จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 137 ราชาโง่

                    ราชาซันซัสมันถึงกับตื่นตระหนกจนแทบที่จะสิ้นสติเพราะตัวมันเองย่อมมีความเข้าใจอย่างลึกซึ่งของพลังในขอบเขตระดับเทวะดีว่าแต่ระขั้นนั้นกว่าจะผ่านมันไปได้มันยากเย็นขนาดไหนเวลาผ่านไปมากถึง 200 ปีตัวมันพึ่งจะเลื่อนระดับพลังเพียงแค่ 1 ระดับนั้นแต่ในยามนี้เด็กหนุ่มตรงหน้าตัวมันถึงกับมีพลังในระดับเดียวกันกับตนตัวมันเองย่อมจำได้ขึ้นใจเลยว่าในเวลาก่อนหน้านี้ไม่นานก่อนที่เด็กหนุ่มจะเดินทางไปที่ทวีปมืดพลังของมันอยู่เพียงระดับตำนานขั้นที่7 เท่านั้น ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่เดือนเจ้าเด็กคนนี้มันถึงกลับมายืนอยู่ในระดับเดียวกันกับตนเองเสียแล้วแรกเริ่มเดิมทีซันซัสนั้นคิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างน้อยจะต้องใช้เวลามากถึง10 ปีกว่าจะเรื่อนระดับตัวเองมาที่ระดับเทวะได้ เพราะผู้คนทั่วทั้ง6 อาณาจักรพลังในระดับนี้มีเพียงไม่ถึง 20 คนด้วยซ้ำจากประชากรหลายร้อยล้านคน


    ทางด้านเหล่าขุนนางและพวกระดับแม่ทัพพวกมันต่างก็เกิดความรู้สึกจุกอยู่ที่รำคอจนพูดอะไรออกมาไม่ออกเพราะไม่ทราบว่าจะสรรหาคำไหนที่จะพูดออกมาดีกับพรสวรรค์ของปีศาจตัวน้อยตรงหน้าแค่เด็กยังไม่หย่านมตัวมันถึงกับมีพลังถึงเพียงนี้อยู่ในระดับเดียวของผู้นำของพวกมัน

    "เอาล่ะเรื่องราวที่ข้าจะเล่าให้พวกท่านฟังต่อไปนี้พวกท่านทุกคนโปรดตั้งใจฟังกันให้ดีเพราะเรื่องนี้มันสำคัญกับพวกเรามากและสำคัญกับคนทุกคนข้าจะบอกพวกท่านว่ามันมีอะไรที่อยู่ภายในทวีปมืดกันแน่และเรื่องภายในวันนี้ห้ามไปบอกกว่าแก่ผู้ใดเป็นอันขาดเด็กหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเคร่งขรึม


    "เรื่องราวภายในของทวีปมืดอย่างงั้นรึดวงตาของพวกมันทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมแห่งนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นหัวใจของพวกมันเต้นกันจนแทบจะไม่เป็นจังหว่ะเพราะขึ้นชื่อ ว่าทวีปมืดนั้นมันเป็นทั้งคำบอกเล่าและเป็นตำนานเป็นสถานที่ที่คนเข้าไปแล้วแทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้ออกมาอีกมีผู้คนมากมายที่หายสาบสูญไปเพราะสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครที่จะสามารถให้คำตอบแก่พวกมันได้แม้แต่ซันซัสมันเป็นเพียงบุคคลเดียวที่สามารถรอดกลับมาได้แต่ตัวมันก็ไม่ยินดีที่จะบอกเล่าเรื่องเหล่านี้ให้แก่ใครฟังมากนักเรื่องราวของสถานที่แห่งนี้จึงดูดำมืดมาตลอดใครล่ะจะมีความกล้ามากพอที่จะไปสำรวจสถานที่แห่งนั้นด้วยตาตนเองมันเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆแต่ในยามนี้กับมีคนผู้หนึ่งที่ยินดีจะเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด


    จากที่ตำนานเคยกล่าวเอาไว้ว่าสถานที่แห่งนี้หากผู้ใดเข้าไปแล้วนั้นผู้นั้นย่อมไม่สามารถกลับมาได้อีกข้าขอยืนยันว่าคำพูดเหล่านี้นั้นเป็นจริงเพียงส่วนหนึ่งแม้แต่ท่านราชาซันซัสเองก็หน้าที่จะรู้อยู่แก่ใจดีเกี่ยวกับคำพูดพวกนี้ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมันกลับเต็มไปด้วยเหล่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมากขนาดแม้แต่ตัวข้าเองก็ยังเกือบที่จะเอาชีวิตไม่รอดต่อให้มีพลังระดับเทวะขั้นที่ 1 ก็ยังไม่สามารถที่จะรับรองความปลอดภัยได้หากไปเยือนยังสถานที่แห่งนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรจากที่จะเอาชีวิตของตนเองไปทิ้งจากการเดินทางไปสำรวจของข้าในครั้งนี้นั้นสามารถเข้าไปได้เพียงแค่เขตรอบนอกของทวีปมืดเท่านั้นจากการเดินทางครั้งนี้ข้ายังได้ข้อมูลที่หน้าตกใจมาภายในใจกลางของทวีปมืดนั้นมีเมืองๆหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาผู้คนภายในทวีปมืดนั้นพวกมันไม่สามารถที่จะออกมาสู่โลกภายนอกได้


    จากสมัยอดีตตระกาลบรรพบุรุษของพวกมันต่างก็เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งในระดับเหนือโลกของทุกเผ่าพันธุ์พวกมันแต่ระคนถูกจับขังที่ดินแดนแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็น มาร มนุษย์ อสูร นรกอเวจี เทพสวรรค์ เหล่าอาชญากรที่น่ากลัวในสมัยอดีตตะกาลล้วนถูกจับขังไว้ที่นั้นเวลาหลายหมื่นหลายแสนปีผ่านไปพวกรุ่นหลานของพวกมันก็ได้ทำการก่อสร้างเมืองแห่งนั้นขึ้นมาอยู่จุดศูนย์กลางของทวีปมืดและจากข่าวร้ายที่ข้าทราบมาคือเวทผนึกเขตแดนใกล้ถึงเวลาที่จะเสื่อมสลายแล้วระยะเวลาไม่แน่ชัดเราไม่ได้รู้เลยว่าผู้คนที่อยู่ภายในทวีปมืดเป็นมิตรหรือศัตรูแต่มีสิ่งเดียวที่ข้ากล้ายืนยันเลยว่าคนพวกนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเราจนเทียบไม่ติดแค่สัตว์อสูรเขตนอกก็มีพลังในระดับเทวะแล้วและพวกที่อยู่จุดศูนย์กลางของทวีปความแข็งแกร่งของพวกมันนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง

    มีเมืองอยู่ภายในนั้นจริงๆเหรอซันซัสตัวมันนั้นแทบจะไม่อยากจะเชื่อจะเป็นไปได้อย่างไรพื้นที่อันตรายที่ไม่มีใครอยากจะเหยียบเท้าเข้าไปกับมีเมืองอยู่ภายในนั้น


    "ที่ข้าเล่าเรื่องพวกนี้ให้กับพวกท่านฟังนั้นข้าหวังว่าพวกท่านทุกคนจะยกระดับความแข็งแกร่งของตนเองและผู้คนให้โดยเร็วที่สุดเพราะเราไม่รู้ว่าภายในอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

    หลังจากผู้คนที่ได้ยินเรื่องราวของเด็กหนุ่มพวกมันต่างจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรสเพราะพวกมันคือคนกลุ่มแรกที่สามารถได้รับรู้เรื่องราวของสถานที่อันลี้ลับแห่งนี้สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้คือเพิ่มระดับพลังของตนเองและกองทัพเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

    ข้าจะให้สมุนไพรหายากพวกนี้ให้กับท่านเจ้าสิ่งของนี้มันจะสามารถเพิ่มระดับพลังความสามารถต่อตัวท่านเองได้เป็นอย่างดีข้าหวังว่าท่านราชาซันซัสจะให้กับคนที่คู่ควรเท่านั้น


    "เจ้าหนูเจ้าวางใจเถอะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเองตัวข้าย่อมรู้ว่าใครคือผู้เหมาะสมราชาซันซัสรับมาด้วยความยินดีเพราะสิ่งของตรงหน้านั้นตัวมันไม่เคยพบเห็นมาก่อน

    แต่ทางด้านที่ปรึกษาของมันนั้นหน้าตาของมันถึงกับตกตะลึงมันย่อมรู้จักดีต่อมูลค่าที่แท้จริงของสมุนไพรหายากตรงหน้าพวกมันบางคนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านพืชสมุนไพร


    "หืม…ว่าแต่ท่านซันซัส เมื่อข้ากลับมาตัวข้านั้นได้ข่าวว่ามีราชาโง่ผู้นึงที่มันกล้ามาก่อความวุ่นวายให้กับอาณาจักรคราวและอาณาจักรที่เป็นบ้านเกิดของข้าตัวท่านทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่

    "แน่นอนข้าย่อมทราบอยู่แล้วเพราะเจ้าราชาแห่งมอลเดียร์นั่นมันต้องการที่จะกดดันพวกเจ้าให้ยกเลิกการหมั่นกับบุตรสาวของข้าเมื่อหลายปีก่อนมันเคยมาสู่ขอ อารีอาน่า ให้กับบุตรชายของมันแต่ข้าก็ปฏิเสธมันไปพวกมันช่างไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวเสีย บุตรสาวข้างดงามดั่งเทพธิดาและเต็มเปรี่ยมไปด้วยพรสวรรค์หากได้บุตรชายของมันมาเป็นเขยข้าจะยินดีขอให้นางอยู่เป็นโสดทั้งชีวิตเสียดีกว่าไปว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่คู่ควรกับนางจนกระทั่งข้ามาพบเจ้าเท่านั้นที่คู่ควรกับนางและท่าทางของอารีอาน่าเธอก็มีความสุขมากด้วยในเวลานี้


    แต่ที่ข้ายังไม่ไปยื่นมือเกี่ยวกับการกระทำของมันนั้นเพราะข้าต้องการที่จะรอการกลับมาของเจ้าและให้ตัวเจ้าเป็นผู้ที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองหากเกิดสงครามขึ้นมาแน่นอนว่าข้าต้องชนะพวกมันได้อย่างไม่ต้องคิดแต่ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับพวกข้าก็คงจะได้รับผลกระทบระดับสูงเช่นกันดังนั้นจะทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ

    "ท่านวางใจเถอะ เจ้าราชาโง่นั่นข้าจะจัดการมันเองเด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นสิ่งที่จะกระตุ่นโทสะของเขาได้คือคนที่มันบังอาจกล้ามายุ้งกับครอบครัวของตน


    "จะเป็นอะไรไปไหมถ้าหากซักวันหนึ่งอาณาจักรแห่งนี้จะหายไปจากแผนที่โลกเด็กหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกลับราชาซันซัสผู้เป็นถึงผู้นำของทั้ง 6 อาณาจักร

    "เป็นซิ เพราะอาณาจักรลำดับที่ 2 หายไปนั่นพลังของเผ่ามนุษย์เราก็จะตกต่ำลงเป็นอย่างมากจนดูน่าสังเวชแต่ถ้าหากมีกองกำลังอื่นเข้ามาแทนก็ไม่มีปัญหาซันซัสจ้องมองเด็กหนุ่มเหมือนมีความในอะไรบางอย่าง


    "หืม…. นั่นย่อมไม่มีปัญหางั้นข้าขอตัวลาก่อนท่านซันซัสข้ามีเรื่องที่จะต้องไปทำ

    "เจ้าจะไปไหนเจ้าหนูไม่คิดจะพักที่นี่สักหลายๆวันหน่อยเหรอตั้งแต่พวกเจ้ามาก็ยังไม่ได้พักกันเลย

    "ข้าจะไปเยี่ยมเยือน เจ้าราชาโง่แห่งมอลเดียร์เสียหน่อยข้าขอตัวลา….เด็กหนุ่มกล่าวจบแล้วก็รีบเดินจากไปในทันทีทางด้านดาร์กเนสก็ดูเหมือนจะรู้ใจเจ้านายเป็นอย่างดีเมื่อออกมาถึงด้านหน้าพระราชวังมันกลับเข้าสู่ร่างมังกรดำขนาดยักษ์กลุ่มของเซย์รินเดินทางออกจากพระราชวังด้วยความรวดเร็วหน้าตาของเขาแดงกล่ำเหมือนกับท้องผูกมาหลายวันทางด้านแกรมเบียร์และโจ้พวกมันก็นั่งกันอยู่เงียบๆเพราะมันรู้ว่าในยามนี้นั้นท่านเซย์รินของพวกมันกำลังหัวเสียอะไรซักอย่าง


                     "ท่านซันซัสท่านเซย์รินเขาจะไปทำอะไรกันที่อาณาจักรมอลเดียร์ แม่ทัพใหญ่ นิโคกล่าวถามผู้เป็นนายด้วยความตื่นตระหนกเพราะในยามนี้ใครๆก็รู้ว่าพวกอาณาจักรลำดับที่2 มันกำลังคิดเล่นงานและกดดันเด็กหนุ่มอยู่

    แต่ตัวเขากลับเลือกที่จะไปเยือนสถานที่แห่งนั้นด้วยตนเอง

    "จงจำคำข้าเอาไว้นะ นิโคอีกไม่กี่วันนี้จะต้องเกิดข่าวใหญ่ที่มันทรงพลังมากพอจะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้ง 6 อาณาจักรเป็นแน่ช่างโง่เขราเหลือเกินที่พวกมันกล้าไปปลุกสัตว์อสูรร้ายให้ตื่นจากฝันขึ้นมา

    คล้ายกับเรื่องจงเรียกข้าว่าจอมราชัน ที่คุณอ่าน