“ดีพ่ะย่ะค่ะ” ฮุ่ยจิ่นเฉิงร่วมผสมโรง เขาฉีกยิ้มเดินออกมาจากมุมปลอดภัยของตนอย่างลืมตัว พลางตบมืออย่างชอบใจ
แต่เมื่อสายตาประสานไปยังดวงตาที่แผ่ปราณสังหาร เขาก็ต้องคอตกกลับไปอยู่ในมุมมืดของตัวเองเช่นเดิม
“ฝ่าบาท ไม่ดีเลยพ่ะย่ะค่ะ” ผู้ถูกยื่นข้อเสนอเอาแต่ส่ายหน้าอย่างเอาเป็เอาตาย ในขณะเดียวกันกับที่เซี่ยชิงอวินสะบัดมือออกคำสั่งกับหัวหน้าองครักษ์
“ทหารจับหลินสืออี้เอาไว้” จิ้งเทียนอี้สั่งการให้นายทหารสองคนเข้าไปบังคับดึงมือข้างขวาของนางออกมา กางนิ้วทั้งห้าออกแล้ววางราบกดให้แนบลงไปกับพื้นลาน
มีดขนาดเล็กความยาวราวหนึ่งฉื่อ[๑] ผิวเรียบ คมกริบในชนิดที่เงาด้านคมมีดเกิดเป็ประกายแสงสะท้อนเข้าที่ดวงตา จากนั้นผู้ถือมีดก็ทิ่มส่วนแหลมลงบนพื้นปูน หันด้านคมให้ชิดกับโคนนิ้วก้อยของหลินสืออี้แล้วรอคำสั่ง
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะอย่าทำเช่นนี้เลย” หลี่ชิงหยาเอ่ยร้องขอแทนผู้เป็สหาย ระหว่างที่เขาพยายามจะเข้าไปช่วยหลินสืออี้ก็มีทหารสองคนเข้ามาขวางไว้ จากนั้นก็ถูกลากตัวออกไปที่ด้านข้าง
ร่างบอบบางพยายามดิ้นร้น น้ำตาเอ่อนองสองเนินแก้ม นี่หรือผลของการเอาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดกับตัวร้าย ไม่เห็นว่ามันจะกลายเป็เื่ดีอย่างที่ชายปริศนาผู้นั้นกล่าวเอาไว้เลยสักนิด
“ลงมือได้” ใบหน้าเยือกเย็นออกคำสั่ง
“ไม่ ไม่ อย่านะ!” ดวงตาฝ้ามัวด้วยหยาดน้ำตาเอ่อคลอ นางมองไปยังสีหน้าไร้ความรู้สึกของผู้ออกคำสั่ง ที่แม้แต่ปลายหางตาก็หาได้มีเศษเสี้ยวของความเมตตาให้ได้เห็น
หมดหนทางหนี สูญสิ้นการแรงต่อต้าน นิ้วก้อยที่ทาบอยู่บนพื้นกำลังจะถูกตัดอย่างเืเย็น
เปาะ แปะ เปาะ แปะ
แต่แล้วสิ่งที่ทำนายไว้ก็บังเกิดขึ้นมาได้ทันเวลา เสมือนว่าฟ้าก็คงจะเห็นใจนางอยู่บ้าง หยาดพิรุณที่ตกลงมาใส่บนหลังมือของหลินสืออี้ จึงช่วยชีวิตที่กำลังจะมอบดับได้ถูกชุบให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง
“ฝน...ตก ฝนตกแล้ว” หลี่ชิงหยาะโสุดเสียงด้วยความดีใจ
หลินสืออี้ถูกปล่อยตัวให้เป็อิสระ เมื่อถูกกระแสน้ำเย็นช่ำก็เหมือนกับก้อนหินหนักถูกยกออกไป ลมหายใจแห่งความโล่งอกถูกปล่อยออกมา ก่อนที่นางจะะโออกไปทวงสิ่งที่ตนเสนอไว้เป็การแลกเปลี่ยน
“ฝ่าบาท พระองค์ต้องรักษาสัญญานะพ่ะย่ะค่ะ”
ไร้ซึ่งการตอบกลับ เพลานี้เซี่ยชิงอวินยืนเหม่อ ดวงตาเลื่อนลอยไร้การรับรู้สิ่งรอบข้าง จ้องมองแต่เพียงสายฝนที่เทกระหน่ำ ก่อนที่มือทั้งสองของตนจะประกบเข้าที่ข้างขมับ ศีรษะปวดร้าวราวกับถูกเหล็กแหลมทิ่มแทง
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” จิ้งเทียนอี้ที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปประคองแต่ก็ถูกผลักออกมา เพลานี้เซี่ยชิงอวินไม่อาจจำผู้ใดได้
“รีบไปตามหมอหลวงมา เร็วเข้า” เขาะโสั่งบ่าวรับใช้ด้วยความร้อนรน แม้จิ้งเทียนอี้จะเคยเห็นอาการป่วยของผู้เป็นายอยู่บ่อยครั้ง แต่อาการในครั้งนี้ เขาพึ่งจะเคยเห็นเป็ครั้งแรก
เพลานี้ไม่มีผู้ใดสนใจเื่การทำนายทายทักอันใดอีกต่อไปแล้ว มีแต่การวิ่งขวักไขว่ไปมา ต่างคนต่างวิ่งเข้ามาช่วยกันจับร่างของผู้ที่กำลังอาละวาดด้วยอาการเสียสติ
จิ้งเทียนอี้จำต้องสกัดจุดเพื่อเพื่อหยุดความเคลื่อนไหว จากนั้นก็พาเข้าไปพักยังห้องบรรทมชั้นใน
แม้จะหยุดอาการคลุ้มคลั่งไว้ได้ชั่วคราว แต่เซี่ยชิงอวินก็ยังคงต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนัก
“เ้าจะไปที่ใด” หลี่ชิงหยาดึงแขนหลินสืออี้ไว้ เมื่อเห็นว่าสายตานางจดจ่ออยู่กับความโกลาหลตรงหน้า
“ช่วยคนนะสิ” นางดึงมือหลี่ชิงอยาออก แล้วก็เดินฝ่าสายฝนไปเข้าไปในตำหนักหย่งเหอ
“รีบพาฝ่าบาทลงไปแช่ในน้ำเย็น” หลินสืออี้เดินเข้าไปกล่าวแนะนำกับหลี่ชิงอยา
“เ้ามาที่นี่ทำไม หาใช่เื่ที่เ้าจะเข้ามาสอด”
“ใต้เท้าจิ้ง เพลานี้ช่วยคนสำคัญกว่าไม่ใช่หรือ ทำตามที่ข้าบอกเถิด ท่านก็เห็นแล้วว่าเื่ที่ข้าพูดเกิดขึ้นจริง หรือท่านจะไม่เชื่อผู้ที่สามารถทำนายอนาคตได้”
แม้ใจของจิ้งเทียนอี้จะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นอาการของเซี่ยชิงอวินแล้ว เขาจึงยอมทำตามอย่างไม่มีทางเลือก
“ไปเอาน้ำเย็นมาเติมใส่ให้เต็มถัง”
เมื่อออกคำสั่งกับบ่าวรับใช้ น้ำเย็นจำนวนมากก็ถูกลำเรียงมาเติมจนเต็มถัง หัวหน้าองครักษ์ก็พาร่างกำยำที่นอนครวญครางไปแช่ในน้ำเย็น ผ่านไปครู่ใหญ่ อาการทรมานที่เห็นอยู่ก่อนหน้าจึงได้คลายมาเป็อาการสงบลง
“ฝ่าบาทรู้สึกเป็อย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ” จิ้งเทียนอี้เอ่ยถามด้วยความเป็กังวล
เซี่ยชิงอวินกลอกตาไปมาผ่านเปลือกตาที่ปิดสนิท ก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ
หลินสืออี้พินิจใบหน้าซีดเซียวของผู้ที่ได้สติกลับคืนมาแล้ว ก็กล่าววิเคราะห์ตามความเห็น
“ดูท่าคงรอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว พระวรกายของฝ่าบาทจะยิ่งทรุดหนักลงเรื่อย ๆ”
“เช่นนั้น ก็คงถึงเวลาที่เ้าต้องทำหน้าที่ทำนายอนาคตให้ข้าแล้ว บอกมาในภายหน้าข้าจะเป็เช่นไร” ริมฝีปากขาวซีดของผู้ที่แช่อยู่ในน้ำขยับถามด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า ดวงตาอิดโรยลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า
“ทูลฝ่าบาท หากว่าพระองค์ยังไม่สามารถรักษาอาการป่วยนี้ได้หายขาดได้ ต่อไปพระองค์จะต้องกลายเป็ผู้วิปลาสในอีกไม่ช้าพ่ะย่ะค่ะ”
“บังอาจนัก” จิ้งเทียนอี้ชักอาวุธประจำกายวางทาบที่ไหล่ซ้ายของผู้ทำหน้าที่ทำนายดวงชะตา
เซี่ยชิงอวินกระดกนิ้วมือขึ้นห้าม
“พูดต่อไป” เขาปล่อยให้นางพูดต่อ หัวหน้าองครักษ์จึงลดดาบลงแล้วเก็บเข้าฝักดังเดิม
“แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ไข ในหุบเขาที่อยู่ติดแถบชายแดนของแคว้นฉีมีหมอเทวดาผู้หนึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ขอเพียงเราออกตามหาคนผู้นี้จนพบ โรคของพระองค์นี้ก็จะสามารถรักษาให้หายขาดได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น กระหม่อมขอรับอาสานำทหารไปพาคนผู้นี้เข้าวังเองพ่ะย่ะค่ะ” จิ้งเทียนอี้ออกตัว
“จะทำเช่นนั้นไม่ได้” หลินสืออี้รีบแย้งในทันที เพราะรู้ดีว่าหากนำตัวเข้าวัง ด้วยการกระทำอันป่าเถื่อนของเซี่ยชิงอวิน สุดท้ายมันจะนำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะชายชราผู้นั้นหาได้เป็เพียงแค่หมอสมุนไพรธรรมดา
“เพราะเหตุใด หากฝ่าบาท้า ผู้ใดจะกล้าขัด” จิ้งเทียนอี้กล่าวอย่างไม่พอใจ
“ชายชราผู้นี้รักสันโดดมิยอมรักษาให้ผู้ใดโดยง่าย กระหม่อมคิดว่าพระองค์ควรแสดงความจริงใจด้วยการเดินทางไปหาคนผู้นั้นด้วยพระองค์เอง ทำเช่นนี้จะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”
“เหตุใดข้าต้องลดตัวไปทำเื่เช่นนั้น หากไม่ยอมทำตามก็แค่บังคับมา ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะมีผู้ใดที่เห็นความตายอยู่ตรงหน้า แล้วยังใจแข็งปฏิเสธได้” ใบหน้าซีดเซียวคล้ายจะหมดเรี่ยวแรง แต่วาจากลับเย่อหยิ่งทระนงตน
หลินสืออี้ต้องพยายามเกลี้ยกล่อม แม้ในใจรู้อยู่เต็มอกว่าผู้ลำพองตนเช่นเซี่ยชิงอวินย่อมเกิดความไม่พอใจ
แต่เมื่อยึดตามเนื้อเื่เดิมแล้วปล่อยให้เขาจับตัวหมอผู้นั้นมา เมื่อใดที่เขาปฏิเสธให้การรักษา และในไม่ช้าเซี่ยชิงอวินที่หมดความอดทนก็จะต้องลงมือสังหารหมอยาผู้นั้น
การตายของผู้เฒ่าแห่งหุบเขากู่ซานจะกลายเป็ฉนวนเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดภัยา กระทั่งในท้ายที่สุดเซี่ยชิงอวินก็ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของพระเอกซึ่งก็คือ หยางลู่เฉิน ซึ่งนางจะไม่ยอมให้เป็เช่นนั้นโดยเด็ดขาด
“ฝ่าบาทจะทำเช่นนั้นไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ ชายชราผู้นี้ไม่กลัวความตาย ยิ่งพระองค์ใช้ไม้แข็งมากเท่าไหร่ ก็รังแต่จะไม่ได้ในสิ่งที่้ามากขึ้นเท่านั้น พระองค์ก็ทรงทราบดีว่าการแช่น้ำที่ตำหนักเย็นช่วยระงับอาการได้เพียงชั่วคราว แต่หากเราเกลี้ยกล่อมท่านผู้เฒ่าได้ โรคที่พระองค์เป็อยู่ก็จะหายขาดพ่ะย่ะค่ะ”
หลินสืออี้คุกเข่าลงกับพื้นเพื่อกล่าวทัดทานอย่างสุดกำลัง และยังคงนั่งก้มหน้านิ่งอยู่อย่างนั้นเพื่อรอจนกว่าเซี่ยชิงอวินจะรับข้อเสนอ
“ดูเ้าจะมั่นใจสะเหลือเกินว่าคนผู้นั้นจะรักษาข้าได้”
“กระหม่อมขอใช้ชีวิตเป็เดิมพัน” นางยอมทุ่มสุดตัวเพื่อล้มหมากกระดานเก่า ไม่ยอมให้เขาต้องเดินซ้ำรอยเดิม
ตัวร้ายที่นางกุมโชคชะตา เพลานี้จะต้องกลายเป็ผู้ที่ขาวสะอาดขึ้นมาให้จงได้
“ฝ่าบาทก็ทรงทราบดีว่า การหาผู้ที่มีฝีมือทางการแพทย์มารักษานั้นยากยิ่ง หากพลาดจากคนผู้นี้ไปแล้ว ก็คงจะหาผู้ที่มีฝีมือทัดเทียมกันได้ยาก ขอฝ่าบาทได้โปรดไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้ามันเก่งเื่โน้มน้ามใจผู้อื่นยิ่งนัก”
เซี่ยชิงอวินถอนหายใจยาว สีหน้าหงุดหงิด แต่ก็ยอมหยุดใช้ความคิดตรึกตรองตามคำพูดของนาง
“ก็ได้ เช่นนั้นวันพรุ่งก็เตรียมตัวออกเดินทาง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
++.....+.....+.....+.....++
หนึ่งฉื่อ[1] : 22.7 – 23.1 เิเ
???? หลังฉาก ????
หลินสืออี้ : ถ้าไม่รี
บรักษาก็จะกลายเป็บ้านะ เลือกเอา ????
เซี่ยชิงอวิน : ที่ข้าเป็บ้าก็เป็เพราะเ้านั่นแหล่ะ ????
ฝากกดตืดตามหน่อยนะคะ