หิมะที่ละลายไม่ได้หายไปมันกลายเป็น้ำที่หล่อเลี้ยงดอกไม้ที่รอมาทั้งฤดู
หรือ เมื่อชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเริ่มต้นและความรักที่ไม่รู้จักพูดตรงๆ เรียนรู้ภาษาใหม่ทีละคำ
ว่ากันว่า "มีสิ่งหนึ่งที่คนมักลืม เมื่อพายุผ่านพ้นไปแล้ว นั่นคือ ชีวิตยังดำเนินต่อไม่ใช่ชีวิตแบบเดิมที่มีก่อนพายุ แต่เป็ชีวิตใหม่ที่งอกขึ้นจากดินที่ถูกชะล้าง
และบางครั้ง ชีวิตใหม่นั้นน่ากลัวกว่าพายุเสียอีก เพราะมัน้าสิ่งที่พายุไม่้ามัน้าให้เราอยู่กับมัน ทุกวัน อย่างตั้งใจ โดยไม่มีวิกฤตให้ยึดไว้"
☽ อารัมภบทเช้าวันที่ไม่มีภารกิจพิเศษ ☽
สองสัปดาห์หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น
อู๋ หลิงซาง ค้นพบว่าสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตของเขาไม่ใช่การรักษาโรคไม่ใช่การต่อสู้กับอสูร ไม่ใช่การไขคดีลึกลับ
แต่คือการนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเช้าในตอนเช้ามองคนข้างๆ ที่กำลังอ่านจดหมายอย่างสงบและรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นมีค่าเกินกว่าคำพูดใดๆ จะอธิบายได้โดยที่ไม่รู้ว่าจะแสดงความรู้สึกนั้นออกมาอย่างไร
เขาเป็หมอเขาเชื่อในสิ่งที่จับต้องได้ เชื่อในหลักฐาน เชื่อในการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
แต่ความรู้สึกที่อยู่ในอกตอนนี้นั้นไม่มีในตำราเล่มใดที่เขาอ่านมา
"ท่านหมอจ้องข้ามาสักพักแล้ว" เย่ เซิ่นอวี๋พูดโดยไม่ยกหน้าจากจดหมาย
"ข้ากำลังคิด" หลิงซางตอบ
"คิดเื่อะไร"
"คิดว่าท่านอ่านจดหมายเร็วมากแต่ทำไมยังไม่พลิกหน้า"
เซิ่นอวี๋หยุดมองลงที่จดหมาย จากนั้นก็ยกหน้าขึ้น
"ข้าอ่านจบแล้วตั้งนานแล้ว" เขายอมรับ "แค่ไม่อยากเลิกนั่งตรงนี้"
ห้องครัวเงียบลงเสียงเดียวคือลมเช้าพัดผ่านหน้าต่างที่แง้มไว้
หลิงซางมองหน้าเซิ่นอวี๋
เซิ่นอวี๋มองกลับ
แล้วทั้งสองก็หันไปดื่มชาพร้อมกันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ในอากาศระหว่างสองคนนั้นมีบางสิ่งที่อบอุ่นกว่าชาในถ้วย
☁ โรงหมอในฤดูใบไม้ผลิ☁
โรงหมอตระกูลอู๋ กลางฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ผลิมาถึงฉางอันด้วยดอกไม้ที่ะเิออกมาพร้อมกันในทุกสวนทุกตรอก ทุกขอบถนนราวกับว่าโลกทั้งใบตัดสินใจหายใจออกพร้อมกันหลังจากกลั้นไว้ทั้งฤดูหนาว
โรงหมอตระกูลอู๋ก็เปลี่ยนตามฤดูกาล
หยูหลานปลูกสมุนไพรใหม่ในกระถางหน้าโรงหมอแถวเล็กๆ ที่เธอเลือกด้วยทั้งประโยชน์ใช้สอยและความสวยงาม โหระพาจีนที่มีกลิ่นหอมเก๋ากี้ที่กำลังเริ่มแตกยอดอ่อน และดอกคำฝอยสีส้มสดที่เธอบอกว่าปลูกเพราะสวยไม่ใช่เพราะยา
"สมุนไพรทุกอย่างใช้เป็ยาได้ถ้ารู้วิธี" หลิงซางพูดเมื่อเห็นดอกคำฝอย
"ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งดี" หยูหลานตอบไม่แพ้กัน
เซิ่นอวี๋เดินผ่านมามองกระถางดอกไม้ มองหยูหลาน มองหลิงซางแล้วก็ซื้อขนมปังก้อนพิเศษจากร้านที่เพิ่งเปิดในย่านนั้นมาวางให้ทั้งสองคนโดยไม่พูดอะไร
"ขนมปังดอกกุหลาบ" หยูหลานอ่านชื่อ"เป็ของหวาน ไม่ใช่ยา"
"รู้" เซิ่นอวี๋พูด "บางทีไม่ต้องมีเหตุผลอะไรนอกจากอยากให้กิน"
หยูหลานกัดขนมปังมองเซิ่นอวี๋ มองหลิงซางที่เงียบอยู่แต่ก็รับขนมปังไปถือ
"ท่านเซิ่นเปลี่ยนไปมากนะ." เธอพูดเบาๆ
"เปลี่ยนในทางดีหรือไม่ดี" เซิ่นอวี๋ถาม
"ดีมาก" หยูหลานพูด "แต่ตอนแรกๆ ที่พบ ท่านดูเหมือนคนที่ใช้ชีวิตโดยไม่รู้ว่าตัวเองมีตัวตนตอนนี้ดูรู้แล้วว่าอยู่ที่ไหน"
เซิ่นอวี๋นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"ใช่" เขาพูดเงียบๆ "ข้ารู้แล้วว่าอยู่ที่ไหน"
หลิงซางที่ยืนอยู่ข้างๆไม่พูดอะไร แต่กัดขนมปังดอกกุหลาบ
ชีวิตในโรงหมอดำเนินไปตามจังหวะที่เริ่มเป็ปกติใหม่
เซิ่นอวี๋ไม่ได้อยู่แค่ในฐานะ"ผู้ร่วมทางในคดี" อีกต่อไปเขาอยู่ในฐานะ...บางสิ่งที่ทั้งสามคนยังไม่มีชื่อเรียก แต่ทุกคนเข้าใจ
เขาช่วยดูแลคนไข้ที่ดูน่าสงสัยช่วยกรองข้อมูลจากเครือข่ายของตัวิที่ยังส่งข่าวมาเรื่อยๆช่วยซื้อของตลาดในตอนเช้าเพราะเขาตื่นเร็วกว่าทุกคนและรู้จักร้านดีทุกร้าน
และที่สำคัญที่สุดเขาอยู่ที่นั่น
ทุกเช้าทุกค่ำ ทุกคืนที่หลิงซางนอนไม่หลับและออกมานั่งที่ลานหลังโรงหมอ จะมีก้าวเท้าเบาๆและชาร้อนสองถ้วย
????จดหมายสองฉบับและการตัดสินใจ????
วันที่สิบสี่ของฤดูใบไม้ผลิ
จดหมายสองฉบับมาพร้อมกันในตอนบ่าย
ฉบับแรกจากตัวิรายงานสั้นๆ ว่ามีข่าวลือเื่หมอที่รักษาโรคแปลกๆ ในเมืองเฉินหลิวสองวันทางตะวันออก คนไข้บอกว่าเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ฝันเห็นทั้งวัน และค่อยๆลืมตัวเองทีละน้อย
ฉบับที่สองจากแพทย์ท้องถิ่นที่เฉินหลิว ขอความช่วยเหลือโดยตรง อาการผิดปกติรักษาไม่หาย และมีผู้ป่วยสี่คนแล้ว
หลิงซางอ่านสองฉบับวางลงบนโต๊ะ
เซิ่นอวี๋หยิบขึ้นอ่านตาม
"เดินทางวันไหน" เขาถามโดยไม่ถามว่าจะไปไหม
"พรุ่งนี้" หลิงซางพูด
"ข้าไปด้วย"
"ข้ารู้"
"ข้าด้วยนะ" หยูหลานพูดจากห้องถัดไป
ทั้งสองหันไปมองเธอที่ยืนอยู่ที่ประตูกำลังรดน้ำต้นไม้ในกระถาง
"ได้ยินอยู่ตลอด" เธอพูดเรียบๆ"ประตูบาง"
ก่อนที่จะแยกกันไปเตรียมของเซิ่นอวี๋เรียกหลิงซางไว้
"ท่านหมอ"
"อะไร"
"มีเื่ที่ข้าอยากคุยด้วยก่อน" เซิ่นอวี๋พูด น้ำเสียงที่ต่างจากปกติเล็กน้อยไม่ใช่เื่คดีหรือเื่งาน แต่มีบางสิ่งที่ส่วนตัวกว่านั้น
"คุยได้"
"เื่ข้า" เซิ่นอวี๋พูดช้าๆ"ชื่อข้า ข้าตั้งให้ตัวเอง นามสกุลข้าก็ตั้งเองไม่มีครอบครัว ไม่มีตระกูล ทรัพย์สินมีน้อย ชื่อเสียงไม่ดีในสายตาคนทั่วไป" เขาหยุด "ข้าบอกท่านสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพราะคิดว่าท่านไม่รู้แต่เพราะอยากให้รู้ว่าข้ารู้ว่าตัวเองเป็อย่างไรและข้าก็ยังเลือกที่จะอยู่ที่นี่โดยรู้เื่นั้นทั้งหมด"
หลิงซางมองเขามองในแบบที่ใช้เวลาอ่านทุกอย่างที่พูดออกมา
"ท่านพูดสิ่งนั้นเพราะอะไร" เขาถาม
"เพราะข้าคิดว่าควรพูดให้ชัดเจน" เซิ่นอวี๋ตอบ "ข้าไม่ได้พูดเพื่อให้ท่านปลอบใจข้าพูดเพราะข้า้าให้ท่านหมอรู้ว่าข้าตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนไม่ใช่เพราะหลงเข้ามาโดยไม่รู้ตัว"
หลิงซางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นก็พูดในแบบที่เขาพูดทุกอย่างที่สำคัญตรง ชัดเจน ไม่วกวน
"ข้าก็เช่นกัน" เขาพูด"ข้าเลือกด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนรู้ว่าท่านเป็อย่างไร รู้ว่าชีวิตของท่านเป็อย่างไรรู้ว่าสิ่งที่ตามมากับการอยู่กับท่านคืออะไร"
"และยังเลือกจะทำ" เซิ่นอวี๋พูดไม่ใช่คำถาม
"และยังเลือกจะทำ" หลิงซางพูดซ้ำ
เซิ่นอวี๋มองหน้าเขานาน
จากนั้นก็พูดสิ่งที่ทำให้หลิงซางไม่คาดคิด
"ขอบคุณ" เขาพูดเบาๆ "ข้าไม่ค่อยได้ยินคำนั้นในความหมายนี้"
"ข้าก็ไม่ค่อยพูด" หลิงซางพูดเรียบๆ"แต่เมื่อพูดแล้วหมายความตามนั้น"
????เฉินหลิวและโรคที่ทำให้ฝันตลอดเวลา????
เมืองเฉินหลิวสองวันต่อมา
เมืองเฉินหลิวเป็เมืองพ่อค้าตั้งอยู่ที่ทางแยกของสองเส้นทางการค้า ผู้คนหลากหลาย สินค้าจากทุกทิศทางและโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในแถบนี้ที่ตัวิเคยพูดถึงว่าขายหัวไชเท้าดองที่อร่อยที่สุดในชีวิต
แต่เมืองที่คึกคักนั้นมีมุมที่เงียบผิดปกติย่านชาวบ้านทางใต้ที่ปกติเสียงดังตลอดวัน ตอนนี้มีประตูปิดมีผ้าแดงแขวนที่กรอบประตูหลายบ้าน
สัญญาณของความกังวล
แพทย์ท้องถิ่น หวง เส้าอัน อายุห้าสิบต้นๆผมเริ่มหงอก รอยกังวลบนหน้าชัดเจน รอพวกเขาอยู่ที่โรงหมอเล็กๆ ของเขา
"ขอบคุณที่มา" เขาพูดทันทีที่เห็น"ข้าได้ยินชื่อท่านหมออู๋มานานไม่คาดว่าจะได้พบ"
"บอกข้าเื่คนไข้" หลิงซางพูดตรง ท่าทางที่ หวงเส้าอันรู้จักทันทีว่าเป็คนที่้าข้อมูล ไม่ใช่คำเกริ่น
"สี่คน" หวงพูด "อาการเริ่มต่างกัน แต่ลงเอยที่จุดเดิมพวกเขาเริ่มฝันทั้งวัน ไม่ใช่ฝันตอนหลับ แต่ฝันตอนตื่น เห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงได้ยินเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน และค่อยๆ ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็จริงจนในที่สุดก็แยกไม่ออกว่าอะไรจริงอะไรฝัน"
"ฝันเห็นอะไรบ้าง" เซิ่นอวี๋ถาม
"แต่ละคนต่างกัน" หวงพูด"คนแรกเห็นทุ่งนาสีทองที่ไม่มีอยู่ในเมืองนี้คนที่สองเห็นเมืองที่เขาไม่เคยไป คนที่สามเห็นคนที่ตายไปนานแล้ว คนที่สี่—" เขาหยุด "คนที่สี่เห็นตัวเองในอีกชีวิตหนึ่ง"
"อีกชีวิตหนึ่ง" หลิงซางพูดซ้ำ
"เขาบอกว่าเห็นตัวเองแต่ไม่ใช่ตัวเอง อยู่ในยุคที่ต่างออกไปทำสิ่งที่ต่างออกไป"
หลิงซางและเซิ่นอวี๋มองหน้ากัน
"พาข้าไปพบพวกเขา" หลิงซางบอกหวง
คนไข้คนแรกชายอายุสามสิบกว่าที่นอนอยู่บนเตียง ตาเปิดแต่ไม่มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามองผ่านไปยังบางสิ่งที่มีแต่เขาที่เห็น
หลิงซางคุกเข่าลงวางมือบนหน้าผากของเขา ปล่อยพลังออกมาเบาๆ
สิ่งที่เขาััได้นั้นทำให้เขาหยุดนิ่ง
ไม่ใช่โรค ไม่ใช่ิญญา ไม่ใช่พิษ
แต่เป็ความทรงจำ
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของคนไข้ความทรงจำที่ไหลเข้ามาจากที่ไหนสักแห่งและตกลงในจิตใจของเขาทับซ้อนกับความทรงจำจริงของเขาจนแยกไม่ออก
หลิงซางถอนมือออกหันไปมองเซิ่นอวี๋
"ท่านรู้สึกอะไรได้ไหม" เขาถามเบา
เซิ่นอวี๋เดินเข้ามาคุกเข่าลงข้างๆ คนไข้ รอยแผลเป็จางๆ ที่ข้อมือซ้ายอุ่นขึ้นเล็กน้อย
"มีบางสิ่งที่ไม่ใช่ของที่นี่" เขาพูดเบา "เหมือนกับว่ามีความทรงจำจากที่อื่นถูกส่งมาที่นี่โดยเจตนา"
"ใช่" หลิงซางยืนยัน "ไม่ใช่โรคที่เกิดเอง มีคนทำ"
"และเหยื่อทั้งสี่คน" เซิ่นอวี๋พูด "คงไม่ใช่เพราะโชค"
????ตลาดกลางเมืองและผู้ค้าความทรงจำ????
หวงเส้าอันบอกว่าคนไข้ทั้งสี่คนมีอะไรเหมือนกันหนึ่งอย่าง ทุกคนไปตลาดเช้าในวันเดียวกันและทุกคนซื้อสิ่งของจากร้านค้าเล็กๆ ที่ขายของที่ระลึกโบราณร้านที่เปิดมาแค่เดือนเดียว
"ร้านยังอยู่ไหม" เซิ่นอวี๋ถาม
"ยังอยู่" หวงพูด "แต่ข้าไม่กล้าเข้าใกล้"
"ถูกแล้ว" เซิ่นอวี๋พูด "ท่านอย่าเข้าใกล้"
ตลาดเช้าของเฉินหลิวในตอนบ่ายนั้นยังคึกคักอยู่
เซิ่นอวี๋เดินนำหน้าหลิงซางและหยูหลานตาม ทั้งสามผ่านแผงขายผ้า แผงขายเครื่องเงินแผงขายสมุนไพรที่หยูหลานเกือบแวะทุกครั้ง จนถึงมุมหนึ่งของตลาดที่มีร้านเล็กๆ
ร้านนั้นดูธรรมดาวางของเล็กๆ น้อยๆ กุ้ยหยูเก่า ตลับหมึก กล่องไม้แกะสลัก ลูกปัดแก้วสิ่งที่เ้าของเรียกว่า "ของที่มาจากที่ไกล"
เ้าของร้านเป็ชายหนุ่มที่ดูเรียบร้อยน่าเชื่อถือยิ้มแย้มกับลูกค้า อธิบายที่มาของของแต่ละชิ้นอย่างลื่นไหล
เซิ่นอวี๋ยืนอยู่นอกร้านสักครู่มองเข้าไปข้างในโดยไม่เข้า
รอยแผลเป็ที่ข้อมือซ้ายไม่เรืองแต่มีความรู้สึกอุ่นจางๆ สัญญาณว่ามีบางสิ่งที่ไม่ปกติ แต่ไม่ใช่อันตรายโดยตรง
"ของในร้านนั้น" เขาพูดเบาให้หลิงซางได้ยินคนเดียว"มีพลังงานบางอย่างอยู่ในนั้นข้ารู้สึกได้จากนอกร้าน"
"ข้ารู้สึกด้วย" หลิงซางพูดกุ้ยหยูดอกหิมะที่เขาถือในมืออุ่นขึ้นเบาๆ "ของเ่าั้เก็บบางสิ่งไว้ข้างใน"
"ความทรงจำ" หยูหลานพูดเบา "เหมือนกับที่จิ้วเซียนทำกับกุ้ยหยูของเขา"
"แต่จิ้วเซียนทำด้วยเจตนาดี" เซิ่นอวี๋พูด "สิ่งที่อยู่ในของร้านนั้น..." เขาหยุด "ข้าไม่รู้สึกแบบนั้น"
พวกเขาไม่เข้าร้านในวันนั้นแต่เซิ่นอวี๋ใช้เวลาที่เหลือของบ่ายในการถามคนรอบๆ ตลาดเกี่ยวกับร้านนั้น
ข้อมูลที่ได้ทำให้รูปภาพชัดขึ้นร้านเปิดมาเดือนเดียว เ้าของบอกว่ามาจากทางใต้ ขายของที่มีเื่ราวของแต่ละชิ้นมาพร้อมกับ "ความทรงจำของเ้าของเดิม" ที่ผู้ซื้อจะได้รับ"ประสบการณ์พิเศษ"
"เขาขายความทรงจำ" หยูหลานพูดเมื่อฟังรายงานของเซิ่นอวี๋"แต่ความทรงจำที่ขายนั้น—"
"ไม่ใช่ของเขา" หลิงซางพูดต่อ"มันเป็ความทรงจำที่ถูกสกัดออกมาจากคนอื่น"
"สกัดอย่างไร" หยูหลานถาม
"คำถามที่ดี" เซิ่นอวี๋พูด "และนั่นคือสิ่งที่เราต้องหาคำตอบ"
????คืนแรกที่เฉินหลิวและความฝันของเซิ่นอวี๋????
พวกเขาพักที่โรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเฉินหลิวซึ่งตัวิไม่ได้พูดเกินจริงเื่หัวไชเท้าดอง
หลังอาหารค่ำหยูหลานกลับห้องก่อน บอกว่าเหนื่อยจากการเดินทาง
หลิงซางและเซิ่นอวี๋นั่งอยู่ในห้องโถงของโรงเตี๊ยมต่ออีกสักพักดื่มชาและพูดคุยเื่แผนการของวันพรุ่งนี้
"ข้าจะเข้าร้านในฐานะลูกค้าทั่วไป" เซิ่นอวี๋พูด "ซื้อของชิ้นหนึ่ง ตรวจสอบว่ามีพลังงานจริงอย่างที่คิดไหมและสังเกตว่าเ้าของทำอะไรตอนขาย"
"ไม่" หลิงซางพูดเสียงสั้นและชัดเจน
เซิ่นอวี๋มองเขา
"ถ้าของในร้านนั้นใส่ความทรงจำจากคนอื่นเข้าไปในผู้ซื้อได้ท่านก็อาจได้รับความทรงจำที่ไม่ใช่ของท่าน" หลิงซางพูด "และร่องรอยที่เพิ่งหายไปจากตัวท่านทำให้ท่านอ่อนแอกว่าปกติต่อสิ่งแบบนี้"
"ท่านหมออู๋กังวลเื่ข้า" เซิ่นอวี๋พูด ไม่ใช่คำถาม
"ข้ากำลังวิเคราะห์ความเสี่ยง" หลิงซางพูด แต่ดวงตาของเขาบอกว่ามันเป็ทั้งสองอย่าง
"งั้นข้าจะเข้าร้านในฐานะลูกค้า แต่ไม่ซื้ออะไร แค่ดู" เซิ่นอวี๋เสนอ
"และถ้ารู้สึกว่ามีบางสิ่งพยายามเข้ามา"
"ออกทันที"
"สัญญา"
"สัญญา"
♥️สิ่งที่ฤดูใบไม้ผลิสอน♥️
"หิมะที่ละลายไปในฤดูใบไม้ผลิ ไม่ได้สูญหายไปไหน มันกลายเป็น้ำที่ซึมลงดินหล่อเลี้ยงรากที่รอมาทั้งฤดูหนาว
และดอกไม้ที่บานในฤดูใบไม้ผลินั้น งามเพราะน้ำจากหิมะที่ละลาย ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังงามด้วยสิ่งที่เคยเ็า
บางสิ่งต้องผ่านฤดูหนาวก่อน จึงจะเข้าใจว่าฤดูใบไม้ผลิมีค่าแค่ไหน และบางคนต้องผ่านการอยู่คนเดียวมานานจึงจะรู้ว่าการมีคนอยู่ด้วยนั้น งามเกินกว่าจะอธิบายเป็คำพูด"
♥️"ฤดูใบไม้ผลิผ่านไปฤดูใบไม้ร่วงมากี่ปีกี่ชาติผ่านมา มีแต่ใจดวงนี้ที่ไม่เคยเปลี่ยน" ♥️
..สุสาส์นราคะ..