ปราณ จอมคนเหนือพิภพ ภาคปฐมบท

    บทที่ 34 พิธีคัดเลือกสุดอลังการ (2)

    บทที่ 34

    พิธีคัดเลือกสุดอลังการ(2)

     

            “ผอ.ปฏิมากร...ผอ.ปฏิมากร...ผอ.ปฏิมากร!!!”

             

            ขานชื่อท่านผอ.สุดหล่อกันยกใหญ่เพียงท่านผอ.ยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก ก็ทำเอาสาวกทั้งสาวและหนุ่มผู้คลั่งไคล้หัวใจแทบจะหล่นไปตามๆ กัน จากนั้นท่านผอ.ก็โค้งคำนับอย่างสง่างาม    

             

           “ขอบคุณเสียงเชียร์จากทุกๆ ท่านครับ” ท่านผอ.โบกมือทักทาย พร้อมรอยยิ้มกระชากใจอีกครั้ง

     

            “ขอกล่าวสวัสดีท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน...ข้าชื่อปฏิมากร หัตถศิลป์วิทยาปรมาจารย์ยุทธ์ ระดับ 47 พลังฌานยุทธ์ศิวนาฏราช ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมหรรณพาลัยขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่พิธีคัดเลือกนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งของโรงเรียนมหรรณพาลัยโรงเรียนลหุยุทธ์ขั้นต้นอันดับหนึ่งแห่งเมืองอโยดา!!!”

             

           ดนตรีบรรเลงสั้นๆ อีกครั้งเสียงปรบมือดังทั่วทั้งอาคาร เมื่อดนตรีแผ่วลง เสียงอันสุดกังวานของท่านผอ.สุดหล่อก็ดังขึ้นอีกครั้ง

           “เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งครับที่ปีนี้มีนักฌานยุทธ์รุ่นเยาว์มาเข้าร่วมพิธีคัดเลือกถึง 100 กว่าคน นับว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์พิธีคัดเลือกของเรานั้นไม่ยากอะไรแค่ให้ทุกคนปลดปล่อยพลังฌานยุทธ์ของตัวเองสู่เครื่องวัดระดับพลังฌานยุทธ์ให้เต็มที่เครื่องนี้สามารถรองรับค่าพลังได้ถึงระดับ 20 ดังนั้นไม่ต้องกลัวเครื่องพัง!!!”

     

            เสียงหัวเราะของผู้ชมดังลั่นห้องกับการหยอดมุขของท่านปรมาจารย์ปฏิมากร

             

            “แน่นอนว่าเอกสารรับรองของสมาพันธ์ภูติฌานวิญญาณยุทธ์คือการคัดเลือกแล้วในขั้นต้นแต่จากนี้จะเป็นภาคปฏิบัติ ขอให้ผู้เข้ารับการคัดเลือกทุกคนรวบรวมพลังฌานให้เต็มที่ แล้วแสดงออกมาให้ชัดเจน ซึ่งทางโรงเรียนจะคัดเลือกนักเรียนที่มีพลังฌานยุทธ์ที่ดีที่สุดจำนวน80 คนเท่านั้น!!! …จงพยายามให้เต็มที่...”

             

            ท่านผอ.ถอยห่างออกมาจากโพเดี้ยมประมาณ3 เมตร ด้วยท่าทางคล่องแคล่วกางแขนทั้งสองขึ้นข้างลำตัวแล้วสะบัดมือกางนิ้วทั้งห้า พร้อมหลับตาลง...

             

            ฉันพลันทันใดข้างเวทีทั้งสองด้านก็เกิดแรงสั่นสะเทือนทำเอาผู้คนแตกตื่นตกใจ วัตถุสีดำเงาคล้ายตู้ลำโพงขนาดสูงว่า 10 เมตร ค่อยๆเคลื่อนที่ออกมาอย่างช้าๆ ส่วนฐานกว้างกว่าส่วนยอดที่มีวัตถุสีทองอร่ามครอบอยู่ด้านบน

             

            ด้านหน้าของตู้ที่ว่านี้มีแถบแสงสีเขียวสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมตัวเลขสีขาวกำกับทั้งซ้ายและขวา จากขีดล่างสุดหมาย ๑ ไล่ขนาดสั้นลงเรื่อยๆตามความสูงของลำโพง จนถึงแถบบนสุด มีหมายเลข ๒๐จัดระยะห่างแต่ละแถบได้สมดุลกับพื้นที่ด้านหน้า มาหยุดขนาบข้างเวที

             

            เสียงปรบมือกึกก้องอีกครั้งกับการปรากฎของเครื่องวัดพลังฌาณยุทธ์ระดับมหึมาท่านปรมาจารย์โค้งคำนับ จากนั้นก็หันไปทางวงดนตรีพยักหน้าให้บรรเลง

             

            เมื่อดนตรีเริ่มบรรเลงแถบสีเขียวก็ขยับขึ้นลงตามจังหวะและความหนักเบาของดนตรี ผู้ชมปรบมือตามจังหวะ

             

            ตอนนี้ท่านปรมาจารย์สุดหล่อกลายเป็นวาทยกรมืออาชีพทำเอาผู้ชมตาลุกวาว เพียงเวลาไม่นาน ดนตรีก็หยุดบรรเลงวาทยกรจำเป็นก็หันมาหาผู้ชมอีกครั้ง

             

            “ทุกท่านได้เห็นศักยภาพของเครื่องวัดระดับพลังนี้แล้ว ดังนั้นการคัดเลือกในครั้งนี้จะมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมและทุกท่านสามารถมองเห็นพลังฌานยุทธ์ของผู้รับการคัดเลือกได้ทุกคนต่อไปจะสาธิตการใช้เครื่องวัดพลังฌาน”

             

            ปรมาจารย์สุดหล่อกางมือทั้งสองขึ้นระดับหน้าอกเร่งพลังฌานยุทธ์จนก่อเกิดออร่าทรงกลมแบบเดียวกับที่ครุยุทธ์ศักดิ์ชัย กำเนิดบัวได้แสดงให้เห็นในพิธีเปิดผนึกฌานยุทธ์

             

            แต่ในครั้งนี้ลูกทรงกลมดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่านัก อาจจะเป็นเพราะพลังฌานของบุคคลที่ปลดปล่อยอยู่ในขั้นปรมาจารย์ยุทธ์!!!

             

            เมื่อทรงกลมนั้นมีขนาดใหญ่มากพอจึงหยุดนิ่งท่านผอ. ค่อยๆ ลูบออร่าทรงกลมนั้นอย่างช้าๆจนเปลี่ยนสภาพกลับกลายเป็นทรงกลมใสวาวสะท้อนแสงแทน

             

            จากนั้นเขาก็ประคองทรงกลมใสนั้นหันไปทางเวที แล้วทำการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องวัดพลังทรงกระบอกสีดำนั้นลำแสงที่คล้ายกระแสไฟฟ้าก็พุ่งออกจากทรงกลมสองสายวิ่งไปกระทบเครื่องวัดพลังข้างละหนึ่งสาย

            แล้วเขาก็ประคองลูกกลมที่มีเส้นประกายไฟฟ้ามาวางบนโพเดี้ยมที่ในตอนนี้เลื่อนลงมาจนอยู่ระดับเอวของท่านปรมาจารย์ทรงกลมยักษ์ดูเหมือนถูกขึงอยู่ตรงกลางระหว่างกระแสไฟฟ้าทั้งสองข้าง

             

            “ทรงกลมนี้จะถ่ายทอดพลังฌานผ่านเส้นกระแสไฟฟ้าไปยังเครื่องวัดพลังขอเชิญผู้สาธิต พิมพ์ลภัส เมฆมรกต ขั้นลหุยุทธ์ ระดับ 16”

             

            เมื่อได้ยินสกุลนี้ปราณก็ขมวดคิ้ว แล้วพยายามนึกว่าเคยได้ยินสกุลนี้ที่ไหน แต่ก็นึกไม่ออกจนเธียรธวัชต้องสะกิดถาม

             

           “คิดอะไรอยู่หรือปราณ?”

     

           “ข้ากำลังนึกว่าสกุลเมฆมรกต เคยได้ยินที่ไหนมาเพราะมันคุ้นๆ แต่นึกไม่ออก เออ...ช่างมันเถอะ...เรารอดูต่อไปดีกว่าเพราะเดี๋ยวเราก็ต้องทำอย่างเขา”

     

           “ข้าว่าส่วนมากก็คงระดับ 6กันเกือบทั้งนั้น เพราะถ้าต่ำกว่าระดับ 6คนของสำนักฌานยุทธ์ก็คงไม่สามารถออกใบรับรองให้ได้ แต่ก็ไม่แน่...ถ้าเกิดตื่นเต้นปล่อยพลังฌานไม่ออกหรือพลังฌานไม่ถึงเกณฑ์คงน่าเสียดาย!”

           ปราณพยักหน้าเห็นด้วยกับเธียรแล้วทั้งคู่ก็หันไปมองกลางลานประลอง

     

            เด็กสาวแสนสวยใบหน้าดื้อรั้นไว้ผมสั้น อายุไล่เลี่ยกับแฝดดวงเดือนและดวงดาว อยู่ในชุดสูทเข้ารูปครึ่งตัวสีเทากระเป๋าเสื้อด้านซ้ายปักโลโก้โรงเรียนด้านในสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนคไทสีดำยาวครึ่งอกสวมกระโปรงสีเทาเอวสูงชายยาวแค่ต้นขามีจีบขนาดใหญ่โดยรอบพร้อมถุงน่องสีเนื้อกับรองเท้าบูทส้นสูงสีดำ

     

            พิมพ์ลภัสก้าวขึ้นมากลางลานประลองด้วยท่าทางสง่างามแล้วโค้งคำนับให้ผู้ชม เสียงปรบมือต้อนรับเธอดังสนั่นท่านปรมาจารย์จึงแนะนำเธอเพิ่มเติม

             

            “พิมพ์ลภัส เมฆมรกต พลังฌานยุทธ์พยัคฆ์มรกตเธอเป็นประธานรุ่นปีสอง มีความสามารถที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นเป็นทายาทของสำนักฌานยุทธ์เมฆมรกตอันเลื่องชื่อและอีกไม่นานเธอกำลังจะก้าวขึ้นในระดับ 17 แล้ว”

             

           สาวสวยโค้งคำนับกับเสียงปรบมือกรี๊ดกร๊าดเมื่อรู้ประวัติของเธอ เธอยืนนิ่งครู่หนึ่งเพื่อเป็นการรวบรวมพลังฌานยุทธ์แล้วจึงปลดปล่อยออกมา

            วงแหวนสีม่วงเข้มก็ค่อยๆปรากฏ หมุนวนรอบตัวของลหุยุทธ์สาว ส่องแสงสว่างไปทั่วบริเวณเสียงฮือฮาของคนที่ยังไม่เคยเห็นการปลดปล่อยฌานยุทธ์ดังลั่นห้องประชุมเธอประทับฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างบนวัตถุทรงกลมใส

             

            ในตอนนี้มีแค่ความเงียบทุกสายตามองเธอเป็นจุดเดียว ทุกขั้นตอนที่เธอแสดงผู้ที่ทำการคัดเลือกจะต้องดูให้เข้าใจ เพื่อจะสามารถเร่งพลังฌานออกมาได้เต็มที่ที่สุด 

             

            เธอหลับตาแล้วเร่งพลังฌานบัดดลก็เสมือนมีพลังลมเข้าปะทะใบหน้า ทำให้ผมยาวของเธอปลิวสยายไปข้างหลังพลังฌานออร่าสีเขียวจากฝ่ามือของเธอค่อยๆ ไหลเข้าสู่ทรงกลมช้าๆจนเปล่งประกายสีเขียวจนเต็มลูก

             

            จากนั้นเส้นประกายไฟฟ้าก็มีการขยับตัวพร้อมเสียงแปล็บๆ คล้ายไฟช็อต ค่อยๆเปลี่ยนจากสีขาวกลายเป็นสีเขียวแบบเดียวกับพลังออร่าภายในทรงกลมเข้าสู่เครื่องวัดพลังทรงกระบอกทั้งสองด้าน

             

            ค่าพลังงานระดับ๑ ขีด ค่อยๆ ขยับสูงขึ้นจนแตะขีดที่ ๑๖ แล้วหยุดนิ่ง เพียงอึดใจนึงก็กระพริบช้าๆ พร้อมเสียงเตือนดังกังวานขึ้น 5 ครั้งพิมพ์ลภัส ยกมือออกจากทรงกลมแล้วหันหน้าให้ผู้ชมเสียงปรบมือให้กำลังใจเธออีกรอบ    

             

            “ข้านึกออกแล้ว!!”

             

            ปราณดีดนิ้วดังเป๊าะแล้วหันบอกเธียรธวัช

             

            “พอท่านปรมาจารย์พูดถึงพลังฌานพยัคฆ์มรกต ก็ชัดเลยว่าเขาต้องเป็นญาติกับเจ้าคนที่จะมาสังหารข้าปรมาจารย์เศก เมฆมรกต อย่างแน่นอน!”

             

            “เป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือเนี่ย? ตายแล้วสิ!แล้วพี่สาวคนนี้จะรู้ไหมเนี่ยว่าเจ้ายังไม่ตายหรือญาติของเขาตั้งใจจะมาสังหารเจ้า!” เธียรทำท่าตกใจ ใช้มือลูบคางทำท่าขบคิด

             

            “ข้าว่าอย่าเพิ่งคิดไปขนาดนั้นเลย ไว้เจอตัวจริงก่อนเราอาจจะได้รู้อะไรมากขึ้นก็ได้ ท่านลุงเคยบอกกข้าว่า สิ่งที่เห็น สิ่งที่เชื่ออาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้ เรายังไม่ควรสรุปอะไร”

             

            เธียรธวัชพยักหน้าเห็นด้วยแล้วก็หันมองที่กลางลาน

             

            “ขอเสียงปรบมือให้กับลหุยุทธ์พิมพ์ลภัสอีกครั้งครับ...ทุกท่านจะเห็นได้ชัดเจนว่าเธอมีพลังฌานยุทธ์อยู่ที่ระดับ16 จริงๆ อย่างที่ผมบอกเมื่อตอนต้น...”

             

            ท่านปรมาจารย์ผายมือเชิญให้เธอลงจากลานประลองเธอโค้งคำนับให้กับผู้ชมอีกครั้งแล้วเดินลงจากเวทีไปด้วยใบหน้าสดใส

             

            “ทุกคนมีโอกาสทำการทดสอบเพียงคนละ 1 ครั้งเท่านั้น!”

             

            ปฏิมากรชูมือขวาแล้วค่อยๆ กำนิ้วลงช้าๆ เหลือไว้เพียงนิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวเพื่อเน้นย้ำสิ่งที่พูด 

             

            เริ่มมีเสียงพูดคุยถกเถียงบ้างก็ว่าเด็กๆ ย่อมตื่นเต้น ยิ่งมีคนมากๆ แบบนี้ ก็ยิ่งตื่นเต้น มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

             

            ท่านปรมาจารย์เงียบสักครู่ให้ได้ถกเถียงกันสักหน่อย เมื่อทั้งห้องเริ่มเงียบ จึงเอ่ยด้วยเสียงที่จริงจังขึ้น

             

            “ผมเชื่อว่ามีหลายท่านอาจจะไม่เห็นด้วย...แต่เหตุผลแรกคือจำนวนผู้ได้ใบรับรองขั้นต้นมีจำนวนมาก ถ้าเราใช้เวลานาน ทุกท่านก็จะเสียเวลามากเกินไปประการที่สอง สำคัญมากๆ ครับ...การจะเป็นนักฌานยุทธ์ที่ดีต้องสามารถควบคุมพลังฌานให้มีความนิ่งสงบมากที่สุดซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญและเป็นพื้นฐานแรกของการฝึกฌานยุทธ์ในขั้นที่สูงขึ้นไปถ้าหากพลังฌานยุทธ์ยังไม่นิ่ง เลื่อนขึ้นลงตามอารณ์หรือความตื่นเต้น...ในอนาคตจะเป็นนักฌานยุทธ์ที่ดีได้อย่างไรกัน!!!”

             

            ท่านผอ.เดินช้าๆ หันมองผู้เข้าชม จากฝั่งซ้ายมือของเขาค่อยๆ กวาดตามองมาทางขวา แล้วเดินมาเหมือนจะเป็นการสบตาเพื่อผู้ฟังเข้าใจในสิ่งที่ตนเองพูด โดยไม่มีข้อโต้แย้ง 

             

            “และผู้ที่จะเกิดปัญหาที่สุด ถ้าพลังฌานไม่นิ่ง นั่นคือเจ้าของพลังฌานยุทธ์นั้นเอง!!!”

             

            กลับมายืนตรงกลางลานแล้วยกมือซ้ายชี้นิ้วไปด้านหน้าเพราะตอกย้ำอีกครั้ง ทุกท่วงท่าของท่านผอ.ดูเหมือนกำลังทอล์คโชว์ก็ไม่ปาน แต่ก็สามารถเรียกความสนใจได้เกินร้อยทั้งห้องนั่งเงียบไม่มีเสียงพูดใดๆ 

             

            “เพราะหากเกิดพลังตีกลับวนไปมา...ลมปราณภายในจะเกิดความปั่นป่วนอาจเสียสติจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ดังนั้นเราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกหลานของทุกท่าน!!!”

             

            เมื่อท่านปรมาจารย์พูดเช่นนี้ทุกคนจึงพยักหน้าด้วยความเข้าใจ

            “ดังนั้นผู้เข้าร่วมคัดเลือกทุกคนโปรดรักษาพลังฌานให้แน่วแน่และมีความมั่นคง มีหลายคนที่ได้ใบรับรองมาแล้วแต่เมื่อถึงเวลาต้องแสดงพลังฌาน กลับไม่สามารถปรากฎขึ้นมาได้หรือกลายเป็นผู้ที่มีพลังฌานต่ำกว่าระดับ 6ก็จะไม่สามารถเข้าเรียนกับเราได้ นี่เป็นกฎข้อเดียวในการคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้าเรียนเมื่อทราบดังนี้แล้ว ลำดับต่อไปก็ขอเชิญทุกท่านร่วมรับชมการคัดเลือกนักฌานยุทธ์รุ่นเยาว์ได้ ณ บัดนี้”

             

            ท่านปรมาจารจารย์ยกมือขึ้นสูงหนึ่งข้างเป็นสัญญาณจากนั้นก็มีเสียงดัง “ปุ้ง”

             

            ฝอยกระดาษหลากสีสันถูกพุ่งขึ้นสู่อากาศจากกระบอกทรงกลมด้านข้างเวทีทั้งซ้ายขวาร่วม10 กระบอก

             

            ไฟทั้งอาคารก็พลันดับมืดมีเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ ฉับพลันนั้นเองไฟสปอร์ตไลท์ 3 ดวงถูกเปิดขึ้นมาแทนแล้วส่องมายังร่างของปรมาจารย์ปฏิมากรณ์กลางลานประลองในท่ายืนกางขาเล็กน้อย มือขวายังคงชูค้างอยู่เช่นเดิม จากนั้นฟอลโล่ไลท์อีกสองดวงก็ส่ายไปทางซ้ายและขวา...

    คล้ายกับเรื่องปราณ จอมคนเหนือพิภพ ภาคปฐมบท ที่คุณอ่าน