ตอนที่ 68 หมาป่าที่เหลือรอด
ความเงียบปกคลุมไปทั่วป่าลวงตาต้นไม้ใบหญ้าต่างพลิ้วไหว อลันเดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาอย่างต่อเนื่องเคนจิเดินตามอลันไม่ห่างกายเมื่อหันกลับไปมองดูเส้นทางที่ผ่านมาราวกับต้นไม้ใบหญ้าสลับเปลี่ยนตำแหน่งไม่เหมือนเคย เคนจิกุมเต่าน้อยแน่นขนัดยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าใด ร่างกายของมันสั่นไหวรุนแรงมากขึ้น
ขณะที่กลุ่มของเคนจิกำลังเดินทางเขาจะหันกลับไปมองด้านหลังอย่างต่อเนื่อง ราวกับมีใครบางคนจับจ้องและสะกดรอยจนอลันต้องตะโกนเรียกเคนจิหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้หลุดจากภวังค์เมื้อทั้งสองคนเดินไปจนลับสายตาจะปรากฏเงาดำพุ่งทะยานออกมาและปราดเหงื่อด้วยความโล่งใจ
“อีกนานไหมกว่าจะถึงซะทีข้าเริ่มไม่มั่นใจว่าจะหลบสายตาเจ้าหนุ่มนั่นไปถึงเมื่อไรพวกมันต้องเป็นลูกสมุนของเจ้าโทริแน่นอน รอออกจากป่าไปได้ก่อนเถอะข้าจะเอาหัวของพวกเจ้าไปเซ่นวิญญาณคนในเผ่า ”
ร่างปริศนากระโจมทะยานเข้าไปในพุ่มหญ้าและติดตามกลุ่มของเคนจิอย่างต่อเนื่อง การหลบซ่อนของมันราวกับนินจาที่ฝึกฝนอย่างหนักหน่วงแม้เคนจิจะรู้สึกผิดปรกติแต่ก็ไม่สามารถหาตัวตนของมันได้ความอดทนของเคนจิถึงจุดสิ้นสุด ก่อนจะหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองที่ด้านหลังอลันหยุดชะงักเดินกลับมาหาเคนจิด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะได้เขกหัวของเคนจิทันใดนั้นเขาก็พูดออกมาก่อน
“ลุง! ถ้าหากมีการต่อสู้ในนี้เจ้าโทริจะรู้ไหม?”
“ไม่มันมีม่านพลังป้องกันเอาไว้จากโลกภายนอก เจ้าจะทำอะไร?”
“ข้าจะนับถึง3 หากเจ้าไม่ออกมาปรากฏตัว อย่าหาว่าข้าใจร้าย 1!!”
มือทั้งสองข้างเคนจิปล่อยเต่าน้อยที่อยู่บริเวณทรวงอกปรากฏดาบคาตานะในมือทั้งสองข้าง คมของมันส่องแสงเป็นประกาย อลันหันไปสังเกตรอบๆเพราะแววตาของเคนจินั้นแสดงออกว่าเขาไม่ได้พูดเล่นหรืออาจมีใครติดตามกลุ่มของเขาอยู่จริงๆ ดวงตาสีครามเคนจิเกิดเป็นประกายแสงพร้อมกับก้านเดินไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่งราวกับว่าดวงตาสีครามของเขามองเห็นบางสิ่งบางอย่าง
“2!! ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วนะเมื่อเจ้าไม่รับมันถ้าอย่างนั้นก็ 3 จงแหลกไปซะ!!!”
คาตานะในมือทั้งสองข้างพลิ้วไหวดุจสายน้ำเคนจิกระโจมทะยานโบกสะบัดเคลื่อนไหวราวกับเต้นระบำเมื่อกลับลงมาสู่พื้นดินเคนจิสะบัดคาตานะเบาๆต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงเบื้องเกิดสั่นไหว ก่อนจะแตกและแยกออกเป็นชิ้นๆ ร่วงหล่นสู่พื้นกลายเป็นกองเศษไม้เมื่อหันกลับไปมองปรากฏเพียงแต่ความว่างเปล่า ในขณะนั้น ณอีกทีหนึ่งที่กำลังแอบมองการกระทำของเคนจิ และกำลังถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ฟู่~!! รอดตัวไปนึกว่ามันรู้ที่ซ่อนเราซะอีกฮึฮึฮึ”
หูเคนจิกระดิกราวกับจับความรู้สึกได้บางอย่างก่อนจะเหวี่ยงคาตานะไปยังอีกที่หนึ่งเต็มกำลัง ปะทะเข้ากับต้นไม้ดังสนั่นท่ามกลางความตกตะลึงของอลัน ปรากฏเงาดำพุ่งทะยานออกมาจากต้นไม้ใหญ่อีกต้นใบหน้าของมันปรากฏเม็ดเหงื่อที่ปกคลุมไปทั่วใบหน้า ดวงตาของอลันเบิกกว้างนิ้วมือของเขาชี้ไปที่ร่างของบุคคลปริศนาด้วยอาการสั่นเทา
“มนุษย์หมาป่า!! เป็นไปไม่ได้ข้าได้ยินข่าวว่ามันสูญพันธุ์ไปแล้ว ด้วยฝีมือของเจ้าโทริไม่ใช่รึไง”
“เหอะ!! ข้าคือผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นพวกเจ้าคือลูกสมุนเจ้าโทริใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวตาย ย้ากก!!”
ขนหมาป่าสีน้ำเงินต่างลุกชันกรงเล็บของมันยื่นยาวและแหลมคม ดวงตาของมันปรากฏถึงความเครียดแค้นต่อแวมไพร์โทริที่ฆ่าล้างเผ่าของมันจนสูญสิ้น เหลือเพียงแต่มันที่เป็นผู้สืบทอดเพียงผู้เดียวกล้ามเนื้อขาที่ใหญ่โตกระโจมทะยานด้วยความรวดเร็วจนพื้นดินสั่นไหวกลายเป็นรอยแตกร้าว กรงเล็บที่แหลมคมจ้องจะตะปบหัวเคนจิให้ขาดกระจุยดวงตาเคนจิส่องประกายสีคราม ก่อนจะเอียงตัวหลบเพียงเล็กน้อยกรงเล็บหมาป่าพลาดที่จะคว้าจังหัวของเขาก่อนจะไปตะปบลงที่ต้นไม้แทน
“เปรี้ยง!!”
เสียงตะปบดังสนั่นต้นไม้ใหญ่สั่นสะเทือนปรากฏเป็นรอยกรงเล็บบนต้นไม้ที่ขาดหาย หมาป่ากำหมัดแน่นเศษไม้ในมือแหลกกลายเป็นผง ก่อนจะกระโจมทะยานเข้าหาเคนจิอีกครั้ง หมัด เข่า ศอกและฝ่าเท้า ระดมโจมตีอย่างต่อเนื่อง เคนจิหลบการโจมตีของมนุษย์หมาป่าแบบฉิวเฉียดเมื่อเขามองไปในดวงตาของมันจะปรากฏน้ำใสๆ ที่เบ้าตาของมันความโกธรแค้นของมนุษย์หมาป่ายากที่จะคาดถึง ภาพที่เขาสูญเสียผู้เฒ่าเกนผ่านเข้ามาในความทรงจำทำให้เคนจิเข้าใจถึงความรู้สึกสูญเสียของมนุษย์หมาป่าดี
“เปรี้ยง~!!”
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวคาตานะปักลงสู่พื้นดินมือเคนจิกำหมัดของมนุษย์หมาป่าแน่นขนัด ปรากฏกลุ่มควันจางๆ ลอยขึ้นที่ฝ่ามือดวงตามนุษย์หมาป่าเบิกกว้าง เคนจิหยุดหมัดของมันด้วยมือเพียงข้างเดียวหยาดเหงื่อปกคลุมทั่วทั้งใบหน้า การโจมตีของมันนั้นคือพลังทั้งหมดที่มีหากเคนจิสามารถหยุดมันได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ก็หมายความว่าพลังของเขามากกว่ามันหลายเท่า
เคนจิกำหมัดของมนุษย์หมาป่าแน่นก่อนจะออกแรงเหวี่ยงให้มนุษย์หมาป่ากระเด็นออกไป ร่างของมนุษย์หมาป่าลอยกลางอากาศหมุนวนลงมาในท่านั่งชันเข่า ดวงตาของมันเบิกกว้างมองเคนจิอย่างแค้นเคืองและอับอายไม่มีส่วนใดของมันได้รับบาดเจ็บราวกับว่าเคนจิออมมือให้กับมันเหมือนกับสื่อความหมายว่าหากเขาจะฆ่ามันย่อมง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
“อย่าหยามกันไปนะเจ้าผีดูดเลือด! ย้ากก~!!”
มนุษย์หมาป่าชูคอขึ้นฟ้าร้องตะโกนดังสนั่นร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นเท่าตัว ปรากฏรอยแผลเป็นที่หน้าอกขนาดใหญ่ที่พวกเคนจิมองไม่เห็นแต่แรกเนื่องจากขนสีน้ำเงินของมันปิดบังจนสนิทดวงตาของมันแดงก่ำดุจสายโลหิต กรงเล็บและเขี้ยวยื่นยาวและแหลมคมกว่าครั้งก่อนกลุ่มควันจางลอยออกจากปากอย่างต่อเนื่อง
“นี้คือพลังทั้งหมดของข้าหากแม้แต่ลูกสมุนของเจ้าโทริข้ายังฆ่าไม่ได้ ข้าก็ไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ย๊าก~!!”
“เดียวก่อน!!”
มนุษย์หมาป่าไม่ฟังคำที่เคนจิจะพูดมันพุ่งทะยานด้วยความรวดเร็วกว่าครั้งก่อน ร่างของมันปรากฏที่ด้านเคนจิเพียงพริบตาโดยยังทิ้งร่างเงาที่ด้านหลัง กรงเล็กที่ใหญ่โตของมันฟาดเข้าใส่อย่างรุนแรงเคนจิหมอบตัวลงต่ำหลบกรงเล็บที่ฟาดฟันอย่างง่ายดายก่อนจะกำหมัดแน่นต่อยสวนไปที่ท้องของมนุษย์หมาป่าเต็มแรง
“เปรี้ยง!!!”
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดวงตามนุษย์หมาป่าแทบถลนออกนอกเบ้า พร้อมกับกระอักน้ำย่อยออกจากปากอย่างต่อเนื่องมนุษย์หมาป่าก้าวถอยมือทั้งสองข้างกุมหน้าท้องแน่นก่อนจะทรุดเข่าไปพื้นทั้งสองข้างพร้อมกับมองหน้าเคนจิอย่างเหม่อลอยไร้เรี่ยวแรงแม้จะต่อต้านก่อนที่มันจะสบถคำพูดออกมา
“แม้แต่ลูกสมุนของเจ้าโทริข้ายังจัดการไม่ได้แล้วข้าจะมีหน้าไปพบพี่น้องข้าในปรโลกได้ยังไงกัน ฮ่าฮ่าฮ่ารอข้าก่อนเถอะพี่น้องของข้า ข้าจะไปก้มหัวขอขมาพวกเจ้าที่ปรโลกเอง!”
กรงเล็บในมือพุ่งทะยานเข้าศีรษะมนุษย์หมาป่าหมายจะปลิดชีพของตน ทันใดนั้นปรากฏร่างของเคนจิอยู่เบื้องหน้า ก่อนที่กรงเล็บจะแทงเข้าศีรษะเขาก็หยุดการกระทำของมนุษย์หมาป่าได้ทันพร้อมกับตบไปที่หน้าของหมาป่าสุดแรง
“เพลี้ยะ~!! ตูมม!”
ร่างมนุษย์หมาป่าปลิวกระเด็นกระทบกับต้นไม้ใหญ่รอยฝ่ามือของเคนจิแดงฉานบนใบหน้า พร้อมกับเลือดที่ไหลรินออกมาจากปากความรุนแรงจากการตบของเคนจิทำให้ร่างกายของมันชาไปทั้งตัวเคนจิทะยานร่างมาสู่เบื้องหน้าทำให้ร่างกายมนุษย์หมาป่าสั่นไหวเป็นระลอก
“แม้จะฆ่าตัวตายข้ายังทำไม่ได้เอาเลยเจ้าผีดูดเลือดฆ่าข้าเลย!”
“ไอ้หมาบ้า!! หัดฟังคนอื่นพูดบ้างเอะอะๆ ก็โจมตี พอทำอะไรข้าไม่ได้ก็จะฆ่าตัวตาย ข้าไม่ใช่พวกเจ้าโทริข้าก็มาฆ่ามันเช่นเดียวกับเจ้า หายบ้าหรือยัง!”
ดวงตามนุษย์หมาป่าเบิกกว้างมันเข้าใจผิดมาตั้งเริ่ม อลันเข้ามายืนเคียงก่อนจะเหลือบมองเคนจิแล้วส่ายหน้าเบาๆ
“ไอ้นิสัยไม่ฟังคนอื่นพูดก่อนนี่เหมือนใครบางคนแถวนี้จริงๆ ยังมีหน้าไปสั่งสอนคนอื่นอีก”
ปรากฏเม็ดเหงื่อบนใบหน้าเคนจิอลันพูดเหมือนจะเหน็บแหนบเขาเคนจิทำเป็นไม่ได้ยินก่อนจะนั่งลงที่เบื้องหน้ามนุษย์หมาป่าพร้อมกับหยิบยาออกมาจากช่องมิติส่งให้
“ข้าชื่อเคนจิเป็นแวมไพร์ แต่ข้าไม่ใช่พวกเจ้าโทริหรอกนะ ข้าก็ฆ่ามันเหมือนกันและเจ้าล่ะ”
“ข้าชื่อไรเซ็นเป็นมนุษย์หมาป่าคนสุดท้ายบนโลกใบนี้ อย่างที่ข้าบอกไปเมื่อตอนต้นเผ่าพันธุ์ของข้าถูกเจ้าโทริมันเข่นฆ่าทำลายทั้งเผ่ามีเพียงแต่ข้าเท่านั้นที่เหลือรอด ข้าต้องขอโทษพวกเจ้าที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นลูกสมุนของเจ้าโทริ”
ไรเซ็นค่อยๆยกยาฟื้นพลังขึ้นสูดดมก่อนจะดื่มอย่างช้าๆ ด้วยความที่ยังไม่ค่อยเชื่อใจพวกเคนจิพร้อมทั้งไม่เคยเห็นยาฟื้นพลังแบบนี้มาก่อนในชีวิต ร่างกายไรเซ็นค่อยๆฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง อาการเหนื่อยล้าและอาการบาดเจ็บเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งดวงตาไรเซ็นเบิกกว้างมองขวดยาในมืดที่ว่างเปล่าด้วยสีหน้าอันตกตะลึง
“นี้มันคือยาอะไรกัน! ทำไมผลของมันถึงวิเศษอย่างนี้หากมีมันในตอนนั้นเผ่าของข้า...เผ่าของข้าคงไม่ตกตายทั้งเผ่า ข้าขอสาบานต่อฟ้า!! ข้าจะฆ่าเจ้าโทริล้างแค้นให้หมู่บ้าน”
“เพล๊ง!!”
ขวดยาในมือแตกกระจายไรเซ็นกำขวดยาแน่นจนแตกละเอียดคามือ เศษขวดแก้วที่ทิ่มแทงบนฝ่ามือของเขา ทำให้เลือดไหลรินหยดลงสู่พื้นดินน้ำตาของไรเซ็นค่อยๆ ซึมออกที่เบ้าตาเขารีบใช้ท่อนแขนที่ปกคลุมไปด้วยขนสีน้ำเงินปาดมันทันที ด้วยอาการเขินอายเล็กน้อย
“นักรบ! จะไม่หลั่งน้ำตาให้ใครเห็นแล้วทำไมเจ้ามาตามฆ่าเจ้าโทริ หรือว่ามันมีเรื่องบาดหมางกับเจ้าเช่นกันรึ?”
“ไม่หรอกข้าไม่อยากเป็นทาสของลุงคนนั้นตั้งหาก ลุงแกมีเรื่องบาดหมางกับเจ้าโทรินิดหน่อย”
“นิดหน่อยบ้านเจ้าซิ!! มันลอบกัดจะสังหารข้าและยังยึดปราสาทของข้าไปครอบครอง แบบนี้รึ ที่เจ้าเรียกว่านิดหน่อยแล้วเจ้าจะเอายังไงเจ้าหมาป่า? จะไปกับพวกเราหรือไม่ เมื่อเข้าไปในปราสาทก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาได้ง่ายๆคิดดีๆ เจ้าคือรุ่นสุดท้ายของมนุษย์หมาป่าหากเจ้าตายเผ่าพันธุ์ของเจ้าก็จะสูญพันธุ์ไปตลอดกาล”
ไรเซ็นนั่งนิ่งเหมือนดั่งใช้ความคิดก่อนจะเหลือบมองไปปราสาทที่ตั้งเด่นอยู่ที่ภูเขาด้านหน้าดวงตาส่องประกายแห่งความโกธรและมุ่งมั่นก่อนจะพยักหน้าแล้วยืนขึ้นทันที
“ข้าขอร่วมเดินทางไปกับพวกท่าน”
“ดี! ในปราสาทต้องมีลูกสมุนของเจ้าโทริอยู่แน่ๆ ข้าหวังว่าเจ้าจะเป็นประโยชน์กับพวกเราบ้างไปกันได้แล้ว”
อลันมุ่งเดินทางไปยังด้านหน้าพร้อมกับเคนจิและไรเซ็นเต่าน้อยที่ซุกซ่อนอยู่ในอกของเคนจิ ยังคงสั่นไหวอย่างต่อเนื่องด้วยอาการหวาดกลัวตลอดการเดินทางด้วยความสงสัยของไรเซ็นจึงเอ่ยถามเคนจิไป
“เจ้าเต่าของเจ้ามันเป็นอะไรทำไมถึงสั่นไม่หยุดข้าสังเกตมันมาตั้งนานแล้ว”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันตั้งแต่เข้ามาในป่าลวงตามันสั่นไม่หยุดเลย หรือเพราะว่ามันหนาวกันนะ”
“เฮ้!! เคนจินายมีเลือดออกที่จมูก”
ไรเซ็นตะโกนลั่นอลันและมังกรดินต่างหยุดชะงักหันกลับมามองปรากฏเลือดไหลออกจากรูจมูกเคนจิทั้งสองข้างไม่ว่าจะเช็ดเท่าใดก็ยังคงไหลอย่างต่อเนื่อง จนอลันต้องหยุดพักการเดินทางชั่วคราวและมาตรวจดูเคนจิจนเลือดเริ่มไหลช้าและหยุดลง
“เราจะพักกันหน่อยให้เจ้ารู้สึกดีขึ้นแล้วค่อยเดินทางต่อ เรายังมีเวลาอีกมาก”
“ลุง! แล้วเคนจิเขาเป็นอะไร”
“นั่นซิท่านอลัน นายท่านของข้าเขาเป็นอะไรกันแน่”
“หยินหยาง ไม่สมดุลนายของเจ้ามีพลังหยางมากเกินไปเท่านั้น วิธีรักษาคือต้องเพิ่มพลังหยินเข้าไป”
“แล้วข้าจะเพิ่มพลังหยินให้นายท่านได้อย่างไรกัน”
“เหอะ!! เจ้าทำไม่ได้หรอกเมื่อถึงเวลาที่พลังหยางทะลักจนขีดสุดเจ้าจะรู้เอง”
ในขณะที่มังกรดินและอลันคุยกันเคนจิก็หันมามองไรเซ็นพร้อมกัยเอ่ยถามขณะที่พักผ่อนร่างกายให้หายสนิท
“เล่าให้ข้าฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านของเจ้าเรายังพอมีเวลาอีกมากข้าอยากรู้ว่าเจ้าโทริมันต่อสู้อย่างไร”
“ได้ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง”