จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 134 ปานผ่าลำไผ่

                ในที่สุดอู๋เซินก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น--- ที่แท้มันก็หลงกลอีกฝ่าย

                มันถึงกับหลงอุบายเพราะผู้เยาว์รุ่นหลังที่ถือวัตถุวิญญาณระดับสูงไปได้! มิหนำซ้ำ เพราะเรื่องนี้ยังปล่อยให้เป้าหมายหลบหนีไปอีก!

                ความเดือดดาลพลันพลุ่งขึ้นในใจอู๋เซิน มันไม่ได้นึกถึงว่าฝ่ายตรงข้ามบรรลุถึงด่านภูตวิญาณระดับกลางด้วยอายุเพียงเท่านี้ได้อย่างไรหรือแม้แต่ที่ว่าอีกฝ่ายครอบครองวัตถุวิญญาณระดับสูงเช่นนี้จะมีเบื้องหลังอันยิ่งใหญ่หรือไม่มันก็ไม่ได้นำพาอู๋เซินเพียงมีความคิดอย่างเดียว --- สับผู้ที่ทำลายแผนการของมันนี้ให้กลายเป็นพันชิ้น

                “บัดซบ! ข้า...”

                อู๋เซินยกมือขวาขึ้นเตรียมจะสั่งการต่อวิหคสายฟ้าให้จู่โจมใส่พร้อมกันนั้นก็สั่งต่อพวกพ้องที่เหลือให้รุมสังหารไป๋หยุนเฟยกระนั้นก่อนที่มันจะทันได้กล่าวจบผู้อื่นยังไม่ทันได้รับทราบว่ามันคิดหลบหนีหรือต่อสู้ ไป๋หยุนเฟยก็ชิงเคลื่อนไหว

                ไป๋หยุนเฟยสะบัดข้อมือขวาซัดมีดสั้นใส่ใบหน้าอู๋เซินขณะเดียวกันก็ถีบเท้ากับพื้นพุ่งเข้าหาอู๋หลินที่อยู่ด้านขวาของอู๋เซิน

                ดวงตาอู๋เซินทอประกายวูบพร้อมกับวาดมือขวาไปเบื้องหน้ามันคว้าจับมีดสั้นที่เล็งมาหาตนเองได้อย่างแม่นยำ แต่จากนั้นดวงตามันก็พลันเบิกกว้างก่อนจะร่ำร้องแผ่วเบาด้วยความแตกตื่น

                “วัตถุวิญญาณ!”

                พลังโจมตีของมีดสั้น +9 ถือได้ว่าข้ามไปสู่ขอบเขตของวัตถุวิญญาณแล้ว

                หลังจากมองตามไปเห็นไป๋หยุนเฟยขณะพุ่งเข้าหาอู๋หลินก็ซัดมีดสั้นออกอีกสามเล่มเมื่อเห็นคลื่นพลังวิญญาณบนมีดสั้นเหล่านั้นมันก็บอกได้ทันทีว่านั่นก็เป็นวัตถุวิญญาณเช่นกัน--- แม้จะเป็นวัตถุวิญญาณระดับต่ำที่สุด เพียงแค่ชั้นมนุษย์ระดับต่ำก็ตามที

                การจู่โจมอย่างกะทันหันของไป๋หยุนเฟยทำให้อู๋หลินตะลึงงันไปชั่วขณะมันเองก็คาดคิดว่าไป๋หยุนเฟยเป็นยอดฝีมือระดับบรรพวิญญาณเช่นกัน ดังนั้นยามไป๋หยุนเฟยเคลื่อนไหวมันก็ลอบ‘ยินดี’เมื่อพบว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงภูตวิญญาณระดับกลางเท่านั้นแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่กล้าชะล่าใจต่อมีดสั้นทั้งสามเล่มที่พุ่งวาบมาถึงตรงหน้ามันจึงเร่งเร้าพลังวิญญาณในร่างฟุบกายลงเพื่อหลบเลี่ยงขณะเดียวกันวานรวิญญาณก็กรีดร้องขึ้นขณะรับมีดสั้นที่อู๋หลินหลบไม่พ้นจากนั้นมันก็ไม่แยแสต่อบาดแผลจากมีดสั้นบนไหล่ขวาที่ลึกถึงกระดูกรีบพุ่งเข้าใส่ไป๋หยุนเฟยทันที.

                ไป๋หยุนเฟยยังคงเยือกเย็นขณะมองดูวานรสีดำที่ร้องคำรามพร้อมกับพุ่งเข้าหาแทนที่จะหลบเลี่ยงมันกลับส่งทวนเปลวอัคคีไปยังมือซ้ายพร้อมกับรั้งมือขวาไว้ข้างลำตัวจากนั้นจึงกระแทกหมัดใส่กรงเล็บที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยพลังสีส้ม

                พลังหมัดเก้าทบ!

                “ปัง!”

                ไป๋หยุนเฟยชะงักร่างไปชั่วขณะส่วนวานรสีดำกลับโซเซล่าถอยไม่หยุดจากมุมที่ไป๋หยุนเฟยชกกำปั้นใส่ผลักมันล่าถอยออกด้านข้าง เผยให้เห็นอู๋หลินที่อยู่ด้านหลังกำลังถอยหลังอย่างเร่งร้อน

                นอกจากผู้มีฝีมือเฉพาะตัวเพียงไม่กี่คนแล้วผู้ฝึกปรือวิญญาณของสำนักเจ้าอสูรจำต้องรักษาระยะห่างจากคู่ต่อสู้เอาไว้เพราะสุดท้ายแล้วฝีมืออันร้ายกาจของพวกมันก็มาจากการควบคุมอสูรวิญญาณในขณะที่พลังฝีมือส่วนตัวนั้นถือได้ว่าต่ำต้อยหากถูกศัตรูลากไปต่อสู้ประชิดตัวพวกมันก็ไม่อาจทัดเทียมกับผู้ฝึกปรือวิญญาณในระดับเท่ากันได้

                ไป๋หยุนเฟยขยับสองเท้าไม่หยุดยั้งพุ่งร่างเฉียดผ่านข้างตัววานรวิญญาณไปขณะเดียวกันก็สะบัดมือขวาซัดลำแสงเย็นเยียบออก

                “ยังเป็นวัตถุวิญญาณอีก!”

                เห็นไป๋หยุนเฟยซัดขว้างวัตถุวิญญาณออกถึงเจ็ดเล่มราวกับไร้ค่าดังขว้างหัวกะหล่ำหัวใจอู๋เซินก็กระตุกวูบ กระนั้นเมื่อเห็นว่าน้องชายของตนอยู่ในสถานการณ์คับขันมันก็ไม่มีโอกาสได้ครุ่นคิดมากความ อู๋เซินชี้นิ้วไปยังไป๋หยุนเฟยวิหคสายฟ้าที่วนอยู่เหนือศีรษะก็สยายปีกโฉบลงใส่ไป๋หยุนเฟยประดุจสายฟ้า

                อู๋หลินแตกตื่นตะลึงลานยามได้เห็นไป๋หยุนเฟยบีบวานรสีดำล่าถอยได้อย่างง่ายดายแล้วอู๋หลินก็ต้องตื่นตระหนกยิ่งขึ้นเมื่อพบว่ามีดสั้นสามเล่มพุ่งวาบเข้ามาด้านหลังยังติดตามมาด้วยไป๋หยุนเฟยที่ไม่ชะลอความเร็วลงแม้แต่น้อยแต่เมื่อเห็นวิหคสายฟ้าที่พุ่งเข้าไป๋หยุนเฟยอย่างรวดเร็วมันก็คลายใจลงได้บ้างอู๋หลินถ่ายเทพลังวิญญาณไปยังสองขาพร้อมกับกระทืบเท้าขวาลงกับพื้นส่งร่างถลาหลบไปด้านข้างจึงค่อยหลบรอดจากมีดสั้นที่พุ่งใส่ได้อย่างหวุดหวิด

                ดวงตาไป๋หยุนเฟยทอประกายวูบยามสัมผัสได้ถึงแรงลมจากด้านหลังกระนั้นมันกลับไม่คิดจะหลบเลี่ยง ตรงกันข้ามไป๋หยุนเฟยเพียงค้อมตัวก้มศีรษะต่ำแล้วกรงเล็บอันใหญ่โตของวิหคสายฟ้าที่ส่งประกายสีแสงม่วงก็ตะกุยใส่หลังไป๋หยุนเฟยอย่างอำมหิตแต่ทว่ากลับมีเพียงประกายไฟแลบแปลบออกมาเสื้อผ้าไป๋หยุนเฟยถูกกระชากออกเผยให้เห็นเกราะวิญญาณไหมทองที่อยู่ด้านใน ถึงจะต้านรับการโจมตีจากวิหคสายฟ้าเอาไว้ได้แต่เกราะวิญญาณไหมทองวัตถุวิญญาณที่เทียบได้กับชั้นมนุษย์ระดับกลางก็ปรากฏริ้วรอยเป็นทางยาว! รอยยาวนี้ลึกจนแทบจะทะลุเกราะเข้าไป!

                หัวใจไป๋หยุนเฟยแทบเต้นผิดจังหวะ“หวุดหวิดนัก!” มันรีบขับไล่ความรู้สึกชาด้านเพราะการโจมตีออกไปทันทีสายตาของมันเย็นชายิ่งกว่าเดิมแต่ไป๋หยุนเฟยไม่เหลือบแลวิหคสายฟ้าในอากาศหรือวานรสีดำที่รุกไล่เข้ามาแม้แต่น้อย ดวงตามันยังคงตรึงอยู่ที่อู๋หลินซึ่งกำลังล่าถอยไม่หยุด

                จู่ๆไป๋หยุนเฟยที่ไล่กวดตามก็เร่งความเร็วขึ้นอันเป็นผลจากผลกระทบเพิ่มเติมของเครื่องประดับที่มันสวมอยู่ไป๋หยุนเฟยสะบัดมือขวาอีกครั้งมีดสั้นสองเล่มก็พุ่งเข้าใส่อู๋หลินที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่สิบวา

                อู๋หลินแทบจะคลุ้มคลั่ง ---เจ้ามีวัตถุวิญญาณให้ซัดขว้างอีกเท่าใดกันแน่?!?

                อู๋หลินกัดฟันบิดร่างหลบมีดสั้นทั้งสองเล่มอีกครั้งกระนั้นสองขากลับหนักอึ้ง นี่เป็นอาการแสดงว่ามันโหมใช้สองขามากเกินไป 

                ไป๋หยุนเฟยตาทอประกายวูบพร้อมกับมือขวาสะบัดออกด้วยความเร็วที่เหนือยิ่งกว่าเดิม ครานี้กลับไม่ใช่ประกายเย็นเยียบหลายจุดถูกซัดออก ที่ซัดออกมีเพียงเล่มเดียว มิหนำซ้ำยังเป็นสีคราม

                เป็นหนามธารน้ำแข็ง!

                แก้วตาอู๋หลินหดวูบมันไม่อาจหลบเลี่ยงการจู่โจมในครั้งนี้ได้ อีกทั้งต่อให้หลบเลี่ยงก็ไม่ทัน ดวงตาอู๋หลินฉายแววคลุ้มคลั่งพร้อมกับแสงสีส้มจู่ๆก็ทะลักออกจากร่างจากนั้นจึงผนึกรวมไว้ที่หัวใจ ชั่วขณะนั้นมันลอบขอบคุณที่ไป๋หยุนเฟยเล็งเป้าที่หัวใจ--- เนื่องเพราะมันยังมีกระจกพิทักษ์หัวใจ ซึ่งเป็นวัตถุวิญญาณที่พอจะนับเป็นชั้นมนุษย์ระดับกลางได้

                “ติง!”

                เสียงแผ่วเบาแต่ดังสดใสสะท้อนแว่วมาพร้อมกับร่างอู๋หลินชะงักไปชั่วขณะจากนั้นมันถอยหลังราวคลุ้มคลั่ง หนามธารน้ำแข็งถึงกับทะลวงเข้าไปได้ไม่ถึงสองนิ้วและคล้ายกับว่าไม่อาจทะลวงไปถึงหัวใจของอู๋หลินได้!

                “น้องพี่!”

                ดวงตาอู๋เซินเบิกกว้างยามได้เห็นน้องชายของตนถูกจู่โจมใส่หัวใจสีหน้ามันกลายเป็นคลุ้มคลั่ง คำรามก้องด้วยความเดือดดาล จากนั้นแสงสีม่วงก็ทะลักออกจากทั้งร่างวิหคสายฟ้าส่งเสียงแหลมเล็กก่อนจะ‘พ่น’สายฟ้าสีม่วงออกจากปากเข้าใส่ไป๋หยุนเฟยพร้อมกันนั้นอู๋เซินก็ระเบิดพลังออก มิคาดว่ามันก็พุ่งเข้าหาไป๋หยุนเฟยเช่นกัน

                สายฟ้าสีม่วงฟาดลงขณะที่วิหคสายฟ้าก็ไล่ตามติดเข้ามาวานรสีดำที่ด้านหลังไป๋หยุนเฟยก็เคลื่อนที่เข้าใกล้พร้อมกับจู่โจมใส่ด้วยกรงเล็บอันแหลมคมและที่ห่างออกไปไม่ไกลก็ปรากฏภูตวิญญาณระดับปลายกำลังพุ่งเข้าหา...

                ดวงตาไป๋หยุนเฟยทอประกายวูบแต่สายตามันยังคงตรึงอยู่ที่อู๋หลิน ทวนเปลวอัคคีก็ถูกเปลี่ยนมาไว้ในมือขวาขณะเดียวกันเชือกสารพัดนึกก็พุ่งวาบออกจากมือซ้ายในทันทีเชือกถูกยืดออกจนยาวกว่าสิบห้าวาภายใต้สายตาตื่นตะลึงของอู๋หลินเชือกสีทองก็รัดพันรอบคอมันในพริบตา

                “เฮอะ!”

                ไป๋หยุนเฟยพลันกระทืบเท้าลงพร้อมกับแค่นเสียงเย็นชาขณะเดียวกันมันใช้มือซ้ายฉุดดึงเชือกสารพัดนึกโดยแรงพร้อมกับถ่ายเทพลังวิญญาณลงไปเชือกสีทองจึงหดสั้นลงอย่างรวดเร็ว

                สายฟ้าสีม่วงที่ฟาดใส่แยกร่างไป๋หยุนเฟยออกจากกันติดตามมาด้วยกรงเล็บวานรที่กรีดเอวมันขาดเป็นสองส่วนแล้วจากนั้นกรงเล็บของวิหคสายฟ้าก็ฉีกร่างไป๋หยุนเฟยเป็นชิ้นๆ --- แต่ทว่านั่นเป็นเพียงภาพติดตาเท่านั้น!

                ไป๋หยุนเฟยรุดหน้าอย่างเร่งร้อนด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อจากการทุ่มเทใช้ท่าเท้าเหยียบคลื่นเต็มกำลังทั้งยังอาศัยคลื่นกระแทกจากการจู่โจมทั้งคู่ที่มาทางด้านหลังเร่งความเร็วขึ้นไปอีกแทบจะเวลาเดียวกับที่ภาพติดตาที่ด้านหลังเลือนหายไปมันก็ห่างจากอู๋หลินที่แตกตื่นจนหน้าซีดเผือดไม่ถึงห้าวาแล้ว!

                “อย่า!”

                อู๋เซินคำรามอย่างสิ้นหวังน้ำเสียงแฝงความวิงวอน แต่ไป๋หยุนเฟยกลับไม่หยุดมือ จิตสังหารวาบผ่านดวงตาของมันพร้อมกับที่แสงสีแดงแผ่อกจากทวนเปลวอัคคีไป๋หยุนเฟยรั้งมือขวาขึ้นแล้วทวนก็แทงปราดออกไป!

                “ฉึก!”

                ไม่ทราบว่าบังเอิญหรือจงใจ คมทวนจึงทะลวงสู่หัวใจอีกครั้งที่บริเวณถัดจากหนามธารน้ำแข็งถึงยามนี้ กระจกพิทักษ์หัวใจก็ไม่อาจใช้ประโยชน์อันใดได้อีกปลายทวนแทงผ่านทรวงอกอู๋หลินจนโผล่ทะลุแผ่นหลังในคราเดียว

                เป็นหนึ่งทวนทะลวงใจ!

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน