ฮาคุโตะ บุตรแห่งอาร์ค

    พูดคุย เจรจา

    เหล่าทหารกบฎ พากันต่อเรือเพื่อจะข้ามน้ำ ซึ่งพวกเขาต้องใช้เวลากว่า 10 วันกว่าจะต่อเรือเสร็จ


    ฟ้าว ฟ้าว ฟ้าว
    เรือได้แล่นออกจากฐานทัพ ทหารกบฏ ออกมา มันล่องผ่านแม่น้ำโปซา อันเหยียบเย็น
    ปั่ก ปั่ก ปั่ก
    เสียงปลาปิรันย่า โมมอน ที่ผมใช้เวทย์เรียกมา กัด ใต้ท้องเรือ จนรั่ว เรือลำแล้ว ลำเล่า พากัน จมลง ทหารกบฏ กลายเป็นเหยื่อของ ปลาปิรันย่า โมมอน
    งั่ม งั่ม งั่ม
    ปลาปิรันย่า โมมอน กัดฉีกเนื้อของพวกทหารกบฏ จนเป็นแผลเหวอะหวะ
    เหวอๆๆๆๆๆๆ
    ทหารกบฏ พากันร้องเสียงหลงเมื่อต้องเจอกับฝูงปลาปิรันย่า โมมอน
    อาปิร่า แม่ทัพของทหารกบฏ ที่อยู่บนฝั่ง ทำหน้าทำตา อย่างดุร้าย เขาโกรธ จัดอย่างมาก เรื่องของเรื่องที่เขากบฏ ก็เพราะว่า....
    เพราะว่า..... ที่บ้านของเขาเกิดภัยแล้ง และเจ้าเมืองปล่อยปละละเลยไม่ให้ความช่วยเหลือ เขาซึ่งเป็นแม่ทัพ เกษียณ ปลดประจำการแล้ว ต้องเห็นประชาชนกำลังล้มตาย ด้วยความอดอยาก ในขณะที่หนูในยุ้งฉางหลวง กลับมีกินจนตัวอ้วนใหญ่ สถานการณ์แบบนี้ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ เจ้าเมืองไม่ยอม เปิดยุ้งฉาง แจกจ่ายข้าวให้กับประชาชน โดยอ้างว่า เลาห์คอน ยูมะยังไม่ได้มีพระบรมราชานุญาติลงมา ซึ่งเลาห์คอน ยูมะ ก็มัวแต่คิดถึงแต่ องค์หญิงจีร่า จนไม่ออกว่าราชการมาหลายเดือนแล้ว 
    ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราต้องตาย 
    ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ลูกๆของพวกเราต้องตาย อย่ากระนั้นเลย พวกเราต้องลุกฮือขึ้นสู้
    แล้ว อาปิร่า ก็ได้นำประชาชนที่ประท้วงบุกเข้าจวนเจ้าเมือง สังหารเจ้าเมืองทิ้ง และเปิดยุ้งฉางหลวง ให้กับประชาชนที่อดอยากหิวโหย เขารู้ว่านี่เป็นความผิดโทษถึงประหารเขาเลยนำกองทัพกบฏ จะไปจับ เลาห์คอนยูมะ มาสำเร็จโทษ ยังไงก็ต้องตายอยู่ดี ไม่ลองก็ไม่รู้
    ผมกับคิมิสุเกะ มองดูภาพกองทัพกบฏที่กลายเป็นอาหารปลาปิรันย่า โมมอน
    " เฮ้ ฮาคุโตะ นายรู้จักใช้เวทย์ เรียกปลาปิรันย่าด้วยเหรอ " คิมิสุเกะถามแบบแซวๆผม ซึ่งผมก็เอา คัมภีร์ไร้อักษรออกมา มันเก็บรวบรวมเวทย์มนต์ต่างๆที่ถูกคิดขึ้นไว้ รวมถึงเวทย์มนต์อัญเชิญปลาปิรันย่า โมมอนด้วย
    รออีก 3วัน ถ้าพวกกบฏไม่ข้ามมา ผมกับแม่ทัพชาลัล ก็จะไปเจรจาที่ค่ายกองทัพกบฏ เพราะถึงยังไงพวกเขาก็คือ ราษฎ์ร ชาวอาดาร์ส เผื่อว่าจะไกล่เกลี่ยกันได้ จะได้ไม่ต้องรบกัน
    3 วันต่อมา.........
    ในเช้าวันศุกร์ เวลา 7โมง 35นาที 43วินาที
    ผมกับแม่ทัพ ชาลัล ได้ถูกเลาห์คอนยูมะแต่งตั้งเป็นราชทูตไป เกลี้ยกล่อมพวกทหารกบฏ ซึ่ง อาปิร่าก็ยืนคอยอยู่ที่ ท่าน้ำอีกฝั่ง
    ย้อนไปซักนิด........
    ผมทะเลาะกับพี่มิริน นิดหน่อย เนื่องจากพี่มิรินจะไปเองแทนผม เพราะการไปเจรจาที่ค่ายของพวกกบฏเสี่ยงมาก พวกเขาอาจฆ่าผมไปเลยก็ได้ ซึ่งพี่มิรินก็ได้ร้องไห้ออกมาแต่ผมบอกให้เชื่อใจลิ้นสามแฉกของผมเถอะ ผมจะสยบกองทัพกบฏ ด้วยลิ้น พวกเราจะได้ไม่ต้องเข่นฆ่ากัน เพราะผมไม่อยากเห็นใครตายอีกแล้ว
    กลับมาปัจจุบัน........
    อาปิร่า แม่ทัพกบฏ ได้เดินมาต้อนรับเราด้วยตัวเอง และพาเข้ากระโจมไป ผมกับแม่ทัพชาลัลมองไปรอบๆค่ายของพวกกบฏ เพราะพวกเราพาองครักษ์ ติดตัวมาเพียงแค่สิบนายเท่านั้น
    " แม่ทัพ อาปิร่า ท่านคงกลัวเรากระมัง ถึงได้ให้ทหารนับร้อย ยืนถือดาบอยู่หลังกระโจม" ผมมองเห็นเงาที่ทอดมาจากข้างหลังกระโจม ที่แม่ทัพอาปิร่ายืนอยู่ เขาคงคิดจะฆ่าปิดปากพวกเราหากการเจรจานี้ไม่สำเร็จ
    " ฮะ ฮะ ฮ่า ทำไมข้าต้องทำแบบนั้นด้วยเล่า ข้าก็แค่เตรียมพร้อมไว้เท่านั้นเอง หากการเจรจาของเราล้มเหลว " แม่ทัพ อาปิร่ากล่าว
    " เอาล่ะ เรามาเริ่มเจรจากันเลย " แม่ทัพ ชาลัล พูดตัดบท
    " แต่ก่อนอื่นข้าอยากรู้ว่า ใครเป็นคนอัญเชิญ ปลาปิรันย่า โมมอน มา ฆ่าทหารของพวกเรา ข้าอยากให้คนๆนั้น ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ " แม่ทัพ อาปิร่าพูดอย่างเดือดดาล
    " มันเป็นสงครามท่านก็รู้ไม่ใช่เหรอว่า จะต้องมีการตายเกิดขึ้นนับแต่วันแรกที่ท่านคิดกบฏ แล้ว " แม่ทัพชาลัลกล่าว
    " มันก็จริงของท่าน " แม่ทัพอาปิร่าพูดเสียงเบาลงอย่างคิดได้
    " ข้าอยากรู้ เหตุผลว่าทำไมพวกท่านถึงคิดกบฏ " แม่ทัพชาลัลกล่าวต่อ
    " ข้าและเหล่าพี่น้องของข้าอดอยากหิวโหย ในขณะที่หนูในยุ้งฉางหลวง กินซะตัวอ้วนกลม เพราะ เลาห์คอนยูมะ ปล่อยปละละเลย ไม่ยอมมีพระบรมราชานุญาติลงมาให้เปิดยุ้งฉางหลวง ทำให้ข้าราชการ รวมหัวกับพ่อค้ากักตุนสินค้า เป็นผลให้ข้าวราคาแพงขึ้นอย่างยิ่ง จนพวกข้าต้องอดตาย อย่างหมาข้างถนน"
    " ถ้าเช่นนั้น ทำไมท่านไม่ทำฏีกาขึ้นมาล่ะ " แม่ทัพชาลัลกล่าว
    "ทำแล้วแต่ส่งไปไม่ถึง และเลาห์คอนยูมะก็ไม่สนใจ " แม่ทัพ อาปิร่ากล่าวอย่างหดหู่
    " ถ้าเช่นนั้น เรื่องที่พวกท่านกบฏ ก็น่าเห็นใจ " ผมกล่าวแทรกไประหว่างที่ แม่ทัพ ชาลัล กำลังจะพูดต่อ
    " ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็เป็นความผิดของทางหลวง ข้าจะทำฏีกา ขึ้นกราบทูล องค์ เลาห์คอนยูมะ " แม่ทัพชาลัล กล่าวอย่างเห็นใจ
    " ขอบคุณ พวกท่านมาก " แม่ทัพ อาปิร่า ตบมือให้ทหารนับร้อยที่อยู่ข้างนอกวางดาบ
    " พวกเราขอยอมจำนน ถ้าหากท่าน จะช่วยกราบทูลฝ่าบาท ว่าพวกเรามีความจำเป็นจริงๆ หาไม่แล้วข้าคงไม่มาทำกบฏต่อราชสำนัก เช่นนี้หรอก "
    " ผมพร้อมจะส่งของมาช่วยเหลือทันทีที่ กลับถึงเมือง อาร์คัส " ผมกล่าวออกอย่างดีใจที่เราตกลงกันได้ และการเจรจาประสบผลสำเร็จ
    " เจ้าหนูเจ้าเป็นใครรึ " แม่ทัพ อาปิร่ากล่าวถาม
    " ผมมีชื่อว่า ฮาคุโตะครับ เป็นราชทูตจากเมืองอาร์คัสมาเจริญสัมพันธไมตรี "