“นี่! จะไปไหน!ตอบมาเดี๋ยวนี้นะ”
เวเนสซ่าจิ๊ปากเบาๆ ก่อนจะเรียกริโอะ
“ไม่รู้จัก”
ริโอะเอียงตัวกลับมาแค่ครึ่งเดียวก่อนจะเอ่ยปากตอบ
“ตอบมาตามตรงเดี๋ยวนี้นะ!”
“เก็บไว้ก็รังแต่จะเป็ผลเสียต่อเ้า”
น้ำเสียงเหยียดหยามของทั้งสองที่คลางแคลงใจในคำพูดของริโอะนั้น ริโอะได้ฟังก็ยิ่งโมโห
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้!”
“ทุกคนคะอย่าคาดคั้นเขาแบบนี้สิคะ”
ริโอะกำลังจะตอบว่าไม่รู้อีกครั้งแต่จู่ๆ คนที่เงียบมาตลอดก็โพล่งตัดบทเขาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายขึ้นมาเสียก่อนเดาจากเสียงแล้วคนนี้ก็คงเป็ผู้หญิงอีกเช่นกัน
“อะไรนะ คุณเซเรีย”
สาวใหญ่เสียงห้าวเรียกแล้วมองที่หญิงผู้นั้น
“ท่านเวเนสซ่า ปล่อยเป็หน้าที่ของข้าเถอะค่ะ”
“อ้อ เ้าเป็อาจารย์นี่นะจัดการหน่อยละกัน”
สาวห้าวนามเวเนสซ่าลังเลใจเล็กน้อยก่อนจะส่งไม้ต่อให้เซเรีย เซเรียจึงก้าวขาขึ้นมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง
“ขอโทษที่ทำให้เ้าใเ้าชื่ออะไรล่ะ? ข้าชื่อเซเรียนะ”
“...ริโอะ”
”ริโอะ? ชื่อแปลกดีนะ”
“ผมอพยพมาจากที่อื่นน่ะ”
“อ้อ เส้นผมของเ้าถึงเป็สีดำสินะริโอะ ข้ามีเื่จะถามเ้าหน่อย ตอบข้าหน่อยได้ไหม?”
“ครับ”
“เ้าเห็นผู้หญิงผมสีม่วงอ่อนไหมตอนนี้พวกข้ากำลังตามหาอยู่ รู้จักบ้างไหม?”
“ไม่เคยเห็นครับ”
ริโอะส่ายหน้า

คงสายไปแล้วล่ะ ริโอะคิดในใจ
เด็กๆจากที่อื่นเมื่อถูกพามายังเขตสลัมแล้วโอกาสรอดมักเป็ศูนย์
เพราะแม้แต่เครื่องแต่งกายแบบที่คนธรรมดาใส่ก็สามารถขายให้กับคนในสลัมได้ในราคาสูงลิ่วเลย
หากคนที่ตามหาเป็คนรู้จักของสี่คนนี้ล่ะก็คงจะสวมใส่เสื้อผ้าดีๆ ไม่แพ้กันแน่นอน และถ้าหากผู้หญิงคนนั้นอยู่ในสลัมจริงๆละก็ คงจะโดนปล้นหมดตัวไปแล้วมั้ง
“งั้นเหรอ”
น้ำเสียงของเซเรียปนความผิดหวัง
“ตรงนั้นคือสลัมใช่ไหม?”
เซเรียถอนหายใจก่อนจะเอ่ยถาม
“ใช่ครับ”
“ข้างในกว้างมากไหม? ถ้าพวกข้าเข้าไปเราจะหลงหรือเปล่า?”
“ด้านในค่อนข้างกว้างครับและถนนก็ซับซ้อนด้วย จะเข้าไปจริงๆ เหรอครับ?”
ริโอะเบิกตาขึ้นเล็กน้อย
“ใช่พวกข้าต้องหาเด็กคนนั้นให้เจอ”
เซเรียตอบอย่างไม่ลังเล
“ผมว่าอย่าดีกว่าครับ”
“ทำไมล่ะ?”
ริโอะมองเซเรียที่ทำท่าสงสัยอย่างแปลกใจ
“ชุดของพวกคุณดูดีเกินไป...มันจะดึงดูดพวกคนไม่ดีเข้ามาครับตอนนี้ยังเช้าอยู่คนอาจจะยังไม่เยอะแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครอยู่เลยมันไม่ใช่สถานที่ที่ผู้หญิงแบบพวกคุณควรจะเข้าไปหรอก”
เมื่อได้ยินริโอะตอบเซเรียจึงมีแววตาตื่นตะลึงเล็กน้อย
“เด็กกำพร้าก็รู้จักวิธีพูดดีๆเหมือนกันนี่เนอะ”
สาวน้อยในกลุ่มคนหนึ่งพึมพำเบาๆ
“เข้าใจแล้วอันตรายอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆ ด้วย”
เซเรียพูดแล้วพิจารณาเสื้อผ้าของตนเองก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา“จริงๆ แล้วชุดคลุมนี่ออกจะเรียบง่ายเสียด้วยซ้ำ” อาจารย์สาวพึมพำกับตัวเอง
ถ้าหากตอนนี้ ความทรงจำของฮารุโตะไม่ฟื้นคืนมาริโอะคนเดิมคงจะไม่ยอมบอกข้อมูลที่เป็ประโยชน์ให้กับเซเรียแน่ๆ โดยเฉพาะกับเวเนสซ่าจอมโอหังที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี้ไหนจะเด็กหญิงปากจัดสองคนนี้อีก เขาคงจะไม่เตือนให้พวกเธอระวังตัวแน่นอนในใจลึกๆ คิดจะปล่อยให้เข้าไปตายแบบไม่รู้เื่รู้ราวอย่างอนาถในสลัมเสียได้ก็คงดี
แต่ฮารุโตะที่อยู่ในตัวริโอะนั้นเป็คนดีพอที่จะห้ามผู้หญิงเปี่ยมมารยาทอย่างเซเรียไม่ให้เข้าไปในสลัม
“เอ่อ...ปกติหญิงสลัมแต่งตัวกันแบบไหนกันล่ะ?”
“ก็เป็เสื้อผ้าแบบที่สามัญชนคนปกติใส่นี่ล่ะแต่ต้องขาดๆ เก่าๆ โทรมๆ คนที่แต่งตัวดีๆ ก็มีเหมือนกันนะแต่พวกเขาเลี้ยงชีพด้วยการทำงานผิดกฎหมายน่ะ”
“อือ ข้าจะหาเสื้อแบบนั้นมาใส่”
เซเรียพยักหน้าอย่างว่าง่ายด้วยท่าทีน่ารักน่าเอ็นดู
“จะว่าไปทำไมเด็กกำพร้าเช่นเ้าถึงได้พูดจาสุภาพนักล่ะ? เด็กกำพร้าคนอื่นปกติก็พูดแบบนี้เหรอ?”
“อืม...จะว่ายังไงดีแม่ที่ตายไปแล้วสอนให้พูดแบบนี้น่ะครับ”
ริโอะตอบด้วยเสียงแข็งเล็กน้อย
ริโอะที่มีอายุได้เพียง 7 ปีจึงยังไม่ค่อยจะรู้จักคำศัพท์มากนักแต่ถ้าพูดจาไม่มีสัมมาคารวะก็จะถูกต่อยเอา จนถึงตอนนี้ริโอะจึงติดนิสัยพูดยกยอคนอื่น
แม่ของริโอะก็พูดจาด้วยภาษาดอกไม้ให้ฟังั้แ่เขายังเด็กอยู่แล้วและเมื่อจิติญญาของฮารุโตะได้เข้าไปในร่างริโอะ ภาวะทางจิตใจของเขาก็ได้เติบโตขึ้นไปด้วยวิธีพูดของเขาในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากวิธีพูดของผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยทีเดียว
“ขะ...ขอโทษที่ข้าถามอะไรแปลกๆนะ”
เซเรียรีบร้อนกล่าวขอโทษ
“ผมไม่ถือหรอกครับ”
ริโอะตอบอย่างไร้ความรู้สึก
“...”
เซเรียเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองเข้าไปในตาของริโอะแล้วััได้ถึงความรู้สึกบางอย่างซึ่งอธิบายออกมาเป็คำพูดไม่ได้
“เราไปเปลี่ยนชุดแล้วค่อยมาใหม่เถอะคุณเซเรีย”
จู่ๆ เวเนสซ่าที่เงียบฟังมาตลอดก็พูดแทรกขึ้นมา
“พูดอะไรน่ะ ถ้าไม่รีบล่ะก็ เด็กคนนั้นจะ...”
“ใช่!”
เด็กหญิงตัวเล็กสองคนพูดขึ้นมาอย่างร้อนรน
“หากข้อมูลที่ได้รับมาถูกต้องล่ะก็เราก็ยังพอมีเวลา แล้วตอนนี้พวกเราก็แอบทำงานกันอย่างลับๆ ด้วยคงจะไม่เป็การขัดขวางเ้าหน้าที่ทีมค้นหาหรอก แต่ถ้าทำอะไรเอิกเกริกคนที่เดือดร้อนจะกลายเป็ท่านนะเ้าคะ ท่านคริสติน่า”
เวเนสซ่าอธิบายกับคริสติน่าเธอจึงมีท่าทีฮึดฮัดก่อนจะเอ่ย
“ก็รีบกลับไปซื้อเสื้อผ้ามาเปลี่ยนซะสิ!”
“คุณเซเรียััได้ถึงพลังเวทรอบๆตัวเราบ้างไหม?”
“เอ่อ...สักครู่ค่ะ ‘คาถาตรวจหาพลังเวท’”
เซเรียสูดลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วเอ่ยภาษาที่ริโอะไม่รู้ความหมายออกมา
ทันใดนั้นใต้เท้าของเซเรียนั้นเกิดมิติรูปเรขาคณิตทับซ้อนกัน
(หือ?)
ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบายเกิดขึ้นในใจของริโอะเด็กชายััได้ถึงคลื่นของพลังงานบางอย่าง นอกจากมิติรูปเรขาคณิตแล้วยังมีคลื่นแสงพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเซเรียด้วย
ภาพหลอน? ริโอะขยี้ตาเพื่อมองใหม่ให้ชัดๆ
“เอ๊ะ?! เ้า!”
เซเรียจ้องหน้าริโอะ
“เด็กคนนี้ทำไมหรือ?”
เวเนสซ่าถาม
“เขามีปฏิกิริยากับการใช้คาถาตรวจหาพลังเวทของข้าข้าััได้ถึงพลังเวทแข็งแกร่งที่เปี่ยมล้นมาจากร่างของเขา เขาน่าจะใช้เวทได้ค่ะ”
“เช่นนั้นเองหรือ...เด็กกำพร้าแบบนี้ก็มีด้วย...”
“เ้านี่ใช้เวทมนตร์ได้ด้วยหรือ?”