เทพกระบี่เงาสังหาร

    ตักเตือน

    พวกจ้าววั่นต่างก็รุดหน้ามาทักทายกลุ่มอู่หมิงอย่างรวดเร็ว แต่อู่หมิงกลับรู้สึกแปลกใจที่พวกจ้าววั่นกลับทะลวงระดับกันแล้วและกลายเป็นศิษย์หลักกันแล้ว"ไม่นึกเลยว่าสหายอู่หมิงจะได้รับเลือกมายังเกาะลึกลับด้วย แต่ด้วยความสามารถที่แท้จริงของสหายอู่หมิงมันก็ไม่ยากเกินไปที่จะอยู่รอดบนเกาะลึกลับ" กู่ไท่กล่าวด้วยน้ำเสียงเบิกบาน"ดูเหมือนพวกเราอาจจะได้ร่วมมือกันอีกครั้งแล้วนะคุณชายอู่หมิง" หยูเฟยกล่าว"ก็คงจะเป็นแบบนั้น" อู่หมิงกล่าวเหล่าประมุขของขุมอำนาจต่างๆเห็นศิษย์ของตนสนิทสนมกับกลุ่มของอู่หมิงก็พากันแสดงสีหน้าพอใจ เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็สามารถผูกมิตรกับอู่หมิงได้ แต่กลับกันคนของสำนักเหลียงซานกลับแสดงสีหน้าอาคาตไปที่อู่หมิงโดยเฉพาะเหยียนหม่าที่เคยถูกอู่หมิงทำให้ขายหน้ามาแล้วครั้งหนึ่ง"คอยดูเถอะข้าจะทำให้เกาะลึกลับเป็นสุสานของเจ้า" เหยียนหม่ากล่าวด้วยน้ำเสียงอาคาต"สหายกู่ไท่ใหนเจ้าสัญญาว่าจะแนะนำหญิงสาวที่งดงามให้กับข้าไง" เจียงเฉินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น"แน่นอน ในกลุ่มของข้าเองก็มีหญิงสาวที่งดงามอยู่คนหนึ่ง แต่นางเป็นพวกหัวรุนแรงและชอบใช้กำลังนิดหน่อยเจ้ารับได้หรือไม่" กู่ไท่กล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์"ชอบใช้กำลังงั้นหรือ" เจียงเฉินเอียงคอไปมองหญิงสาวที่กู่ไท่ชี้ไปหญิงสาวนางนั้นมีผิวพรรณเป็นสีแทนแต่ผิวของนางกลับดูเนียนไม่หยาบก้านและที่สำคัญดวงตาสีแดงและผมสีขาวทำให้นางดูมีเสน่ห์แต่ว่าด้วยตัวนางที่มีกล้ามเนื้อทำให้นางดูเหมือนผู้หญิงป่าเถื่อน"แบบนั้นมันคงไม่ดีละมั้ง" เจียงเฉินรู้สึกยอมแพ้เมื่อเห็นมัดกล้ามของนาง"เจ้าจะกลัวไปทำไมสหายเจียงเฉินนางไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอก มากับข้าเดี๋ยวข้าจะพาไปทำความรู้จักกับนาง" กู่ไท่ลากเจียงเฉินไปยังหญิงสาวผมขาวคนนั้นอย่างรวดเร็วพวกเยี่ยฉีและหานเจี่ยพากันกลืนน้ำลายและส่งสายตาเห็นใจไปให้เจียงเฉินทันที ส่วนอู่หมิงก็แกล้งทำเป็นเมิณและไม่ได้รับรู้ถึงสายตาอ้อนวอนของเจียงเฉินเลยแม้แต่น้อย แต่ในตอนนั้นเองที่ศิษย์หลักของขุมกำลังอื่นๆก็มองมาที่อู่หมิงด้วยสายตาไม่พอใจนักเพราะข้างกายอู่หมิงกลับมีหญิงสาวที่งดงามถึงสองคน และหญิงสาวทั้งสองก็คือจิงเสวี่ยนและอู่เซียง ถึงแม้อู่เซียงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกับอู่หมิงแต่พวกศิษย์หลักเหล่านั้นก็ไม่ได้รับรู้ข้อมูลนี้"เจ้าหนะหรืออู่หมิง ไม่เห็นจะแข็งแกร่งเหมือนอย่างที่ข่าวลือบอกเอาไว้เลย" ชายหนุ่มนิกายดาบคลั่งอดไม่ได้ที่จะกล่าวท้าทายออกมาอู่หมิงขันไปมองชายหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาเฉื่อยชา ชายหนุ่มคนนี้อยู่จุดสูงสุดของปราณนภาและค่อนข้างแข็งแกร่งแต่ระดับเพียงแค่นี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของอู่หมิงเลยแม้แต่น้อย อู่หมิงที่มองแงบเดียวก็ไม่สนใจอีกฝ่ายในทันที"นี่เจ้ากล้าเมิณข้างั้นหรือ" ชายหนุ่มกล่าวด้วยความโกรธ"ซุนเหียน เจ้าอย่าได้เสียมารยาทกับสหายของข้าเด็กขาดไม่อย่างงั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน" จ้าววั่นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เฮ้ย ๆ นี่เจ้านั่นโง่หรือเปล่าที่ไปหาเรื่องอู่หมิงเดี๋ยวก็จบที่พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียวเหมือนศิษย์หลักของหอกระบี่หรอก" เจียงเฉินที่ยืนอยู่กับกู่ไท่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน"สหายเจียงเฉินที่เจ้าพูดมามันหมายความว่ายังไง" กู่ไท่กล่าวด้วยความอยากรู้เจียงเฉินเล่าให้กับกู่ไท่ฟังด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน แต่กลับกันสีหน้าของกู่ไท่กลับยิ่งตื่นตระหนก ปราณนภาขั้นกลางกลับสามารถชนะจุดสูงสุดของปราณนภาได้ในกระบวนท่าเดียวสำหรับความคิดของกู่ไท่พลังของอู่หมิงได้เหรือกว่าครึ่งก้าวราชันไปแล้ว"ชายคนนั้นหนะหรือที่เจ้าเคยกล่าวให้ข้าฟัง" หญิงสาวผมขาวกล่าวพร้อมกับมองไปที่อู่หมิงด้วยความสนใจ"ใช่แล้วแต่เจ้าอย่าได้หวังเรื่องความรักเลยจะดีกว่าเพราะสหายข้ามีหญิงสาวที่งดงามเป็นคนรักแล้ว เจ้าเห็นหรือไม่แม่นางคนนั้น" กู่ไท่กล่าวพร้อมกับชี้ไปที่จิงเสวี่ยน"ใครบอกว่าข้าจะชอบเขา ข้าก็แค่สนใจในพลังของเขา ส่วนตัวเขาไม่ใช่ในแบบที่ข้าชอบสักนิด" หญิงสาวผมขาวกล่าว"แบบนั้นก็ดี แล้วนี่ละสหายข้าเจียงเฉินเขาน่าจะเป็นแบบที่เจ้าชอบนะ" กู่ไท่กล่าว"หืม ท่าทางอ่อนแอแบบนี้หนะหรือ กู่ไท่เจ้าก็น่าจะรู้ส่าข้าชอบผู้ชายที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยม" หญิงสาวผมขาวกล่าวเจียงเฉินกลายเป็นโล่งใจเพราะตัวเขาเองก็คิดส่าการที่มีหญิงสาวที่แสนป่าเถื่อนคนนี้เป็นคนรักก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าสยองเกินไป ศิษย์หลักของนิกายดาบคลั่งที่ถูกจ้าววั่นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชากลายเป็นโกรธเกรี้ยว"จ้าววั่นเจ้าอย่าได้คิดว่าเจ้าเป็นศิษย์ของประมุขแล้วจะอวดเบ่งไปทั่วได้นะ" ศิษย์หลักคนนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว"อะไรกันไม่ทันไรก็แตกคอกันแล้วเหรอ" ศิษย์หลักของสำนักเหลียงซานกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยและมองมาทางกลุ่มอู่หมิงด้วยสายตาดูถูก"เห้อ แล้วเจ้าต้องการอะไรจากข้า" อู่หมิงหันไปกล่าวกับศิษย์หลักของนิกายดาบคลั่ง"ข้าก็แค่สงสัยว่าข่าวลือเรื่องที่เจ้าสามารถโค่นหัวหน้าโจรลงได้มันเป็นจริงหรือเปล่า" ศิษย์หลักคนนั้นกล่าว"สรุปคือเจ้าอยากจะท้าประลองกับข้าอย่างงั้นสินะ" อู่หมิงกล่าว"ใช่แล้ว" ศิษย์หลักของนิกายดาบคลั่งกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา"เจ้าพวกโง่เขลา" พวกหานเจี่ยพากันสบถออกมา"ย่อมได้ในเมื่อเจ้าอยากจะต่อสู้กับข้านักข้าก็จะสู้กับเจ้า แต่ว่าการต่อสู้นี้จะไม่จบลงจนกว่าฝ่ายหนึ่งจะตาย หรือก็คือนี่เป็นการต่อสู้เป็นตาย" อู่หมิงกล่าวเสียงเย็นพร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารอันเย็นเฉียบออกมาเหล่าผู้อาวุโสหลายคนพากันขมวดคิ้วเพราะการต่อสู้เป็นตายนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควร และยิ่งมันจะทำให้เกิดความแค้นต่อกันของขุมอำนาจทั้งสองอีกด้วย แต่กลับกันพวกจ้าวหอเฉินกลับแสดงสีหน้าสงบเพราะพวกเขาเข้าใจความคิดของอู่หมิงดี อู่หมิงที่ถูกคนอื่นๆสงสัยความแข็งแกร่งและมีอีกหลายคนที่หวังท้าประลองกับอู่หมิงเพื่อเพิ่มชื่อเสียงของตน เรื่องนี้ทำให้อู่หมิงไม่พอใจและต้องการตักเตือนคนอื่นๆว่าตัวเขาไม่ใช่คนที่จะมายุแหย่ได้ง่ายๆ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน