เมื่อความยินดีจางลงท่านลุงหวังก็เอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตด้วยน้ำเสียงเจือความเศร้า"หลังจากที่เจ้าถูกลักพาตัวไป เสี่ยวหว่าน...อาหลงกลับมาที่นี่ด้วยน้ำตานองหน้า เล่าว่าเขาช่วยเจ้าไว้ไม่ได้เขารู้สึกเสียใจมาก" ท่านลุงหวังถอนหายใจเฮือกใหญ่ "หลังจากที่พวกเรารับรู้เรื่องราวพวกเรากับคนในหมู่บ้านพากันรวมตัวไปยังกระท่อมของท่านอาหลี่เพื่อหวังจะช่วยเหลือและติดตามหาเจ้า"
อาหลง ที่ยืนอยู่ข้างๆพยักหน้าช้าๆ ดวงตาฉายแววเจ็บปวดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นลุงหวังกล่าวอีกครั้ง "แต่เมื่อไปถึงกระท่อม กลับว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย แม่นาง...พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้ รอแล้วรอเล่า ท่านอาหลี่ก็ไม่กลับมาอีกเลย" น้ำเสียงของลุงหวังสั่นเครือบ่งบอกถึงความรู้สึกผิดและเสียใจที่ยังคงฝังลึกในใจ
ท่านลุงหวังยังพูดเสริม"อาหลงเขาจะไปทำความสะอาดกระท่อมหลังนั้นอยู่บ่อยๆเพื่อหวังว่าท่านอาหลี่กับเจ้าจะพาเจ้าอ้วนน้อยกลับมาแต่พวกเจ้าก็ไม่ได้กลับมาเลย" ชายชรามองฮวาเสี่ยวซีด้วยแววตาอ่อนโยน"หากแม่นางเสี่ยวหว่านจะไปพักที่กระท่อม ก็ไปพักได้เลยนะ อาหลงเขาเพิ่งไปทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านเมื่อสองวันก่อนนี้เอง"
"ขอบคุณท่านลุงหวังกับอาหลงมากเจ้าค่ะข้าต้องขอตัวไปก่อน ว่างๆข้าจะมาเยี่ยมใหม่เจ้าค่ะ"ฮวาเสี่ยวซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"รอเดี๋ยวแม่นาง..."ท่านลุงหวังรีบเอ่ย "อาหลง เจ้าเอาอาหารแห้งไปส่งให้แม่นางเสี่ยวหว่านด้วยมีอะไรก็เรียกใช้อาหลงได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ หากไม่ได้ท่านอาหลี่ช่วยข้าไว้ข้าก็คงจะไม่ได้อยู่มาถึงวันนี้"
ฮวาเสี่ยวซียิ้ม"ขอบคุณท่านลุงหวังมากเจ้าค่ะ อย่างนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ"นางตอบรับด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ
ฮวาเสี่ยวซีฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความรู้สึกหลากหลายนางรับรู้ได้ถึงความห่วงใยและน้ำใจของท่านลุงหวังและอาหลงรวมถึงชาวบ้านทุกคนที่ไม่ได้ทอดทิ้งนางไปเมื่อครั้งที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติแม้ความจริงที่ว่าท่านอาหลี่หายตัวไปจะทำให้นางรู้สึกเศร้า แต่การได้กลับมายังสถานที่ที่คุ้นเคยแห่งนี้ก็เป็นเหมือนการได้กลับมาพบกับความอบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ณ ชายแดนอันห่างไกล อี้หานเฟิง และ อี้เฟยหลงได้นำทัพมาตั้งกระโจมใหญ่เรียงรายอยู่แนวหน้า เตรียมพร้อมสำหรับการศึกอันดุเดือด
ในระหว่างที่พวกเขากำลังตรวจตราความพร้อมของกองทัพจู่ๆ องค์รักษ์ส่วนตัวของอี้หานเฟิงก็รุดเข้ามารายงานพร้อมยื่นจดหมายลับที่เพิ่งส่งมาถึงอย่างรวดเร็ว
อี้หานเฟิงรับจดหมายมาคลี่ออกอ่านสายตาคมกริบไล่ไปตามตัวอักษร ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดคำกล่าวในจดหมายนั้นราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจเขา
"พระชายาหนีออกจากจวนหลังท่านอ๋องเสด็จออกศึกเห็นฮ่องเต้ร่วมรักกับนางกำนัลและท่านอ๋องทั้งสองกับสาวใช้ในจวนหลังภูเขาจำลอง"
เนื้อความในจดหมายสั้นกระชับแต่กลับหนักอึ้งดุจขุนเขาบาดลึกเข้าไปในจิตใจของอี้หานเฟิงอย่างรุนแรงความกังวลและความตกใจถาโถมเข้าใส่เขาในทันที เขามองไปยังอี้เฟยหลงที่ยืนอยู่ข้างๆซึ่งสีหน้าก็เริ่มเคร่งเครียดไม่แพ้กัน
"เราไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้นหลังภูเขาจำลอง!"อี้หานเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ ใบหน้าฉายแววความไม่พอใจระคนงุนงง"ส่วนเรื่องฝ่าบาท...เราก็ไม่รู้ ต้องสืบสาวเรื่องนี้กันต่อไป"
ทั้งสองหันมาปรึกษากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดภรรยาของพวกเขาหนีจากไปแล้ว
ในขณะนั้นเององค์รักษ์ที่เพิ่งส่งจดหมายก็เอ่ยรายงานต่ออีกครั้ง"และยังมีอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ... พระชายาทรงพระครรภ์ได้สี่เดือนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
คำบอกเล่าสุดท้ายทำให้ทั้งอี้หานเฟิงและอี้เฟยหลงถึงกับนิ่งงันแววตาเต็มไปด้วยความตกใจระคนกับความรู้สึกผิดที่ไม่อาจแก้ไข
คำบอกเล่าสุดท้ายขององค์รักษ์ที่ว่า"และยังมีอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ... พระชายาทรงพระครรภ์ได้สี่เดือนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"ทำให้ทั้งอี้หานเฟิงและอี้เฟยหลงถึงกับนิ่งงันแววตาเต็มไปด้วยความตกใจระคนกับความรู้สึกผิดที่ไม่อาจแก้ไขได้ความจริงที่ว่าฮวาเสี่ยวซีกำลังตั้งครรภ์บุตรของพวกเขาทำให้ข่าวการจากไปของนางยิ่งบาดลึกลงไปในใจ
"นาง... นางตั้งครรภ์หรือ?" อี้เฟยหลงพึมพำ สีหน้าซีดเผือดราวกับไร้สีเลือด
อี้หานเฟิงกำหมัดแน่นพยายามระงับอารมณ์ที่ปั่นป่วน "เราต้องหานางให้พบไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดขาดแต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่อาจซ่อนเร้น
ทั้งสองอ๋องหันมามองหน้ากันด้วยความกังวลและความรู้สึกผิดที่ท่วมท้นพวกเขาเพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนนั้นได้สร้างความเจ็บปวดให้นางมากเพียงใดและสิ่งที่นางเห็นในห้องทรงพระอักษรกับเรื่องราวหลังภูเขาจำลองนั้น...แม้พวกเขาจะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ในสายตานาง มันคงเป็นภาพที่ยากจะให้อภัย
"ส่งคนออกตามหาพระชายาทันที!"อี้หานเฟิงออกคำสั่งเสียงเข้ม "กระจายกำลังไปทุกทิศทุกทางสอบถามผู้คนตามเส้นทางที่นางน่าจะเดินทางไปรายงานทุกความเคลื่อนไหวกลับมาที่เราโดยเร็วที่สุด!"
อี้เฟยหลงพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว"ข้าจะจัดการเรื่องนี้เองพี่ใหญ่" เขาหันไปสั่งการองค์รักษ์ทันทีด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและกระวนกระวาย"ระดมคนออกตามหาพระชายาและเจ้าอ้วนน้อยให้เร็วที่สุด!"
ภายใต้สถานการณ์สงครามที่คุกคามความกังวลเรื่องพระชายาที่หายไปพร้อมกับบุตรในครรภ์ได้กลายเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่สุดสำหรับอี้หานเฟิงและอี้เฟยหลงการออกรบครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงภาระหน้าที่เพื่อแผ่นดินเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการตามหาคนที่พวกเขารักยิ่งกลับคืนมาด้วย
แม้หัวใจจะร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วง ฮวาเสี่ยวซีและบุตรในครรภ์ แต่ อี้หานเฟิง ก็รู้ดีว่าศึกกับแคว้นเหยียนนั้นสำคัญยิ่งเขาไม่อาจปล่อยให้เรื่องส่วนตัวมาบั่นทอนขวัญกำลังใจและแผนการรบได้
หลังจากสั่งการองค์รักษ์ให้จัดการเรื่องการตามหาพระชายาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วอี้หานเฟิงก็หันกลับมายังแผนที่การรบที่กางอยู่เบื้องหน้าทันทีสีหน้ากลับมาเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยความเด็ดขาดอีกครั้ง
"เราต้องเร่งให้เสร็จศึกโดยเร็วที่สุด"อี้หานเฟิงกล่าวกับ อี้เฟยหลง เสียงทุ้มต่ำ แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น"ทุกนาทีที่เสียไป อาจหมายถึงชีวิตผู้คนและความไม่แน่นอนของฮวาเสี่ยวซี"
ทั้งสองอ๋องก้มหน้าลงปรึกษาหารือกันอย่างไม่หยุดพักแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วางแผนกลยุทธ์ต่างๆเพื่อให้การรบครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ความเร่งรีบและความมุ่งมั่นของพวกเขาไม่ได้มีเพียงเพื่อแผ่นดินเท่านั้นแต่ยังรวมถึงความปรารถนาที่จะกลับไปค้นหาความจริงและนำฮวาเสี่ยวซีกลับคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุดด้วย
ในกระโจมบัญชาการ แผนที่ขนาดใหญ่ถูกกางออกแสงตะเกียงส่องกระทบใบหน้าที่เคร่งเครียดของ อี้หานเฟิง และ อี้เฟยหลงทั้งคู่ชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ สลับกับการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อน ทว่าทุกคำพูดทุกการเคลื่อนไหว ล้วนมีเป้าหมายเดียวคือการจบศึกให้เร็วที่สุด
"แคว้นเหยียนแข็งแกร่งกว่าที่เราคาดไว้"อี้เฟยหลงเอ่ย เสียงเข้ม "การบุกโจมตีตรงๆอาจทำให้เราสูญเสียกำลังพลมากเกินไป"
อี้หานเฟิงพยักหน้า "เรารู้แต่เราไม่มีเวลามากนัก" ดวงตาของเขามีแววกังวลที่ซ่อนอยู่ลึกๆ"ต้องมีวิธีที่เร็วกว่านี้...วิธีที่จะบุกทะลวงไปถึงใจกลางข้าศึกได้โดยไม่สูญเสียมากนัก"เขายื่นมือออกไปชี้ยังเส้นทางหนึ่งบนแผนที่ "เส้นทางนี้...แม้จะเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่หากสำเร็จจะทำให้เราเข้าถึงเมืองหลวงของแคว้นเหยียนได้ภายในเจ็ดวัน"
อี้เฟยหลงมองตามนิ้วของพี่ชายดวงตาหรี่ลงพิจารณา "เส้นทางลอบโจมตีหรือขอรับ? หากถูกจับได้กองทัพเราอาจถูกล้อมและทำลายได้ง่ายๆ"
"นั่นคือความเสี่ยง" อี้หานเฟิงยอมรับ"แต่ความเสี่ยงนี้คุ้มค่าที่จะลอง เราจะแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งตรึงกำลังอยู่แนวหน้าอีกส่วนหนึ่งจะใช้เส้นทางนี้เข้าโอบล้อมจากด้านหลัง" เขามองหน้าน้องชาย"เจ้ามั่นใจในกำลังพลของเราหรือไม่?"
อี้เฟยหลงเงียบไปชั่วขณะก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น "มั่นใจขอรับพี่ใหญ่ หากเราวางแผนรัดกุมพอ...เราทำได้"
แผนการอันกล้าหาญถูกสรุปขึ้นอย่างรวดเร็วแม้จะเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ความปรารถนาที่จะกลับไปหาฮวาเสี่ยวซีโดยเร็วที่สุดเป็นแรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจเช่นนี้
ยามค่ำคืนคืบคลานเข้าปกคลุมค่ายทหารแสงไฟจากกระโจมต่างๆ ส่องสว่างริบหรี่ อี้หานเฟิง และ อี้เฟยหลง ยังคงอยู่ในกระโจมบัญชาการตรวจสอบแผนการรบครั้งสุดท้าย
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาก็หยุดลงหน้ากระโจม องค์รักษ์นายหนึ่งปรากฏตัวขึ้นใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! มีรายงานด่วนพ่ะย่ะค่ะ!"
อี้หานเฟิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาคมกริบ"เกิดอะไรขึ้น? อย่าพูดอ้อมค้อม!"
"พบร่องรอย...ของบุคคลที่สามพ่ะย่ะค่ะ!" องค์รักษ์เอ่ยเสียงพร่า"บุคคลนั้น...กำลังตามหาพระชายาเช่นกันและดูเหมือนว่า...เขาจะอยู่ใกล้กว่าที่เราคาดไว้มาก"
คำพูดขององค์รักษ์ทำให้ทั้งอี้หานเฟิงและอี้เฟยหลงถึงกับยืนนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยระคนกังวล บุคคลที่สาม? ใครกันที่กำลังตามหาฮวาเสี่ยวซีอย่างลับๆและทำไมพวกเขาถึงไม่เคยรู้มาก่อน...
...ปริศนาของชายผู้นั้น กำลังจะถูกเปิดเผยพร้อมกับชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาของฮวาเสี่ยวซี