อันที่จริงแล้ว
สุกัญญาเป็นหญิงสาวเลือดกรุ๊ปโอราศีกุมภ์ที่ไม่เชื่อเรื่องผีหรือผู้มีบุญวิเศษอะไรใด ๆ เธอจึงไม่เชื่อเรื่องที่เฮียฮั้วเล่ามาเลยแม้แต่น้อย
แต่บ้านหลังนี้ผู้คนต่างลือกันว่าเฮี้ยนจนหาคนมาซื้อได้ยากจริงๆ นั่นแหละ ปิดไว้เฉย ๆ ก็ผุพังจนเสียราคาเปล่า ๆ จะจ้างคนมาดูแลแต่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ก็ดูจะไม่เข้าที
ไหน ๆ เธอก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองมากมายอะไรอยู่แล้วปล่อยเช่าซื้อแบบนี้ก็จะขายบ้านได้ในราคาที่สูงขึ้น แล้วก็มีเงินรายเดือนกินไปยาวๆ โดยไม่ต้องไปจ่ายเงินจ้างคนมาดูแลบ้านให้อีกต่างหาก
จะติดก็แต่เรื่องที่เธอฝันเห็นคุณพ่อบ่อย ๆ ในบ้านหลังนี้…
“สามล้านห้ากับทำเลแบบนี้ที่ดินกว้างขนาดนี้เนี่ยนะครับ?” ภานุวัฒน์ซัก
ชายหนุ่มคิดว่าราคาขายน่าจะอยู่ที่สักสี่หรือห้าล้านมากกว่าเป็นอย่างต่ำส่วนป้ายสองล้านห้าก็คิดว่าอาจจะเป็นแค่ตัวล่อให้คนโทรไปสอบถามเท่านั้น
“เอ่อ… จริง ๆ ราคาประเมินอยู่ที่ล้านแปดค่ะพี่เลยปล่อยในราคาสองล้านห้า แต่ถ้าคุณคิดจะเช่าซื้อพี่ก็มีค่าความเสี่ยงเหมือนกันนะคะเกิดทำสัญญาไปแล้ว คุณเข้ามาอยู่แล้ว เกิดมีอุบัติเหตุไฟไหม้อะไรแล้วคุณทิ้งบ้านไปเฉย ๆ ไม่จ่ายต่อถึงแม้จะทำสัญญาที่ฟ้องร้องได้แต่ทางนี้ก็ต้องเสียค่าคดีค่าทนายความในการเดินเรื่องอยู่นะคะ สามล้านห้าพี่ว่าไม่แพงนะ ส่วนค่าทำสัญญาอีกหนึ่งแสนอันนี้จะถือเป็นมัดจำค่ะหักออกไปจากราคาบ้านสามล้านห้าได้เลย จ่ายค่าสัญญาแล้วคุณก็ผ่อนต่ออีกสามล้านสี่มันไม่แพงเลยจริง ๆ ค่ะ”
สุกัญญาร่ายยาวเพราะคิดว่าอีกฝ่ายตกใจที่เธอเรียกราคาสูงเกินไปแต่ปกติการเช่าซื้อเนี่ยคนขายจะมีความเสี่ยงมาก ๆ เลยนะถึงไม่ค่อยจะมีใครปล่อยขายบ้านแบบเช่าซื้อน่ะ
“เอ่อ… เปล่าครับ ผมแค่ตกใจเพราะคิดว่าจะแพงกว่านี้”ไตเติ้ลยกมือขึ้นลูบท้ายทอย
ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะแทนตัวว่าพี่ ๆ ๆ มาโดยตลอดก็ตามแต่สำหรับไตเติ้ลแล้วแม้จะเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มอายุยี่สิบเจ็ดแต่วิญญาณของเขาที่ผ่านร้อนหนาวมาตั้งแต่ชีวิตในโลกก่อนก็ยังมีความรู้สึกว่าตนเองอายุสี่สิบเจ็ดปีมาโดยตลอด
แล้วอยู่ ๆ ก็มาถูกสาวหน้าตาดีที่เด็กกว่าถลึงตาใส่พูดจาเสียงแข็งด้วยแบบนี้ชายหนุ่มถึงกับตั้งรับไม่ทัน แต่จริง ๆ คุณเธอก็น่าจะแค่กลัวว่าเขาจะขอต่อราคาเท่านั้นสินะ
“เอ่อ… จะเข้าไปดูข้างในบ้านไหมคะ” สุกัญญารีบเปลี่ยนเรื่องแก้เก้อทันควัน
“สักหน่อยก็ดีครับ” ไตเติ้ลพยักหน้า
หญิงสาวไขประตูบ้านแล้วเดินนำภานุวัฒน์เข้าไปด้านใน
ด้วยความว่าสุกัญญามีฐานะค่อนข้างดีไม่ลำบากเรื่องเงินทองและไม่เคยทำธุรกิจที่ดินที่มีอยู่มากมายในเวลานี้ล้วนเป็นมรดกตกทอดอันได้มาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นพ่อทั้งสิ้นที่ดินตรงไหนให้เช่าได้เธอก็ปล่อยให้เช่า มีเงินรายได้เข้ามาแบบกินยาวต่อเดือนไปเรื่อยๆ ไม่ได้เดือดร้อนอยากจะขายที่ดินอะไรสักเท่าไรยกเว้นบ้านหลังนี้ที่ทำให้เธอมีความทรงจำไม่ค่อยดีและไม่อยากจะเก็บเอาไว้หญิงสาวจึงคิดจะปล่อยขาย
ดังนั้นแล้วแม้จะครอบครองที่ดินอยู่มากมายแต่เธอก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับราคาค้าขายที่ดินสักเท่าไรนักว่าราคาตลาดนั้นโดยมากจะกระโดดจากราคาประเมินไปหลายเท่าตัวตอนที่คิดจะขายบ้านหลังนี้แล้วกรมที่ดิน[1]อ้างอิงราคาประเมินได้ว่าหนึ่งล้านแปดแสนเธอบวกกำไรขึ้นมาเป็นสองล้านห้าแสนและค่าโอนให้ผู้ซื้อจ่ายเธอก็คิดว่ากำไรสูงมากแล้วก็ขนาดราคานี้ยังไม่มีใครยอมมาซื้อ ยังขายไม่ออกมาจนถึงตอนนี้
แต่สำหรับภานุวัฒน์แล้วบ้านหลังนี้หากราคาประเมินอยู่ที่ล้านแปดจริงๆ ราคาขายในหลักสามล้านห้าถือว่าเป็นเรื่องปกติราคาค่อนข้างต่ำกว่าที่เขาประเมินอยู่ในใจเสียด้วยซ้ำแถมยังขายเป็นสัญญาเช่าซื้อแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นแบบเก็บค่าเช่ารายปีหรือรายเดือนแต่มันก็น่าจะคุ้มค่าอยู่
เอาจริง ๆ ลองคิดดูเล่น ๆ จากราคาบ้านหากเจ้าของบ้านให้ผ่อนเช่าซื้อปีละแสนห้า ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเจ็ดกว่าจะผ่อนได้ครบสามล้านห้าก็คงจะอายุปาเข้าห้าสิบถึงเวลานั้นก็เป็นช่วง พ.ศ.256Xที่ดินแถบนี้จะกลายเป็นย่านเศรษฐกิจ มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านถ้าไม่คิดจะอยู่อาศัยปล่อยเช่าให้ชาวต่างชาติเดือนละเจ็ดพันถึงหมื่นก็น่าจะได้หรือถ้าขายก็น่าจะราคาราว ๆ หกเจ็ดล้านยังถือว่ากำไร
แต่ก็นั่นแหละนะไม่รู้ว่าโลกในนิยายจะวิวัฒนาการสิ่งต่าง ๆ ขึ้นได้เหมือนอย่างกับโลกที่เขาเคยใช้ชีวิตอยู่หรือเปล่าแต่ดูจากการที่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ.2538 เกิดขึ้นจริงตามความทรงจำของเขา แถมยัง…
เอาจริง ๆ ในชีวิตเดิมที่เคยผ่านเหตุการณ์พวกนี้มาแล้วเป็นคนในย่านฝั่งธนบุรีที่เจอน้ำท่วมทั้งปี 2538 และ 2539 เขาบอกได้เลยว่าน้ำท่วมในโลกนิยายมันเอฟเฟกต์รุนแรงมากกว่าเหตุการณ์ในโลกความจริงอยู่หลายขุม
สุกัญญาพาคุณอะไรสักอย่างวัฒน์ ๆ เดินชมสถานที่อันเป็นส่วนสนามหญ้ารอบตัวบ้านสวนที่ถูกปล่อยร้างหลายเดือนมีหญ้าขึ้นรกแล้วยังมีใบไม้แห้งคลุมดินเต็มไปหมด
ชายหนุ่มกวาดสายตาไปเจอเข้ากับศาลพระภูมิที่ริมกำแพงบ้านแล้วก็ต้องให้ชะงัก…
ดู ๆ แล้วทำเลที่ตั้งของศาลพระภูมิอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือไม่มีเงาบ้านหรือเงาต้นไม้ใหญ่พาดทับกวาดตามองรอบบ้านต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกอยู่ใกล้ริมรั้วก็ไม่ได้ใกล้กับเขตศาลพระภูมิทั้งเงาของต้นไม้ก็ไม่ได้พาดลงมาทับตัวบ้านแปลว่าเจ้าของเดิมที่ปลูกบ้านหลังนี้จะต้องเป็นคนมีความรู้ที่รู้หลักแห่งความมูของการปลูกบ้านตั้งศาลในสมัยโบราณอยู่พอสมควรเลยทีเดียวแบบนี้ก็แปลว่าน่าจะต้องมีการวางเสาเอกด้วยฤกษ์ยามที่ดีอย่างแน่นอน
น่าซื้อมาก…
บ้านในยุคสมัยนี้จนถึงต่อไปข้างหน้าโดยส่วนใหญ่แล้วคนจะนิยมซื้อบ้านจัดสรรกันซึ่งบ้านพวกนั้นจะเป็นที่ดินผืนใหญ่ที่เอามาซอยแบ่งแล้วก็สร้างขึ้นมาโดยไม่ได้มีการวางเสาเอกการตั้งศาลพระภูมิบางทีก็ไม่มีทำเลที่ดี ยกพื้นสูงไม่ได้บ้าง ถูกเงาบ้านพาดทับบ้างบ้านที่มีการวางเสาเอกที่ดีถูกต้องตามฤกษ์ยามคนไทยมักเชื่อกันว่าจะทำให้คนที่อยู่ร่มเย็นเป็นสุข
แต่สำหรับไตเติ้ลที่มองเห็นผีมาแต่เล็กแต่น้อยนั้นไม่ได้สนใจเรื่องร่มเย็นอะไรพวกนั้นสักเท่าไหร่หรอกก็แค่บ้านที่มีการวางเสาเอกถูกต้อง มีการตั้งศาลพระภูมิที่ดีตามหลักการมันเหมือนจะเป็นการวางอาณาเขตบ้านอย่างชัดเจนที่พวกผีสางวิญญาณจรอื่น ๆ จะล่วงล้ำเข้ามาไม่ได้ก็เท่านั้น
เอิ่ม…
หมายถึงผีอื่น ๆ นอกบ้านล่วงล้ำเข้ามานะไม่ได้หมายถึงผีติดที่ดินเดิมที่อยู่ติดที่มาตั้งแต่ก่อนจะซื้อบ้านและไม่ได้หมายถึงพวกผีจากไม้ฝาโลงตรงกรอบประตูทางเข้าบ้านที่น่าจะเป็นเจ้าของบ้านเก่าเอาเข้ามาเองแบบนั้น
ถ้าลองคนเป็นเอามันเข้ามาเอง ต่อให้จะตั้งศาลวางเสาเอก ทำบุญบ้านอะไรยังไงก็ไม่อาจช่วยกันสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นได้อยู่ดี
“เอ่อ... ที่ศาลพระภูมิมีอะไรรึเปล่าคะ?”
สุกัญญาถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายหันไปจ้องศาลอยู่นาน
“เปล่าครับ แค่ดูจี๊ดดี”
ภานุวัฒน์ตอบแล้วก็พาสายตาของตนเองกลับมาที่หญิงสาวอีกครั้ง
‘จี๊ด?’ สุกัญญาทวนคำด้วยสีหน้างุนงงอยู่ในใจ
เธอได้ยินข่าวลือมาอยู่ว่าบ้านหลังนี้ผีเฮี้ยนแต่เธอเป็นสาวเลือดกรุ๊ปโอราศีกุมภ์ที่ไม่เชื่อเรื่องอันพิสูจน์ไม่ได้จึงไม่ให้ค่าสนใจอะไรกับข่าวลือพวกนั้นแต่ถ้าเกิดคุณอะไรวัฒน์ ๆ นี่มาเห็นว่าในบ้านหลังนี้มีผีก็อาจจะกลัวจนยกเลิกไม่ยอมเช่าก็ได้เธอจึงได้เป็นกังวลแล้วถามออกไป
แต่คำว่าจี๊ดนี่คืออะไร? ถ้าเห็นผีก็ไม่น่าจะจี๊ดสิผีไม่ใช่มะนาวเสียหน่อย!
[1] ราคาประเมินจากกรมที่ดินคือราคาจากกรมธนารักษ์(ผ่านกรมที่ดินใช้ราคาอ้างอิง) ซึ่งใช้ ราคาประเมินราชการ(เรียกว่าราคาประเมินทุนทรัพย์) เป็นราคาที่รัฐกำหนดไว้เพื่อใช้เก็บภาษีค่าธรรมเนียมโอน ฯลฯ จึงมักจะต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในตลาด