หลี่น่าเธอได้เดินเที่ยวที่ตลาดอย่างเพลิดเพลินเธอก็คิดว่ายุคนี้มันก็คลาสสิกไปอีกแบบและเธอก็ไม่ลืมที่จะสำรวจดูว่าชาวบ้านชาวช่องที่นี่เขาอยู่กันยังไง เธอนั้นก็ได้เดินดูข้าวของที่ชาวบ้านวางขายด้วยความสนใจส่วนมากเธอจะพุ่งเป้าไปที่ของกินซะมากกว่าเพราะเธอนั้นก็ชอบกินเป็ทุนเดิมอยู่แล้วและโชคดีหน่อยที่มาอยู่ในร่างของ ถิง ถิง บุตรสาวคนโตของแม่ทัพใหญ่ของแคว้นโฮ่วโจวนั่นหมายความว่าก็มีเงินทองมายมายพอสมควรเพราะว่าท่านแม่ทัพใหญ่มีผลงานมากมายดังนั้นฮองเต้จึงประทานรางวัลมากมายไม่ว่าจะเป็แก้วแหวนเงินทองที่ดินทั้งตราหยกประจำตระกูลไป่นั้นก็หมายถึงว่าไปไหนมาไหนก็จะผ่านด่านไม่ต้องโดนตรวจเหมือนชาวบ้านธรรมดา โดยที่เอวของเธอก็แขวนตราหยกนั่นเอาไว้ด้วยจึงเป็เหตุให้ลี่อินน้องสาวของเธออิจฉาเพราะนางไม่ได้อภิสิทธินี้เพราะเป็เพียงลูกสาวของอนุเท่านั้นส่วน ถิง ถิงนั้นเป็ลูกสาวของฮูหยินใหญ่ของจวน แต่แม่ของทั้งคู่ก็ได้ไปปรโลกกันหมดแล้ว เอาเป็ว่าสมบัติของจวนแม่ทัพใหญ่ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดดังนั้นเธอจึงมีเงินซื้อของกินมากมายจนไม่ต้องกลัวว่าเงินจะหมด และเหมยเทียนถือข้าวของเต็มไม้เต็มมือไปหมดเพราะหลี่น่าได้เลือกซื้อเสื้อผ้าใหม่หมด เพราะที่จวนก็มีแต่เสื้อผ้าเก่าๆที่ลี่อินให้มา เพราะหากเป็เสื้อผ้าสวยๆของถิง ถิงนางก็จะเก็บเอาไปใส่เองเสียหมด เหลือไว้เฉพาะตัวเก่าๆสีมอซอ แต่ถิง ถิงก็ไม่ได้ว่าอะไรน้องสาวหากแต่ต้องยอมให้นางเพียงอย่างเดียว ถ้าหากไปต่อกลอนกับนางก็จะไม่จบไม่สิ้น และในระหว่างที่หลี่น่านั้นกำลังสนุกสนานกับการซื้อของอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นเฟยฉียืนทำลับๆล่ออยู่หน้าหอนางโลมที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ และเขาก็รีบเข้าไปในหอนางโลมนั่นอย่างรวดเร็วเหมือนกลัวใครจะเห็นเขาส่วนหลี่น่าก็รีบตามเขาเข้าไปในนั้นอย่างไม่รอช้า
“คุณหนูคุณหนูจะไปไหนเ้าค่ะ เข้าไปในนั้นไม่ได้นะเ้าค่ะมันไม่เหมาะ”
“เออน่าเธอรออยู่ข้างนอกนี่ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเองไม่ต้องกลัวหรอกน่า”
พูดแล้วเธอก็รีบวิ่งเข้าไปในนั้นโดยไม่สนใจว่าตัวเองอยู่ในชุดกระโปรงลุ่มล่าม
“คุณหนูคุณหนู อย่าๆไปเ้าค่ะ”
เหมยเทียนห้ามก็ไม่ฟังเธอได้แต่วิ่งตามเฟยฉีเข้าไปอย่างรวดเร็วเหมยเทียนก็ได้แต่สงสัยเหตุใดคุณหนูใหญ่ของนางถึงได้วิ่งเร็วเสียขนาดนี้ และพอหลี่น่าเธอเข้าไปในหอนางโลมนั่นแล้วก็ยืนตั้งหลักสักพักเพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองยืนงงในดงสาวงามซึ่งผู้หญิงขายตัวในยุคนี้ทำไมมีแต่คนสวยๆขนาดนี้ และไม่นานก็มีสาวงามนางหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอ
“แม่นางท่านนี้เข้ามาที่นี่เพื่อมาเที่ยวเหมือนบุรุษเช่นนั้นหรือ”
“ปะปะเปล่า ฉันมาหาคน เธอเห็นไหมเขาตัวสูงๆใส่ชุดสีขาวๆหน้าตาดูหล่อเหล่า”
“คุณชายเฟยฉีหรอกหรือเขาอยู่ห้อง้าที่จองไว้เป็ส่วนตัว”
“ถ้าอย่างนั้นเปิดห้องข้างๆให้ฉันห้องหนึ่ง”
“ข้าต้องขอโทษแม่นางด้วยห้องส่วนตัวด้านมีคนจองหมดแล้วเ้าค่ะ”
“ตายละหว่าจะทำยังไงดีล่ะทีนี้”
“แม่นางเป็อะไรกับคุณชายเฟยฉีหรือ”
“อ้อฉันเป็คู่หมั้นของเขาฉันคิดว่าเขานอกใจฉันอยู่ฉันจึงตามมาดูรู้ว่าจริงไหม”
“เช่นนั้นหรอกหรือถ้าอย่างนั้นแม่นางขึ้นไปตามบรรไดเล็กๆนั่นมันมีระเบียงเล็กๆรอบหอนี่ท่านจงค่อยๆเดินสังเกตการณ์ถอะรังวังตัวด้วยนะเ้าค่ะแม่นาง”
“ขอบใจเ้ามากนะจ๊ะคนสวย”
พูดแล้วเธอก็ยกมือขึ้นจับแก้มแม่นางคนนั้นอย่างเอ็นดูนางคนนั้นก็ใไม่น้อยที่เธอทำอย่างนี้กับนางแล้วเธอก็รีบขึ้นบรรไดเล็กๆหลังผ้าม่านนั่นไปอย่างรวดเร็วเธอก็เดินตามระเบียงแคบๆที่อยู่ข้างนอกหอนั่นอย่างว่องไวและไม่ได้กลัวอะไรและหอนั่นสูงชันมาก ถ้าหากมองลงไปข้างล่างก็หวาดเสียวไม่น้อยและบรรดาชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นเห็นนางขึ้นไปเดินตามระเบียงแคบและสูงนั่นต่างก็ร้องเรียกให้นางลงมาเพราะกลัวนางจะพลัดตกลงมาตายเสียก่อน
“ไปไป ชิว ชิว มีอะไรก็ไปทำกันไป๊ ฉันไม่เป็ไรไม่ต้องมาห่วงฉันหรอก”
นางพูดกระซิบกระซาบและทำท่าให้พวกเขาว่าอย่าสงเสียงดัง เพราะกลัวคนข้างในห้องนั้นได้ยินพร้อมกับทำมือไล่ชาวบ้านพวกนั้นให้ออกไปจากตรงนั้นและไม่ให้มามุงดูเธอ และในระหว่างนั้นตงหยางนั่งรถม้าผ่านมาทางนั้นพอดีก็สังเกตเห็นว่าชาวบ้านมุงดูอะไรกัน เขาก็ให้บ่าวรับใช้จอดรถม้าทันทีแล้วก็ลงไปดูด้วยความสงสัยชาวบ้านเ่าั้ต่างก็ทำความเคารพเขาอย่างไม่รอช้า เพราะเขาคืออ๋องแปดนับว่าเขาก็เป็ที่เกรงขามของชาวบ้านไม่น้อย เพราะตงหยางคอยช่วยเหลือชาวบ้านเมื่อยามมีเื่เดือดร้อนจนชาวบ้านพากันรักและเคารพเขาแม้ว่าเขาจะยังอายุแค่20ปีก็ตามแต่เขาก็ทำงานให้บ้านเมืองไม่แพ้เหล่าเสด็จพี่ของเขาเลย
“ท่านอ๋องนางเป็บุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่ใช่หรือไม่ขอรับ”
ชาวบ้านถามเขาด้วยความสงสัย
“อืม..เหตุใดนางถึงปีนขึ้นไปสูงขนาดนั้น”
เขาพูดหน้านิ่งๆแต่ใบหน้าของเขาก็ยังดูหล่อเหลาเอาการและเขาก็ยังยืนดูเธออยู่ข้างล่างด้วยความสงสัย ส่วนหลี่น่าเธอค่อยๆเดินไปตามระเบียงแคบๆอย่างไม่ลดละและก็มาหยุดอยู่ตรงห้องที่เฟยฉีได้จองไว้และเธอก็สำรวจรอบๆหอนั้นและก็ได้เห็นห้องเก็บของที่ปิดตายอยู่เธอก็ได้งัดหน้าต่างแล้วปีนเข้าไปอยู่ในห้องนั้นด้วยความคล่องแคล่ว โดยตงหยางก็รีบตามนางขึ้นมาข้างบนจากที่ยืนดูนางอยู่ด้านล่างโดยเขาใช้วิธีการเหาะขึ้นไปข้างบนด้วยความชำนาญ เพราะเขามีวิทยายุธที่ได้ร่ำเรียนมาจากอาจารย์ท่านหนึ่งที่เก่งที่สุดของแคว้นและเขาก็ได้ตามนางเข้าไปในห้องเก็บของนั่นอย่างรวดเร็ว
“นะ นะนายมาได้ยังไงไม่ทราบยะเป็พวกโรคจิตแอบสะกดรอยหรอออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
เธอใที่เห็นเขาและพูดกระซิบกระซาบกับเขา เพราะเธอกลัวว่าเฟยฉีจะได้ยินและยังพูดไม่ทันจบเขาก็ดึงนางเข้ามากอดไว้แล้วเอามือปิดปากเธอไว้เพื่อไม่ให้เธอพูดมาก โดยเขานั้นกอดเธอมาจากด้านหลังและเธอก็ใไม่น้อยที่เขาถึงเนื้อถึงตัวเธอ และเธอก็ดิ้นเพื่อจะสะบัดตัวออกมาจากเขาให้ได้ แต่ก็ดิ้นไม่หลุดจากเขาเพราะว่าตัวของเขาสูงใหญ่และแข็งแรงกว่าเธอมากนัก
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะปล่อยนะเ้าหนุ่มน้อย”
“หุบปากเ้าเดี๋ยวนี้เดี๋ยวพวกมันก็ได้ยินเ้า”
เธอถึงได้หยุดพูดและในระหว่างนั้นร่างกายเธอก็ได้แนบไปกับอกกว้างของเขาที่แน่นแข็งไปด้วยซิกแพคและแขนแข็งแรงของเขาโอบเธอไว้และตัวของเธอนั้นเล็กกว่าเขาไม่น้อยถึงแม้ว่าเธอจะสูง167ซม.ก็ตาม แต่เขานั้นสูงกว่าเธอถึง185ซม. เธอก็ได้แต่นึกในใจว่ามีคนเอาเสาไฟฟ้าให้กินรึไงตอนเด็กถึงได้สูงขนาดนี้คิดแล้วเธอก็แอบหัวเราะจนเขาต้องมองหน้าเธอว่าขำอะไรกัน และตอนนี้สีหน้าของเขาก็ยังนิ่งเรียบแถมยังปากร้ายเหมือนเดิม เขาได้พาเธอไปยืนใกล้ผนังห้องนั้นและเอาหูแนบไปที่ผนังห้องเพื่อจะฟังว่าพวกมันคุยอะไรกันส่วนเธอก็ยังไม่หลุดจากอ้อมอกของเขา แต่เธอก็ได้เอาหูแนบฟังพวกมันเหมือนกัน
“ข้าบอกให้เ้าพามันมาด้วยเหตุใดเ้าจึงไม่ทำตามคำสั่งข้า”
เฟยฉีพูดเสียงดังด้วยความโมโห
“มันกลัวคุณชายจะลงโทษมันที่ทำงานพลาดขอรับมันจึงไม่กล้ามาสู้หน้าคุณชาย”
“ข้าอุตส่าให้ค่าจ้างมันไปหมดไม่ได้แบ่งจ่ายกลับไม่กล้ามาสู้หน้าข้าข้าจะทำอะไรมันได้”
“ข้าน้อยบอกมันแล้วว่าคุณชายมิได้โหดร้ายอย่างที่คิดมันก็ไม่เชื่อขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นอีกสามวันเ้าจงพามันมาหาข้าที่ศาลาริมสระน้ำหลังูเาท้ายเมืองเมื่อยามจื่อ(เวลาห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน)”
“รับทราบขอรับคุณชาย”
โดยเฟยฉีเขามีแผนการชั่วเขาคิดที่จะฆ่าปิดปากนักฆ่ารับจ้างที่เขาจ้างไปฆ่าถิงถิง ในวันงานเทศกาลโคมไฟเขาแค้นที่มันทำงานพลาดแถมยังหนีเงียบหายไปไม่ยอมมาเจอหน้าเขา พอออกคำสั่งเสร็จแล้วเขาก็รีบออกจากห้องนั้นไปก่อนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่้าให้ใครเห็นว่าเขามาที่นี่เพื่อทำอะไรบางอย่าง แล้วลูกน้องคนนั้นของเขาก็ค่อยตามออกมาที่หลัง ส่วนหลี่น่ากับตงหยางได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่มองหน้ากันและเธอก็ได้ รีบดีดตัวออกจากอ้อมกอดของเขาอย่างไม่รอช้า
“เป็อย่างที่ฉันคิดไว้เลย”
เธอก็ได้แต่สบถอยู่คนเดียวแต่เขาก็ยังได้ยิน
“เ้าว่าอะไรนะเ้าสงสัยเขาหรือ”
“อ้อ.. ใช่แล้วฉันจึงได้ตามเขามาที่นี่ไง”
“เหตุใดเ้าถึงสงสัยเขาขึ้นมาได้”
“เ้าไม่ต้องรู้หรอกพ่อหนุ่มน้อยเื่ของผู้ใหญ่”
เธอก็ยียวนกวนประสาทเขาบ้างเพราะคิดหมั่นไส้เขาว่าตัวเองเป็อ๋องจะทำอะไรกับใครก็ได้
“จะจะ เ้าข้าพูดกับเ้าดีๆแล้วนะ และข้าก็ไม่ใช่หนุ่มน้อยอะไรดั่งที่เ้าพูดข้าโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว”
เขาไม่ชอบเลยที่เธอเรียกเขาอย่างนี้เพราะเขาก็คิดว่าก็โตพอๆกับเธอนั่นแหล่ะ ส่วนเธอก็รีบออกจากห้องนั้นอย่างรวดเร็วปล่อยให้เขายืนบ่นตามหลังเธอโดยที่เธอไม่ได้สนใจเขา ตงหยางพอได้กอดเธอแล้วก็รู้สึกว่าเธอนั้นเหตุใดถึงได้มีเสน่ห์ขนาดนี้และเธอก็ได้ทำให้จิตใจของเขาหวั่นไหวอยู่ไม่น้อยถึงแม้เธอจะอายุมากกว่าเขาก็ตาม แต่เหตุใดถึงรู้สึกได้ว่าเหมือนรุ่นราวคราวเดียวกันมิได้ดูโตเป็ผู้ใหญ่ แต่เธอนั้นกลับสดใสเหมือนเด็กสาวอายุ20ต้นๆเอง คิดแล้วเขาก็ได้แต่อมยิ้มอยู่คนเดียว ท่านอ๋องของเราโดนหน่วยรบพิเศษมือปืนสไนเปอร์ตกเข้าให้แล้ว