ระบบครองยุทธภพ

    บทที่ 38 ตระเวนหาหมอ

            บทที่ 38 

            ตระเวนหาหมอ 

            อี้ชิงแบกร่างของท่านลุงผู้นั้นขึ้นมาบนหลังโดยที่ตัวของเขานั้นไม่ได้เกรงกลัวเลยว่าเสื้อผ้าของเขานั้นจะเปื้อนโลหิตที่กำลังไหลอยู่บนร่างกายของท่านลุงผู้นี้หรือไม่ 

            ท่านลุงผู้นี้ทั่วทั้งกายนั้นเต็มไปด้วยโลหิตที่ไหลออกมาเป็นจำนวนมากยามที่เขานั้นทำการแบกขึ้นมาบนหลังโลหิตนั้นก็เปรอะเปื้อนแผ่นหลังของเขาจนเปียกชุ่ม

            แต่อี้ชิงเขาหาสนใจไม่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้มันก็คือการที่เขาจำเป็นจะต้องตามหาหมอที่จะสามารถรักษาท่านลุงผู้นี้ได้เสียก่อน 

            มันเป็นสิ่งที่เขาควรจะทำแล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือได้รับคำสั่งจากนายน้อยของตนเองเขาวิ่งตรงไปบนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนถนนเส้นนี้เป็นถนนบริเวณด้านหลังของเมืองแต่ก็ยังมีผู้คนอยู่หนาแน่น 

            อี้ชิงแม้ว่าเขาจะรู้จักเมืองนี้เพราะเคยได้ยินชื่อและเป็นคนที่แนะนำนายน้อยให้เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ด้วยตนเองแต่ว่าเขานั้นก็ไม่เคยเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เส้นทางภายในเมืองล้วนแล้วแต่ไม่รู้จักและไม่คุ้นเคย 

            ไม่เพียงเท่านั้นเขายังไม่รู้ด้วยว่าจะหาหมอจากที่ใดและหมอจะอยู่ที่ใดภายในเมืองแห่งนี้ 

            เขาเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่พักหลงเข้ามาภายในเขาวงกตขนาดใหญ่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะก้าวเดินไปในทางใดแถมยังมีเหมือนกับระเบิดติดตัวอยู่ตลอดเวลาต้องรีบจัดการโดยเร็ว 

            สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้อี้ชิงอดที่จะวิตกกังวลไม่ได้บัตรนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและตึงเครียด 

            บนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อในขณะที่เขากำลังวิ่งตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วเขาวิ่งผ่านผู้คนมากมายดวงตามองทางซ้ายและขวาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะตามหาเป้าหมายของตนเอง 

            แต่ดวงตาที่มองทางด้านซ้ายและขวานั้นกลับมองเห็นแต่เพียงว่าบริเวณนี้มีพวกแผงค้าขายแล้วก็มีร้านบางอย่างที่ตั้งอยู่เท่านั้นแต่พวกร้านเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่เป้าหมายและสิ่งที่เขาต้องการสิ่งที่เขาต้องการนั้นคือโรงหมอ 

            แต่ว่าภายในบริเวณนี้หลังจากที่ลองวิ่งสำรวจดูพบเห็นว่าถนนเส้นทางเส้นล้วนแล้วแต่ไม่มีโรงหมอ 

            ในขณะที่วิ่งก็เต็มไปด้วยความลนลานใบหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันยิ่งทำให้เขานั้นควบคุมสติของตนเองไม่อยู่ 

            อี้ชิงใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อดวงตาทั้งสองข้างกวาดมองไปบริเวณรอบๆ“ แย่จริงแล้วเช่นนี้จะเอาอย่างไรดี!!! ”

            ในขณะที่กำลังพึมพำกับตนเองแล้วก็พยายามที่จะหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ดวงตาของเขาได้หันไปมองเห็นบางอย่างดวงตาของเขาที่หันไปมองเห็นมองเห็นร่างของธันวาพูดถึงที่นั่งอยู่บนแผงผัก 

            อี้ชิงไม่รีรอทำกันวิ่งเข้าไปหาท่านป้าผู้นั้นอย่างรวดเร็ว  

            เมื่อเขาได้ทำการวิ่งเข้าไปหาท่านป้าผู้นั้น 

            ท่านป้าผู้นั้นเป็นหญิงชราวัยเลข 5 บนใบหน้าของนางเป็นใบหน้าที่อ่อนโยนแต่ก็มีรอยเหี่ยวย่นปรากฏอยู่ไม่ใช่น้อยนางกำลังนั่งขายผักอย่างสบายใจอยู่ๆก็มีร่างของคนผู้หนึ่งที่พุ่งเข้ามาอยู่บริเวณด้านหน้าของนาง 

            คนผู้นั้นปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้านางมองไปมองเห็นว่าเป็นชายหนุ่มที่กำลังแบกคนที่บาดเจ็บสาหัสอยู่บนแผ่นหลังกลิ่นโลหิตคละคลุ้งออกมาจากร่างกายของทั้ง 2สายโลหิตยังคงหยดลงมาเป็นทางยาว 

            เมื่อนางมองเห็นเช่นนั้นดวงตาทั้งสองข้างก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึงในตอนแรกกำลังนั่งขายผักอย่างสบายใจเมื่อเห็นร่างของคนผู้นี้ปรากฏกายอยู่ด้านหน้านางเองก็ได้แปรเปลี่ยนท่าทางของตนเองกลายเป็นท่าทางที่รุนแรงเช่นเดียวกัน 

            ดวงตาของนางมองไปทางด้านซ้ายและขวา แล้วก็รีบลุกยืนขึ้นอุทานออกมา“ เป็นอันใดน่ะ!!! ” 

            อี้ชิงที่ตอนนี้บนใบหน้ากำลังเต็มไปด้วยความลนลานเอ่ยถามออกมาอย่างรวดเร็ว“ ท่านป้าขอรับมีคนบาดเจ็บภายในบริเวณนี้มีโรงหมอที่ใดบ้างอย่างนั้นหรือขอรับ!!! ” 

            นี่คือหนทางที่เขาดันเลือกออกมาหลังจากที่ลองมองดูแล้วบริเวณรอบๆมันกลับไม่มีโรงหมอเขาเองก็ไม่ใช่คนพื้นที่ไม่รู้เส้นทางภายในสถานที่แห่งนี้สิ่งที่ทำได้ก็คงจะมีแต่เพียงแค่การที่เขานั้นต้องเอ่ยถามกับคนที่เป็นเจ้าของพื้นที่เอง 

            ในขณะที่กำลังลนลานอยู่มองเห็นท่านป้าผู้นี้มีใบหน้าอ่อนโยนเขาก็เลยรีบวิ่งเข้ามาถาม 

            นาเกือบทำตัวไม่ถูกถ้าทางลนลานแต่ในช่วงวินาทีต่อมาก็ดึงสติของตัวเองกลับมาได้แล้วก็ได้ตอบคำถามออกไปอย่างรวดเร็ว“ วิ่งผลัดไปอีก 2 ถนนจะพบเจอลุงหมอเล็กๆอยู่บริเวณนั้นน่ะน่าจะเป็นโรงหมอที่ใกล้ที่สุด”

            อี้ชิงได้รับคำชี้แนะเรียบร้อยเขาไม่รีรอทำการก้มศีรษะ 1 ครั้งคารวะผู้ที่อยู่ด้านหน้าด้วยท่าทางที่ไม่สมบูรณ์ “ ขอบคุณท่านป้า!!! ”

            เมื่อได้รู้เส้นทางเรียบร้อยไม่รีรอวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศของผู้ฝึกฝนวรยุทธได้ถูกแสดงออกมาสถานการณ์เช่นนี้เขาควรจะไปถึงโรงหมอให้รวดเร็วที่สุด 

            อี้ชิงใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วพุ่งตรงขึ้นไปบริเวณด้านบนหลังคาแม้ว่าร่างกายของท่านลุงด้านหลังใหญ่โตแต่มันก็ไม่เป็นผลกับเขาเลยแม้แต่น้อย 

            เขาสามารถเคลื่อนที่ขึ้นไปด้านบนหลังคาได้ราวกับว่าตนเองนั้นไร้ซึ่งน้ำหนักแถมยังแบกร่างของท่านลุงผู้นั้นวิ่งต่อไปอีกอย่างรวดเร็ว

            เขามุ่งตรงไปยังเส้นทางบริเวณด้านบนเส้นทางด้านบนหลังคาน่าจะเป็นเส้นทางที่ไม่มีผู้ใดขัดขวางเขาได้และน่าจะทำให้เขาเดินทางไปถึงเป้าหมายรวดเร็วที่สุด 

            เขาได้วิ่งตรงอย่างรวดเร็วบนหลังคาเคลื่อนที่หลุดสายลมพุ่งตรงไปยังเป้าหมายเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจจากการใช้เส้นทางบริเวณด้านบนก็สามารถวิ่งถัดไปถึง 2 ถนนได้ 

            หรือเป็นทางลัดที่จะนำพาไปสู่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว 

            เมื่อได้มาถึงถนนเส้นนี้ร่างของบุรุษที่ยืนอยู่บนหลังคาไม่รีรอทำการกวาดสายตามองบริเวณพื้นที่บนถนนอย่างรวดเร็วพบเห็นเป้าหมายของตนเองเป็นโรงหมอเล็กๆที่เป็นอาคาร 1 ชั้น

            อี้ชิงเห็นเป้าหมายก็ไม่รีรอทำการกระโดดลงไปอย่างรวดเร็วพุ่งตรงไปหาเป้าหมายของตนเองสถานที่แห่งนี้เป็นอาคาร 1 ชั้นหลังเก่าๆที่มีกลิ่นยาสมุนไพรลอยล่องออกมาจากด้านใน 

            เขาหยุดเท้าของตัวเองอยู่บริเวณด้านหน้าดวงตามองตรงเข้าไปภายในสถานที่แห่งนั้นพบเห็นว่าด้านในมีแคร่ตั้งอยู่ประมาณ3-4 แคร่เพื่อที่จะเป็นเตียงนอนสำหรับคนป่วย 

            แถมภายในนั้นยังมีคนป่วยที่นอนอยู่ประมาณ 2 คน 

            เมื่อได้กลิ่นสมุนไพรและเห็นคนป่วยที่นอนอยู่ด้านในเอาเองก็มั่นใจได้ในทันทีว่าสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองในตอนนี้น่าจะเป็นโรงหมอที่เขากำลังตามหา 

            ตัดสินใจได้เสร็จเรียบร้อยบุรุษหนุ่มไม่รีรอแบกร่างของท่านลุงผู้นั้นเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วเขาทำการสาวเท้าเข้าไปด้านในอย่างร้อนรนอาการของคนที่อยู่ด้านหลังก็สาหัสเต็มทน 

            ยามที่ก้าวเข้าไปถึงบริเวณด้านในพบเห็นชายชราผู้หนึ่งกำลังยืนก้มก้มๆเงยๆอยู่บริเวณมุมห้อง 

            ดวงตาของเขามองตรงไปแล้วก็ทำการส่งเสียงอย่างรวดเร็ว “ท่านมีคนบาดเจ็บช่วยรักษาด้วย!!! ” 

            เมื่อได้ยินเสียงนั้นชายชราที่กำลังยืนหันหลังอยู่หันดวงตาของตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วก็มองตรงไปยังต้นเสียงที่ดังขึ้นมา 

            เมื่อเขาหันมาอี้ชิงเขาถึงมองเห็นว่าชายชราผู้นี้เป็นชายชราที่มีช่วงวัยอยู่ประมาณเลข6 ย่างเข้าเลข 7 แต่งกายด้วยชุดผ้าธรรมดาๆ ร่างกายผอมสูงใบหน้าเหี่ยวย่น

            ชายชราผู้นั้นเมื่อหันมาพบเห็นดวงตาทั้งสองข้างของมันก็เบิกกว้างขึ้นแล้วก็รีบทำการโบกไม้โบกมือทางส่งเสียงอย่างรวดเร็ว“ วางลงวางลง!!! ” 

            อี้ชิงนำคนป่วยวางลงไปที่เตียงผู้ป่วยอย่างรวดเร็วชายชราผู้นั้นที่เป็นหมอภายในสถานที่แห่งนี้เข้าดูอาการอย่างทันควัน 

            เมื่อมองเห็นใบหน้าของคนที่กำลังนอนอยู่ดวงตาทั้งสองข้างของชายชราก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก“ เสี่ยวถง!!! ” 

            ท่าทางของชายชราที่อุทานออกมาอย่างตื่นตระหนกมันก็ทำให้อี้ชิงที่กำลังยืนอยู่รู้ได้ในทันทีว่าพวกเขานั้นรู้จักกันมาก่อน 

            ทันใดนั้นอี้ชิงราวกับว่ากลายเป็นคนที่ 3 ในทันทีชายชราผู้นั้นไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อยวิ่งเข้าไปดูอาการของท่านลุงที่นอนอยู่อย่างรวดเร็ว 

            เริ่มจากการใช้ฝ่ามือของตนเองจับชีพจรเพื่อตรวจดูแล้วก็อุทานออกมา“ ชีพจรเต้นอ่อนมากสูญเสียเลือด ” 

            “ ว่าอย่างไรนะขอรับท่านหมอ ”อี้ชิงก้าวเท้าเข้ามาดูใกล้ๆ 

            ยามที่ใช้ดวงตาของตนเองมองดูเขาที่เป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธสามารถสัมผัสได้ถึงชีพจรเต้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

            ชายชราผู้นั้นลงมืออย่างรวดเร็วเริ่มทำการใช้ฝีมือการแพทย์ของตัวเองแสดงออกมาเขาได้ใช้เข็มเงินเล่มเล็กๆทำการปักลงไปบนจุดต่างๆภายในร่างกายของชายวัยกลางคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสผู้นั้น 

            เข็มเงินที่ปรับลงไปภายในร่างกายมีมากกว่า 10 เข็มแต่เมื่ออี้ชิงมองดูดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างอย่างตกตะลึง “นี่มันอะไรกันยอดเยี่ยม!!! ” 

            มันไม่มีคำใดอุทานออกมาได้ดีเท่าคำนี้อีกแล้วเพราะว่าจากที่เขากำลังมองดูอยู่ในตอนนี้สิ่งที่เขามองเห็นหลังจากเข็มเงินปักลงไปที่ร่างกายโลหิตที่กำลังหลั่งไหลออกมาจากบาดแผลนับสิบแห่งบนร่างกายของท่านลุงผู้นั้นก็ได้หยุดลงราวกับว่ามีบางอย่างเข้ามาขวางกั้น 

            มันยิ่งดูยิ่งอัศจรรย์ทำให้อี้ชิงอดที่จะตกตะลึงไม่ได้กับสิ่งที่ตนเองนั้นพบเห็นถึงต้องอุทานออกมา 

            แต่ว่าใบหน้าของชายชราผู้นั้นที่เป็นแพทย์ที่ใช้การรักษาที่ยอดเยี่ยมกลับไม่ได้แสดงความยินดีเลยแม้แต่น้อยบนใบหน้าของเขายังเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด “แย่แล้วแม้จะห้ามเลือดได้แต่ชีพจรเต้นอ่อนมาก ”

            “ หมายความว่าอย่างไรขอรับ!!! ”อี้ชิงอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนกตกใจ 

            จบบท