โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 34 สนามทดสอบ

    “ท่านกำลังทำอะไร ได้โปรดลุกขึ้นเถิด…”

    เซนรีบพยุงร่างของกัสขึ้นทันทีในขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ได้นำผ้ามาปิดใบหน้าของเขาเอาไว้ ชายหนุ่มยังไม่ต้องการจะเป็นข่าวดังในเมือง ภายในใจของเขาตอนนี้มีสิ่งที่สงสัยมากมาย และต้องการจะทราบว่าข้อความในจดหมายเขียนเอาไว้ว่าอย่างไร ทำไมจึงทำให้ท่าทีของกัสเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้

    หลังจากสามารถดึงกัสออกมาเพื่อหลบผู้คนได้แล้ว ชายหนุ่มก็รีบกล่าวถามทันที

    “จดหมายฉบับนั้นเขียนไว้ว่าอย่างไร เหตุใดท่านจึงได้เปลี่ยนท่าทางไปได้ขนาดนั้น?”

    กัสทำท่าทางเคารพอีกครั้งก่อนที่จะกล่าวตอบ

    “เรียนนายท่าน เมื่อจดหมายฉบับนี้ถูกส่งให้กับทหารของประเทศนี้ ท่านจะได้รับการดูแลไม่ต่างจากราชาของเรา ท่านสามารถตัดสินใจและทำหลายๆ อย่างได้โดยไม่ต้องผ่านความเห็นของราชาเอวินซ์ที่สี่”

    เซนเมื่อได้ยินดังนั้นก็อยากจะสบถออกมาดังๆ อย่างไรก็ตามเขาไม่ต้องการจะดึงดูดความสนใจของผู้คนอีกดังนั้นจึงได้เงียบไป

    ‘ราชาเอวินซ์ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เหตุใดจึงได้มอบอำนาจขนาดนี้ให้กับข้าทั้งๆ ที่พึ่งจะเจอกับข้าเมื่อวาน…’

    แม้ว่าเซนจะคิดให้ตายยังไงตอนนี้เขาก็ไม่สามารถจะคิดหาคำตอบได้อยู่ดี ชายหนุ่มไม่มีทางคาดเดาได้แน่ๆ ว่าราชาเอวินซ์นั้นจะเชื่อในคำทำนายและตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ เพราะความเชื่อนั้น

    “หมายความว่าตอนนี้ท่านต้องตามดูแลข้าเป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่?”

    เซนกล่าวถาม ซึ่งกัสเองก็รีบกล่าวตอบมาในทันที

    “ขอรับ หากท่านต้องการสิ่งใดตัวข้านั้นจะจัดหาให้ท่านทันที”

    “ถ้าอย่างนั้นช่วยพาข้าไปที่โรงเรียนวิลโลที ข้าต้องการจะทดสอบเข้าเรียนที่นั่น”

    กัสเมื่อได้ยินสิ่งที่เซนกล่าวก็ดูจะตกตะลึงไปในทันที อย่างไรก็ตามเขานั้นรีบดึงสติกลับมาพร้อมกับกล่าวถามย้ำอีกครั้ง

    “ท่านต้องการจะเข้าเรียนที่วิลโลจริงๆ หรือขอรับ?”

    เซนนั้นไม่ได้กล่าวอะไรเขาเพียงยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูดด้วยการพยักหน้าอีกครั้ง เมื่อทราบถึงความต้องการของเจ้านายใหม่กัสก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า

    “เรียนนายท่าน หากท่านต้องการจะเข้าเรียนที่วิลโลท่านไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าทดสอบเพียงใช้อำนาจของราชา…”

    กัสยังไม่ทันกล่าวจบก็ได้หันเซนโบกมือปฏิเสธเสียก่อน พร้อมกับคำกล่าวว่า

    “ข้าไม่อยากทำตัวเหมือนพวกข้าราชการชั้นสูงที่ใช้แต่เส้นสายหรอกนะ เอาตามที่ข้ากล่าวเถอะ”

    “เข้าใจแล้วขอรับ”

    …..

    เมื่อลงทะเบียนและได้รับบัตรประจำตัวซึ่งแสดงให้เห็นว่าเซนนั้นเป็นคนของประเทศนัวร์เรียบร้อยแล้ว เขามีอภิสิทธิ์ที่จะกระทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากการมอบอำนาจของราชาเอวินซ์ตอนนี้ต่อให้เซนสั่งทหารทั้งกองทัพทหารก็ยังต้องทำตามเขา

    “ดูเหมือนข้าต้องไปพบราชาเอวินซ์ที่ปราสาทหน่อยแล้ว”

    เซนกล่าวขึ้นเบาๆ ในขณะที่เดินเท้าผ่านตลาดที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนซึ่งเป็นสามัญชนทั่วไป ยากอย่างมากที่จะเห็นชนชั้นสูงมาเดินในเขตนี้ แต่ก็มีบ้างเป็นบางครั้ง

    ตลาดนั้นมีของขายที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นผ้าฝ้าย หรือผ้าที่ทำจากวัสดุที่เซนไม่รู้จัก เนื้อของพวกมอนสเตอร์ และเครื่องประดับที่ทำจากเงินแท้ๆ ราคาของมันไม่ได้สูงมากนักแต่อย่างไรก็ตามเซนก็ยังไม่สามารถซื้อมันได้อยู่ดี

    ตลอดเส้นทางนั้นกัสได้นำทางเซนและแนะนำให้เซนใช้รถม้าอย่างไรก็ตามชายหนุ่มนั้นกลับปฏิเสธและต้องการจะเดินเท้าเอาง่ายกว่า ที่ตลาดนั้นการปรากฏตัวขึ้นของกัสซึ่งเป็นทหารที่ค่อนข้างมียศสูงทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาทันที เซนที่เดินตามหลังกัสมานั้นไม่ได้รับความสนใจนัก เพราะชายหนุ่มดูธรรมดาเกินไป

    กัสได้เฝ้าสังเกตท่าทางและบุคลิกของเซนตลอดทางเขาต้องประหลาดใจอย่างมาก แม้ว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าเขานั้นจะมีอายุยังน้อย แต่ท่าทางที่เขามองผู้คนและมองสิ่งต่างๆ นั้นผิดกับอายุของเขาอย่างมาก กัสนั้นไม่เห็นอารมณ์อื่นใดนอกจากความสงบและความเฉยชา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นบุคลิกโดยธรรมชาติของชายหนุ่มเบื้องหน้า

    เนื่องจากเมืองนี้ค่อนข้างจะใหญ่กัสและเซนจึงใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะพากันมาถึงบริเวณการอาคารทดสอบของโรงเรียนวิลโล ซึ่งอาคารทดสอบนี้นั้นไม่ได้อยู่ภายในตัวโรงเรียนแต่อย่างใด โรงเรียนวิลโลนั้นมีกฎอยู่ว่าหากไม่ใช่บุคลากรของโรงเรียนจะไม่สามารถเข้าเรียนได้

    อาคารทดสอบนั้นถูกสร้างขึ้นใช้ชั่วคราวในสวนสาธารณะมันค่อนข้างจะมีขนาดใหญ่ เพื่อรองรับผู้คนที่มาทดสอบจำนวนมาก เพราะไม่ใช่ผู้คนของประเทศนัวร์เท่านั้นที่มาทดสอบ แต่ยังมีผู้เยาว์จากทั่วทั้งทวีปที่ต้องการเข้าเรียนที่นี่ อาคารทดสอบนั้นกระจายอยู่ทุกทิศของประเทศนัวร์เพื่อให้สะดวกแก่การเดินทางของผู้เข้ารับการทดสอบ ซึ่งในปีนี้นั้นมีอาคารทดสอบมากกว่าร้อยอาคาร และเต็มไปด้วยผู้เข้าทดสอบทุกอาคาร อาคารที่เซนมาถึงก็เช่นกัน

    “ยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะเริ่มการทดสอบขอรับ นายท่านเดินทางมาเหนื่อยๆ โปรดนั่งพักก่อน…”

    กัสนั้นเชิญให้เซนนั่งที่ม้านั่งในสวนสาธารณะ ซึ่งเซนก็ไม่ได้ปฏิเสธเข้านั่งลงทันทีพร้อมกับสังเกตผู้เข้าทดสอบรอบๆ ในขณะที่เซนนั่งอยู่นั้นชายหนุ่มก็พยายามจะชวนให้กัสนั่งลงข้างๆ ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามกัสนั้นหัวแข็งเป็นอย่างมากเขาไม่ยอมนั่งแน่นอน

    เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกันได้มีวัยรุ่นคนหนึ่งแต่งตัวเหมือนกับชนชั้นสูง ได้เดินมานั่งข้างๆ เซน เขาสังเกตเซนอย่างละเอียดแม้ว่าเซนจะแต่งตัวธรรมดาแต่เห็นได้ชัดว่าเซนนั้นเป็นชนชั้นสูงเหมือนกันเพราะถึงขนาดมีทหารมาด้วย ในตอนนี้เซนได้ฝากอุปกรณ์ขุดเหมืองไว้กับกัส ทำให้คราบกรรมกรหายไป กัสไม่ได้รังเกียจเขาสังเกตเห็นอุปกรณ์ขุดเหมืองในตอนแรกที่รับมันมา มันดูงดงามและประณีตอย่างมากอย่างไรก็ตามกัสนั้นไม่กล้าเสียมารยาทที่จะตรวจสถานะของมันไม่อย่างนั้นเขาคงตกตะลึงมากแน่ๆ

    เมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งมานั่งข้างเจ้านายของตน กัสก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรเพราะเซนนั้นไม่ได้บอกให้เขาทำอะไร ดังนั้นกัสจึงยืนนิ่งอยู่ข้างๆ

    “ยินดีที่ได้รู้จักข้ามีนามว่าเฮนรี่ เป็นบุตรคนที่สามของราชาประเทศกรีนแลนด์ ข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่?”

    เซนเห็นอีกฝ่ายเข้าหาด้วยความเป็นมิตรชายหนุ่มจึงไม่ได้คิดจะเสียมารยาทแต่อย่างใด ชายหนุ่มรีบแนะนำตัวเช่นกัน

    “ข้าชื่อเซนยินดีที่ได้รู้จักองค์ชายเฮนรี่”

    เซนยื่นมือไปจับอีกฝ่าย และพบว่ามือของอีกฝ่ายนั้นนุ่มอย่างมากราวกับว่าชายตรงหน้านั้นไม่เคยผ่านการทำงานหนักเลย เมื่อเฮนรี่เห็นว่าเซนนั้นเป็นมิตรเขาจึงกล่าวสนทนาต่อทันที

    “ข้าละสงสัยจริงๆ ว่าใครจะเป็นคนมาทดสอบเราในปีนี้”

    “แต่ละปีคนมาทดสอบไม่เหมือนกันเหรอ?”

    เซนกล่าวถาม ซึ่งเฮนรี่ก็ได้กล่าวตอบในทันที

    “ถูกต้อง แถมการทดสอบแต่ละปีก็ไม่เหมือนกันด้วย มันยากอย่างมาก หวังว่าปีนี้พวกเราจะโชคดีนะ”

    “ใช่แล้ว…ท่านยังไม่ได้บอกข้าเลยว่าท่านเป็นขุนนางหรือองค์ชายจากประเทศไหน? ถ้าไม่รังเกียจบอกกับข้าได้หรือไม่?”

    เมื่อเซนได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็รู้สึกเหมือนตนเองเสียมารยาทดังนั้นจึงได้กล่าวบอกอีกฝ่ายไปตามความจริง

    “ข้าไม่ได้มีศักดิ์ฐานะเป็นองค์ชายหรือขุนนางอะไร ข้าเป็นเพียงพลเมืองเล็กๆ ของเมืองเล็กๆ ที่แม้แต่ท่านก็ไม่เคยได้ยิน”

    “เจ้าคือพวกชั้นต่ำ!?”

    เมื่อได้ยินคำกล่าวของเซนท่าทางของเฮนรี่ก็เปลี่ยนไปในทันที สีหน้าท่าทางที่ดูนอบน้อมและสดใสเหมือนดวงอาทิตย์เมื่อสักครู่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที

    มันสบถออกมาอย่างหยาบคายก่อนจะกล่าวกับเซนด้วยน้ำเสียงที่รังเกียจ

    “เจ้าเป็นเพียงแค่สามัญชนแล้วเหตุใดเจ้าจึงต้องมานั่งข้างข้าด้วย ออกไปซะเจ้าขยะเปียก!”

    เซนรู้สึกช็อกมากกว่าโกรธเขาไม่คิดเลยว่าบุคลิกของคนเรานั้นจะเปลี่ยนได้ไวถึงขนาดนี้ กัสที่ได้ยินเฮนรี่ที่เป็นเจ้าชายมาจากประเทศระดับแปดก็รู้สึกหงุดหงิดและต้องการจะสั่งสอนให้มันรู้ถึงความจริง อย่างไรก็ตามเซนกลับส่ายหัวให้กัสก่อนพร้อมกับกล่าวกับเฮนรี่ก่อนที่จะลุกออกไปว่า

    “ขอโทษด้วยองค์ชายเฮนรี่ และขอบคุณท่านมากที่มอบข้อมูลเกี่ยวกับการสอบให้กับข้า”

    เฮนรี่ไม่สนใจจะรับคำขอบคุณของเซนแต่อย่างใด มันทำเพียงนั่งกระดิกเท้าอย่างไม่สนใจ จนสุดท้ายเมื่อเซนเดินจากมามันก็ยังไม่เปลี่ยนท่าทางของมัน

    “นายท่านเหตุใดนายท่านถึงปล่อยมันไปละครับ ด้วยสถานะของท่านตอนนี้ตัวของมันไม่มีค่าอะไรเลย”

    กัสกล่าวถามออกมา ซึ่งเซนก็ได้กล่าวบอกความคิดของเขาไป

    “เขานั้นดูถูกข้าและต้องการใช้สถานะอันยิ่งใหญ่ข่มคนที่อ่อนแอกว่า ถ้าข้าทำแบบเดียวกันอย่างที่เจ้าบอกข้าก็ไม่ต่างอะไรกับเขาหรอก…ข้าไม่ได้ต้องการจะตกต่ำเหมือนกับเขา”

    กัสที่ดูเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจ แต่สำหรับเซนนั้นคุณค่าของคนแท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่สถานะทางสังคมแต่อย่างใด แต่มันคือจิตใจของคนเราต่างหากที่วัดคุณค่าที่แท้จริง

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน