Ep 06 : มอนสเตอร์ที่กระจอกที่สุด
แกร๊บ!
เสียงไม้หักดังขึ้น ทำให้เหล่าสไลม์สะดุ้งตัว ที่กำลังจะกินโครงกระดูกเ่าั้
ผมเดินเข้าไปหาเพียวสไลม์ที่เห็นผมเป็ศัตรู ก่อนที่พวกสไลม์เริ่มที่กระดึ๊บหนีผม ไม่สิ คงหาที่ซ่อนตัว
“ผมไม่ทำอะไรพวกนายหรอก”
ผมเอ่ยไปแบบนั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดหรือเปล่า เพราะว่าสไลม์พวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีระบบความคิดที่ซับซ้อนและสมองที่น้อย
แต่ดูเหมือนว่าเพียวสไลม์จะเข้าใจในที่ผมพูด มันหยุดคลานหนีผม ก่อนจะจ้องมองผม
ตัวสไลม์เองนั้นมันไม่มีดวงตา หรือประสาทััการรับรู้ด้วยดวงตา ไม่สามารถมองเห็นได้ ฉะนั้นมันจึงแผ่ [ญาณเวท] ออกไปรอบๆ เพื่อเป็การแสดงความรับรู้
มันก็คล้ายกับค้างคาวที่มองไม่เห็น และใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำในการส่งสัญญาณออกไป และรับกลับมาเป็สัญญาณภาพ
ก็คล้ายๆ กัน แต่ของสไลม์มันได้แค่ระยะรอบตัวเพียงแค่ 10 เมตรเท่านั้น
ผมจ้องมองเพียวสไลม์อยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเข้าไปนั่งย่องๆ ใกล้กับมัน และหยิบของจากไอเทมบ๊อกซ์ออกมา
[แร่เวทโอคัมรุ ระดับ B มีพลังเวทในตัวสูง]
แร่ที่ผมหยิบออกมานั้นเป็สีเขียวเข้ม ซึ่งขนาดของมันก็ไม่ได้ใหญ่มากอะไร
เพียวสไลม์ตัวสั่นๆ ราวกับว่ามันเห็นอาหารชั้นเลิศจากในผมของผม
พวกสไลม์ก็คล้ายๆ กับปลาซักเกอร์ที่อยู่ในตู้ปลา มันสามารถกินได้ทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรก็ตาม เสมือนเป็การรักษาความสะอาดระบบนิเวศ ไม่ให้มีซากศพเกลื่อนกลาดอันไม่พึงประสงค์
และพวกอสูรตัวอื่นๆ ก็จะไม่ยุ่งกับสไลม์ด้วยเช่นกัน เนื่องจากพวกมันอ่อนแอเกินกว่าจะต้องสนใจ ทำให้พวกมันถูกทิ้งเอาไว้อย่างไร้ค่า
ผมวางเอาไว้ตรงหน้าของเพียวสไลม์ ซึ่งมันก็เคลื่อนที่เข้ามายังแร่เวท และเริ่มทำการกินแร่เวทอย่างเงียบๆ ผ่านไปสักพักมันก็กินหมดลง ถึงจะบอกว่ากิน แต่ดูว่าเมื่อเข้าภายในท้องของมันก็ค่อยๆ ละลายไปอย่างช้าๆ จนหายไป
สไลม์ทุกตัวจะมีสกิลติดตัวก็คือ [กรดในกระเพาะ] ที่มีระดับสูงสามารถย่อยได้ทุกอย่างไม่ว่าอะไรก็ตาม และก็เนื่องจากร่างกายของมันเป็ของเหลว ที่สามารถรวมตัวเป็กลุ่มก้อนได้ เพราะมาจากแก่นเวท
ทำให้มันมีสกิล [ต้านทานการโจมตีกายภาพ] อยู่ในระดับปานกลาง จะฆ่ามันก็ต่อเมื่อทำลายแก่นเวทที่อยู่ในร่างไปเท่านั้น มันถึงจะตาย ซึ่งหากโดนการโจมตีกายภาพอย่างแขนของโกเลมไปก็คงตายอยู่ดี
สไลม์สีเขียวตัวอื่นๆ จ้องมองผมอย่างระแวง ซึ่งคงได้รับคำสั่งจากเพียวสไลม์ให้คุ้มกันตัวของมันเอง
“ผม้าให้เ้ากินพวกตัวเองได้ไหม”
ผมพูดความ้าออกไป เพียวสไลม์ขยุกขยิกเล็กน้อย คล้ายกับเป็เชิงคำถามผมกลับมาว่าทำไมถึงต้องให้ทำแบบนั้น
“เพราะว่าเมื่อรวมตัวกันแล้วกินอาหาร มันจะลดปริมาณในการกินลง แต่สารอาหารที่กินไปจะได้รับกันหมด เหมือนกับลดการกินลง เพราะการจะหาอาหารให้กินครบทุกตัวในบางครั้ง มันไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”
ผมเอ่ยถึงความเป็จริง เพราะเนื่องจากมีหลายตัว อาหารที่ต้องหาเพิ่มจึงต้องเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าสไลม์จะเขมือบได้ทุกอย่างก็ตาม
ซึ่งเพียวสไลม์ก็สั่นตัวเล็กน้อย คล้ายกับทำลังทำความเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด ก่อนจะสั่งพวกสไลม์สีเขียวเข้ามาใกล้ๆ และเพียวสไลม์ก็ดูดกลืนพวกมันเข้าไปในร่างกายของมันที่ขยายใหญ่ขึ้นมามากกว่าเดิม จากลูกปิงปอง ไปเป็ลูกเทนนิส คงเพราะได้รับแร่โอคัมรุเข้าไปด้วยล่ะมั่ง
ผมยิ้มกว้างก่อนจะหยิบแร่ต่างๆ ออกมาให้อีก มันมีแร่หลายชนิดแต่ต่างกันไป
[แร่ลิเธียนชั้นสูง ระดับ A ป้องกันการโจมตีกายภาพในระดับสูง]
[แร่อาลิก้อนชั้นสูง ระดับ A ป้องกันการโจมตีเวทมนต์ในระดับสูง]
[แร่มานาเลียมชั้นสูง ระดับ A ขยายขีดจำกัดการใช้มานา]
[แร่อินโมเดียมชั้นสูง ระดับ A เพิ่มพลังโจมตีกายภาพ]
[แร่เมจิกก้าชั้นสูง ระดับ A เพิ่มพลังโจมตีเวทมนต์]
…
และแร่อื่นๆ ที่ผมได้เอาออกมาให้เ้าสไลม์ตัวน้อยนี้กิน ซึ่งมันก็เป็แร่ชั้นสูงหมดทั้งสิ้น จากตัวของมันที่เท่ากับลูกเทนนิส ตอนนี้ได้ใหญ่เท่ากับลูกบาสไปเสียแล้ว
ซึ่งแร่อื่นๆ ที่ผมให้มันกินก็เป็แร่ที่มีคุณสมบัติ ทนทานธาตุไฟ น้ำ ลม ดิน สายฟ้า น้ำแข็ง มืดและแสงสว่าง และแร่เพิ่มความเร็ว และอีกนานาจิตตัง
ซึ่งก็ไม่ต้องกลัวว่า แร่ที่มีนั้นจะหมดลง เพราะว่าในตอนที่ยังเป็เกมผมใช้เวลา *ฟาร์ม เก็บพวกมันซึ่งมีมากกว่าห้าร้อยอันอยู่ในไอเทมบ๊อกซ์ของผมเสียอีก
พอดีว่า ผมมีอาชีพเป็ [ช่าง] ล่ะนะ ก็เลยต้องฟาร์มพวกมันเก็บเอาไว้ เพื่อที่จะสร้างอาวุธของผมไปสู้กับจอมมารต่างๆ ไม่อย่างนั้นถ้ามีอาวุธไม่ดี ก็จะโดนฆ่าตายได้ง่ายๆ
ผมพยักหน้าอย่างพอใจ เมื่อเห็นร่างเพียวสไลม์นั้นมีขนาดเท่าลูกโป่ง ข้อดีของสไลม์ก็คือ มันแข็งแกร่งขึ้นได้มาจากการกินของที่มีประโยชน์แก่ตัวเอง
ไม่เหมือนอสูรตัวอื่นๆ ที่จะเก่งขึ้นได้ ต่อเมื่อสู้จนสั่งสมประสบการณ์และฆ่ามันลง กัดกินเพื่อให้ตัวเลเวลอัพ แข็งแกร่งขึ้นไปอีก
ดังนั้นเ้าเพียวสไลม์ที่ผมอัดสารอาหารอันอุดมไปด้วยประโยชน์นี้ ก็ทำให้มันเก่งขึ้นอย่างพรวดพราด เป็การใช้ประโยชน์ของตัวสไลม์เองในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับมัน
ผมใช้เนตรั มองสเตตัสของเพียวสไลม์ทันที
เผ่า : เพียวสไลม์ ระดับ A
เลเวล : 18
พละกำลัง B- พลังกาย A พลังเวท A+ ความชำนาญ S ความว่องไว B+ ความฉลาด A โชค A ความสามารถพิเศษ A
ทักษะ : พุ่งชน
สกิล : ญาณเวท ต้านทานการโจมตีกายภาพั้แ่ระดับ A ลงไป ต้านทานการโจมตีเวทมนต์ั้แ่ระดับ A ลงไป ต้านทานอาการผิดปกติทุกชนิด ต้านทานพิษ สะท้อนการโจมตีกายภาพระดับ A ลงไป กลืนกินเวทมนต์ั้แ่ระดับ A ลงไป กลืนกิน การสกัด
เมื่อผมจ้องมองแล้วก็เป็ผลที่พึงพอใจ แต่ทว่าสไลม์ส่วนใหญ่ไม่มีการโจมตีที่รุนแรง เพราะว่าร่างกายของมันโจมตีไม่ได้ มีเพียงแค่การโจมตีที่พุ่งชนเพียงอย่างเดียว
ฉะนั้นเมื่อผมปั้นสไลม์จากอ่อนแอที่สุดในโลกแล้วก็ต้องปั้นให้มันเก่งไปยิ่งขึ้นมากกว่านี้ เก่งให้สุดจนไร้เทียมทานอะไรงี้
เพราะงั้นก็ต้องเสริมการโจมตีให้มันด้วยการใช้พิษเข้ามาช่วยนั่นเอง
ผมหยิบหญ้าต่างๆ ออกมาจากไอเทมบ๊อกซ์ ซึ่งหญ้าเหล่านี้ก็เป็หญ้าที่แฝงไปด้วยพิษทั้งหลาย ยังไม่พอ ผมหยิบหลอดทดลองหลายๆ อันออกมาด้วยเช่นกัน
อาชีพรองของผมในโลกแห่งเกมก็คือ [แปรธาตุ] หรือพวกที่นำวัตถุดิบมาแปรสภาพให้มันมีมูลค่าหรือมีผลข้างเคียงระดับสูงขึ้นไปนั่นแหละ
และอาวุธบางอย่าง แค่ความคมของดาบที่ตีออกมามันก็ยังไม่พอด้วยซ้ำไป บางก็ต้องอาบยาพิษเอาไว้ บางก็แฝงพลังธาตุไฟเอาไว้ เรียกว่าเป็อาวุธธาตุ ก็คงว่าไม่ผิดนัก
“เอาล่ะ กินสิ่งเหล่านี้ไปซะเถอะ”
ผมเอ่ยขึ้นหลังจากสุมหญ้าและหลอดยาพิษเป็กองเดียวกัน เพื่อให้เพียวสไลม์ง่ายต่อการกิน หารู้ไม่ว่าใบหน้าที่ผมแสดงในตอนนี้มันดูราวกับมัจจุราชที่หยิบยื่นความตายให้กับลูกแกะที่หลงทางเสียประมาณนั้น
พิษจากหญ้าเหล่านี้ มันรุนแรงขนาดทำให้นักผจญภัยตายมานักต่อนักแล้ว
กลับกัน สำหรับเพียวสไลม์มันคืออาหารคุณภาพสูงดีๆ นี่เอง
มันเคลื่อนที่เข้าหากองสารอาหารที่มีคุณประโยชน์สำหรับมัน
หญ้าที่เข้าปาก มันค่อยๆ ละลายอย่างช้าๆ ผมจ้องมองมันกินด้วยดวงตาปรารถนาที่ให้มันแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ไม่ช้าหลังจากที่มันสีหมด ร่างกายของมันก็เปลี่ยนเป็สีม่วงอ่อนขึ้นมาเล็กน้อย
ตัวมันใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม เท่าประมาณ 30 เิเ
ผมตรวจสอบค่าสถานะของมันอีกครั้ง
เผ่า : เพียวสไลม์ ระดับ A+
เลเวล : 18
พละกำลัง B- พลังกาย A พลังเวท A+ ความชำนาญ S+ ความว่องไว B+ ความฉลาด A โชค A ความสามารถพิเศษ S
ทักษะ : พุ่งชน ใช้พิษในการโจมตี
สกิล : ญาณเวท X ต้านทานการโจมตีกายภาพั้แ่ระดับ A ลงไป ต้านทานการโจมตีเวทมนต์ั้แ่ระดับ A ลงไป ต้านทานอาการผิดปกติทุกชนิด X ต้านทานพิษ X สะท้อนการโจมตีกายภาพระดับ A ลงไป กลืนกินเวทมนต์ั้แ่ระดับ A ลงไป กลืนกิน การสกัด วังวนแห่งพิษ X ควบคุมพิษ VIII
[วังวนแห่งพิษ X] พิษนี้จะไม่มีวันรักษาให้หายขาดได้ เพราะผสมจากพิษหลากหลายชนิด พิษจะแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย สิ่งมีชีวิตได้รับพิษเข้าไป จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 นาที พิษนี้จะเข้าไปทำลายประสาททั้ง 5 ทำลายการรับรู้ ได้ยิน การมองเห็น การัั การรับรส และทำลายพลังเวทที่อยู่ในร่าง ร่างกายจะปวดแสบปวดร้อน เหมือนกับถูกไฟเผาทั้งเป็ เนื้อและอวัยวะจะถูกย่อยสลายด้วยพิษ จนไม่หลงเหลืออะไรแม้แต่น้อย
เมื่อผมได้อ่านสกิลของเพียวสไลม์นี้แล้ว ก็ต้องเบิกตากว้างใขึ้น แต่ใบหน้าก็แสดงถึงความยินดีออกมาให้เห็น
ที่เบิกตากว้างใก็เพราะเ้าพิษนี้มันร้ายแรงจนไม่มีใครต้านทานได้ พูดง่ายๆ โดนไปแล้วได้ตายลงอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็สมแล้วที่ผมได้พยายามทำให้เพียวสไลม์แข็งแกร่งขึ้นมา
รู้สึกไม่เสียดายวัตถุดิบเลยในการปั้นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุดกลายเป็สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด แน่นอนว่าในตอนนี้ไม่มียาตัวใดที่จะถอนพิษนี้ได้
ผมลูบหัวสไลม์เล็กน้อยด้วยความดีใจ
“ยินดีด้วยนะ เท่านี้เ้าก็ไม่ต้องกลัวพวกอสูรตัวอื่นๆ แล้ว”
ผมกล่าวกับเพียวไลม์เบาๆ ก่อนจะลุกขึ้น ปัดฝุ่นตามกางเกงเล็กน้อย พลางพยายามเดินจากไป
ที่ผมทำนั้นก็แค่ไม่อยากให้เพียวสไลม์ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ผมก็แค่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับมัน เพื่อที่จะเอาไว้ป้องกันตัวเองและต่อสู้กับศัตรูที่มารุกรานมัน ซึ่งมันก็ต้องมีบ้างแหละ ผมคิด
ทว่ายังที่ผมไม่ได้ทันก้าวขาเดินไป เ้าเพียวไลม์นั้นก็เกาะที่ขาของผม ราวกับมันจะรั้งให้ผมอยู่ต่อ---
ไม่สิ... มัน้าที่จะไปกับผมด้วย
“เ้า้าที่จะไปกับผมด้วยงั้นหรอ”
ผมเอ่ยถามเพียวสไลม์ที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ซึ่งมันก็สั่นๆ ขยุกขยิก ราวกับเป็คำตอบแล้วกับผม
“งั้นก็มาด้วยกันสิ”
ผมพูดออกไป ก่อนจะก้มลงและยื่นมือไปหา เ้าเพียวสไลม์สีม่วงอ่อนๆ ก็กระดึ๊บขึ้นมาบนฝ่ามือของผม ไต่ไล่ตามแขนไปเรื่อยๆ จนมาเกาะอยู่บนไหล่ของผม
“อย่าพ่นพิษใส่ผมก็พอนะ ไม่งั้นเป็ผมเองก็ตายได้หน่า...” ผมกล่าวกับเพียวสไลม์ ซึ่งดูเหมือนมันจะเข้าใจคำพูดของผม และพยักหน้าที่เป็ก้อนกลมๆ ลงมา
เหมือนจะบอกว่าไม่ทำอย่างแน่นอน! อะไรประมาณนี้
และแล้วผมก็ได้ผู้ร่วมทางมาเพิ่มหนึ่งตัว
นั่นก็คือ เพียวสไลม์ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐี...