[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด !

    50 หลุดมือไป (ประกาศท้ายตอน)

    “ คุณหนู ตามที่เราได้ตกลงกัน ค่าจ้างและค่าวัสดุรวมทั้งหมดคือ 400 เหลียง แต่ท่านเพิ่มเงินให้พวกข้า 50 เหลียง รวมแล้วเป็น 450 เหลียงที่ท่านต้องจ่าย เพียงแต่ว่าท่านจ่ายพวกข้าแล้ว 250 เหลียง ”


    “ ข้าจึงต้องจ่ายให้พวกท่าน 200 เหลียงใช่หรือไม่ ” เสวี่ยหรงพูดแทรกด้วยรอยยิ้ม งานที่ช่างก่อสร้างทำสำเร็จแล้ว โกดัง 1 แห่ง บ้านข้ารับใช้ 1 แห่ง ห้องน้ำจำนวน 10 ห้องและบ้านหลังเล็กสำหรับเธอที่เป็นคุณหนูอีก 1 หลัง นับว่าเป็นการสร้างที่รวดเร็วมาก เธอกลับไม่แปลกใจเลยที่การก่อสร้างดำเนินได้อย่างรวดเร็ว แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือจนทำให้การสร้างตึกเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว


    ในโลกที่เธออยู่ผู้คนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ งานก่อสร้างเป็นเพียงบ้านไม้เท่านั้น เธอจึงสามารถมองเห็นผู้คนสร้างบ้านอย่างง่ายได้ในระยะเวลาเพียง 1 วัน


    “ ท่านเอ่ยถูกต้องแล้ว ”


    “ นี่คือเงินของพวกท่าน ”


    หัวหน้าช่างรับเงินก้อนสุดท้ายแล้วส่งยิ้มให้คุณหนูจากนั้นก็เดินออกจากตระกูลม่อ ทว่าเขากลับหันหลังกลับมาพูดบางอย่าง ราวกับว่ากำลังแสดงความยินดีกับโชคของคุณหนูเสวี่ยหรง


    “  คุณหนูข้าลืมบอกบางสิ่ง  ช่วงนี้ราคาไม้แพงขึ้นมาก ดีนะที่ท่านซื้อไม้เอาไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นราคาคงจะสูงกว่านี้ ”


    “ หืม ทำไมมันถึงแพงขึ้นได้ล่ะ ผู้คนสร้างบ้านพร้อมกันเช่นนั้นหรือ ”


    “ ข้าไม่รู้ด้วยสิ แต่จากที่เห็นไม่มีตระกูลใดต่อเติมบ้านเรือน คงมีพ่อค้ากว้านซื้อมันแล้วส่งไปยังเมืองอื่น ทำให้ราคาไม้ในเมืองชุยฉานเพิ่มละมัง ข้าขอตัวก่อนคุณหนู ”


    เสวี่ยหรงยิ้มส่งช่าง สิ่งที่ได้รับฟังไปเมื่อครู่ เธอคาดการณ์ได้ว่าคงเป็นฝีมือของบางตระกูลที่พยายามจะทำให้เธอผลาญเงินให้เยอะที่สุด ตอนนี้ตระกูลเจ้าหนี้คงกำลังสงสัยว่าเธอนำเงินมาจากที่ใด  


    โรงเตี๊ยมตระกูลไป่มีการทำสัญญาว่าจะไม่พูดถึงเรื่องการซื้อขายน้ำหอม เธอจึงคิดว่าไม่น่ามีใครรู้เรื่องเงินส่วนนี้  เงินที่หลายตระกูลเห็นจึงมีเพียงเงินจากการขายน้ำหอมที่เธอนำไปจุดไฟเผาเล็กน้อยทำราวกับว่ามันรอดมาจากกองไฟ


    ดูท่าตระกูลน้อยใหญ่จะพยายามบีบให้เธอต้องผลาญเงินก้อนสุดท้ายจากกองไฟเพื่อให้เธอไม่มีทางใช้หนี้ได้


    “ พี่สาวซินอี๋ ถึงเวลาส่งสบู่แล้วเจ้าค่ะ ”


    2 วันนับตั้งแต่นำวัตถุดิบเข้าไปเก็บในโกดังโรงงาน เสวี่ยหรงใช้ช่วงเวลาค่ำทำสบู่หลีกหนีจากสายตาช่างที่สร้างบ้านให้กับข้ารับใช้ในช่วงเช้า โดยมีแม่นมหลิง ยี่ยี่และพี่สาวซินอี๋ช่วยจนได้สบู่มาทั้งหมด 3,000 ก้อนพอจะส่งให้กับข้ารับใช้ทั้ง 53 คน   


    สบู่แต่ละก้อนมีขนาดเท่ากันทั้งหมด แม่แบบที่สร้างขึ้นทำจากไม้ เสวี่ยหรงยังไม่ได้ใส่ตราสัญลักษณ์ใดเข้าไป เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาจะตีตราให้กับสินค้า 


    หลังจากซินอี๋ยกห่อผ้าขนาดใหญ่ขึ้นหลัง เธอก็ได้กระโจนออกจากตระกูลม่อไปอย่างเร็วไวในตัวตนจอมยุทธ์หญิงปกปิดใบหน้า เพื่อนำพวกมันไปส่งให้ข้ารับใช้ทั้ง 53 คน


    “ แล้วเราจะทำสิ่งใดต่อไปหรือเจ้าคะ ” ยี่ยี่รู้สึกว่างงาน เรือนของคุณหนูมีขนาดเล็กลง ต่อให้เธอจะปีนป่ายขึ้นไปทำความสะอาดหลังคายังใช้เวลาน้อยกว่าเรือนหลังเดิม แม้จะทำความสะอาดบ้านข้ารับใช้ และโกดังเพิ่มเติม เธอก็สามารถทำความสะอาดเสร็จได้ก่อนช่วงสายของวัน


    “ เหลือเพียงแค่รอ ”


    สบู่ถูกส่งออกไปแล้ว มันจะต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่ผู้คนจะรู้จัก พี่สาวซินอี๋ที่กำลังนำสบู่ไปส่งจึงต้องบอกวิธีดึงดูดลูกค้าให้ข้ารับใช้ทั้ง 53 ฟัง พวกเขาจะได้รับสบู่คนละ 50 ก้อน และมีสบู่อีก 2 ก้อนไว้ทดลองล้างมือให้กับผู้ที่เดินผ่าน


    การจะประสบความสำเร็จได้ พวกเขาจะต้องดึงให้คนซื้อสบู่ออกไปจากแผงขายให้ได้สักก้อน หลังจากนั้นกลิ่นสบู่ที่ติดตัวครอบครัวที่ซื้อไปจะดึงดูดคนอื่นๆให้ตามมาซื้อในภายหลัง เธอจึงย้ำเตือนให้พี่สาวซินอี๋บอกข้ารับใช้ให้เอาใจผู้ที่เดินทางผ่านแผงให้ได้ อย่างน้อยวันแรกถ้าขายได้สัก 1 ก้อนก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว


    “ คุณหนูเจ้าคะ ทำไมข้ารู้สึกได้ว่าพื้นกำลังสั่น ”


    เสวี่ยหรงมองไปยังพื้น เธอรู้สึกได้ว่าพื้นกำลังสั่นเช่นเดียวกัน ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเกือกเท้าม้าหลายร้อยมุ่งหน้าเข้ามาใกล้ ไม่นานหลังจากนั้นก็ได้มีเสียงร้องตะโกนดังมาจากชายคนหนึ่งที่ต้องการพบเธอ เสวี่ยหรงจึงรีบเปิดประตูออกไปพบผู้คนที่เดินทางมาหาในวันนี้


    “ ท่านทหารมาหาข้ามีธุระอันใดหรือเจ้าคะ ”


    ทหารสวมชุดเกราะดำนายหนึ่งลงมาจากหลังม้าแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆคุณหนูตระกูลม่อ


    “ คุณหนูเสวี่ยหรง ข้านำรายงานมาแจ้งให้ท่านทราบ  พวกข้าพยายามตามหาร่างของผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวางเพลิงตระกูลม่อของท่าน เพียงแต่ว่าเราไม่สามารถหาร่างของเขาที่กระโจนลงไปในหน้าผาได้ จึงไม่รู้ว่าเขาเป็นหรือตาย ”


    “ ข้าไม่สามารถเรียกค่าชดใช้จากใครได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ ”


    “ เป็นเช่นนั้น ทหารเกราะดำของเราได้ยกเลิกการค้นหาแล้ว เพียงแต่ว่าเราส่งเรื่องนี้ให้ทหารที่ว่าการรับช่วงต่อ หากมีอะไรคืบหน้าพวกเขาจะติดต่อมาที่ตระกูลม่อ ”


    “ ขอบคุณเจ้าค่ะ ”


    เสวี่ยหรงย่อตัวเล็กน้อยเพื่อกล่าวขอบคุณ เธอรู้สึกแค้นมากยิ่งขึ้นเพราะแม้แต่เจ้าเมืองก็ยังไม่สามารถเอาผิดตระกูลไป๋หลงได้เพราะผู้วางเพลิงหายไป หากจับมันได้ เธอจึงจะเรียกร้องค่าเสียหายทั้งหมดได้จากตระกูลไป๋หลง


    “ คุณหนูเจ้าคะ หมายความว่าคดีวางเพลิงจะถูกพักเอาไว้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”


    การโยกย้ายคดีไปยังที่ว่าการไม่ต่างจากการหยุดทำคดี เพราะเจ้าหน้าที่จะรอให้ผู้ร้ายปรากฎตัวถึงจะเข้าจับกุม หรือไม่ก็ต้องรอเจ้าหน้าที่หนุ่มไฟแรงรับหน้าที่ต่อ เธอกลับคิดว่าไม่มีใครอยากจะรับเรื่องนี้ เหตุการณ์วางเพลิงตระกูลม่อจึงไม่ต่างจากการจุดไฟกองใหญ่ให้กับเมืองชุยฉานที่ไม่ต้องมีใครจ่ายค่าเสียหายใดๆทั้งนั้น


    “ อย่าให้ข้าคนนี้มีโอกาสก็แล้วกัน จะเผาคืนไม่ให้เหลือซากเลยคอยดู …เจ้าอย่าไปบอกผู้ใดว่าข้าจะเผาตระกูลใดละยี่ยี่”


    “ เจ้าค่ะคุณหนู ” ยี่ยี่ตอบรับแล้วใช้มือปิดปาก จากนั้นจึงเดินตามคุณหนูที่กำลังเดินไปนั่งเล่นใต้ต้นท้อเฝ้ารอข่าวการขายสบู่จากพี่สาวซินอี๋


    ในขณะนั่งถอนหายใจไปอย่างเบื่อหน่าย ยี่ยี่พบว่ามีใครเคาะประตูจากทางด้านนอกเธอจึงรีบวิ่งไปเปิดดูก่อนจะยิ้มด้วยท่าทางยินดี พ่อบ้านหวางรักษาตัวจนหายดีสามารถกลับบ้านได้แล้ว


    “ คุณหนูเจ้าคะ พ่อบ้านหวางกลับมาแล้วเจ้าค่า! ”


    เสวี่ยหรงลุกขึ้นกล่าวทักทายกับพ่อบ้านหวาง เธอรู้สึกดีใจที่เห็นว่าลุงกลับบ้านได้อีกครั้ง


    “ พ่อบ้านหวาง ท่านกินสิ่งใดมาหรือยัง ”


    “ ข้าซื้อซาลาเปาข้างทางมาแล้วคุณหนู ท่านปลอดภัยใช่หรือไม่ ”


    “ ข้าปลอดภัย  ส่วนบ้านก็อย่างที่เห็น สร้างง่ายๆเผื่อจะมีใครมาเผาอีก ยี่ยี่พาพ่อบ้านหวางเดินดูบ้านด้วย ”


    “ เจ้าค่ะคุณหนู ”


    เสวี่ยหรงมองแผ่นหลังของพ่อบ้านหวางและยี่ยี่เดินห่างออกไป จากนั้นเธอจึงเริ่มขีดเขียนพื้นดินด้วยการนำความรู้เรื่องยันต์ออกมาทำความเข้าใจ  ยันต์ที่ควรจะเขียนยากเพราะมีอักขระมากมาย กลับลอกเลียนแบบได้ง่ายดายด้วยสกิลมือประณีตที่ทำให้เขียนทุกอย่างได้ราวกับว่าฝึกเขียนมาเป็นสิบๆปี


    “  อีกไม่กี่วันแล้วสินะ  ไว้พี่สาวซินอี๋กลับมาค่อยขอให้พาไปก็แล้วกัน ”


    เสวี่ยหรงวาดยันต์ต่อไปหลังจากนึกขึ้นได้ว่าเธอจะต้องทำบางอย่างที่สำคัญ


    สิ่งนั้นไม่ใช่นัดส่งน้ำหอม มันสำคัญยิ่งกว่านั้น อีกไม่กี่วันจะตรงตามเนื้อเรื่อง เธอจะต้องไปพบเข้ากับพลังมาร เสวี่ยหรงจึงจะเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งนั้นว่ามันมีพลังปราณอยู่จริงหรือไม่


    ทันใดนั้นเธอจึงหยุดเขียนยันอีกครั้งหนึ่ง  พลังมารยังคงเป็นสิ่งที่กวนใจ หากเธอไม่รับพลังมารเข้าไปเนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไปมากพอสมควร เธอจึงคิดว่าตนเองจะทำเช่นไรกับปราณมาร หากให้รับเข้าร่างเธอไม่คิดทำแน่นอน แต่ถ้าจะให้ทำลายปราณมารทิ้งด้วยสกิลปัดเป่า เหตุการณ์หลายอย่างจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งทุกอย่างจะต่างไปจากนิยาย เธอจึงคิดว่าจะทำเช่นไรดีเพื่อให้ตนเองยืนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบเพราะรู้เนื้อเรื่องหลัก หากจะให้ผู้อื่นรับปราณมารแทนตนเอง เธอก็ไม่รู้ว่าจะนำใครไป 


    “ ช่างมัน ไปดูก่อนว่ามีปราณมารอยู่ไหม ถ้ามีค่อยหาคนชั่วไปรับปราณมาร มันน่าจะสร้างความปั่นป่วนจนคนจากภาคกลางถูกส่งมาตามเนื้อเรื่องนั่นแหละ แค่คนที่สร้างปัญหาไม่ใช่ฉันคนนี้ ”.


    ---------------------------------------------------------------

    ประกาศ( พูดคุย)


    เรื่องที่ 1  ตามที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านั้น เมื่อนิยายดำเนินมาได้ครบ 50 ตอนทางผู้เขียนจะประกาศเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับนิยาย


    ทางผู้เขียนจะยังคงลงนิยายวันละ 5 ตอนเช่นเดิม  

    ช่วงเช้าลง 4 ตอน ( เวลา 07.00 น. 07.05 น. 07.10 น. 07.15 น.) ช่วงค่ำลง 1 ตอน ( เวลา 19.00 น.)


     

    เรื่องที่ 2 สิ่งที่ผู้เขียนจะเพิ่มเข้าไปคือการติดเหรียญ  ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจะขอทำการติดเหรียญ 


    โดยจะขอติดเหรียญ 1 ตอน อ่านฟรี 2 ตอน สลับกันไปเรื่อยๆจนจบเรื่อง ราคาตอนที่ติดเหรียญจะอยู่ที่ 2 เหรียญ


    ขอยกตัวอย่าง

    ตอนที่ 51 ติดเหรียญ ตอนที่ 52 และ 53 จะเปิดให้อ่านฟรี 

    ตอนที่ 54 ติดเหรียญ ตอนที่ 55 และ 56 จะเปิดให้อ่านฟรี

    วนไปเรื่อยๆ จนจบเรื่อง


    เรื่องที่ 3  เมื่ออัพนิยายครบ 100 ตอนแล้วจะมีการประกาศเกี่ยวกับการอัพเดทนิยาย ทางผู้เขียนจะแจ้งให้ทราบอีกที อาจจะมีการลดตอน หรือ การขยับเวลาในการลงนิยายเพิ่มเติมเข้ามา 


    เรื่องประกาศมีเพียง 3 เรื่องเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ขอบคุณครับ.

    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด ! ที่คุณอ่าน