ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    ดิ่งพสุธา

    ความเดิมตอนที่แล้ว : ผม อารีอา เคียว และมาโอะ ได้ทำการปราบ พวก โปปุ กริซลี่ โดยได้ทำการต่อสู้กับ คิงส์ โปปุ กริซลี่ มอนสเตอร์ระดับบอส ถึงแม้พวกเราจะได้รับบาดเจ็บไปคนละเล็กละน้อย แต่ในที่สุดก็ สามารถ ปราบมันได้ และได้ทำการแล่หนังของพวกมันไปขาย เพื่อเป็นค่าเดินทางต่อไป หยั่งหุบเขา มาเรี่ยน สถานที่อยู่ของ บลูอาย


    แต๊ง แต๊ง เสียงเปิดประตู เข้าสู่ กิลล์นักผจญภัย ประจำเมือง คิร่า โดยเฉพาะพวกเรา กลุ่มโบเก็นฉะที่เพิ่งเอาชนะ โปปุ กริซลี่ได้หมาดๆ กำลังเป็นที่จับตามองของ เหล่านักผจญภัย กลุ่มอื่นๆ
    เคียวที่ได้แล่หนัง ของโปปุ กริซลี่มาขาย ได้ตะโกนออกไปทั่วทั้งกิลล์ว่า
    " คืนนี้ชั้นเลี้ยงเหล้าเอง จำไว้นี่เป็นอภินันทนาการจาก เคียว สุดหล่อคนนี้"
    " โอ้ เคียวสุดหล่อจงเจริญ " เหล่า โบเก็นฉะ ต่างสรรเสริญ เคียวในวันนี้ เหมือนเขาเป็นวีรบุรุษ สุดหล่อจริงๆ
    ในขณะที่ทุกคนกำลังสรรเสริญ เคียว ผมกับ อารีอา ก็กำลัง ซื้อ เสบียงเพื่อนำไปตุนในรถไฟเวทย์มนต์ แม้ว่า พวกพ่อค้าจะพากันลง จากรถไฟมนตรากันมาหมดแล้ว เพราะเรื่องของ มังกรโครงกระดูก ทำให้พวกเขาเสียเงินคนละ 5000 เหรียญทอง และพวกเขาก็กลัวตายด้วย ถ้าหากต้องไปพบ บลูอาย ไวน์ดราก้อน จ้าวแห่งมังกร
    " เอาไส้กรอก ถุงนี้ อีกถุงก็ครบรายการแล้ว คุณสามี " อารีอาที่ยิ้มแย้มเรียกผมว่า สามีทุกคำ กำลังถือถุงใส่กรอก กับนมข้นกระป๋อง ใส่ถุง แล้วเอาไปที่ แคชเชียร์คิดเงิน ก่อนที่พวกเราจะออกมาข้างนอก ตอนนี้บรรยากาศชวน คึกครื้นยิ่งนัก เหมือนพวกเรากำลังอยู่ในเมืองหลวง จนผมอดทึ่งไม่ได้
    ทางด้าน เซลก้า กับเรียโอ กำลังเล่นดนตรี เพื่อรับเงิน บริจาค จากชาวเมือง คืนนี้คงจะได้เงินมากโขอยู่ เพราะเซลก้า เป็นนักดนตรี โอฮาโอ้ มืออาชีพ และเธอคงกลับไปที่รถไฟมนตราในวันพรุ่งนี้
    คืนนี้ พวกเราเดินเที่ยวในเมืองกัน อารีอา เอา ช็อคโกแลตที่ซื้อมายื่นให้ผม ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์ ตอนที่เกือบถูก เซลก้าปล้ำในคุก ทำให้ผมรุ้สึกกระอักกระอ่วนที่จะรับของขวัญชิ้นนี้ จากเธอ แต่สุดท้ายก็รับมาจนได้ ผมค่อยๆกินมัน หลังจากทำใจสักพัก และในตอนนั้นเองที่ อารีอา ยื่นหน้าเข้ามาจูบแก้มซ้ายผม ช่างเป็น ผู้หญิงที่ขี้โกงจริงๆ
    เวลาเที่ยงคืน......
    ผมและ อารีอากลับขึ้นไปบนรถไฟมนตรา และพบว่า อาวินซันหลับอยู่ เขากรน คร่อกๆ เหมือนเด็กน้อย ผมจึงเอาผ้าห่มมาห่มให้เขา พอเสร็จธุระแล้ว ผมก็เดินไปเข้านอน ก่อนจะพูด ราตรีสวัสดิ์ กับ อารีอา เพื่อเก็บแรงไว้พรุ่งนี้เช้า
    เช้าวันต่อมา......
    รถไฟมนตราก็ได้ออกเดินทางจากสถานีเมือง คิร่า เพื่อไปจอดยังเมือง ใกล้ๆภูเขามาเรี่ยน ก่อนออกเดินทางทุกคนต่างยิ้มแย้มให้กัน เซลก้าฮัมเพลง [ บอกรักอสูร ] ให้ทุกคนฟัง ในขณะที่เรียโอ กำลังตักอาหารเช้าให้ทุกคน 
    3 ชั่วโมงต่อมา.....การเดินทางของเรายังคงราบรื่นดี และเข้าใกล้สถานีเมือง มาเรี่ยนเข้าไปทุกที รถไฟมนตรา วิ่งในอากาศ ในอัตรา 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่างเป็นรถไฟที่แสนวิเศษ จริงๆ แต่ความยินดีของผม ก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อเริ่มเข้าเขต ภูเขา มาเรี่ยน
    ครึก ครึก ครึก
    เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งรถไฟ มันสะเทือนจนผมหกล้ม หน้าไปทิ่มก้น ของเรียโอเข้าอย่างจัง อะไรจะพอดีขนาดนี้ เรียโอ อายหน้าแดงอย่างเด็ก ม.2 คนหนึ่งจะเป็น เธอร้อง ว้าย ออกมา ก่อนที่อาวินซันจะใช้เวทย์ ฟลายออกไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมเองก็เช่นกัน
    พวกเราสองคนขึ้นไปยืนอยู่บนดาดฟ้าของรถไฟ และพบว่า เจด อีเกิล จำนวนมากกำลังโจมตีรถไฟมนตราอยู่ พวกมันเป็นญาติห่างๆของมังกร
    " ข้าจะไปจัดการข้างหลังนะ เจ้าดูข้างหน้าไว้ " อาวินซันกล่าว ก่อนที่เขาจะบินไปด้านหลังรถไฟ และพยายามสู้กับพวก เจดอีเกิลที่ตัวใหญ่เกือบ 3เมตร
    ผมเองก็หันหน้าเข้าสุ้กับพวกมันเช่นกัน ผมเริ่มร่ายเวทย์มนต์สายฟ้าที่ได้ฝึกไว้เมื่อคืน จากการท่องตำราของ ธิดาเทพ ริรินะ ไม่นานนัก ก็มีสายฟ้าสายหนึ่ง เกิดขึ้นในมือผม ก่อนผมจะหันมือไปทางพวกมัน แล้วกล่าวมนตรา
    [ ไลเทิร์นนิ่ง เชน ] เวทย์โซ่สายฟ้าขั้น 6
    พลังสายฟ้า พุ่ง ผ่านร่าง เจด อีเกิลนับสิบๆตัว จนพวกมันพากันตายหมด และร่วงหล่นลงมาจากฟ้า แม้ว่าจะมีบางตัวพยายามหลบ ออกจาก คาถาสายฟ้านี้ ทว่า......ผมคำนวนพลาด มี เจด อีเกิล ตัวหนึ่งยังไม่ตาย มันได้ พุ่ง คามิคาเซ่ (ฆ่าตัวตายโดยการสละชีพ ) เข้าไปในส่วนหัวรถจักรไอน้ำ ที่เป็นส่วน ขับเคลื่อน รถไฟมนตรานี้
    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม เสียงระเบิดของเครื่องจักรเวทย์มนต์ ดังสนั่นหวั่นไหว และรถไฟมนตรา กำลังจะตก ผมต้องรีบหาที่ยึดเกาะในทันที
    " จะตกแล้ว ลงจอดฉุกเฉิน ทุกคนระวังตัวด้วย " ผมตะโกนดังลั่น แต่ไม่รุ้ว่าจะมีใครได้ยินรึป่าว รถไฟมนตรายังคงตกลงไป ด้วยความเร็วสูง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    ' ดิ่งพสุธาแล้วเฟ้ย ' ผมคิด
    ภาพที่ผมเห็นเหมือนกำลังเล่นรถไฟเหาะตีลังกาดิ่งลงมาจากที่สูง แต่นี่มันของจริง ทำให้ผมใจเต้นระทึกตัวสั่นเทิ้ม ตัวกับวิญญาณแทบจะหลุดจากกัน
    ฟ้าวววววววววววววววว ตูมมมมมมมมมมมมมมม
    รถไฟมนตรา พุ่งกระแทก หินโสโครก พังยับเยิน และดีดผมกระเด็น ตกลงไปกระแทกกับหินที่อยู่ข้างทาง กระดูกหักหลายซี่ทันที ผมกระอักเลือดคำโต และเสียงหัวใจผมเต้น ลดต่ำลงทุกที ทุกที ในขระที่ภาพกำลังเลือนลางนั้น ซิลวาเทียร์ที่อยู่ในร่างกายผมก็ทำงาน มันได้เริ่มซ่อมแซมกระดูกที่หักของผมทันที แสงสีฟ้าอ่อนแผ่ปกคลุมทั่วร่าง ไม่ช้าผมก็หายดี และลุกขึ้นยืนขึ้นมาเพื่อพบกับภาพ ความวินาศสันตะโร ของรถไฟมนตราที่พังยับเยินกลายเป็นเศษเหล็ก ผมเริ่มตะโกนเรียกทุกคน
    " เรียโอ อารีอา มาโอะ เคียว...  ปลอดภัยดีรึป่าว " ผมตะโกนราวเด็กน้อย ในภูเขาของบลูอายไวน์ดราก้อน เหมือนคนกำลังเล่นกับไฟ
    กรรรรรรรรร
    อยู่ๆก็มีเสียงคำรามออกมา และสิ่งนั้นที่อยู่ในซอกเขากำลัง เผยตัวของมันออกมา ตาสีฟ้าที่เป็นประกาย พร้อมกับฟันหน้าที่แหลมคม ใช่แล้ว มันกำลังปล่อยลำแสงออกมา
    [ เบิร์นสตรีม ] ลำแสงทำลายล้างสีขาวพุ่งผ่านผมไปเสียงดัง ฟ้าวววววววววววว จนแก้วหูผมแทบแตก และไประเบิดข้างหลังผมดัง ตูมมมมมมมมมมมม เสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่น 
    และตอนนี้ผมกำลัง เผชิญหน้ากับ บลูอายไวน์ดราก้อน เพียงลำพัง....
    ================================================โปรดติดตามตอนต่อไป


    คล้ายกับเรื่องดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง ที่คุณอ่าน