[จบ] ทะลุมิติมาพิชิตฝันด้วยระบบอาชีพในยุค 70

    บทที่ 32 ต้องสู้จนถึงที่สุด

            บทที่ 32 ต้องสู้จนถึงที่สุด

            

            สวีเถาเถาถอนหายใจก่อนจะมองไปที่ลุงใหญ่ "ลุงใหญ่ อย่ามาโทษที่พ่อทำตัวแบบนี้กับลุงเลย เขาเป็นห่วงลูกสาวมาก ลองคิดกลับกันดู ถ้าวันหนึ่งพี่ชิงหลานหรือพี่ชิงเหมยต้องเจอเรื่องแย่ ๆ แบบที่ฉันเจอ ลุงใหญ่อาจจะโมโหยิ่งกว่าพ่อฉันอีก นี่ถือว่าพ่อยังรักษาน้ำใจเพราะลุงเป็นพี่ชายเขานะ ถ้าเป็นคนอื่น เขาคงซัดไปกองกับพื้นด้วยหมัดเดียวแล้ว ลุงเชื่อไหม"

            

            คำพูดที่มีนัยนี้ทำเอาลุงใหญ่หน้าแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก

            

            เขาไม่คาดคิดว่าหลานสาวที่แต่ก่อนขี้อายไม่ค่อยพูดจาเหมือนตุ๊กตาไม้จะกลายมาเป็นคนพูดจาคมคายได้ขนาดนี้

            

            พูดเก่งจนอึ้งไปเลย!

            

            ที่สำคัญคือโต้แย้งอะไรไม่ได้ด้วย

            

            แม้ลุงใหญ่กับพ่อของสวีเถาเถาจะเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน แต่พ่อของสวีเถาเถาได้รูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง ร่างกายกำยำมาจากปู่ที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนลุงใหญ่หน้าตาเหมือนย่าสวีมาก สูงแค่ 172 เซนติเมตร ตัวผอมเล็ก พี่น้องคู่นี้ดูเหมือนจะสลับกัน

            

            ที่สวีเถาเถาบอกว่าพ่อของเธอสามารถจัดการลุงใหญ่ได้ด้วยมือเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

            

            สวีต้ากวงไม่พูดอะไร เขาเอาแต่ยืนทำสีหน้าเย็นชาอยู่ข้าง ๆ อย่างแสดงออกว่าเขาอยู่ฝั่งลูกสาว พ่อลูกคู่นี้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

            

            ลุงใหญ่ลูบหน้าตัวเองแล้วพูดว่า "เรื่องนี้ย่าของเธอทำไม่ถูกต้อง แต่ในเมื่อตอนนี้เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แล้ว ผู้จัดการโรงงานเครื่องหนังไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่าย ๆ ถ้าเธอไม่ยอมแต่งงาน ด้วยอิทธิพลของครอบครัวเขา ทั้งงานของพ่อเธอ งานของแม่เธอ และตำแหน่งหัวหน้าแม่ครัวร้านอาหารของรัฐ เขาสามารถจัดการได้ทั้งหมด!"

            

            ลุงใหญ่ถอนหายใจ ทำไมหลานสาวคนนี้ถึงไม่ยอมอ่อนข้อสักนิด การสร้างเรื่องวุ่นวายแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับใครเลย!

            

            สวีเถาเถายิ้มเยาะในใจ เธอไม่ใช่คนที่จะกลัวการข่มขู่แบบนี้

            

            สวีเถาเถาจับมือพ่อที่สีหน้าเปลี่ยนไปทันที แล้วพูดเสียงเรียบว่า "ลุงใหญ่ ไม่ต้องมาขู่ฉันหรอก ผู้จัดการโรงงานเครื่องหนังจะมีอิทธิพลแค่ไหน ลุงคิดว่าเขาจะกลัวจดหมายร้องเรียนไหมล่ะ?"

            

            สีหน้าของลุงใหญ่เปลี่ยนไปทันที

            

            'จดหมายร้องเรียน' เป็นอาวุธที่ทรงอำนาจไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนที่ไม่กลัว!

            

            "ไม่กลัว ถ้าตายก็ตายไปด้วยกัน" สวีเถาเถาพูดอย่างรำคาญ "ไม่รู้ว่าช่วงนี้ครอบครัวเราไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจถึงมีแต่เรื่องวุ่นวายทุกวัน ฉันคิดดีแล้ว ในเมื่อมีคนไม่อยากให้ฉันอยู่ดีมีสุข งั้นก็ไม่ต้องให้ใครมีความสุขเลยช่วงนี้ฉันกำลังฝึกเขียนอยู่พอดี ลุงว่าถ้าฉันส่งมันไปที่หนังสือพิมพ์จะเป็นไงล่ะ? ถ้าไม่ได้ก็ส่งไปหนังสือพิมพ์ระดับจังหวัดก็ได้ เรื่องผู้จัดการโรงงานเครื่องหนังร่วมมือกับครอบครัวลุงบังคับหลานสาวผู้บริสุทธิ์ให้แต่งงานใช้วิธีคลุมถุงชนแบบนี้คนชอบอ่านกันเยอะนะ ได้ยินว่าพวกผู้นำเขารักษาหน้าตากันมาก ไม่รู้ว่าผู้จัดการโรงงานเครื่องหนังจะมีอิทธิพลมากแค่ไหน"

            

            ลุงใหญ่ "..."

            

            สวีต้ากวง "..."

            

            เหงื่อเย็นไหลลงมาตามหน้าผากของลุงใหญ่ เขามองไปที่สวีเถาเถาด้วยสายตาเหมือนกำลังมองปีศาจร้าย

            

            แม้ว่าเขาจะเป็นแค่หัวหน้าเล็ก ๆ ในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ แต่เขาก็รู้ดีว่าจดหมายร้องเรียนนั้นมีอำนาจมากแค่ไหน

            

            หากถูกร้องเรียน และผู้บังคับบัญชาตรวจพบอะไรบางอย่างขึ้นมาก็จะถูกปลดออกจากตำแหน่งทันที และถึงแม้จะตรวจไม่พบอะไร อย่างน้อยโรงงานก็ต้องระงับการทำงานและจ่ายเงินเดือนเพื่อปลอบขวัญพนักงาน แค่นี้ยังไม่พอ เหมือนกับที่ว่าเมื่อกำแพงล้ม คนก็จะพากันผลัก หากเรื่องร้องเรียนถูกเปิดเผย แม้จะไม่ได้มีเรื่องอะไรก็จะถูกพูดว่ามีเรื่อง แถมยังมีคู่แข่งที่คอยจ้องจะซ้ำเติมอีก

            

            แล้วใครจะทนไหว!

            

            จู่ ๆ สวีต้าฟาก็นึกถึงเรื่องที่คนในโรงงานเคยพูดกันว่าลูกสาวของสวีต้ากวงนั้นไม่ธรรมดา หมาที่กัดคนมักไม่เห่า!

            

            ตอนนั้นเขาตอบสนองยังไงนะ? อ๋อ ใช่นึกแล้วก็ขำหลานสาวเขาเป็นยังไง ทำไมเขาจะไม่รู้?

            

            ก็แค่เด็กที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ไม่มีความสามารถอะไรเลย!

            

            ตอนนี้ลุงใหญ่เหงื่อแตกพลั่ก ๆ กลัวจนต้องกลืนน้ำลายไม่หยุด

            

            "หลานเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ล่ะ!"

            

            สวีเถาเถาไม่สะทกสะท้าน เธอพูดไปตรง ๆ ว่า "ในเมื่อย่ากับป้าใหญ่กล้าทำก่อน ฉันก็กล้าทำกลับเหมือนกัน! ลุงใหญ่ตกใจอะไรเหรอคะ? ย่ากับป้าใหญ่ยังกล้าทำเรื่องไร้มโนธรรมกับหลานสาวได้ สิ่งที่ฉันทำก็เรื่องเล็ก ๆ ตามประสาเด็กหัดเล่นดินเล่นโคลนเท่านั้นเอง"

            

            เด็กทั่วไปคงไม่เล่นดินเล่นโคลนแบบเธอหรอก ถึงกับแจ้งความคนทั้งครอบครัว หลานคนนี้ พอปฏิเสธการแต่งงานไม่สำเร็จ ก็จะพากันตายไปพร้อมกันสินะ!

            

            ที่สำคัญคือท่าทางและสีหน้าของสวีเถาเถาดูจริงจังมาก เธอพูดเรื่องน่ากลัวด้วยสีหน้าไร้เดียงสาสุด ๆ

            

            "เถาเถาย่ากับป้าใหญ่ของเธอทำผิดไปจริง ๆ แหละลุงจะกลับไปว่าพวกเขาเอง เธออย่าเพิ่งทำอะไรบ้า ๆ นะ" ลุงใหญ่สูดหายใจลึก สายตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นพลางพูดว่า "ถ้าเธอไม่ชอบงานแต่งนี้ ก็ไม่ต้องแต่งนะ อย่าให้ครอบครัวต้องมาบาดหมางกัน ลุงรักเธอที่สุดอยู่แล้วลุงอยู่ข้างเธอนะ พวกเราเป็นตระกูลสวีเหมือนกันนี่!"

            

            "นี่…นี่เงินยี่สิบหยวน เอาไปซื้อกระโปรงใส่สักตัวนะ เด็กผู้หญิงชอบของสวย ๆ งาม ๆ กันทั้งนั้น เถาเถาโตขึ้นมาก็ยิ่งสวยขึ้นทุกวัน ลุงไม่มีอะไรจะให้หนูมากกว่านี้ เก็บเงินนี้ไว้นะ ลุงขอตัวก่อน"

            

            พูดจบ ลุงใหญ่ก็ยัดเงินยี่สิบหยวนให้สวีเถาเถาแล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างน่าอับอาย

            

            สวีเถาเถานับเงินในมือพลางแค่นเสียงหึอย่างเย็นชา

            

            จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เธอรู้ว่าลุงใหญ่มีนิสัยขี้ขลาด ไม่ใช่แค่กลัวเมียกลัวแม่ แต่ยังกลัวทุกเรื่อง

            

            เป็นคนขี้ขลาดชนิดที่ว่าแค่ลมพัดหญ้าไหวก็ตกใจ

            

            สำหรับคนแบบนี้ สวีเถาเถาแค่ขยับปากพูดก็ทำให้เขากลัวได้แล้ว

            

            สวีต้ากวงเห็นการกระทำอันแยบยลของลูกสาวก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ลูกสาวของเขาช่างเก่งกาจจริง ๆ !

            

            เธอนับเงินได้ครบยี่สิบหยวนพอดี ไม่ขาดไม่เกิน

            

            ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและชื่นชมของพ่อ จู่ ๆ สวีเถาเถาก็น้ำตาคลอ พวงปากสั่นระริก

            

            "พ่อคะ หนูกลัว!"

            

            เมื่อครู่ยังดูโหดเหี้ยมไร้ความรู้สึก แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนบรรยากาศกลายเป็นเด็กน้อยน่าสงสารที่กำลังจะร้องไห้

            

            ความรู้สึกแปลก ๆ ที่สวีต้ากวงเคยมีต่อลูกสาวก่อนหน้านี้ หายไปในทันที

            

            เมื่อครู่นี้ลูกสาวของเขาต้องพยายามทำตัวเข้มแข็งแน่ ๆ ทั้งหมดก็เพราะเขาเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่อง!

            

            เขาตบหลังปลอบลูกสาวด้วยความสงสารแล้วพูดอย่างแข็งกร้าวว่า "ลูกไม่ต้องกลัว ถ้าลุงใหญ่กล้ามาที่นี่อีก พ่อจะหักขาเขาให้ดู!"

            

            "ค่ะ! พ่อต้องปกป้องหนูให้ดีนะ!"

            

            สวีเถาเถามองพ่อด้วยความเชื่อมั่น ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม

            

            สวีต้ากวงชูกำปั้นขึ้นมา "ใครคิดจะมารังแกลูกสาวพ่อ พ่อจะถีบให้กระเด็น!"

            

            พ่อลูกเดินกลับบ้านอย่างมีความสุข แต่ยังไม่ทันถึงประตู ก็ได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังมาจากลานบ้าน เสียงนั้นฟังดูคุ้น ๆ

            

            "ไอ้คนใจร้ายใจดำ! ลูกชายฉันยังเด็กอยู่ก็ถูกพวกแกทำร้าย ตระกูลสวีไม่มีหัวใจไม่รู้จักกฎหมายแล้วหรือไง! ทุกคนมาดูเร็ว ครอบครัวนี้ไม่มีใครเป็นคนดีเลย กล่าวหาว่าลูกชายฉันขโมยของ ทั้ง ๆ ที่ยัยเด็กต่ำช้านั่นแหละที่มาหาเอง…"

            

            ป้าจางเฉียวนั่งร้องไห้โวยวายอยู่บนพื้น พร้อมกับดิ้นไปมา ขณะที่คนในตระกูลหวังยืนกอดอกดูอยู่ข้าง ๆ

            

            ผู้คนมากมายมายืนดูเหตุการณ์อยู่หน้าบ้านของสวีเถาเถา บ้างก็ชี้นิ้วชี้มือไปที่คนในบ้านตระกูลสวีบางคนทนดูไม่ได้จึงเตือนจ้าวซิ่วหลานว่าอย่าไปมีเรื่องกับพวกอันธพาลตระกูลหวังให้มากความ

            

            จ้าวซิ่วหลาน พี่ใหญ่สวีพี่รองสวีและสวีลี่ลี่โกรธจนหน้าแดง

            

            สวีเถาเถาเห็นภาพนั้นก็ทำหน้าเย็นชา เธอก้าวเข้าประตูบ้านมา เสียงดังปังเรียกให้ทุกคนหันไปมองเธอ

            

            สีหน้าของคนตระกูลหวังเปลี่ยนไป แม้แต่ป้าจางเฉียว เมื่อเจอสายตาเย็นชาของสวีเถาเถาก็ยังหดตัวด้วยความกลัว

            

            ช่างน่าประหลาด ทั้ง ๆ ที่สวีต้ากวงที่ตัวใหญ่กว่ายืนอยู่ข้างสวีเถาเถา แต่คนแรกที่ทุกคนสังเกตเห็นกลับเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านตระกูลสวี

            

            บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอ ทำเอาลูกชายและลูกสะใภ้ตระกูลหวังกลัวจนตัวสั่น

            

            "ถ้าป้าพูดเหลวไหลอีกคำเดียว ครอบครัวเราอาจจะต้องไปคุยกับตำรวจที่สถานีอีกครั้ง ข้อหาก่อความไม่สงบนี่โทษหนักแค่ไหนนะ อย่างน้อยก็น่าจะไม่ต่ำกว่าสองสามปี"

            

            เห็นป้าจางเฉียวจะร้องไห้โวยวายต่อสวีเถาเถาก็พูดขึ้นว่า "ร้องอีกก็เพิ่มโทษไปอีกปีหนึ่ง"

            

            ป้าจางเฉียวที่กำลังจะอ้าปากแสดงละครน้ำเน่า หน้าเปลี่ยนสี สุดท้ายก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องโวยวายอีก

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติมาพิชิตฝันด้วยระบบอาชีพในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841