King - of - Element

    ตอนที่ 41

     
    “คริสส!!......” “อ้าวๆ ยอมโผล่หัวออกมาแล้วงั้นหรอ คุณราชันย์แห่งน้ำแข็ง....” คริส ราชันย์แห่งแสงเอ่ยปากพร้อมกับค่อยๆล่อนตัวลงสู่พื้นอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปตะวาดใส่สไปค์ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเขามากนัก “นายมัวทำบ้าอะไรอยู่สไปค์! ฉันให้เวลานายตั้งนานแต่ก็ยังไม่เรียบร้อยงั้นเรอะ รีบๆจัดการให้เสร็จได้แล้ว! แผนขั้นต่อไปจะได้ดำเนินการต่อซักที” คริสหัดไปทำเสียงแข็งใส่สไปค์จนเจ้าตัวก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาไม่มองหน้าผู้พูดราวกับกำลังสำนึกผิดอยู่ข้างใน “แผน? นี่พวกแกกำลังวางแผนอะไรไว้กันแน่!” เป็นลีออนที่พูดแทรกบทสนทนาขึ้นมา “หืม...คนระดับคุณน่าจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับราชันย์ที่แท้จริงอยู่แล้ว ถูกไหม?” “ราชันย์ที่แท้จริง!? เหอะ! แกทำแบบนี้แล้วคิดว่าจะได้มันมาครอบครองอย่างยังงั้นหรอ!?” ลีออนเคยได้ยินเรื่องราวของราชันย์ที่แท้จริงผ่านหูมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ทราบถึงวิธีการที่ได้มาของมันอย่างแน่นอนมากนัก “อย่ามาแกล้งไม่รู้เรื่องอะไรหน่อยเลยน่า ฉันรู้ว่าคุณก็มีไอ่นั่นอยู่ เศษชิ้นส่วนนั่น ไม่ต้องปิดบังมันอีกต่อไปแล้ว เพราะสายข่าวของผมในกิลด์คุณบอกข้อมูลนั้นมาหมดเปลือกเลยล่ะ” ตอนนี้คริสกำลังพูดถึงเศษชิ้นส่วนสัญลักษณ์แห่งราชันย์ที่มันสามารถนำพาเขาไปสู่เส้นทางแห่งราชันย์ที่แท้จริงได้หากรวบรวมครบตามเงื่อนไขของมัน ลีออนนิ่งเงียบไม่ได้ตอบโต้อะไร เขารู้โดยทันทีว่าสิ่งที่คริสพูดนั้นหมายถึงอะไร เมื่อไม่นานมานี้ลีออน และเหล่าองครักษ์พิทักษ์ราชันย์ รวมถึงผู้เล่นระดับไฮคลาสอีกจำนวนหนึ่ง ได้เข้าไปบุกดันเจียนระดับสูงแห่งหนึ่่งในทางตอนไต้ของทวีปน้ำแข็ง ในตอนท้ายของดันเจียนระดับสูงนั้นเขาพบบอสที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์แปลกๆอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามอนสเตอร์ประเภทมนุษย์นั้นจะแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปในระดับเดียวกันอยู่มาก แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็จัดการมันลงได้ และมันก็ได้ดรอปไอเทมแปลกประหลาดออกมานั่นคือ เศษชิ้นส่วนของราชันย์นั่นเอง แต่ที่แปลกกว่านั้นก็คือทำไมมันถึงพึ่งดรอปเอาป่านี้ล่ะ ทั้งๆที่เกมก็เปิดมาตั้งนาน ตำแหน่งราชันย์ก็มีตั้งแต่เริ่มแรกเช่นกัน หรืออาจจะเป็นเพราะมันพึ่งครบเงื่อนไขอะไรบางอย่าง หรือเพราะทางระบบพึ่งอัพเดทเข้ามา มันถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมาถึงขั้นเกิดสงครามเพื่อแย่งไอเทมชิ้นนี้จนเกิดความโกลาหลขึ้นทั้งโลกของ KoE แห่งนี้ "นั่นคือสิ่งที่แกต้องการสินะ....." ลีออนเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา คริสเป็นพวกบ้าอำนาจ เป็นประเภทที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ ด้วยความที่ชีวิตจริงของเขาเป็นมหาเศรษฐีด้วยแล้วจึงทำให้ใช้เงินแก้ปัญหาเป็นส่วนใหญ่ อย่างตอนที่เขาล้มราชันย์แห่งแสงคนก่อนได้นั้นก็ด้วยพลังแห่งเงินตราล้วนๆ เพราะทุกสงครามล้วนต้องการแหล่งเงินทุน และทรัพยากรไอเทมจำนวนมหาศาลด้วยกันทั้งนั้น แต่ถึงอย่างนั้นทักษะฝีมือของเขาก็เป็นที่ยอมรับด้วยเช่นกัน “ก็ไม่รู้สินะ เอาเถอะ ยังไงซะหลังฉันชนะศึกครั้งนี้คุณก็ต้องมอบมันมาให้ผ่านทางระบบเงื่อนไขของสินสงครามอยู่ดี แล้วก็นะ หลังจากจัดการที่นี่จบ เป้าหมายต่อไปก็คือไอ้บ้า ราชันย์แดงที่มันพึ่งกลับมาเล่น แถมยังเปิดตัวเด่นเกินหน้าเกินตาฉันคนนี้อีก!” คริสกัดฟันพูดพลางเส้นเลือดปูดขึ้นหน้าแสดงถึงความโกรธแค้นที่มีเป็นอย่างดี “ฮ่าๆ...แกคงจะโดนพวกผู้เล่นเปรียบเทียบพลังระหว่างเขากับแกสินะ ชั่งน่าสมเพชซะจริง” “หุบปาก! มันก็แค่หนูตัวเดียวที่กลับเข้ามาเล่นอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมต้องตื่นเต้นกันแบบนี้ ให้ตายเถอะ!” คริสพูดอย่างหัวเสียพลางจับฝักดาบของตัวเองไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์ออกไป เพราะนับตั้งแต่ผู้เล่นที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกแห่งนี้อย่างราชันย์แห่งไฟกลับเข้าเกมมาเล่นอีกครั้ง ตัวเขานั้นก็ไม่วายที่จะถูกตั้งคำถามมาตลอดเวลาว่ายังสมควรที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่อีกหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาหากเขาได้ยินใครเปรียบเทียบเรื่องพวกนี้ให้เขาได้ยินเข้าหู คนปากมากเหล่านั้นก็ไม่วายถูกเขาสังหารด้วยความไวแสงในทันที แม้ว่าเขาจะพยายามไม่สนใจเรื่องพวกนี้อีก แต่ด้วยที่ไม่ยอมคนของเขาเองทำให้เขากระตือรือร้นที่จะพิสูจน์ให้พวกที่ยังหลับหูหลับตาอยู่ได้เห็นถึงความจริงข้อนั้น ว่าเขานี่แหละคือชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเสมือนแห่งนี้ “ฮ่าๆ แกมันชั่งเด็กน้อยเสียจริง อย่าแกน่ะเทียบเขาไม่ติดหรอก แกรู้รึเปล่าว่าทำไมเขาถึงถูกยกให้เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น?” ลีออนถามคริสออกไปในขณะที่เขาเองก็อาศัยเวลานี้พักฟื้นพลังของตัวเองไปพลางๆ “เหอะ ฉันไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนั้น เพราะอีกไม่นานฉันนี่แหละที่จะล้มมันด้วยมือคู่นี้ และก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดได้อย่างเต็มตัวเสียที” คริสไม่เคยสนใจอยากรู้ความเป็นมาของคู่ต่อสู้ของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กระนั้นราวกับลีออนจะรู้จุดอ่อนของเขาดีจึงพูดแบบนี้ให้เขาแค้นใจมากขึ้นไปอีก “ฮ่าๆ แกเนี่ยนะคิดจะจัดการเขา ไร้สาระน่า แกคิดว่าถ้าแกกำลังโดนผู้เล่นระดับไฮคลาสนับร้อยรุมตบบอกกับผู้เล่นระดับราชันย์มากกว่าหนึ่งคนรุมตบในคราวเดียวกันแล้วยังรอด แถมยังโต้กลับไปได้อีก แกคิดว่าแกทำแบบนั้นได้ไหม ถ้าแกทำไม่ได้ แกก็ไม่สมควรถูกเรียกว่าผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดหรอกนะเพราะว่าเขาคนนั้นสามารถทำแบบนั้นได้ ไม่ใช่ว่าแค่ระดับสูงที่สุด หรือแค่การเอาชนะผู้เล่นระดับสูงแค่ไม่เท่าไหร่ แล้วจะมามโนยกยอตัวเองว่าเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดแบบคนแถวนี้ได้หรอกนะ! น่าขันสิ้นดี ฮ่าๆ!” ลีออนพูดเยาะเย้ยใส่คริสไปจนทำให้เขานั้นแทบจะหัวเสียสุดๆจนแทบจะคลั่งในทันที แต่สิ่งที่ลีออนพูดมานั้นก็เป็นความจริงที่เขาได้เห็นมากับตาของตัวเอง “ว่าไงนะ!” คริสระเบิดจิตสังหารแห่งราชันย์ออกมาอย่างรุนแรงหลังจากที่ได้ยินคำพูดแทงใจดำออกมาจากปากศัตรูของเขา จิตสังหารของราชันย์แสงแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนจนละเหยหิมะหนาบนพื้นจนเห็นเป็นพื้นดินธรรมดาอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เขาสะกดพลังของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่แล้ว หากใครขวางทางเขา มันผู้นั้นต้องไม่ตายดีอย่างแน่นอน "คุณคริสครับ! ไหนบอกว่าจะให้ผมจัดการกับมันไง ถ้าคุณลงมือเองแบบนี้ ตำแหน่งราชันย์ของมันผมก็อดสิ..." เป็นสไปค์ที่ร้องตะโกนอย่างโอดโอยที่กำลังเห็นคริสเค้นพลังหมายจะเข้าโจมตีใส่ลีออนจนกลัวว่าคริสจะลืมข้อตกลงที่มีไว้กับเขาไปเสียแล้วตอนนี้ "หุบปากของแกไปสไปค์! แกใช้เวลาที่ฉันให้มากไปแล้ว ต่อจากนี้ฉันจะจัดการมันเอง และอีกอย่างฉันไม่เอามันถึงตายหรอก ฉันจะเล่นกับมันจนกว่ามันจะอ่อนแรงลงเอง จนถึงตอนนั้นแกค่อยมาปิดท้าย แบบนั้นจะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้อีก!" คริสพูดตอบกลับไป สไปค์ได้แต่พยักหน้าทำตามคำสั่งเพียงเท่านั้นโดยไม่อาจที่จะขัดขืนได้เลย "แกคิดว่าจะเป็นอย่างที่พวกแกต้องการงั้นเรอะ! ฝันไปก่อนละกัน!" ลีออนที่ไม่ยอมให้โดนกดดันอยู่ฝ่ายเดียวจึงปล่อยจิตสังหารขั้นรุนแรงออกไปโต้กลับเช่นกัน การปะทะกันด้วยจิตสังหารเพียงอย่างเดียวของทั้งคู่นั้นรุนแรงอย่างมาก มันมากพอที่จะทำให้พวกผู้เล่นที่เหลือแทบจะประคองสติของตัวเองไม่ไหว แม้แต่เมย์ ราชันย์แห่งพืชที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ยังหวั่นๆกับพลังของทั้งคู่อยู่เช่นเดียวกัน ช่วงเวลาที่จิตสังหารกำลังปะทะกันอยู่นั้น ลีออนพลันเหลือบไปมองผู้เล่นฝังตัวเองที่ร่วมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง และต่อสู้เพื่อตัวเขาตั้งแต่เริ่มสงครามมา เขารู้สึกละอายใจที่เอาแต่คอยอยู่ในปราสาทมองดูผู้เล่นล้มตายคนแล้วคนเล่า และมาปรากฏตัวเอาตอนท้ายของสงครามแบบนี้ แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาจะสะสางเรื่องราวนี้ให้จบไปเสียที และให้คนที่อยู่ด้านหลังเขาได้เดินไปยังเส้นทางของตัวเองที่ตั้งไว้เสียที ‘ขอโทษนะ ทุกคน....’เสียงแผ่วเบาของลีออนดังขึ้นพร้อมกับกำแพงน้ำแข็งที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นมากั้นขวางระหว่างตัวลีออน และผู้เล่นฝั่งเดียวกัน กำแพงน้ำแข็งหนาค่อยๆขยายอาณาเขตกว้างขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้เล่นฝั่งพันธมิตรเมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป พวกเขาทำได้เพียงมองดูราชันย์ของตัวเองอยู่อีกฝั่งของกำแพงน้ำแข็งอย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพาใดๆ แววตาของพวกเขานั้นเศร้าหมอง บางคนถึงกับทนไม่ไหวถึงกับพยายามทำลายกำแพงน้ำแข็งนั้นลงไปแต่กลับไม่สามารถทำความเสียหายใส่มันได้เลย และใช้เวลาไม่นาน ในตอนนี้กำแพงน้ำแข็งในตอนนี้ก็ได้สูงเฉียดฟ้า ยาวสุดลูกหูลูกตาจนไม่สามารถมีใครข้ามมาได้แล้ว แม้แต่องครักษ์พิทักษ์ราชันย์เองก็ด้วย Battel Mode ON......บรรยากาศรอบตัวของลีออนเริ่มแปรเปลี่ยนไป ตัวของลีออนขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัวพร้อมกับชุดเกราะของเขาที่เปลี่ยนรูปร่างเป็นเกราะน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ มันทั้งดูสวยงามสง่า และดูแข็งแกร่งไปพร้อมๆกัน โล่น้ำแข็งทรงหกเหลี่ยมปรากฏขึ้นบนมือซ้าย ดาบระดับ L เล่มเดิมในมือขวาถูกประดับเพิ่มเติมไปด้วยเกร็ดน้ำแข็งเสริมความแข็งแกร่งให้มากขึ้นไปอีก ไอเย็นแผ่ออกมาจากตัวของเขาจนศัตรูที่สัมผัสได้ถึงกับตัวสั่นเทาเพราะความหนาวเย็นที่พร้อมจะกัดกร่อนเหยื่อของมันให้แข็งตายยังไงยังงั้น “มาจบเรื่องนี้กัน ไอ่หนูทั้งหลาย......!!.” ตู้ม.....!!!!...... เช้าวันต่อมาเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นบนโลกแห่ง KoE ในช่องแชทการสนทนาเต็มไปด้วยข่าวสารการแพ้สงครามของราชันย์น้ำแข็งลีออนจนทำให้สูญเสียตำแหน่งราชันย์ไปให้แก่ผู้ท้าชิง ในข่าวยังบอกอีกว่าทางฝั่งของผู้ท้าชิงได้ร่วมมือกับอีกสองราชันย์นั่นคือ ราชันย์แห่งแสง และราชันย์แห่งพืช ดังนั้น หากพวกเขายังร่วมมือกันต่อไปก็เท่ากับว่าในตอนนี้มีขั้วอำนาจใหม่เกิดขึ้นแล้วนั่นคือ 3 ราชันย์ น้ำแข็ง แสง พืช วึ่งการร่วมมือในครั้งนี้จะสั่นครอนทั้งโลกเสมือนแห่งนี้อย่างแน่นอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เนื่องจากการร่วมมือในหมู่ผู้เล่นเพื่อทำอะไรซักอย่างนั้นยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรมาก แต่การที่ผู้เล่นระดับสูงอย่างราชันย์นั้นร่วมมือกันนั้นย่อมไม่เกิดผลดีขึ้นแน่ เพราะหากพวกเขาคิดจะทำเรื่องที่บ้าๆอะไรซักอย่าง เช่นการครองโลก KoE หรืออะไรก็ตาม คงไม่มีใครสามารถหยุดยั้งพวกเขาได้อย่างแน่นอนเว้นแต่พวกราชันย์อีกฝั่งหนึ่งจะร่วมมือกันจัดการพวกนี้ลงไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ความเป็นไปได้นั้นมีน้อยเหลือเกิน แต่ในเวลานี้โลก KoE นั้นถึงขั้นสั่นคลอนจากเหตุการณ์นี้เมื่อเกิดขั้วอำนาจใหม่ขึ้นมา เกิดเสียงแตกกันเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุนเข้าร่วม และฝ่ายที่ต่อต้าน ซึ่งฝ่ายที่เข้าร่วมจะได้รับสวัสดิการมากมาย ทั้งไอเทม อำนาจ เงินตรา ส่วนฝ่ายที่ต่อต้านนั้นย่อมต้องโดนล้างบาง ทำลายจนสิ้นซาก ส่วนพวกราชันย์ที่เหลือยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆหากมันยังไม่ส่งผลกระทบไปยังพวกเขา หรือกลุ่มพันธมิตรของพวกเขา และแน่นอนคนที่เดือดร้อนที่สุดในตอนนี้ก็คือดินแดนที่ไม่มีใครคุ้มครองอย่างเช่นทวีปเริ่มต้น ซึ่งตอนนี้กำลังโดนยกพวกไปยึดพื้นที่ให้เป็นของตัวเองอยู่ และยังไม่ทราบถึงผลลัพธ์แน่ชัด และผู้เล่นที่โดนผลกระทบอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กลุ่มที่คนคุ้มครองดินแดนไม่อยู่ นั่นก็คืออาณาเขตของ ราชันย์ไฟ และราชันย์สายฟ้าที่หายตัวไปหลังจากการปะทะกันครั้งก่อน ดังนั้นเมื่อดินแดนที่ไร้ซึ่งผู้ปกครอง จึงเป็นโอกาสที่ศัตรูจะเข้ามาแทรกแซง และทำลาย พันธมิตรของพวกเขาล้วนถูกโจมตี เกิดปากเสียงกันภายในจนส่งผลกระทบถึงภายนอก และเกิดเป็นความแตกแยกกันไปเมื่อขาดคนคุ้มครอง และสองราชันย์ที่ว่านั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะพวกนั้นกำลังถูกคุมขังในสถานที่ที่ถูกปิดกั้นทุกสิ่งอยู่....