จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 49 ถูกแปรเปลี่ยนเป็นมารอสูร

            ตอนที่ 49 ถูกแปรเปลี่ยนเป็นมารอสูร

            

            แววตาเบิกโพลงกว้างปานถลน อักขระสีม่วงเข้มและรูปลักษณ์สุดเอกลักษณ์ เจ้าเมืองก้าวถอยหลังออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนเขาจะพยายามตั้งสติพลางจับเสื้อของผู้อาวุโสภายในในฉับพลันพลันออกแรงกระชากฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ ผู้อาวุโสภายในสะดุ้งตกใจพลันโพล่งคำ "ท่านกำลังทำอะไร!!"


            เพียงสามลมหายใจที่ผ้าอภรณ์ถูกฉีกออกปรากฏเป็นรอยอักขระสีม่วงเข้มลากยาวจนสุดแขนเป็นอักขระที่มีเอกลักษณ์ เพียงเปรยมองยังสามารถบอกได้ถึงพลังที่น่าขนหัวลุกของมันแต่ทว่าสิ่งที่น่าสะดุดตายิ่งกว่าเห็นทีจะเป็นสัญลักษณ์ของกระโหลกศีรษะสามหัวที่ประดับอยู่ตรงหน้าอก กระโหลกที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดราวหนึ่งฝ่ามือซึ่งประดับอยู่ตรงกลางอก ทุกส่วนศีรษะต่างอ้าปากกว้างจนสุดกรามและพื้นผิวโดยรอบกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬอย่างไร้สาเหตุ มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายอย่างเต็มเปี่ยม


            ผู้อาวุโสภายในแข็งทื่อราวกับถูกสาปกลายเป็นหิน ความลับที่เขาไม่อยากให้ผู้ใดได้รู้หลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อวานแต่เขาประมาทซะจนถูกเจ้าเมืองเข้าถึงตัวได้อย่างง่ายดาย ทว่า เหตุผลที่แท้จริงก็คือผลกระทบที่ทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดจากสัญลักษณ์หัวกระโหลกสามหัวนี้ต่างหากราวกับมันกำลังสื่อสารอยู่กับเขาตลอดเวลา มีเพียงคำพูด ตายไปแล้ว ตายไปแล้ว ตายไปแล้ว วนซ้ำอยู่เรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ


            "มันคือรอยอะไร" เจ้าเมืองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขึงขังพลางกวาดมองร่างกายของผู้อาวุโสอย่างละเอียดถี่ถ้วน ร่างกายของเขามีบาดแผลจากการต่อสู้อยู่ด้วย มันดูราวกับรอยขีดข่วน


            อีกแปดนาทีก็จะเริ่มการเปิดพิธีการประลองของมหาแผ่นดินแต่ทุกตารางนิ้วยังมิได้หลุดพ้นจากหัวข้อการสนทนาเกี่ยวกับศพสิบศพที่ตกตายอย่างโหดเหี้ยมและยังไม่มีผู้ใดได้รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร หนำซ้ำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังนำพาผู้อาวุโสภายในคนนี้ไปสู่เส้นทางมรณะเสียอีก


            "ขะ...ข้าไม่รู้!! ขะ...ข้าถูกพวกมันทำร้าย" ผู้อาวุโสกล่าวอย่างลนลานเป็นความรู้สึกอับอายอย่างยิ่งยวด เขาพยายามกวาดมองผ้าบริเวณนั้นเพื่อต้องการจะนำมาปกปิดร่างกายตนเองก่อนเสียงเปิดประตูจะดังขึ้น

            

            แอ๊ดดดด


            "ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านอาจารย์!...ยามถึงเวลานั้นข้าจะทำให้เจ้าพวกอัจฉริยะของมหาแผ่นดินได้ประจักษ์ถึงความเก่งกาจของข้า!!" เสียงของโตชินดังมาแต่ไกล


            ปรากฏเรือนร่างสูงใหญ่ราวห้าหกคนก่อนเสียงที่สุขุมนุ่มลึกจะดังโต้ตอบกับชายหนุ่ม "โฮ่ๆ ข้าอยากจะให้ถึงเวลานั้นเร็วเร็วเสียแล้ว" ปรมาจารย์โชลิชกล่าวตอบกับเขา


            ทันทีที่เหล่าปรมาจารย์นับสังเกตเห็นภาพเบื้องหน้า ฝ่าเท้าต่างชะงักงันพลางดวงตาที่เบิกโพลงกว้าง ปรมาจารย์ยูไคที่ปฏิกิริยาตอบสนองไวที่สุดพลันยกมือทั้งสองขึ้นห้ามพวกเขาไว้ "อย่าขยับ!!!" น้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุดแม้กระทั่งใบหน้า ดวงตาจับจ้องชายชราที่เปลือยผ้าครึ่งบนก่อนหันมองไปทางเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ข้างกายพลันเอ่ยขึ้น "เขาคือใคร!!"


            เหล่าปรมาจารย์อีกสามคนล้วนต่างเข้าใจปรมาจารย์ยูไคเป็นอย่างดี เขานับเป็นผู้อาวุโสสุดในหมู่ปรมาจารย์ด้วยกันเอง ทว่า เป็นครั้งแรกเลยที่เคยเห็นเขาทำสีหน้าจริงจังราวกับกำลังอยู่บนความเป็นความตายแม้กระทั่งเหล่าศิษย์เอกด้วยกันเองยังอดไม่ได้ที่จะขนลุกขนชัน ปรมาจารย์ยูไคเป็นคนที่สุขุมที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนแต่ตอนนี้เขาดูราวกับคนละคน


            เจ้าเมืองที่อยู่ในอาการตอบสนองไม่ทัน "อะ...เอ่อ" ก่อนสติจะดึงกลับมาพลางรีบกล่าวตอบ "ขะ...เขาคือผู้อาวุโสภายในของพรรคแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้า"


            ผู้อาวุโสภายในล้วนมีอาการไม่ต่าง เรื่องราวมันปุ๊บปั๊บจนเกินไป ใบหน้าอับอายแปรเปลี่ยนเป็นงุนงงสับสนก่อนเขาจะเอ่ยกล่าว "ข้าคือผู้อาวุโสขอ...." ยังไม่ทันกล่าวจนจบคำ ปรมาจารย์ยูไคก็เอ่ยขัดทันที


            "เจ้าเมือง! ท่านหลบมาทางนี้!!"

       

            คำกล่าวราวกับคำสั่งจากสวรรค์ เจ้าเมืองพลันเดินเข้าหาทางเหล่าปรมาจารย์ด้วยท่าทางสับสนก่อนปรมาจารย์ยูไคจะกล่าวขึ้นอีกครั้ง "อธิบายสถานการณ์มาเสีย เขาไปได้รอยอักขระแบบนั้นมาจากที่ไหน"


            "อะ...เอ่อ เรื่องมีอยู่ว่ามีศพสิบศพถูกฆ่าตาย คาดว...." เจ้าเมืองก็ยังกล่าวไม่ทันจบ ปรมาจารย์ยูไคพลันกล่าวขัด "ข้าเข้าใจแล้ว"


            ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความเงียบงันต่อหน้าปรมาจารย์จากสี่แดนเทพมนุษย์ ผู้อาวุโสภายในไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแม้ปลายเส้นผม แรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาราวกับขุนเขาทับที่อก ลมหายใจเริ่มติดขัดพลันหยดเหงื่อที่พร่างพรายทั่วใบหน้า


            ปรมาจารย์ยูไคใช้เวลาครุ่นคิดเพียงสามลมหายใจก่อนตัดสินใจเอ่ยขึ้น "เจ้า! หัวกระโหลกสามหัวนั้นได้มาจากที่ใด!!" เขาเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างหมดแล้วเห็นทีจะเหลือก็แค่ที่มาของรูปลักษณ์หัวกระโหลกสามหัว


            "ขะ...ข้าถูกอสูรกายข่วน!! หลังจากนั้นรูปลักษณ์เหล่านี้ก็เริ่มปรากฏขึ้นมาบนร่างข้า ขะ...ข้ากลัว!!" ผู้อาวุโสภายในเอ่ยกล่าวอย่างหน้าไม่อาย เขารู้สึกราวกับอยู่บนเส้นกั้นระหว่างความเป็นและความตายเพียงปลายเส้นผม ไม่มีความยางอายอีกแล้ว ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีชีวิตรอด!!


            "อสูรกาย?"


            "ใช่ขอรับ!! พวกมันที่ตายไปแล้วกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาละไล่จู่โจมข้า ขะ...ข้าแค่เพียงป้องกันตัว!! แต่ก็พลาดท่าถูกพวกมันข่วนเป็นแผลเล็กน้อย" ผู้อาวุโสภายในกล่าวพลางชี้ตรงรอยข่วนให้ดู เป็นบาดแผลที่เล็กน้อยจริงจริงราวกับถูกแมวน้อยข่วนเสียด้วยซ้ำ ซ้ำร้ายเมื่อเขารู้สึกตัวก็พบว่ารอยข่วนนี้มิอาจรักษาให้หายได้


            "เอิ่ม" ปรมาจารย์ยูไคพลันเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างถ่องแท้ก่อนเริ่มอธิบายเหตุการณ์ "อักขระสีม่วงเข้มนั้นเป็นพิษจากจ้าวโฆรวิสอย่างแน่นอน เป็นพิษชนชั้นจักรพรรดิแต่สัญลักษณ์หัวกระโหลกสามหัวบนหน้าอกของเจ้ากระทั่งความรู้ชั่วชีวิตของข้าก็ไม่มีได้ยินเกี่ยวกับมันมาก่อน"


            "ท่านอาจาย์... เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือขอรับ" การ์กันต์เอ่ยถามกับปรมาจารย์โหวู๋ด้วยความอยากรู้อยากเห็นกระทั่งสหายอีกสามคนก็มีใบหน้าอยากรับรู้ด้วยเช่นกัน ปรมาจารย์โหวู๋เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ดาบจ้าวโฆรวิสคือดาบที่พวกข้าหรือห้าปรมาจารย์แดนเทพมนุษย์ เฮนโรวและท่านเทพมนุษย์ช่วยกันผนึกมัน"


            ศิษย์เอกอีกสามชีวิตนิ่งเงียบไปเพราะดูเหมือนเรื่องราวหลังจากนั้นปรมาจารย์ยูไคจะเป็นคนอธิบายเรื่องทั้งหมดเอง


            ผู้อาวุโสภายในที่ได้เห็นเหล่าปรมาจารย์จากแดนเทพมนุษย์ทำสีหน้าเคร่งเครียดขนาดนั้น เขาก็พลันก้าวขาออกไปอย่างไม่รู้ตัว


            ปรมาจารย์ยูไคที่เห็นเช่นนั้นพลันกู่ตะโกนก้อง "อย่าเข้ามา!!"


            "ตะ...แต่ข้าดื่มโอสถโฆรวิสไปแล้วขอรับ!! ท่านโปรดวางใจได้ ข้ามิได้เป็นภัยต่อท่าน!!"


            "เจ้าที่รู้เรื่องราวเพียงหางอึ่งจะไปรู้อะไร!! พิษของโฆรวิสมิอาจรักษาได้!! แม้มันจะเป็นพิษชนชั้นจักรพรรดิแต่พลังอำนาจที่แท้จริงกลับสามารถเทียบเคียงได้กับพิษมารสวรรค์ที่อยู่ในชนชั้นราชันจักรพรรดิ!!!"


            ผู้อาวุโสภายในพลันปรากฏใบหน้าสิ้นหวังอย่างที่สุดราวกับคนที่ตายไปแล้ว รูม่านตาหดรีดเล็กลงอย่างที่สุดพลางขาล้มพับด้วยอาการอ่อนแรงพลางเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงอึ้งทึี่ง "ไม่จริง!! ข้ากำลังจะตายงั้นรึ!! เพียงแค่บินผ่านไปโดยบังเอิญนะรึ!!" อาการราวกับคนบ้าพลางกุมขมับและใบหน้าที่แสดงออกมาอย่างสิ้นหวังก่อนหยาดน้ำตาจะเริ่มไหลรินอาบใบหน้าพลางปล่อยโฮ


            "โฮฮฮฮฮฮฮ"


            เหล่าปรมาจารย์ที่ได้เห็นภาพเหล่านี้มานัดต่อนัดย่อมไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทว่า ชายหนุ่มอีกสามคนกลับรู้สึกกระอักกระอ่วน พวกเขาไม่เคยกระทำการฆ่าคนมาก่อนและเหตุการณ์เหล่านี้มันหนักหนาสาหัสจนเกินไป!!


            "ฆ่าเขาก่อนที่จะมีผู้ใดต้องกลายเป็นเหยื่ออีก" ปรมาจารย์ยูไคกล่าวพลางหันมองไปทางเจ้าเมืองราวกับอยากจะบอกให้เขาลงมือเพื่อเป็นการให้เกียรติผู้อาวุโสตรงหน้า


            ผู้อาวุโสภายในที่ทำงานให้กับเจ้าเมืองเยี่ยงเขามานานนับหลายสิบปี การได้ตกตายภายใต้มือของนายย่อมนับเป็นเกียรติอันสูงส่งอยู่แล้ว


            "ตกลง" เจ้าเมืองกล่าวตอบรับพลันฝ่ามือที่ปรากฏเปลวเพลิงที่ร้อนระอุ


            "ไม่!! ไม่!! ข้าไม่อยากตาย!! ข้าไม่อยากตายยยยยยย"


            อ๊ากกกกกกกกกก-------กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ


            ครืนนนนนน---กึกกักกรุบกรอบบกรึบกรึบ


            เสียงของกระดูกแตกร้าวจากภายในดังขึ้นเป็นระยะพลางรูปลักษณ์ของผู้อาวุโสภายในที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กระดูกสันหลังยื่นออกไปแปรเปลี่ยนกลายเป็นปีกกระดูกที่ขยายกว้างใหญ่พลางกระดูกส่วนหัวที่ยื่นออกไปข้างหลังจนกลายเป็นเขาแหลมสองข้าง ขนาดตัวเริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ ผิวหนังพลันหลุดลอกจนหมดตัว ปรากฏเป็นรูปร่างที่เหลือเพียงโครงกระดูก ฝ่ามือใหญ่โตราวกับสิบมนุษย์ รูปร่างสูงใหญ่ราวสิบเมตรสิบสองเมตร ถ้าหากเงยศีรษะขึ้นอาจทะลุเพดานเบื้องบน เรือนร่างของมันแปรเปลี่ยนจนกลายเป็นอสูรกาย!!


            เห็นได้ชัดว่ามันกำลังแปรเปลี่ยนเป็นอสูร ปรมาจารย์ธูมัสที่ได้เห็นเช่นนั้นพลันเริ่มร่าย "เพลิงฟ้าผลาญอสูร!!" ปรากฏเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าเข้มพุ่งทะยานเข้าใส่อสูรกายเบื้องหน้า


            คลูมมมมม


            เปลวเพลิงเข้าโอบล้อมเป็นวงกลมและอสูรกายที่ยังคงถูกขังอยู่ข้างใน เปลวเพลิงเริ่มกดตัวเล็กลงเรื่อยๆ มันค่อยค่อยหดตัวลงราวกับกำลังบีบกดก่อนจะเกิดเสียงดัง


            ฟึ่บ---


            เปลวเพลิงสีฟ้าเข้มสลายหายไปพลางอสูรกายที่มลายสูญ ไม่อาจบอกได้ว่ามันถูกเผาจนตายราวกับถูกกลืนหายไปเสียมากกว่าภายใต้การควบคุมของปรมาจารย์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเวทมนตร์อย่างที่สุด การกระทำเช่นนี้ย่อมเป็นไปได้โดยง่าย


            ปรมาจารย์ยูไคพลันรู้สึกตื่นตะลึง เหตุการณ์เบื้องหน้ามันคืออะไรกัน!! ก่อนหันมองไปทางปรมาจารย์โชลิชราวกับต้องการจะสื่อบางอย่าง


            "โปรดวางใจพี่ยูไค ข้าได้วางแดนเทพกระบี่เอาไว้แล้ว จะไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงจากข้างในนี้อย่างแน่นอน"


            ยิ่งชายหนุ่มอีกสามชีวิตอาจกล่าวได้ว่าอยู่ในอาการวิญญาณหลุดออกจากร่าง ชั่วชีวิตนับสิบห้าปียังไม่เคยเห็นอสูรกายแบบนั้นมาก่อนราวกับปีศาจแต่ก็มิใช่ เรือนร่างของมันกลายเป็นกระดูกล้วนและดูน่ากลัวจนน่าผวา ซ้ำยังแผ่อำนาจของพลังมืดออกมาอย่างท่วมท้น แรงอาฆาตและรังสีฆ่าฟันที่เข้าโอบคลุมจนทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วน ถ้านับตามตำราที่เล่าเรียนจะเรียกเป็นปีศาจก็ไม่ใช่แล้วเช่นนั้นมันคือตัวอะไรกัน!! 


            เจ้าเมืองที่เกือบจะเข้าใกล้มันพลันหงายหลังลงไปนั่งลงกับพื้นด้วยอาการตกใจพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน "นะ...นั่นมันตัวอะไร"


            "ท่านอาจารย์! มันคือตัวอะไรกันหรือขอรับ!!" โตชินกล่าวตะโกน


            "ไม่มีใครรู้หรอกกระทั่งข้าก็ไม่รู้เช่นกัน" ปรมาจารย์ยูไคกล่าวตอบแทนก่อนจะเดินเข้าหาเหล่าศิษย์เอกพลางยัดบางสิ่งบางอย่างใส่มือ ปรากฏเป็นยันต์ที่สลักด้วยอักขระระดับกลาง


            "นะ...นี่มัน!! มหายันต์แปดทิศ!!" ศิษย์เอกทั้งสามต่างกู่ตะโกนเป็นเสียงเดียวกันด้วยความตื่นตะลึงงัน ยันต์ใบนี้มีมูลค่าถึงหนึ่งร้อยเหรียญอหังการ เทียบเท่ากับเมืองทั้งเมือง!!


            "พวกเจ้าจงจดจำไว้ให้ดี ถ้าหากพบเจอดาบหักที่มีด้ามจับเป็นสีเขียวขจีกำลังลอยล่องอยู่ละก็ จงฉีกมหายันต์ใบนี้ทิ้งซะแล้วพวกข้าจะรู้ตำแหน่งของพวกเจ้าและหลังจากนั้นจงหนีโดยไม่ต้องคิดชีวิต" ปรมาจารย์ยูไคกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขังเป็นอย่างมาก มหายันต์ใบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำกันขึ้นมาได้ง่ายๆ เขาคงไม่ได้ล้อเล่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าที่จริงจังอย่างที่สุด


            "ท่านอาจารย์!! อย่างน้อยก็ช่วยอธิบายสถานการณ์ให้พวกข้าฟังทีเถอะ" การ์กันต์กู่ตะโกนด้วยใบหน้าหงุดหงิดในหมู่ศิษย์เอกด้วยกันเอง เขาเป็นคนที่มีความอดทนและความฉลาดน้อยที่สุด


            ปรมาจารย์ยูไคที่จำใจต้องเล่าก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เฮ้อ..." ชายชราเปรยมองเหล่าปรมาจารย์ปราดเดียวก่อนจะหันมองเหล่าศิษย์เอกอีกครั้งพลางเอ่ยกล่าว "ดาบหักจ้าวโฆรวิส... ศาสตราวุธชนชั้นจักรพรรดิ..."


            "แค่ศาสตราวุธชนชั้นจักรพรรดิเองนี่ เหตุใดพวกท่านต้องกลัวเกรงกันขนาดนั้น" การ์กันต์ที่ไม่รู้จักประมาณตนก็เอ่ยกล่าวขัดด้วยความหงุดหงิดที่เพิ่มขึ้น พวกเขากังวลขนาดนั้นเพียงเพราะศาสตราวุธชนชั้นจักรพรรดิเองงั้นหรือ? "บ้านข้ายังมีมากถึงสิบยี่สิบเล่มด้วยซ้ำไป" การ์กันต์เริ่มกล่าวอย่างโอ้อวดก่อนเสียงสายหนึ่งจะดังขึ้น


            โป๊ก


            "โอ๊ย บาโมท์!! เจ้าทำอะไรกัน!!!" การ์ตันเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหโกรธาพลางหันขวับไปทางบาโมท์ก่อนแสดงสีหน้าบึ้งตึง


            "เจ้าก็อายุสิบห้าปีแล้วสมควรจะมีวุฒิภาวะเสียบ้าง" บาโมท์กล่าวตำหนิก่อนเอ่ยกล่าวกับปรมาจารย์ยูไค "ท่านปรมาจารย์โปรดให้อภัยเขา เชิญท่านกล่าวต่อได้เลย"


            ปรมจารย์ยูไคที่ได้เห็นเหตุการณ์น่าขบขันเช่นนี้ ความตึงเครียดบนใบหน้าก็ลดฮวบลงในทันใดก่อนเริ่มเอ่ยต่อ "ศาสตราวุธชนชั้นจักรพรรดิที่พวกเจ้าอาจจะได้เจอ.. แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงชิ้นส่วน ถ้าเป็นไปตามที่ข้าคาดการณ์ ชิ้นส่วนของมันอาจมีมากถึงสิบชิ้นและชนชั้นที่แท้จริงอาจเป็นไปได้ถึงระดับบรรพกาล..."


            !!!!!!!


    ..สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:5,475 พลังกาย:203,446 พลังเวทย์:813,866 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734