จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 56 วิชาลึกลับ

             “ครั้งนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นว่ากันว่าตระกูลอื่นก็มีอัจฉริยะปรากฏตัวขึ้นมาไม่น้อย เจ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์สามธาตุเส่าหู่เป็นผู้ฝึกยุทธ์สองธาตุ ในตระกูลหยางก็ปรากฏผู้ฝึกยุทธ์สองธาตุขึ้นเช่นกัน และที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้นคือตระกูลฉินได้เปิดเผยว่ามีผู้ฝึกวิญญาณปรากฏตัวขึ้นมา” หลู่หวู๋ซวงกล่าว

            “มีผู้ฝึกวิญญาณปรากฏตัวขึ้นอย่างนั้นหรือ”หลู่เส่าโหย่วรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ดูเหมือนว่าตระกูลฉินจะเก็บซ่อนเรื่องนี้มาโดยตลอดเมื่อถึงเวลานี้ถึงได้ประกาศออกมา

            “ในครั้งนี้เมืองชิงอวิ๋นคงจะครึกครื้นอย่างมากเมื่อมีพวกเจ้าอยู่ว่ากันว่า ครั้งนี้จะมีผู้อาวุโสจากนิกายอวิ๋นหยางมาคัดเลือกศิษย์ด้วยตัวเองในอดีตนั้นมาเพียงแค่ผู้ดูแลคนเดียวเท่านั้น”

            “ดูเหมือนว่าคราวนี้จะมีการแข่งขันที่ดุเดือด” ตัวเขาต้องรีบฝึกหมัดเพลิงคลั่งให้เร็วที่สุดไม่เช่นนั้นการจะเข้าสู่ห้าอันดับแรกคงเป็นเรื่องที่ยากไม่น้อย

            หลังกลับมาถึงห้อง หลู่เส่าโหย่วก็ได้พูดคุยกับท่านแม่และบอกกับเสี่ยวไป๋ว่าไม่อนุญาตให้ใครเข้ามารบกวนเขาที่ห้องและเขายังให้โอสถเสริมพลังกับเสี่ยวไป๋ไปสองเม็ดเพื่อให้เสี่ยวไป๋ตั้งใจบ่มเพาะพลัง

            หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหลู่เส่าโหย่วก็นั่งขัดสมาธิแล้วนำแผ่นหยกของวิชาหมัดเพลิงคลั่งออกมา แล้วเขาก็ค่อยๆหลับตาลง จากนั้นก็ได้ฉีดพลังจิตวิญญาณที่รู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยเข้าไปในแผ่นหยก

            การควบคุมพลังลมปราณและพลังวิญญาณนั้น หลู่เส่าโหย่วได้มาถึงระดับชำนาญแล้วแต่กับพลังจิตวิญญาณที่เกิดจากพลังลมปราณและพลังวิญญาณนั้น หลู่เส่าโหย่วกลับแทบไม่ได้สัมผัสหรือคุ้นเคยกับมันเลยทว่าลุงหนานเคยกล่าวกับเขาเป็นพันเป็นหมื่นครั้งว่าพลังจิตวิญญาณนี้สำคัญเป็นอย่างมาก

            หลังจากหลู่เส่าโหย่วหายใจได้อย่างมั่นคงทุกอย่างภายในห้องก็สงบลง ขณะเดียวกันก็มีลำแสงบนแผ่นหยกของวิชาหมัดเพลิงคลั่งพุ่งเข้าสู่หว่างคิ้วของหลู่เส่าโหย่ว

            ข้อมูลเกี่ยวกับหมัดเพลิงคลั่งปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา จากนั้นหลู่เส่าโหย่วก็จดจำมันอย่างรวดเร็ว

            ช่วงเวลาแห่งความเงียบงันดำเนินไปอย่างเนิ่นนาน จากนั้นหลู่เส่าโหย่วที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ได้ลืมตาขึ้นมาเขาใช้ท่าประทับและกำหมัดด้วยมือข้างขวา จากนั้นพลังลมปราณในร่างที่แผ่ออกมาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อนทันใดนั้น อุณหภูมิภายในห้องก็เพิ่มสูงขึ้นทันที

            “ซือซือ”

            พลังลมปราณที่ล้อมรอบอยู่ที่กำปั้นของหลู่เส่าโหย่วเกิดเปลวเพลิงลุกโหมขึ้นมาเปลวเพลิงที่รวมตัวกันนั้นไม่ใช่เปลวเพลิงที่เกิดจากพลังวิญญาณแต่มันคือเปลวเพลิงที่เกิดจากการใช้พลังลมปราณรวบรวมผ่านธาตุไฟ

            ทว่าเปลวเพลิงได้ปรากฏขึ้นมาเพียงครู่เดียวเท่านั้น และจากนั้นมันก็พลันหายไปจากกำปั้นของหลู่เส่าโหย่ว

            “ต่อไป” หลู่เส่าโหย่วเปลี่ยนท่าประทับอีกครั้ง เขาเริ่มฝึกฝนหมัดเพลิงคลั่งอย่างจริงจังการต้องเผชิญกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่านั้นถือเป็นเรื่องปกติ วิชายุทธ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่ฝึกซ้อมเพียงเวลาไม่นานแล้วจะสามารถใช้งานได้เลย

            กาลเวลาได้ผ่านไปอย่างช้าๆ หลังจากนั้นสามวันหลู่เส่าโหย่วที่นั่งสมาธิอยู่ที่ห้องก็ได้เปลี่ยนท่าประทับในมือและโคจรพลังลมปราณร่างของเขาถูกบดบังด้วยแสงสีแดงอ่อนๆ

            หลู่เส่าโหย่วควบคุมพลังลมปราณให้เคลื่อนผ่านเส้นชีพจรอย่างรวดเร็วและท้ายที่สุดก็มารวมตัวกันที่กำปั้นข้างขวาของเขา จากนั้นก็มีเปลวเพลิงปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหัน

            “ปัง”

            หลู่เส่าโหย่วเหวี่ยงหมัดตรงไปข้างหน้า และกำปั้นที่มีเปลวเพลิงห่อหุ้มอยู่ของเขาก็ได้นำพาพละกำลังที่รุนแรงกระแทกเข้ากับผนังในทันที

            ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังขึ้น ที่กำแพงหนาๆ ได้ปรากฏหลุมเล็กๆอยู่บนนั้น เกิดรอยแตกร้าวมากมายบนผนังจากจุดของหลุมเล็กๆ นั่นเหมือนกับใยแมงมุม

            “คุณชาย เกิดอะไรขึ้น?” ไม่นานหลู่เสี่ยวไป๋ก็มาตะโกนถามอยู่ที่หน้าห้องอย่างเป็นกังวล เพราะเสียงที่ดังกึกก้องราวกับรื้อบ้านจึงทำให้ทุกคนในเรือนได้ยินในทันที

            “ไม่มีอะไร ข้ากำลังฝึกวิชาอยู่”หลู่เส่าโหย่วได้สูดอากาศเย็นๆ เข้าไป ยังดีที่เขายังฝึกหมัดเพลิงคลั่งได้ไม่สมบูรณ์ไม่เช่นนั้นแล้ว เรือนหลังนี้คงได้ถล่มลงมาจนเขาต้องถูกฝังทั้งเป็นแน่

            “มันเสียงดังขนาดนั้นเลยหรือ”หลู่เสี่ยวไป๋พึมพำและเดินจากไป จากนั้นเสียงพูดคุยของคนรับใช้ก็ดังขึ้นมา“ไม่เป็นไร พวกเจ้าถอยไปเถอะ เป็นนายน้อยที่กำลังฝึกวิชาอยู่”

            “ไปหาที่ปลอดภัยเพื่อฝึกฝนจะดีกว่าที่แห่งนี้ไม่ค่อยสะดวกที่จะฝึกเท่าไร” หลู่เส่าโหย่วพึมพำออกมา ที่ห้องแห่งนี้ไม่แข็งแรงเท่าห้องลับที่ลุงหนานสร้างขึ้น

            “พักก่อนดีกว่า ในที่สุดก็ฝึกหมัดเพลิงคลั่งได้สำเร็จเล็กน้อย”หลู่เส่าโหย่วกล่าวเบาๆ การฝึกฝนในสามวันที่ผ่านมานี้ หมัดเพลิงคลั่งของเขาก็ถือว่าสำเร็จเล็กน้อยแล้วดังนั้นพักผ่อนก่อนแล้วค่อยฝึกฝนต่อคงดีกว่า

            “ฟ่อ”

            มีการเคลื่อนไหวหนึ่งเกิดขึ้นที่แขนของเขา จากนั้นเสี่ยวหลงก็ค่อยๆเลื้อยออกมาจากแขนเสื้อแล้วไปอยู่บนมือของหลู่เส่าโหย่ว

            “ข้าทำให้เจ้าตื่นอย่างนั้นหรือ”เมื่อหลู่เส่าโหย่วหยิบเสี่ยวหลงขึ้นมา เขาก็มีท่าทีประหลาดใจ ในตอนนี้บนร่างของเสี่ยวหลงได้มีชั้นเกล็ดบางๆ และผิวสีเหลืองอ่อนของมันก็ดูสว่างขึ้นเล็กน้อย

            เดิมทีเสี่ยวหลงมีความยาวประมาณสิบสองเซนติเมตร แต่ตอนนี้เสี่ยวหลงกลับมีความยาวถึงสิบห้าเซนติเมตรดวงตาเล็กๆ นั่นก็ดูดำลงมากกว่าเดิม ในตอนนี้ดวงตาคู่นั้นของเสี่ยวหลงก็กำลังมองไปที่หลู่เส่าโหย่วอย่างสนิทสนม

            “เจ้าหิวอีกแล้วหรือ?” ราวกับสามารถรู้สึกถึงความคิดของเจ้างูน้อยหลู่เส่าโหย่วเข้าใจเสี่ยวหลงในทันที ดูเหมือนเสี่ยวหลงจะอยากกินโอสถเสริมพลังที่เคยกินไปในครั้งที่แล้ว

            “เอาล่ะ ข้าจะให้เจ้าอีกหนึ่งเม็ด แต่ต่อจากนี้จะไม่มีอีกแล้ว”หลู่เส่าโหย่วคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเขานั้นไม่ได้เตรียมอาหารเอาไว้ให้เสี่ยวหลงเลยและดูเหมือนเสี่ยวหลงจะกินโอสถเสริมพลังลงไปแล้วได้ประโยชน์เช่นกัน เขาจึงนำโอสถเสริมพลังออกมาจากแหวนมิติหนึ่งเม็ด

            “ฟ่อ!”เมื่อเห็นโอสถเสริมพลังและได้กลิ่นที่ยั่วยวนของมัน เสี่ยวหลงก็อ้าปากแล้วกินโอสถเสริมพลังเข้าไปอย่างรวดเร็วเจ้างูน้อยแลบลิ้นออกมาอย่างพึงพอใจ

            เมื่อพอใจแล้ว เสี่ยวหลงก็เลื้อยกลับเข้าไปในแขนเสื้อและพันตัวรอบแขนของหลู่เส่าโหย่วดังเดิม

            “ทำไมถึงได้ลอกคราบกัน หรือว่าเสี่ยวหลงจะทะลวงระดับ”เกล็ดบางๆ ที่เสี่ยวหลงได้ลอกออกมายังคงอยู่บนมือของหลู่เส่าโหย่ว ดูเหมือนเจ้างูน้อยจะพึ่งลอกคราบเมื่อครู่เพราะยังคงมีคราบเลือดจางๆ ติดอยู่บนมือของเขา

            หลู่เส่าโหย่วหยิบผิวหนังที่มีเกล็ดขึ้นมา และเขาก็ได้พบว่าผิวหนังที่มีเกล็ดบางๆนี่กลับแข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าเขาจะออกแรงฉีกเท่าไรก็ฉีกไม่ขาดหลู่เส่าโหย่วจึงเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติ สิ่งที่อยู่บนร่างของเสี่ยวหลงนั้นสมควรเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา

            หลังจากเก็บผิวหนังที่มีเกล็ดกลับไปในแหวนมิติหลู่เส่าโหย่วก็ได้บังเอิญรู้สึกถึงวิชาลึกลับที่ลุงหนานได้มอบให้เขาในตอนนั้น ซึ่งวิชานี้หลู่เส่าโหย่วเคยหาวิธีเปิดมันมาหลายวิธีแล้วแต่ก็ไม่สามารถเปิดได้

            หลู่เส่าโหย่วนำแผ่นหยกออกมาไว้บนมืออีกครั้ง เขาพิจารณามันอย่างละเอียด บนแผ่นหยกนั้นมีสีเขียวที่ดูโบราณและเก่าแก่อย่างมากรอบๆ ของแผ่นหยกยังมีคราบดินอยู่ไม่น้อย เขาไม่รู้ว่าลุงหนานไปขุดแผ่นหยกนี่มาจากไหน

            หากไม่ใช่เพราะเชื่อในตัวของลุงหนาน เขาก็คงสงสัยว่าลุงหนานไปขโมยแผ่นหยกนี้มาจากหลุมศพแล้ว

            หลู่เส่าโหย่วลองใช้พลังจิตวิญญาณเปิดมันอีกครั้งแม้ว่าเขาจะเคยลองมาก่อนแล้วก็ตามหลังจากปล่อยพลังจิตวิญญาณเข้าไป หลู่เส่าโหย่วก็พบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่สามารถเปิดแผ่นหยกแผ่นนี้ได้จริงๆอีกทั้งลุงหนานก็เคยบอกเอาไว้ว่ามันเป็นวิชาที่ลึกลับ แม้แต่ลุงหนานก็เปิดไม่ออกหลู่เส่าโหย่วก็ได้แต่ไร้หนทาง

            เขาถือแผ่นหยกเล่นสักพักหนึ่ง ทว่าหลู่เส่าโหย่วไม่รู้ตัวเลยว่ารอยเลือดจากคราบของเสี่ยวหลงที่เลอะมือของเขานั้นได้ไปสัมผัสกับแผ่นหยกโดยบังเอิญ

            และเมื่อคราบเลือดเปื้อนบนแผ่นหยกทันใดนั้นแผ่นหยกก็ได้ส่องแสงอ่อนๆ ออกมาในทันที

            “นี่มันอะไรกัน”เมื่อหลู่เส่าโหย่วเห็นการเปลี่ยนแปลงของแผ่นหยก เขาก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาจากนั้นก็ปล่อยพลังจิตวิญญาณเข้าไปในแผ่นหยกอีกครั้ง

            ทันใดนั้น บนแผ่นหยกสีเขียวที่ดูโบราณก็มีแสงสว่างเจิดจ้าพุ่งเข้าใส่หว่างคิ้วของหลู่เส่าโหย่วในพริบตาจากนั้นมันก็แปรเปลี่ยนเป็นข้อมูลและเข้าไปภายในจิตใจของหลู่เส่าโหย่ว

    คล้ายกับเรื่องจิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】 ที่คุณอ่าน