างก็หยุดชะงักไปเสียก่อน เพราะว่าพวกเขาต่างก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังรีบร้อนมากเพียงใด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะเข้าไปขัดขวางอีกฝ่ายในตอนนี้


    แต่ก็ยังมีชาวบ้านบางคนที่รู้สึกโมโหชายหนุ่มทั้งสองคน โดยเฉพาะกับไป๋ซูเหมียวที่เธอจำใบหน้าของลูกชายครอบครัวเมิ่งได้เป็นอย่างดี เพราะว่าทุกครั้งที่เมิ่งเหวินฮั่นกลับมาจากการเป็นทหาร เธอก็มักจะพาตัวเองมาอยู่ใกล้ๆ อีกฝ่ายเพื่อทำความรู้จัก และคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะให้ความสนใจลูกสาวของเธอ


    เพียงแต่เธอก็ต้องได้รับความผิดไปเสียทุกครั้ง เพราะถ้าหากอีกฝ่ายไม่กำลังรีบร้อนไปช่วยงานบ้านลู่ เธอก็ต้องถูกชาวบ้านคนอื่นๆ เข้ามาตัดหน้าเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าชาวบ้านเหล่านั้นต่างก็ต้องการเกี่ยวดองกับครอบครัวเมิ่งเช่นเดียวกับเธอนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นไป๋ซูเหมียวก็ยังไม่คิดที่จะหยุดยั้งความคิดของตัวเอง ดังนั้นนอกจากเธอจะพยายามเข้าหาบ้านลู่และบ้านเมิ่งแล้วนั้น เธอยังพยายามพูดกรอกหูลูกสาวและสามีของเธออยู่บ่อยครั้งอีกด้วย


    ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่ลูกสาวของเธอได้เห็นใบหน้าของเมิ่งเหวินฮั่น ไป๋ซูเหมียวก็ไม่จำเป็นที่จะต้องยัดเยียดอีกฝ่ายแต่อย่างใด เพราะว่าลูกสาวของเธอก็ชื่นชอบเมิ่งเหวินฮั่นอย่างที่เธอต้องการนั่นเอง


    นอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็นสามีของเธอหรือว่าพ่อแม่สามีต่างก็คาดหวังว่าลูกสาวของเธอจะสามารถพิชิตใจของเมิ่งเหวินฮั่นได้ก่อนหญิงสาวในหมู่บ้านคนอื่น ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาลูกสาวของเธอจึงมักจะได้รับแต่อาหารดีๆ รวมไปถึงเสื้อผ้าและเงินทองที่มากกว่าลูกหลานในบ้านเลี่ยงคนอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าลูกสาวของเธอย่อมได้มันมากกว่าเธอที่เป็นแม่เช่นเดียวกัน


    แต่ลูกสาวของเธอก็ยังคงคิดถึงแม่อย่างเธออยู่บ้าง ดังนั้นอีกฝ่ายจึงมักจะเก็บอาหารให้กับเธอในบางครั้ง เพียงแต่ไป๋ซูเหมียวไม่ได้ต้องการส่วนแบ่งอันน้อยนิดเช่นนั้น แต่ที่เธอต้องการก็คือการควบคุมเงินทองและอาหารภายในบ้านทั้งหมด ดังนั้นเธอจึงคาดหวังว่าลูกสาวของเธอจะได้แต่งงานกับเมิ่งเหวินฮั่น และเมื่อถึงเวลานั้นเธอจะให้ลูกสาวของเธอนำเงินเดือนทหารของอีกฝ่ายมามอบให้กับเธอจนหมด และหลังจากนั้นเธอก็จะสามารถยืดหน้าชูคอให้ชาวบ้านคนอื่นมองเธออย่างอิจฉา


    นอกจากนี้เธอยังสามารถนำเงินเหล่านั้นมาซื้อข้าวของที่เธออยากได้และต้องการได้โดยไม่ต้องมองหน้าของคนอื่นอีกต่อไปเช่นเดียวกัน


    ‘ฉันต้องรีบไปหาเหมยหรูแล้ว ถ้าหากลูกสาวของฉันมาช้ากว่านี้ มีหวังว่าเมิ่งเหวินฮั่นคงจะถูกผู้หญิงคนอื่นลงมือไปก่อนแน่’


    แต่ไป๋ซูเหมียวคงจะไม่รู้ว่าในเวลานี้ลูกสาวของเธออย่างเลี่ยงเหมยหรูก็กำลังจ้องมองเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนด้วยแววตาเป็นประกายเช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าเลี่ยงเหมยหรูพึ่งได้พบเจอกับเพื่อนสนิทของเมิ่งเหวินฮั่นเป็นครั้งแรก แต่ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีรูปลักษณ์และใบหน้าที่ดีกว่าเมิ่งเหวินฮั่น แต่ภายในใจของเลี่ยงเหมยหรูก็เกาะติดอยู่กับเมิ่งเหวินฮั่นไปเรียบร้อยแล้ว


    “โชคดีของฉัน ที่วันนี้ฉันไม่ได้ไปในตำบลกับปู่และย่า ไม่อย่างนั้นฉันคงจะเสียโอกาสที่จะทำความรู้จักกับเมิ่งเหวินฮั่นแน่นอน”


    เลี่ยงเหมยหรูพูดกับเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยแววตาเป็นประกาย ในที่สุดโอกาสของเธอก็มาถึงเสียที หลังจากที่เธอไม่มีโอกาสเข้าใกล้เมิ่งเหวินฮั่นมานานหลายเดือนแล้ว และแน่นอนว่าในครั้งนี้เลี่ยงเหมยหรูคาดหวังว่าเธอและเมิ่งเหวินฮั่นจะสามารถแต่งงานกันได้ เพราะเธอไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดมือไปได้อย่างแน่นอน


    “แต่เพื่อนของเมิ่งเหวินฮั่นก็ดูดีเหมือนกันนะ ฉันละอยากจะเห็นว่าภายในของเขาจะแน่นเหมือนกับแขนของเขาหรือเปล่า”


    จางเพ่ยอินรู้สึกชื่นชอบเพื่อนของเมิ่งเหวินฮั่นขึ้นมาในทันที เพราะว่าอีกฝ่ายมีรูปร่างในแบบที่เธอชื่นชอบ สำหรับจางเพ่ยอินนั้นเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนอย่างที่เธอแสดงให้ครอบครัวของตัวเองได้เห็น แต่ว่าเธอเป็นเพียงหญิงสาวที่เต็มที่กับชีวิตของตัวเอง


    ดังนั้นจางเพ่ยอินจึงสูญเสียความบริสุทธิ์ให้กับผู้ชายในหมู่บ้านแห่งนี้ไปตั้งแต่เธออายุเพียงสิบสี่ปีเท่านั้น และหลังจากนั้นเธอก็มักจะแวะเวียนไปเล่นสนุกกับผู้ชายที่ชื่นชอบอยู่บ่อยครั้ง และแน่นอนว่าจางเพ่ยอินไม่ได้รู้สึกกลัวว่าผู้ชายเหล่านั้นจะนำเรื่องราวของเธอไปบอกกล่าวกับชาวบ้านคนอื่น เพราะว่าผู้ชายเหล่านั้นต่างก็มีครอบครัวของตัวเองนั่นเอง และบางคนก็มีคู่หมั้นคู่หมายที่ครอบครัวต้องการให้แต่งงานอีกด้วย ดังนั้นถ้าหากเรื่องของเธอเกิดแดงขึ้นมา


    ไม่ได้มีเพียงแค่เธอที่จะถูกทหารแดงจับตัวเอง แต่ผู้ชายเหล่านั้นต่างก็ต้องถูกลงโทษเช่นเดียวกัน และที่สำคัญในเวลานี้จางเพ่ยอินไม่ต้องการที่จะผูกมัดกับผู้ชายคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นทั้งเธอและผู้ชายเหล่านั้นจึงมีข้อตกลงกันว่าการพบกันในแต่ละครั้ง เป็นเพียงการเล่นสนุกเพียงเท่านั้น


    ซึ่งแน่นอนว่าผู้ชายทั้งหลายที่เธอเคยผ่านมือมา พวกเขาต่างก็ชื่นชอบกับการเล่นสนุกของเธอด้วยกันทั้งสิ้น และในครั้งนี้จางเพ่ยอินก็คาดหวังว่าเพื่อนของเมิ่งเหวินฮั่นจะชื่นชอบการเล่นสนุกกับเธอเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากอีกฝ่ายชื่นชอบเธอขึ้นมาจริงๆ จางเพ่ยอินก็คิดที่จะแต่งงานกับอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน เพราะดูเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่ได้เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง


    และไม่แน่ผู้ชายคนนั้นก็อาจจะเป็นคนในตำบลหรือไม่ก็เป็นทหารเช่นเดียวกับเมิ่งเหวินฮั่น และถ้าหากเป็นเช่นนั้นชีวิตในอนาคตของเธอคงจะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น


    เลี่ยงเหมยหรูหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย


    “ถ้าหากเธอทำให้ผู้ชายคนนั้นชื่นชอบเธอขึ้นมาได้ละก็ ฉันเชื่อว่าชีวิตต่อจากนี้ไปของเธอคงจะดีมากกว่าเดิมแน่นอน และนอกจากนี้หลังจากที่เธอแต่งงานออกไป เธอก็ไม่ต้องให้ความสนใจกับบ้านจางของเธอแล้ว”


    เลี่ยงเหมยหรูรู้ดีว่าบ้านจางของเพื่อนสนิทนั้นเป็นเช่นไร แต่โชคยังดีที่ปู่ของอีกฝ่ายอย่างจางหวังเหล่ยยังให้ความโปรดปรานกับเพื่อนของเธอ ทำให้จางเพ่ยอินไม่จำเป็นที่จะต้องลงไปทำงานในแปลงนาเหมือนกับคนอื่นในบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็มักจะถูกผู้เป็นย่าด่าทออยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่คำต่อว่าด่าทอเท่านั้น แต่เมื่อฟังทุกวันถ้าหากเป็นเธอแล้วละก็ คงจะเสียสติขึ้นมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง


    “แบบนั้นก็ดีสิ ฉันก็ไม่อยากอยู่ที่บ้านจางแล้วเหมือนกัน”


    จางเพ่ยอินรู้ดึว่าที่เธอยังคงอยู่ดีมีสุขในบ้านจางก็เป็นเพราะว่าปู่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ แต่ว่าในช่วงนี้อาการเจ็บป่วยของปู่เธอย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ทำให้เรื่องภายในบ้านเป็นย่าของเธอที่ดูแลอยู่ในขณะนี้ และถ้าหากปู่ของเธอตายขึ้นมา จางเพ่ยอินรู้ดีว่าย่าของเธอจะต้องให้เธอทำงานอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าหากเธอต้องการหลุดพ้นจากสถานการณ์ต่างๆ ภายในบ้าน เธอจะต้องหาผู้ชายที่ร่ำรวยแต่งงานโดยเร็ว


    และในตอนนี้จางเพ่ยอินก็ได้ปักหมุดอยู่ที่เพื่อนของเมิ่งเหวินฮั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเธอจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้นตัดหน้าเธอไปก่อนอย่างแน่นอน


    “ถ้าอย่างนั้นพวกเราควรจะรีบลงมือ เพราะแค่ฉันได้มองไปที่ผู้หญิงพวกนั้น ฉันก็รู้แล้วว่าพวกเธอจะต้องจ้องจับพวกเขาทั้งคู่อยู่แน่นอน”






    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70 ที่คุณอ่าน