ตอนที่ 6
เสียงของอาจารย์ประจำคณะเอ่ยอย่างราบเรียบหน้าห้องเรียน ท่ามกลางบรรยากาศของแสงแดดอ่อนใน่เช้า
"ในปีนี้...อาจารย์จะให้พวกเธอมีบัดดี้ ทั้งคู่ที่ต้องร่วมมือกันในการเรียน การบ้าน กิจกรรม และช่วยเหลือกันตลอดทั้งปี"
เสียงฮือฮาเบา ๆ ดังขึ้นทันที ใบหน้านักเรียนหลายคนหันไปมองเพื่อนใกล้ตัว บ้างก็พูดคุยกัน บ้างก็ตื่นเต้นยิ้มกว้าง
"พวกเธอเลือกกันเองได้ ถ้าอีกฝ่ายยินดี แต่ต้องตกลงกันให้เรียบร้อยภายในวันนี้"
เซรินเองก็คาดไม่ถึงว่าจะมีการปรับเปลี่ยนในรูปแบบนี้ พลางมองไปรอบๆ ห้องดูท่าเพื่อนๆ จะวุ่นวายกันใหญ่ บางคนที่สนิทกับใครก็จับคู่ได้โดยง่าย
"ถ้าจับคู่กันได้แล้วให้มาลงชื่อบนกระดานหลังห้อง อาจารย์ได้ทำตารางไว้ให้แล้ว วันนี้ตอน 6 โมงเย็นอาจารย์จะเข้ามาเช็คนะคะ ถ้ายังไงวันนี้ก็ไว้แค่นี้ก่อน"
พูดจบอาจารย์ประจำคณะก็เก็บของแล้วเดินออกมาห้องไปทันที บรรยากาศในห้องเรียบที่เงียบกริบครู่หนึ่ง พลางมองหน้ากันเองว่าจะยังไงกันดี
บางคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใครหรือไม่มีคนที่สนิทด้วย คงจะเป็ปัญหาใหญ่เหมือนกัน
เอายังไงดีนะ
เซรินเองปกติก็ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า ไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย พอเจอปัญหานี้ก็ไม่รู้จะแก้ไขยังไง ถ้าวิเวียนอยู่คณะเดียวกันคงแก้ปัญหาได้ทันที
เซรินหันไปมองโนเอลที่อยู่ข้างๆ
'ไม่ดีๆ ถ้าขืนกับคู่กับโนเอล คงหมดปัญญาแก้ข่าวลือแน่'
แต่ก็ไม่มีใครที่เขาสนิทด้วยเลยนี่สิ
"คุณโนเอลถ้าไม่รังเกียจมาเป็คู่บัดดี้กันไหมครับ"
มาแล้วหน่วยกล้าตายที่บุกเข้ามาหาโนเอลทันที พยายามใช้น้ำเสียงที่ดูมั่นใจแต่ก็สั่นเล็กน้อย
"เห้ย อย่าขี้โกงฉันก็อยากจะขอคุณโนเอลเหมือนกัน"
"ฉันด้วย ผลการเรียนฉันดีกว่าพวกนาย เพราะงั้นฉันเหมาะมากกว่า"
พอมีคนเปิดก็ต้องมีคนตามเป็ธรรมดา
เซรินมองโนเอลที่ยังคงสีหน้าเรียบเฉย ที่ถูกรุมล้อมทั้งหญิงและชายมากกว่าสิบคนแล้ว เซรินที่ถูกเบียดออกมานอกวงอย่างงงๆ
เขาคิดว่าจะหาคนเงียบๆในห้องสักคนเป็คู่บัดดี้ด้วยท่าจะดีกว่า พอมองไปก็มีอยู่สองคน
'สมกับเป็โนเอล ถึงจะว่างท่านเ็า ก็คงมีคนอยากทำลายกำแพงน้ำแข็งนั่นอยู่เหมือนกัน'
โนเอลยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงสีหน้า ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เซรินส่ายหัวเบาๆ ตอนนี้เขาต้องโฟกัสเื่ของตัวเองก่อน ว่าจะจับคู่บัดดี้กับใครดี เพราะมีสองคนในห้องที่ยังคงนั่งนิ่ง และทั้งคู่ที่ผลการเรียนเรียกได้ว่าดีคงไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่
เอาละตัดสินใจแล้ว เลือกผู้ชายคนนั้นละกัน
ในขณะที่กำลังจะเดินเข้าหาเป้าหมาย ก็พบว่าชายคนนั้นลุกขึ้นมาก่อน ตบหน้าตัวเองเบาๆ ราวกับจะตัดสินใจลงมือทำอะไรบางอย่าง
เขาเดินไปหาผู้หญิงที่นั่งเงียบๆ พลางทักทายด้วยเสียงสั่นๆ
"อ...เอ่อ..ถ้าไม่รังเกียจมาเป็คู่บัดดี้กับผมได้ไหมครับ"
"ค..ค่ะ ถ้าไม่รังเกียจก็ขอรบกวนด้วยเช่นกัน"
ทั้งสองที่เอ่ยอย่างประหม่า ก่อนจะหยักหน้าให้กันอย่างเขินอายเล็กน้อย
บรรยากาศเหมือนกับทั้งคู่กำลังแอบชอบกันอยู่
'บรรยากาศหวานแหวนแบบนั้นเข้าไปแทรกไม่ได้สินะ'
เซรินที่รู้ตัวว่าเป้าหมายหลุดรอยไปแล้วก่อนจะทำหน้าปลงตก ตอนนี้เขาตกที่นั่งลำบากจริงๆ
ครั้นจะไปขอคู่ใครสักคนที่ล้อมโนเอลอยู่ก็คงยาก
สุดท้ายคงได้แต่รอไปก่อน เพราะยังไงจำนวนนักศึกษาก็เป็เลขคู่ อาจจะมีคนที่เหลือเศษก็ได้
แต่ตอนนี้เขาสนใจโนเอลมากกว่า ผู้หญิงที่เ็าและชอบพูดตรงๆ ไม่เกรงใจใครแบบนั้น จะใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจเลือกบัดดี้
"ขอโทษนะคะ ตอนนี้ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจ"
ในที่สุดโนเอลก็เอ่ยออกมาท่ามกลางความวุ่นวายที่ค่อยๆ สงบลง
ที่จริงนอกจากหน้าตาแล้ว คะแนนสอบเข้าของโนเอลก็ได้คะแนนเต็ม เรียกได้ว่าผลการเรียนอยู่อันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้
"หรือว่า..คุณโนเอลมีคนที่อยากจะจับคู่อยู่แล้ว"
ใครคนหนึ่งถามขึ้นมากลางวงทำให้ทุกคนอยากรอฟังคำตอบว่าจะเป็ยังไง
เซรินรู้สึกว่าแว๊บหนึ่งโนเอลหันมามองเขา
อย่านะ!
เซรินร้องค้านในใจทันที ถ้าหากเขากับโนเอลจับคู่กันมีหวังโดนรุมทึ้งแน่
"หรือจะเป็เซริน"
ใครอีกคนที่เผลอพูดออกมา
"ถึงผลการเรียนจะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เป็คนเงียบๆ แบบนั้นน่าจะทำงานด้วยกันยาก"
เ้าตัวที่ถูกเอ่ยชื่อสะดุ้งทันที พร้อมกับสายตาที่หันมามองเขาอย่างมุ่งร้าย
ใจจริงอยากจะปฏิเสธ
ติ้งน่องๆๆ
เหมือนกับมีเสียง์ดังออกมาจากลำโพง ที่บอกว่าตอนนี้จะถึงวิชาเรียนคาบที่แรกพร้อมกับอาจารย์ประจำวิชาก้าวเข้ามาในห้องทันที
"ไปมุงอะไรกันตรงนั้น กลับมานั่งที่เราจะเริ่มเรียนกันได้แล้ว"
อาจารย์ที่เข้ามาใหม่ใช้น้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย ก่อนที่ทุกคนจะรีบกลับมานั่งที่ตัวเองทันทีอย่างช่วยไม่ได้
ในที่สุดเซรินก็ได้พักหายใจ ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิมที่อยู่ข้างๆ โนเอล กำลังเตรียมตัวเรียนราวกับเื่เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
"ลำบากแย่เลยนะ"
เซรินพูดพลางเตรียมตัวเรียนเหมือนกัน
"ฉันชินแล้วละคะ"
"งั้นเหรอ...ว่าแต่..."
"คะ?"
"ไม่มีอะไร...."
โนเอลหันกลับมามองทันที แต่เซรินก็เลือกที่จะหยุดไว้ ใจจริงก็อยากจะถามว่าเลือกใครเป็คู่บัดดี้
สุดท้ายทั้งคู่ก็เงียบ ตั้งใจเรียนตามปกติ จนถึงเวลาพักกลางวัน แต่เซรินก็รู้สึกถึงสายตาแปลกๆ มาจากทั้งห้องจนตอนนี้เขาเริ่มที่จะปรับตัวได้แล้ว
คงต้องบอกลาชีวิตอันเงียบสงบแล้วสินะ
พอถึงเวลา่พักกลางวันโนเอลก็ยังคงถูกรุมล้อมจากนักศึกษาร่วมห้องอีกครั้ง แล้วก็ตามเดิมเซรินที่ถูกเบียดออกมาจนอยู่นอกวงเช่นเดิม
เื่คู่บัดดี้ยังคงไม่ยอมแพ้กันสินะ
เซรินที่อยู่ระหว่างทางไปยังโรงอาหารก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย แต่ในหัวก็ยังคงนึกถึงโนเอลตลอด
'ไม่สิ เธอเป็สมาชิกชมรมวรรณกรรม แล้วฉันที่เป็รองประธานต้องมีหน้าที่ดูแลไม่ใช่เหรอ'
แต่ดูเหมือนว่าโนเอลสามารถจัดการปัญหาต่างๆ ได้หมด
ตอนนี้เซรินที่เริ่มปรับตัวกับสายตาที่จ้องมาพร้อมกับซุบซิบนินทาอย่างไม่เกรงใจ แค่ทำเฉยๆ ไปไม่สร้างเื่ราวไปมากกว่านี้ก็คงพอสยบข่าวลือไปได้
เอาเป็ว่าพยายามอย่าอยู่กันสองคนในที่สาธารณะก็น่าจะพอ
ในที่สุดเซรินก็ก้าวเท้ามาถึงโรงอาหาร
เขาเลือกหามุมที่ไม่มีคนเยอะก่อนจะสั่งอาหารอย่างรวดเร็ว แล้วทำท่าจะเดินเข้าไปนั่งที่ห่างไกลจากผู้คน
"เซรินนนนนนนนนนนนน"
เสียงะโเรียกอย่างเป็เอกลักษณ์จากท่านประธานชมรมสาวที่เล่นเอาชายหนุ่มสะดุ้ง จนเกือบจะทำถาดใส่อาหารหลุดมือ
ทุกคนในโรงอาหารหันมามองเซรินเป็ตาเดียว
ดูเหมือนว่าวิเวียนจะไม่แคร์สายตาประชาชนเท่าไหร่ ก่อนจะเดินมาหาด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี
"จะะโทำไม"
"ช่วยไม่ได้ ก็เรียกเบาๆ แล้วเซรินไม่หันมาเองนี่น่า"
ผมสีทองที่โดดเด่นพร้อมกับสีหน้าร่าเริงที่เดินมาหาเขาพร้อมกับถาดอาหารในมือ ก่อนจะมาหยุดอยู่ข้างๆ เซริน
"โกหกชัดๆ"
"จริงๆ นะ ถ้าไม่เชื่อ..เดี่ยวจะทำให้ดูว่าเรียกแล้วจริงๆ"
วิเวียนที่เดินมาใกล้ๆ ส่วนสูงของวิเวียนที่อยู่ประมาณ่ไหล่ของเซรินก่อนจะเขย่งยืนในหน้าน่ารักเข้ามาตรงข้างๆ ใบหูของเซริน
"เซริน~~~"
เสียงหวานๆ กระซิบเบาๆ ตรงข้างในหู ถ้ามองจากมุมไม่ดีเหมือนกับว่าเซรินกำลังโดนวิเวียนหอมแก้มก็ได้
แถมเป็กลางโรงอาหารอีก
เซรินที่สะดุ้งเฮือกใหญ่พลางขนลุกซู่ หันไปต่อว่าวิเวียนทันที ทว่าวิเวียนก็เหมือนจะรู้สึกสนุกอยู่ที่ได้แหย่เขา
"ย...ยัยบ้า ทำอะไรเนี่ย"
"เอ้า...ก็แสดงให้ดูไงว่าเรียกแบบนี้เซรินไม่ได้ยิน"
"มันก็เบาเกินเหมือนตั้งใจทำสินะ"
"แล้วเมื่อกี้ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม"
"หยุดทำแบบนี้เลยนะ ขนลุก ถึงเธอจะไม่อายแต่ฉันก็อายเป็นะ"
เซรินทำท่าเหมือนกับไม่ชอบใจเล็กน้อย
"อ่า..ลืมไปว่าเซรินกำลังเป็คนดังอยู่นี่ ลำบากแย่เลย"
วิเวียนแกล้งทำท่าทางเห็นใจ ทว่าเซรินก็มองออกอยู่ดี
"ถ้ารู้แล้วก็หยุดทำตัวสร้างเื่ให้ฉันสักทีจะได้ไหม"
"เอ๋...หรือว่าจะกลัวใครเข้าใจผิด"
"ใช่ซะที่ไหนละ"
"งั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่น่า อ๊ะ..ไปนั่งกินข้าวตรงโน้นกันเถอะ"
วิเวียนที่เปลี่ยนเื่ก่อนจะเดินนำไปทางหนึ่ง ส่งสายตาเหย้าหยอกเป็เชิงว่าตามมาซะดีๆ ไม่งั้นจะโดนแบบเมื่อกี้อีก
เซรินถอนหายใจอย่างปลงๆ เมื่อวิเวียนเดินนำไปทางมุมหนึ่งของโรงอาหารที่คนค่อนข้างน้อยกว่าปกติ แต่ก็ยังมีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่พวกเขาอยู่ดี
“เรายังต้องนั่งกินข้าวด้วยกันอีกเหรอ...”
เซรินพึมพำเบา ๆ
“นั่นไง มีหวังข่าวพรุ่งนี้คงเปลี่ยนจาก ‘เ้าหญิงโนเอลผู้เ็า’ เป็ ‘ประธานชมรมสาว’ แน่ ๆ”
วิเวียนหัวเราะคิกคักก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม วิเวียนที่มักจะทำอะไรตามใจตนเอง แสดงออกอย่างชัดเจน ไม่ค่อยแคร์สายตาใครเท่าไหร่
เขาอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข่าวลือในกลุ่มนักศึกษาแล้วก็พบว่าตัวเองอยู่ในรูปอีกแล้ว
“พวกนี้ไม่มีอะไรทำกันรึไง…”
เซรินบ่นอุบก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลง
แต่ยังไม่ทันจะได้ตักข้าวเข้าปาก วิเวียนก็โน้มตัวข้ามโต๊ะมาอีกครั้งจนหน้าแทบจะประชิดกัน
“ว่าแต่...ได้คู่บัดดี้หรือยังล่ะ?”
เซรินชะงักช้อนกลางอากาศ
"ยังอ่ะ"
"เห็นว่าโนเอลก็เรียกคณะเดียวกับเซริน แถมอยู่ห้องเดียวกันด้วยนี่ ไม่จับคู่กันล่ะ ไหนๆ ก็อยู่ชมรมเดียวกันด้วย"
"เธอกำลังสนุกในความทุกข์ของคนอื่นอยู่ใช่ไหม"
"คนอื่นอะไรกัน เซรินของฉันพูดแบบนี้ได้ยังไง"
ไม่ว่าจะกี่ครั้งพอเจอวิเวียนที่ชอบพูดจาให้สับสน เขาก็รู้สึกเหมือนพ่ายแพ้ตลอด
"ว่าแต่ เธอคู่บัดดี้กับใครอ่ะ"
เซรินรีบเปลี่ยนเื่ทันที
"เพื่อนผู้หญิงในชั้นที่สนิทกัน"
"งั้นเหรอ เข้ากับคนอื่นได้นี่ดีจังแฮะ ถ้าเราอยู่ห้องเดียวกันฉันก็คงจับคู่กับเธอไปแบบไม่คิดอะไรไปแล้วแหละ"
เซรินที่เผลอพูดลอยๆ ออกมาระหว่างตักข้าวเข้าปาก เขาเลยไม่ทันสังเกตุเห็นว่าวิเวียนทำสีหน้าแปลกๆ วูบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกลับให้ปกติ
"ก็เซรินของฉัน ไม่รู้จักเข้าหาคนไง เลยมีแค่ฉันเป็เพื่อนรักอยู่คนเดียวแบบนี้"
วิเวียนยื่นมือมาลูบผมเซรินเบาๆ แต่คราวนี้เขากลับไม่หลบหรือปัดมืออกปล่อยให้วิเวียนทำตามใจ
เขารู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลมจากวิเวียน
"ก็นะ ถึงเธอจะปั่นป่วนชีวิตฉันไปไม่น้อยตลอดสามปี แต่เวลาอยู่กับเธอก็รู้สึกสบายใจเหมือนกัน"
เซรินที่พูดแบบไม่คิดอะไรมาก
"ฉันเป็ได้แค่เซฟโซนของนายงั้นเหรอ"
วิเวียนพูดเบาๆ ราวกับจงใจไม่ให้เซรินได้ยิน
"ห๊ะ ว่าอะไรนะ"
"ฉันบอกว่า....ป้อนหน่อยสิ"
"อยากกินก็หยิบเอาเองเลย"
"งั้นขอล่ะนะ....อร่อย"
เซรินย้อนนึกถึง่เวลาปีหนึ่ง ครั้งแรกที่รู้จักวิเวียนในชมรมวรรณกรรม พอเห็นเขาเป็คนนิ่งๆ เงียบๆ เธอกลับบุกจู่โจมเข้ามาทักทายไม่เว้นแต่ละวัน
วิเวียนที่มักจะเกาะติดเซรินอยู่เสมอ ส่วนเซรินเองก็พยายามหลีกหนีวิเวียนตลอด แต่ก็ไม่เคยพ้นสักที สุดท้ายก็ลงเอยจนมาสนิทกันอย่างตอนนี้
จากนั้นทำให้เซรินมีฉายาว่า 'ศัตรูหัวใจ' จากผู้ชายทั่วทั้งมหาวิทยาลัย หลังจากที่วิเวียนปฏิเสธผู้ชายเข้ามาสารภาพรักมากว่าสิบคน
วิเวียนค่อยๆ หลอมละลายพฤติกรรมเขาทีละนิดๆ จนเขาไม่ต้องปรุงแต่งตัวเอง ทำให้เขาสามารถแสดงนิสัยออกมาได้อย่างเป็ธรรมชาติได้อย่างสบายใจ
เซรินสามารถแสดงตัวตนแบบนี้ได้เฉพาะคนที่สนิทจริงๆ เท่านั้น และวิเวียนก็เป็หนึ่งในนั้น