ฉันยันตัวลุกขึ้นยืน ก่อนตวาดด่าผู้ชายที่พึ่งช่วยชีวิตเขาเอาไว้หมาดๆ ดินที่หลบอยู่หลังกองสิ่งของ ค่อยๆ ชะโงกหน้าออกมาตรวจดูความเรียบร้อย และเมื่อเห็นว่าปลอดภัยไร้อันตราย เขาจึงลุกเดินออกมาเผชิญหน้ากับฉัน
“เธอด่าฉัน?” ดินหรี่ตาพร้อมทั้งขมวดคิ้วถาม
“ด่าตัวเองมั้ง เหลืออยู่กันแค่สองคนเนี่ย” ฉันยังคงชักน้ำเสียงไม่พอใจใส่อย่างเหลืออด
ฉันยอมรับเลยนะว่าตอนนี้ฟิวส์ขาดสุดๆ ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้าจะเห็นแก่ตัว และแล้งน้ำใจได้ถึงขนาดนี้
ฉันพอเข้าใจได้ว่าเขากลัวตายเลยต้องรีบไปหลบ แต่สักนิดหนึ่งไหม ช่วยดึงฉันให้วิ่งตามไปหลบหน่อยก็ได้ หรืออาจจะเรียกให้ฉันวิ่งตามเขาไปก็ยังดี แต่นี่อะไร? ผลักฉันทิ้ง แล้วตัวเองหนีไปหลบคนเดียว!
“เธอเป็ใคร?”
“ฉันเหรอ? ก็คนที่พึ่งช่วยชีวิตนายไว้จากแม่สุดที่รักของนายไงล่ะยะ อัลไซเมอร์กินสมองหรือไง?”
“เธอนี่...ดูท่าน่าจะอยากตายนะ” ดินยกอาวุธที่ยังคงถืออยู่ในมือขึ้น ก่อนใช้ปากกระบอกปืนเกาหัวตัวเอง ท่าทางแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเองก็กำลังอารมณ์ขึ้นเหมือนกัน
“นายกล้าข่มขู่ผู้มีพระคุณเหรอ?” แม้จะอยู่ในเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ แต่ปากของฉันก็ยังทำงานได้อย่างดีเยี่ยม แต่มันจะดีเกินไปไหม เบาได้เบาก่อนก็ดีนะยัยอิม!
“ฉันไม่เรียกคนที่วิ่งเซ่อซ่าเข้ามาชนฉันจนล้มว่าผู้มีพระคุณหรอกนะ”
ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเข้ามาใกล้มากขึ้น ฉันจึงค่อยๆ ถอยหลังหนี แต่เพราะ่ขาของเขายาวกว่ามาก ทำให้เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเขาก็เข้ามาประชิดกาย ก่อนเดินวนรอบตัวฉันช้าๆ โดยใช้สายตาคมกริบกวาดมองั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“แต่ถ้าฉันไม่วิ่งเข้ามาผลักนาย ป่านนี้นายซีม่องเท่งนอนจมกองเือยู่ตรงนั้นไปและ” ฉันบุ้ยหน้าไปตรงพื้นที่ที่ฉันพึ่งลุกขึ้นมา และเขาเองก็มองตามอย่างให้ความสนใจ
“เธอรู้?”
“แน่นอนสิว่าฉันรู้” ก็ฉันอ่านเื่ของนายมาั้แ่ต้นจนจบ จำได้แทบจะทุกรายละเอียดเกี่ยวกับเขา
“รู้ได้ไง?”
“ก็ฉันอะ...อะ...”
ฉันพยายามจะเล่าถึงเื่บ้าบอที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เขาฟัง ทว่าจะพูดแต่กลับพูดไม่ได้ คล้ายมีบางอย่างมาจุกตรงลำคอ เสียงฉันถูกบล็อกเอาไว้ไม่ให้ดังออกมา ราวกับว่าเป็ใบ้ไปชั่วขณะ
“…?”
“อะ...แค่กๆๆ อ่อกๆ อะไรวะเนี่ย?”
ฉันยกมือขึ้นกุมบริเวณลำคอด้วยความรู้สึกใ ก่อนพยายามเปล่งเสียงออกมาให้ได้ ทั้งโก่งคอ จกคอ ขากเสมหะเพื่อให้คอโล่ง แต่ไม่ว่าจะบีบเคล้นสักเท่าไหร่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ หรือว่าฉันจะไม่สามารถพูดเื่นี้ให้เขาฟังได้นะ?
“เธอกำลังเล่นตลกอะไรให้ฉันดูอยู่?”
ดินตะแคงคอมองท่าทางประหลาดๆ ของฉัน และดูเหมือนเขาจะหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิมอีก ดูได้จากคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็โบ
“ฉันไม่ได้เล่นตลก ฉันพยายามจะบอกความจริงกับนายว่า ฉันอะ...อะ...” ดูท่าแล้วน่าจะเป็จริงดั่งที่คิดเอาไว้ เมื่อใดที่ฉันพยายามจะเล่าถึงเื่ที่ได้อ่านนิยายของเขามา เสียงฉันก็จะหายไปในทันที
“หยุดทำตัวไร้สาระสักที เวลาฉันมีค่าเกินกว่าจะมาทำอะไรไร้ประโยชน์แบบนี้” พูดจบดินก็ยกปืนขึ้นและเตรียมลั่นไกใส่ นั่นทำให้ฉันต้องรีบร้องห้ามรั้งปลายนิ้วเขาเอาไว้ ทั้งๆ ที่ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าจะทันหรือเปล่า
“เดี๋ยว!! ดะ ดะ เดี๋ยว นะ นายกำลังจะทำอะไร จะยิงฉันเหรอ?”
สองมือเล็กๆ ของฉันยกขึ้นจับปากกระบอกปืน ที่จ่ออยู่กลางหน้าผากตัวเองเอาไว้ คิดเอาว่ามือบอบบางนี้ จะบังะุที่ถูกลั่นไกออกมาไม่ให้เจาะเข้ากบาลได้
“เปล่า ฉันกำลังจูบหน้าผากเธออยู่ต่างหาก” เขาตอบด้วยใบหน้านิ่งๆ แต่ปืนที่ฉันจับอยู่ไม่นิ่งเลยสักนิด ดินดึงอาวุธออกจากมือฉัน และยกขึ้นจ่อใหม่อีกรอบ
“นายเห็นฉันโง่หรือไง ก็เห็นๆ อยู่ว่านายกำลังจะยิง!!”
“เอ้า! ก็ไม่ได้โง่นี่นา”
นะ นี่เขากำลังกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหม คิดจะฆ่ากันไม่พอ ยังมาปั่นประสาทอีก ฉันไม่น่านึกสงสารเขาเลย แง้~ อยากกลับบ้านแล้วนะ!
“ฉันไปทำอะไรให้นายห๊ะ?! ถึงอยากจะฆ่าจะแกงกันขนาดนี้ นี่ฉันพึ่งช่วยชีวิตนายมาเองนะดิน”
“เธอเป็สายให้มัน”
“สาย? สายอะไรอ่ะ สายไฟ สายโทรศัพท์อะไรแบบนี้อ่ะเหรอ?” ยังๆ ยังไม่เลิกติดตลกอีกนะยัยอิม! ได้ตายขึ้นมาจริงๆ จะตลกไม่ออก
ก็ฉันไม่เข้าใจที่เขาพูดจริงๆ นี่นา แง้~
“เธอเป็พวกเดียวกับไอ้ตะวันใช่ไหม?” แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เล่นกับฉันเลย สีหน้าเขาดูเอาจริงเอาจังมาก อย่างกับว่ายังไงซะวันนี้ก็ต้องเป่ากระหม่อมฉันให้ได้
“นายเอาอะไรมาคิดห๊ะ?”
“ก็เธอรู้ว่าแม่ฉันอยู่ตรงนั้น และกำลังจะยิงฉันไง”
ชั่วขณะที่เขาเอ่ยถึงเื่นี้ ดวงตาสีดำสนิทวูบไหวเล็กน้อย ก็พอจะเดาได้แหละว่ากำลังรู้สึกเสียใจ และกำลังปกปิดความอ่อนแอนั้นไม่ให้ฉันเห็น
“ฉันรู้ แล้วมันหมายความว่าฉันต้องเป็พวกเดียวกับคนพวกนั้นหรือไงเล่า นายหัดคิดให้มันเยอะกว่านี้หน่อยได้ไหม? คิดอะไรตื้นเขินชะมัด”
“งั้นบอกฉันมาสิว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ แล้วรู้ได้ยังไงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน?”
ดินมองจ้องอย่างคาดคั้นคำตอบ และมันก็สร้างความอึดอัดให้ได้มากทีเดียว เพราะดูแล้วว่าหากฉันไม่ตอบ หรือไม่มีคำตอบที่ดูสมเหตุสมผลให้กับเขา ฉันน่าจะโดนยิงจริงๆ แน่ในครั้งนี้
“ฉัน...เอ่อ...ฉัน...อ้อ! ฉันเป็แฟนคลับของนาย” นี่ฉันตอบอะไรออกไปวะเนี่ย!! แฟนคลับบ้าบออะไรก๊อน~
ก็เค้าคิดไม่ออกอ่ะ ฮือ~
“แฟนคลับ? คล้ายๆ พวกที่บ้าดารานักร้องอะไรพวกนั้นป๊ะ?”
เหมือนคำตอบแบบไร้สาระของฉัน จะลดความตึงของรอยย่นระหว่างหัวคิ้วเขาลงได้นะ เพราะดินกำลังทำหน้าเหมือนคิดตามอยู่ แถมปืนในมือยังถูกลดระดับลงจนตกไปอยู่ข้างลำตัว
“อ่าห๊ะ ประมาณนั้น” และฉันก็เริ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อเห็นแสงสว่างของโอกาสรอดที่ดูริบหรี่รำไร
“อ่อ...” ดินลากเสียงยาวคล้ายว่ากำลังเข้าใจในสิ่งที่ฉันกำลังสื่อ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ฉันดูโง่ขนาดนั้นเลย?”
ปืนมันกลับมาอยู่ตรงหน้าฉันอีกแล้วค่า~ แถมครั้งนี้ไม่ได้ลอยอยู่ตรงหน้าเฉยๆ ด้วยนะ มันจ่อประชิดลงกลางหน้าผากเลยค่ะท่านผู้โชม~ หัวใจฉันตกตุ้บลงไปอยู่ตาตุ่มแล้ว พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยอิมเมจด้วย~