Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่45 ทั้งหมดเป็นการแสดง

    “นั่นไง!’’ได้ยิน หูเฟิงและเทาก้านก็อุทานออกมาพร้อมกันด้วยหน้าตาเหยเก

     

    มู่หลิน?ใช่จริงๆด้วย!

     

    ทั้งสองรู้สึกแปลกๆตั้งแต่แรกแล้วแต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นชายหนุ่ม?

     

    ช่างร้ายกาจ!

     

    “ทดสอบ?ทดสอบอะไร!’’ เทาก้านที่นึกขึ้นได้ก็ถามอย่างตื่นตะหนกเขากลัวว่าเขาอาจทําพลาดจนมู่หลินไล่ตะเพิดกลับไปเป็นเหมือนเดิม

     

    “ก็ทดสอบในการตัดสินใจของคุณแล้วก็การรับใช้ของลุงหู!’’ถูกถามเด็กหนุ่มที่เคยมีท่าทีเย็นชาและหยิ่งยโสก็กลับกลายเป็นเด็กใสซื่อดูน่ารักน่ากอด

     

    เพราะทุกอย่างแล้วมันก็แค่การแสดง!

     

    เห็นแบบนั้นหูเฟิงก็ผงะไปเต็มๆก่อนเอ่ยอย่างชื่นชม“คิดไว้ไม่มีผิดว่าคนเก่งเช่นเขาถ้ามีลูกศิษย์ก็ต้องเก่งกาจเช่นนี้!’’

     

    “หนุ่มน้อยแล้วเธอฝึกกับปรมาจารย์มู่มากี่ปีถึงได้เก่งขนาดนี้?’’อดถามไม่ได้ หูเฟิงก็ถามออกไป เพราะความแข็งแกร่งระดับนี้เขาฝึกมาตั้งแต่เด็กๆอย่างน้อยในความคิดของเขา เด็กหนุ่มจะต้องฝึกมาตั้งแต่แรกเกิดแน่ๆ

     

    “ฝึก?อาจารย์ยังไม่ได้ให้ผมฝึกอะไรเลย เขาก็แค่สอนเทคนิคบางอย่างให้แต่จะเรียกว่าฝึกก็ได้มั้ง เอาเป็นว่าทั้งหมด 7 วัน น่ะครับ!’’จะให้บอกว่าฝึกก็ยังไงอยู่วั่งซูจึงเกาหัวอย่างเขินอาย

     

    ฝึกบ้าบออะไรกัน?ก็แค่บ่มเพาะ!

     

    ถ้าเขาฝึกจริงป่านนี้เก่งจนโดนสรรเสริญเลยมั้ง?

     

    “จะ...เจ็ดวัน?’’หูเฟิงชะงัก เขาไม่เชื่อแน่ๆ

     

    “เป็นความจริงผมนั้นได้เจอกับอาจารย์ในเจ็ดวันก่อนและถูกเขารับเป็นศิษย์ไม่อย่างนั้นแล้วผมคงไม่ต่างจากเด็กธรรมดาทั่วไป!’’ เห็นว่าชายชราไม่เชื่อวั่งซูก็พยักหน้าแล้วสรรเสริญอาจารย์ของเขาด้วยสีหน้าชื่นชมอย่างแท้จริง

     

    “เอ่อ…’’อึ้ง หูเฟิงอึ้งของจริง เขาอึ้งเป็นอย่างมาก

     

    แท้จริงแล้วปรมาจารย์มู่เป็นใครกันแน่?

     

    ในความคิดของหูเฟิงนอกจากชายหนุ่มจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้แล้วอีกฝ่ายยังมีพลังที่ราวกับพระเจ้ายิ่งสามารถเพาะปลูกศิษย์ให้เก่งกาจได้ในเจ็ดวันเขาก็เริ่มรู้สึกขึ้นมาแล้วว่าไม่มีอะไรที่ชายหนุ่มคนนี้ทําไม่ได้

     

    “แล้วผ่านไหม?’’ด้านเทาก้านนั้นไม่สนใจเรื่องอื่นนอกจากการทดสอบเพราะที่ผ่านมาเขาตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นอย่างมาก

     

    “ก็นะตั้งแต่ที่คุณคิดจะรายงานต่ออาจารย์ของผม และลุงหูไม่เปลี่ยนใจนั่นก็หมายความแล้วว่าผ่านการทดสอบ!’’วั่งซูยักไหล่แล้วถอดแว่นลงก่อนแนะนําตัวอย่างเป็นทางการ“ต่อจากนี้พวกคุณสามารถเรียกผมว่าวั่งซูได้!’’

     

    “อีกเรื่องผมต้องขอโทษเรื่องในก่อนหน้านี้ด้วยทั้งหมดเป็นการแสดงซึ่งเรื่องของคุณเหล่ยฟ่านเองก็เช่นกันดังนั้นอย่าได้ถือสาผมเลย!’’ วั่งซูเอ่ยขอโทษด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ

     

    อย่างไรก็ตามคนอื่นๆที่เห็นว่าเปลือกตาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มปิดสนิทก็สงสัย

     

    “อ้อผมพิการทางสายตามาตั้งแต่กําเนิดแล้วน่ะ!’’ รู้สึกว่าทุกคนสงสัย วั่งซูก็ไม่ปิดบังเรื่องนี้เขาไม่เคยอายและถึงแม้อาจารย์ของเขาจะช่วยรักษาได้เขาก็จะไม่ใช้มันนอกจากยามจําเป็น เพราะอย่างไรซะเขาชอบความคุ้นเคยแบบนี้มากกว่า

     

    “...’’ หูเฟิงและเทาก้านต่างตะลึงงัน

     

    พิการทางสายตา?

     

    แล้วทําไมคุณเก่งกาจเสียขนาดนั้น?!

     

    สุดท้ายพวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่าเป็นเพราะความสามารถของมู่หลินบวกกับพรสวรรค์ของเด็กหนุ่มมันจึงเป็นอย่างนี้

     

    ไม่อย่างนั้นแล้วจะเป็นอะไรไปได้?

     

    เลอะเทอะ!

     

    “พวกเราเข้าใจ!’’เห็นว่าเด็กหนุ่มขอโทษ เทาก้านและหูเฟิงก็มองหน้ากันด้วยความพิลึกพวกเขาเริ่มตะหนักได้แล้วว่ามู่หลินนั้นน่ากลัวมากจึงพยักหน้าให้กับเด็กหนุ่มเพื่อเป็นการยกโทษ

     

    “มู่หลิน?อย่าบอกนะว่าเป็นไอ้มู่หลินคนนั้น!’’ ด้านเหล่ยฟ่านที่ตะหนักถึงชื่อของมู่หลินก็อดไม่ได้ที่จะถามไปยังเทาก้านในความจําของเขา มันคนนี้เป็นเพียงขยะคนหนึ่งที่มีนิสัยต๊องๆ

     

    แล้วคนแบบนั้นจะไปอยู่เบื้องหลังของเหล่าผู้ทรงพลังเช่นนั้นได้อย่างไร?

     

    นั่นเป็นไปไม่ได้!

     

    “ถูกต้อง!หัวหน้าที่แท้จริงของฉันคือมู่หลิน!’’ เทาก้านพูดอย่างไม่ปิดบังเขากลัวว่าเหล่ยฟ่านจะโง่เขลาไปหาเรื่องมู่หลินเหมือนกับที่หลินไห่ทําจนต้องโดนสั่งสอนกลับมาดังนั้นเขาจึงเสริมต่อ “เผื่อนายจะไม่เข้าใจ ตอนนี้น่ะมู่หลินนั้นได้เปลี่ยนไปแล้วและคนอย่างพวกเราน่ะไม่สามารถเทียบได้เลย ดังนั้นถ้านายคิดจะทําตัวเหมือนเดิมกับเขาน่ะบอกได้คําเดียวว่า...ตาย!’’

     

    “มีเพียงความตายเท่านั้นที่รอนายอยู่!’’เสียงของเทาก้านจริงจังมาก

     

    เหล่ยฟ่านที่ได้ยินก็ชะงักและเริ่มตื่นตะหนกเพราะแค่การได้เห็นชายชราและเด็กหนุ่มสู้กัน เขาก็รู้แล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังต้องไม่ธรรมดาแน่ๆแต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าจะเป็นมู่หลิน?

     

    แล้วแบบนี้คนที่ทําไม่ดีกับมู่หลินอย่างเขาจะไม่เป็นอันตรายเหรอ?

     

    “ไม่ต้องห่วง!มู่หลินนั้นไม่แยแสเรื่องเก่าๆหรอก เขาน่ะมองเราเหมือนมดปลวกไม่งั้นฉันคงไปก่อนนายแล้ว!’’ ราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายกลัวอะไรเทาก้านก็ยิ้มแล้วหัวเราะเพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเขาคงไม่ถูกตบปากแค่อย่างเดียวแล้ว

     

    แต่เขาคงจะพิการไม่ก็ตาย!

     

    ตายอย่างอนาถ!

     

    วั่งซูที่ได้ยินการสนทนาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากเพราะอาจารย์ของเขาเคยบอกเอาไว้แล้วว่าที่ต้องทดสอบเพราะพวกนี้เป็นเหมือนคนนอกไม่อย่างนั้นจะทดสอบไปทําไม?

     

    นี่แหละนะความชาญฉลาดของอาจารย์!

     

    “แล้วอย่างนี้ฉันต้องคืนเงินให้กับนายไหม?’’ด้านเหล่ยฟ่านก็เริ่มรู้สึกว่ามันจริงเขาจึงหายกังวลและถามเกี่ยวกับเรื่องเงินที่ได้มาแทน

     

    “ไม่จําเป็น!เอาเก็บไว้กินข้าวเถอะ!’’ เทาก้านโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ มันถือเป็นนํ้าใจเล็กๆน้อยๆต่อคําว่า เพื่อน

     

    “ขอบคุณ!’’รู้ดีว่าอีกฝ่ายยอมให้ก็เพราะคําว่าเพื่อน เหล่ยฟ่านจึงรู้สึกซาบซึ้งอย่างแท้จริง

     

    “แล้วฉัน…’’นึกขึ้นได้ว่าตัวเองตกงานอยู่ เหล่ยฟ่านเลยอยากจะขอทํางานกับเทาก้านแต่เขาก็ไม่กล้าพูดออกไปในทีเดียว

     

    “นายมีงานทําไหม?มาทํางานกับฉันได้นะ เพราะขนาดหลินไห่ยังเป็นลูกน้องฉันเลย!’’ เทาก้านไม่ใช่คนโง่เขาดูท่าทีของเหล่ยฟ่านออกจึงเสนอออกไปเพราะอย่างไรซะสําหรับเขาแล้วขนาดมู่หลินยังให้โอกาสเลย แล้วเหล่ยฟ่านล่ะ?

     

    จะไม่ได้ๆอย่างไร!

     

    “เทาก้าน…’’ได้ยิน ความตื้นตันใจก็ถาโถมไม่หยุดจนเหล่ยฟ่านเริ่มมีนํ้าตาไหลออกมาให้เห็น

     

    “ไอ้บ้า!อย่าร้องดิฟะ!’’ เทาก้านอึ้งและรีบห้ามเขาค่อนข้างประหม่าเวลาเจอคนร้องไห้เป็นอย่างมาก

     

    “...’’ วั่งซูและหูเฟิงอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากัน

     

    สองคนนี้ช่างตลกแท้!

     

    …

     

    ห้างสรรพสินค้าเทียนหลง

     

    “หมอนั่นเป็นผู้ชายที่แย่จริงๆพูดมาได้ยังไงว่าฉันประสาท? เขานั่นแหละที่ประสาท!’’ยิ่งคิดถึงคําพูดเมื่อไม่นานนี้ของชายหนุ่ม เสี่ยวหนิงก็ฉุนจนหน้าแดงระเรื่ออย่างไรก็ตามขณะที่เธอกําลังเดินช็อปต่อ เท้าของเธอก็ต้องหยุดชะงักลง“เขาอีกแล้ว?’’

     

    วันนี้มันวันบ้าอะไรกัน!

     

    ห่างออกไปไม่ไกลมู่หลินกําลังยืนคุยโทรศัพท์กับวั่งซู ดูเหมือนว่าการทดสอบจะเป็นไปได้ราบรื่นเขาจึงบอกให้อีกฝ่ายบอกหูเฟิงว่าไม่ต้องไปรักษาและให้อดทนรอไปก่อนเพราะเดี๋ยวเขาจะไปหาที่นั่นและรักษาให้ซึ่งแน่นอนว่าด้านหูเฟิงที่ได้รับรู้ก็ตื่นเต้นเพราะอย่างไรซะอํานาจที่ชายหนุ่มแสดงออกมามันราวกับเทพเจ้าดังนั้นการรักษาของเขาย่อมมหัศจรรย์น่าดูชม

     

    “ไหนๆก็ไหนๆแล้วแก้เผ็ดเขาคืนบ้างดีกว่า!’’เห็นว่าชายหนุ่มดูไม่สนใจเธอเลย เสี่ยวหนิงก็คิดว่าตอนแรกเธอคงเข้าใจเขาผิดดังนั้นเธอจึงต้องการเอาคืนเขา โดยใช้เขาเป็นโล่...โล่มนุษย์!

     

    “สาวสวยรอพี่ก่อนสิน้อง!’’ทางสือกวงที่ตามมาก็รีบร้อนแต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกําลังมองไปทางชายหนุ่มเขาก็ต้องกัดฟันกรอด

     

    บัดซบ!ยิ้มร่าไปอีกหน่อยเถอะแก!

     

    ‘ตามมาแล้วสินะ…’เห็นว่าเจ้าแบดบอยนั่นยังตามมาอยู่ มุมปากของหญิงสาวก็ยกยิ้มขึ้นส่งผลให้ใบหน้าของเธอในตอนนี้ดูเจ้าเล่ห์ไม่น้อย

     

    “ที่รักรอนานไหมคะ!’’โดยไม่คาดคิด เสี่ยวหนิงวิ่งโผลเข้ากอดแขนของชายหนุ่มดั่งคู่รักอย่างไรอย่างนั้น

     

    มู่หลินที่ถูกกอดและสัมผัสได้ถึงก้อนหิมะนุ่มๆก็ผงะ

     

    ที่รัก?

     

    ฉันไปเป็นที่รักของเธอตอนไหน!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน