มธุรสวาทเจ้าสำนัก

    บทที่ 35 หุบเขามังกรหลับ

              ยิ่งลึกเข้าไปในหุบเขามังกรหลับ ต้นไม้ที่เคยเขียวชอุ่มก็เริ่มแปรสภาพเป็นลำต้นยืนต้นตาย ใบไม้ร่วงหล่นจนเหลือแต่กิ่งก้านสีดำเกรียมราวกับถูกไฟเผา หินตามทางเดินมีคราบสีเหลืองปนเขียวเกาะติด และที่เลวร้ายที่สุดคือหมอกสีเทาอมเหลืองที่ลอยต่ำเรี่ยพื้นส่งกลิ่นฉุนกึกจนแสบจมูก

    เซียวหลันและหลี่หยางสวมหน้ากากผ้าที่บุด้วยผงถ่านกัมมันต์ซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินใหญ่เหนือหุบเหวที่มองลงไปเห็นต้นตอของมฤตยูเน่าเปื่อย

    เบื้องล่างคือลานกว้างหน้าถ้ำขนาดมหึมา มีชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำปักลายแมงมุมแดงเดินลาดตระเวนกันขวักไขว่ พวกมันกำลังควบคุมทาสชาวป่าที่ถูกล่ามโซ่ให้ตักน้ำจากลำธารขึ้นมาต้มในเตาหลอมขนาดใหญ่ที่เรียงรายกันนับสิบเตา ไอควันที่พวยพุ่งจากเตาหลอมเหล่านั้นคือต้นเหตุของหมอกพิษ

    "พวกมันกำลังกลั่นอะไรบางอย่าง" หลี่หยางกระซิบพลางสังเกตการเคลื่อนไหวของเวรยาม "และทิ้งกากของเสียสีเหลืองข้นลงไปในลำธาร"

    เซียวหลันหยิบกล้องส่องทางไกลที่ดัดแปลงจากเลนส์แว่นขยายขึ้นมาส่องดู

    “เตาหลอมพวกนั้นมีดินประสิว กำมะถัน และแร่ส้มป่อย" นางพึมพำก่อนจะเบิกตากว้าง "บ้าฉิบ! พวกมันกำลังสกัดกรดกำมะถันเข้มข้นปริมาณมหาศาล!"

    "กรดกำมะถัน? มันคืออะไร?" หลี่หยางถาม

    "มันคือน้ำกรดที่กัดกร่อนโลหะให้ละลายได้ในพริบตา และถ้าโดนผิวหนังมนุษย์ เนื้อจะไหม้เกรียมจนถึงกระดูก!" เซียวหลันอธิบายเสียงเครียด "พวกมันจงใจปล่อยกากกรดพิษลงลำธารเพื่อทำลายหมู่บ้านด้านล่าง แต่เป้าหมายหลักคือการสกัดกรดบริสุทธิ์เพื่อเอาไปทำเป็นอาวุธเคมีสงคราม!"

    ตรงกลางลานมีชายหัวโล้นร่างยักษ์ผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังเสือ บนใบหน้าของมันมีรอยแผลเป็นรูปใยแมงมุม มันกำลังหัวเราะร่วนขณะทดลองสาดน้ำกรดในขวดแก้วใส่เนื้อหมูดิบก้อนโต เนื้อหมูนั้นเกิดฟองฟู่และละลายกลายเป็นน้ำเหลืองเน่าเฟะภายในเสี้ยววินาที

    "นั่นคงจะเป็นหัวหน้าของพวกมัน" หลี่หยางจับด้ามดาบ "เราบุกเข้าไปเชือดมันเลยดีไหม? ข้าจัดการยามหน้าถ้ำได้ภายในสามลมหายใจ"

    "ช้าก่อน" เซียวหลันดึงแขนเขาไว้ “ศัตรูมีเป็นร้อย แถมมีน้ำกรดเป็นอาวุธ ถ้าเจ้าพลาดโดนสาดใส่หน้า ข้าไม่รับรักษานะ"

    นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ถ้ำจนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับกระสอบแป้งนับร้อยใบที่วางซ้อนกันเป็นภูเขาอยู่ภายในถ้ำลึกเข้าไป

    "พวกมันเอาแป้งข้าวโพดและแป้งสาลีมาทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น?" หลี่หยางมองตาม

    "พรรคหมื่นพิษมักจะใช้แป้งเป็นตัวประสานในการปั้นยาพิษเป็นลูกกลอน" เซียวหลันแสยะยิ้ม รอยยิ้มของหมอปีศาจที่หลี่หยางเห็นทีไรก็อดขนลุกไม่ได้ "และพวกมันคงไม่เคยเรียนวิชาเคมี ถึงได้เก็บแป้งฝุ่นปริมาณมหาศาลไว้ในที่ปิดทึบแบบนั้น”

    “เจ้าหมายถึงอะไร”

    "หลี่หยาง... เจ้าเคยเห็นแป้งระเบิดไหม?"

    อดีตแม่ทัพขมวดคิ้ว "แป้งทำขนมน่ะรึจะระเบิดได้? มันไม่ใช่ดินปืนนะเซียวหลัน"

    "วิทยาศาสตร์จะเปิดโลกให้เจ้าเอง" นางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบมีดสั้นออกมา "ข้าต้องการให้เจ้าลอบเข้าไปในถ้ำ กรีดกระสอบแป้งพวกนั้นให้ขาดแล้วใช้ลมปราณของเจ้าพัดให้ผงแป้งฟุ้งกระจายตลบอบอวลไปทั่วถ้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ห้ามจุดไฟเด็ดขาดจนกว่าข้าจะให้สัญญาณ"

    หลี่หยางแม้จะไม่เข้าใจหลักการ แต่เขาก็เชื่อใจนางอย่างหมดหัวใจ “ได้! แล้วเจ้าล่ะ?"

    “ข้าจะไปปรับค่า pH ให้ลำธารนี้สักหน่อย"


    ภายในถ้ำพรรคหมื่นพิษ

    หลี่หยางกลืนร่างไปกับเงามืดบนเพดานถ้ำเคลื่อนไหวไร้สุ้มเสียงดุจวิญญาณ เขาโรยตัวลงมาหลังภูเขากระสอบแป้งข้าวโพด ดาบอ่อนในมือตวัดรัวเร็วราวกับสายฟ้า กรีดกระสอบนับร้อยใบจนขาดวิ่น

    จากนั้นเขารวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างแล้วฟาดออกไปสุดแรงเกิด

    พายุฝ่ามือเหมันต์!

    ลมปราณอันรุนแรงพัดกรรโชกประดุจพายุไต้ฝุ่นหอบเอาผงแป้งนับพันชั่งฟุ้งกระจายลอยขึ้นสู่อากาศจนขาวโพลนไปทั่วทั้งถ้ำปิดทึบ ทัศนวิสัยลดลงเหลือศูนย์ทันที

    "แค่กๆ! เกิดอะไรขึ้น! พายุหรือ!" พวกสมุนพรรคหมื่นพิษที่อยู่ในถ้ำต่างสำลักผงแป้งและมองไม่เห็นกันและกัน

    หัวหน้าหัวโล้นที่อยู่หน้าถ้ำได้ยินเสียงโวยวายจึงลุกขึ้นตวาด "เกิดบ้าอะไรขึ้นข้างใน! ไปดูซิ!"

    ในจังหวะนั้นเองเซียวหลันที่แอบปีนขึ้นไปอยู่บนชะง่อนหินเหนือปากถ้ำก็จุดคบเพลิงในมือจนสว่างวาบ

    "เฮ้! ไอ้พวกบ้าพิษ!" นางตะโกนเรียกความสนใจ

    หัวหน้าหัวโล้นเงยหน้าขึ้นมามอง "นังเด็กบ้า! เจ้าเป็นใคร! กล้าบุกรุกถิ่นพรรคหมื่นพิษรึ! ทหาร! ยิงหน้าไม้ใส่มัน!"

    "พรรคหมื่นพิษงั้นรึ? งั้นรับนี่ไป ระเบิดฝุ่นมรณะ"

    เซียวหลันขว้างคบเพลิงที่ลุกโชนเข้าไปในปากถ้ำที่ตอนนี้เต็มไปด้วยฝุ่นแป้งที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ!

    "หลี่หยาง! ออกมาเร็ว!" นางตะโกนสุดเสียง

    เงาสีดำของหลี่หยางพุ่งพรวดออกมาจากถ้ำราวกับลูกธนู เขากระโดดคว้าเอวเซียวหลันแล้วพุ่งตัวกระโจนลงไปในบึงน้ำลึกข้างลำธารทันที

    วินาทีที่เปลวไฟจากคบเพลิงสัมผัสกับอนุภาคของผงแป้งที่แขวนลอยอยู่ในอากาศในพื้นที่ปิดทึบ ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่รวดเร็วและรุนแรงที่สุดก็อุบัติขึ้น!

    บูมมมมมมมมมมมมมม!!!!!

    เสียงระเบิดกัมปนาทสั่นสะเทือนไปทั้งหุบเขา ลูกไฟขนาดยักษ์สีส้มอมแดงพวยพุ่งทะลักออกมาจากปากถ้ำราวกับมังกรพ่นไฟ คลื่นกระแทกรุนแรงจนเตาหลอมน้ำกรดหน้าถ้ำปลิวว่อนแตกกระจาย

    "อ๊ากกกก!"

    สมุนพรรคหมื่นพิษและหัวหน้าหัวโล้นถูกลูกไฟและคลื่นกระแทกกลืนกินหายไปในชั่วพริบตา แรงอัดอากาศมหาศาลบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ถ้ำหินถล่มครืนลงมาปิดปากทางเข้าจนมิด

    ที่ใต้น้ำหลี่หยางกอดเซียวหลันไว้แน่น แรงสั่นสะเทือนส่งผ่านมาถึงใต้น้ำจนหูอื้อไปหมด เมื่อเสียงระเบิดสงบลงทั้งคู่ก็ตะเกียกตะกายโผล่หัวขึ้นมาหอบหายใจ

    ภาพเบื้องหน้าคือลานกว้างที่กลายเป็นทะเลเพลิง ฐานทัพของพรรคหมื่นพิษถูกลบหายไปจากแผนที่ด้วยแป้งทำขนม

    หลี่หยางมองผลงานทำลายล้างด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง "เจ้า... เจ้าทำได้ยังไง? นั่นมันแค่แป้ง!"

    "เมื่ออนุภาคที่ติดไฟได้ เช่น ผงแป้ง ผงถ่าน หรือแม้แต่ฝุ่นขี้เลื่อย กระจายตัวในอากาศในปริมาณที่พอเหมาะ และอยู่ในพื้นที่ปิด..." เซียวหลันอธิบายขณะปีนขึ้นฝั่งพลางบีบน้ำออกจากผม "อ็อกซิเจนจะแทรกซึมอยู่รอบๆ ทุกอนุภาค เมื่อมีประกายไฟมันจะลุกไหม้พร้อมกันในเสี้ยววินาที สร้างแรงดันและความร้อนมหาศาล นี่แหละฝันร้ายของโรงงานแป้งในยุคของข้า"

    หลี่หยางกลืนน้ำลาย “ถึงข้าจะฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ข้าสาบานเลยว่าจะไม่ยอมให้เจ้าเข้าครัวไปทำขนมปังเด็ดขาด"

    เซียวหลันหัวเราะก่อนที่สีหน้าจะกลับมาจริงจัง นางเดินไปที่ก้อนหินปูนขนาดใหญ่ยักษ์ที่อยู่ริมลำธารซึ่งมีรอยร้าวจากการระเบิดเมื่อครู่

    "งานยังไม่จบ" นางหยิบสิ่วและค้อนออกมาจากกระเป๋ากันน้ำ "กรดในลำธารยังไหลลงไปที่หมู่บ้าน เราต้องแก้ไขมัน"

    "หินนี่ช่วยได้รึ?"

    "นี่คือหินปูนมันมีฤทธิ์เป็นด่าง" เซียวหลันอธิบาย "เมื่อด่างเจอกับกรดกำมะถัน มันจะทำปฏิกิริยากันกลายเป็นน้ำ เกลือ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลำธารนี้จะกลับมาปลอดภัย"

    หลี่หยางสีหน้างุนงงแต่ก็ไม่รอช้า เขาใช้ดาบและลมปราณฟาดฟันใส่หินปูนยักษ์ก้อนนั้นจนมันแตกออกเป็นก้อนเล็กก้อนน้อยร่วงหล่นลงไปในลำธารสีเหลือง

    ฟู่ๆๆๆ!

    ฟองอากาศสีขาวฟู่ขึ้นมาเต็มผิวน้ำ ควันก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยขึ้นสู่อากาศ ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นอย่างรุนแรง น้ำที่เคยเป็นพิษเริ่มใสสะอาดขึ้นเรื่อยๆ ตามสายน้ำที่ไหลชะล้างลงไป

    เซียวหลันถอนหายใจยาว ปัดมือที่เปื้อนฝุ่น "เอาล่ะ แหล่งน้ำปลอดภัยแล้ว โรคเนื้อเน่าจะไม่ลุกลามอีก"

    แต่ขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับ...

    แกรก...

    เศษหินกองหนึ่งขยับเขยื้อน ชายหัวโล้นที่มีรอยแผลเป็นแมงมุมแดงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากซากปรักหักพัง สภาพของมันไหม้เกรียมไปครึ่งซีกแต่ยังไม่ตาย มันพุ่งเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำกรดที่ยังเหลือรอดอยู่ในมือหมายจะสาดใส่เซียวหลันจากด้านหลัง

    "ตายซะ นังปีศาจ!"

    ฉัวะ!

    ไม่ต้องให้เซียวหลันขยับตัว หลี่หยางเพียงแค่ตวัดข้อมือเบาๆ ดาบอ่อนก็ตัดทะลุข้อมือของมันขาดกระเด็น ขวดน้ำกรดร่วงแตกลงบนพื้น กัดกร่อนขาของมันเองจนเกิดควันโขมง

    "อ๊ากกก!" ชายหัวโล้นล้มลงดิ้นทุรนทุราย

    หลี่หยางเอาดาบจ่อคอหอยมัน แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ใครส่งพวกเจ้ามาสร้างฐานผลิตอาวุธที่นี่?"

    ชายหัวโล้นกัดฟันแน่น "หึ... พวกเจ้าคิดว่าล่มพรรคหมื่นพิษได้แล้วจะชนะรึ? นายท่านของข้าเตรียมพร้อมต้อนรับพวกเจ้าอยู่ที่เมืองบาดาลแล้ว กองทัพของนายท่านจะกวาดล้าง... อ่อก!"

    มันชิงกัดลิ้นตัวเองตายเพื่อหนีการรีดเค้นความลับ

    เซียวหลันเดินมาดูศพพร้อมคิ้วขมวดเข้าหากัน “เมืองบาดาลกับนายท่านเหรอ? ดูเหมือนว่ากวาดล้างวังหลวงแล้วจะยังมีเชื้อชั่วหลงเหลืออยู่อีกนะ"

    “บางทีเรื่องพวกนี้อาจจะโยงไปถึงปริศนาการล่มสลายของตระกูลข้าในอดีตก็ได้นะ" หลี่หยางเก็บดาบเข้าฝัก "ดูเหมือนทริปแดนใต้ของเรา จะเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เซียวหลัน"

    คล้ายกับเรื่องมธุรสวาทเจ้าสำนัก ที่คุณอ่าน