พันธมิตรพเนจร สาขาทะเลสาบกระจก
เย่เทียนมาที่นี่วันนี้เพื่อซื้อของของบางอย่าง
ทันทีที่เขาเข้ามาด้านในของพื้นที่สาขาพันธมิตรพเนจรเย่เทียนก็รู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้เดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้า เพราะในที่แห่งนี้มีร้านค้าตั้งอยู่มากมายผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์และแม้แต่ระดับราชาก็เปิดร้านอยู่ที่นี่ สมบัติมากมายวางขายเรียงรายเต็มไปหมด
สาขาของพันธมิตรพเนจรแห่งนี้ยังติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่ที่ระบุถึงข้อมูลเกี่ยวกับการขายสมบัติต่างๆและหมายเลขติดต่อสำหรับใครก็ตามที่สนใจจะซื้อสมบัติต่างๆ แบบส่วนตัว
“น่าสนใจมาก!”
เย่เทียนกวาดสายตามองหน้าจอที่เต็มไปด้วยข้อมูลสมบัติมากมายแม้แต่เทคนิคการบ่มเพาะระดับสูงก็ยังมีขาย ซึ่งมันเป็นสิ่งของล้ำค่าในฐานทะเลมาร มันเพียงพอที่จะเป็นทักษะลับอันล้ำค่าของตระกูลแต่ที่นี่กลับตั้งขายได้ตามใจชอบ
ทันใดนั้นเย่เทียนก็ถอนหายใจกับความแตกต่างระหว่างฐานทัพขนาดใหญ่และฐานทัพระดับสุดยอด
เย่เทียนเดินไปรอบๆ และซื้อวัตถุดิบบางอย่างสำหรับการสร้างค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงมาเขาต้องการสร้างมันโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นความเร็วในการบ่มเพาะของเขาจะช้าลงอย่างมาก
พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินของฐานระดับสุดยอดนั้นสูงกว่าฐานทะเลมารหลายเท่าหากสร้างค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงขึ้นมา ความเร็วในการบ่มเพาะของเขาอาจเพิ่มขึ้นถึงหกเท่า
เมื่อซื้อของที่ต้องการแล้วเย่เทียนก็ใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกปกคลุมรัศมี 1,500 เมตร เดิมทีมันมีระยะ 1,000 เมตร แต่หลังจากเลื่อนขั้นเป็นระดับราชาแล้ว ขอบเขตของพรสวรรค์ก็เพิ่มมากขึ้น
แม้ตามจริงระยะเพียงแค่ 500 เมตรก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเขาแล้วก็ตาม
“พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น!”
“พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น!”
“พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุด!”
“พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูง!”
เย่เทียนตรวจสอบผู้คนจำนวนไม่น้อยก่อนจะพบว่ามีผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นอยู่ประมาณ 10% และพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุด60% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรากฐานและศักยภาพของผู้คนในฐานทัพระดับสุดยอด
แต่เห็นได้ชัดว่าแม้แต่ในฐานจงไห่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดารานั้นหาไม่ง่ายนัก
“เจอแล้ว!”
ในที่สุดเย่เทียนก็พบผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราเขาเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งภายในพันธมิตรพเนจร ซึ่งเขาน่าจะเป็นคนระดับสูงของพันธมิตรพเนจร
บางทีเขาอาจจะมีระดับที่สูงกว่าระดับราชา!
“คัดลอก!”
เย่เทียนไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาคัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราของอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล
ทั่วทั้งพื้นที่สาขาของพันธมิตรพเนจรเขาพบคนที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เย่เทียนไม่พบผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราคนที่สองอีกเลย
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เทียนก็แลกเปลี่ยนวัตถุดิบบางอย่างและได้เงินมาไม่น้อย
แต่เย่เทียนไม่ต้องการเงินมากนักของบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่เงินจะซื้อได้ ยกตัวอย่างเช่นของล้ำค่าบางสิ่งในพันธมิตรพเนจรต้องการแลกด้วยสิ่งที่มูลค่าเท่าเทียมกันใช้เงินซื้อของพวกนั้นไม่ได้ ดังนั้นการมีเงินเยอะไปมันก็เปล่าประโยชน์
“เราสงสัยว่ามันจะมีสมบัติที่สามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะให้กลายเป็นระดับหลุดพ้นในพันธมิตรพเนจรหรือไม่?”
เย่เทียนพึมพำ
เขาต้องการที่จะซื้อสมบัติดังกล่าวให้น้องสาวของเขาเพื่อให้น้องสาวของเขาสามารถบรรลุระดับราชาได้อย่างง่ายดาย
หลังจากค้นหาอยู่นาน เย่เทียนก็ได้พบมันจริงๆ
[หลิวเสินเย่: สามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของผู้ฝึกยุทธ์ให้กลายเป็นระดับหลุดพ้นได้
ข้อกำหนดในการซื้อขาย : ต้องการสมบัติที่สามารถมอบพรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงระดับกลางให้แก่ปรมาจารย์ได้]
นี่เป็นข้อมูลในการแลกเปลี่ยนซื้อขายแต่คำขอของฝ่ายตรงข้ามนั้นสูงเกินไป
“สมบัติที่มอบพรสวรรค์เปลวเพลิงระดับกลางให้กับระดับปรมาจารย์นั้นหายากมากเราไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ให้เห็นว่ามีสมบัติที่สามารถยกระดับพรสวรรค์ของผู้ฝึกยุทธ์ได้ถึงระดับหลุดพ้นอยู่ในฐานจงไห่ซึ่งมันสามารถแลกเปลี่ยนได้ ดังนั้นเรายังมีความหวัง!” เย่เทียนครุ่นคิดกับตัวเอง
หลังจากนั้น
เย่เทียนก็ตรวจสอบเทคนิคการบ่มเพาะระดับสูงอีกเล็กน้อยแต่เงื่อนไขในการซื้อขายนั้นสูงเกินไป เขายังไม่มีสิทธิ์ซื้อมันได้
นอกจากนี้พันธมิตรพเนจรยังมีการแลกเปลี่ยนสมบัติต่างๆที่ช่วยในการทะลวงจุดชีพจรได้ แต่ราคาของมันสูงมากอย่างไม่ต้องสงสัย มันไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถซื้อได้และยิ่งกว่านั้น บางคนยังตั้งเงื่อนไขแลกเปลี่ยนกับวัตถุดิบคุณภาพสูง
ตอนแรกเย่เทียนคิดว่าตัวเขานั้นค่อนข้างมั่งคั่งแต่หลังจากอ่านข้อมูลการซื้อขายต่างๆ ที่พันธมิตรพเนจร เขาถึงได้รู้ว่าตัวเองนั้นยากจนแค่ไหน
หลังจากออกจากสาขาของพันธมิตรพเนจรเย่เทียนก็กลับบ้านทันที
เมื่อกลับมาถึงบ้านเย่เทียนก็เริ่มสร้างค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูง
หลังจากใช้เวลาหลายวัน เขาก็สามารถจารึกค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงได้สำเร็จในที่สุดเย่เทียนก็ครอบครองห้องฝึกฝนระดับสูงที่ฐานจงไห่
“ตอนนี้เรายังไม่สามารถบ่มเพาะได้เราจะต้องใช้โอกาสคัดลอกให้หมดก่อน เราต้องคัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราอีกครั้งแล้วเราก็จะสามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะให้กลายเป็นระดับจันทราได้ฐานจงไห่มีผู้แข็งแกร่งมากมาย ดังนั้นที่นี่คงไม่ขาดแคลนผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราใช่ไหม?”
เย่เทียนครุ่นคิด
เมื่อคิดดังนั้นเขาจึงออกจากบ้านและเริ่มค้นหาพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดารา
ฐานทัพระดับสุดยอดมีขนาดใหญ่มากมันใหญ่พอๆ กับจังหวัดบางจังหวัดเมื่อ 100 ปีก่อน ดังนั้นด้วยระยะ 1,500 เมตร ของการใช้งานพรสวรรค์ในการคัดลอก การจะหาผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราได้นั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ทันใดนั้น
เย่เทียนได้ยินเสียงอึกทึกดังขึ้น
“ไปดูกัน เทพธิดาแสงจันทร์จากนิกายเทพจันทราและอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของชาวฉินฉินเหอกำลังจะประลองกันแล้วที่สนามประลองของเขตทะเลสาบกระจก”
“เทพธิดาแสงจันทร์จะประมือกับคุณชายฉินเหอ?นี่เป็นเรื่องใหญ่ พวกเรารีบไปกันได้แล้ว อย่ามัวแต่เสียเวลา เดี๋ยวจะไม่ทันดูการประลอง!”
“เทพธิดาแสงจันทร์อ๊ากกกก ท่านเทพธิดาของฉัน ฉันเองก็ต้องไปดูเช่นกัน ฮึ่ม ท่านเทพธิดาของฉันจะต้องชนะอย่างแน่นอน!”
“เทพธิดาแสงจันทร์?ฉินเหอ?”
เย่เทียนได้ยินแล้วก็รู้สึกสนใจ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้จะไปชมสาวงามแต่สนใจพรสวรรค์ของพวกเขาทั้งสอง
คนเหล่านี้สามารถถูกเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะแน่นอนว่าพรสวรรค์ของพวกเขาต้องสูงล้ำ
ดังนั้นเย่เทียนจึงตามฝูงชนไปทันที
ไม่นานเขาก็มาถึงสนามประลอง!
สนามประลองนี้เป็นเขตของกลุ่มหอทหารรับจ้างขวานสงครามมันมีไว้สำหรับการต่อสู้เท่านั้น หากเกิดความขัดแย้งขึ้นก็สามารถแก้ไขได้ที่นี่
หากต้องการประลองเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งจำเป็นจะต้องต่อสู้ในสนามประลองเท่านั้น
หากใครก็ตามที่ลงมือในสถานที่อื่นคนผู้นั้นจะถูกลงโทษ มันมีกฎเหมือนในฐานทะเลมาร
ถึงอย่างไรจำนวนมนุษย์ก็ยังสู้สัตว์อสูรไม่ได้หากเข่นฆ่ากันเอง มนุษย์ก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะสัตว์อสูรได้ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยฐานทัพจงไห่จึงเข้มงวดกับเรื่องนี้มาก แม้กระทั่งการลอบสังหารก็ไม่สามารถทำได้
เมื่อเดินเข้าไปในสนามประลองเย่เทียนก็เห็นชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังประลองฝีมือกันในสนามประลอง
สนามประลองแห่งนี้ถูกป้องกันด้วยโล่พลังปราณป้องกันขนาดใหญ่นี่เป็นค่ายกลป้องกัน แม้ว่าหนุ่มสาวทั้งสองจะมีพลังระดับราชาก็ไม่สามารถทำลายการป้องกันนี้ได้
ดังนั้นผู้ชมจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
“ตรวจสอบ!”
สายตาของเย่เทียนจับจ้องไปที่พรสวรรค์ของทั้งสองคน
[ชาวฉิน : ฉินเหอ
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับหลุดพ้น
พรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่ง: ระดับสูง
พรสวรรค์ในการต่อสู้ : ระดับปานกลาง
พรสวรรค์ด้านหอก : ระดับปานกลาง]
[มนุษย์ : หลี่เยว่หลิง
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับดารา
พรสวรรค์เทพจันทรา : ระดับปานกลาง
พรสวรรค์ในเพลงดาบ : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ม่านน้ำ : ระดับเริ่มต้น]
“ฉินเหอเป็นเพียงผู้มีพรสวรรค์ระดับหลุดพ้น?”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยตอนแรกเขาคิดว่าพรสวรรค์ของทั้งสองคนจะมีระดับพอๆ กัน แต่ใครจะคิดว่าคนหนึ่งจะมีพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นและอีกคนจะมีพรสวรรค์ระดับดารา ความแตกต่างระหว่างพรสวรรค์นั้นกว้างเกินไป
แต่ไม่นานเย่เทียนก็เข้าใจเหตุผล
เหตุผลหลักก็คือพรสวรรค์ด้านการโจมตีของฉินเหอนั้นแข็งแกร่งเขามีพรสวรรค์ด้านหอกระดับกลางที่สามารถเทียบได้กับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับสูง ทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของเขาสามารถบดขยี้คนในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย
นี่ก็คือส่วนที่จะปกปิดข้อบกพร่องในการบ่มเพาะของเขาทำให้เขาถูกเรียกว่าอัจฉริยะ