ตอนที่ 26 พูดหยอกล้อ
องค์ชายสามมีนิสัยรักอิสระ ไม่ชอบเื่การเมือง มักออกท่องเที่ยว ชมทิวทัศน์ของรัฐต่างๆ จึงทำให้เขามีนิสัยกว้างขวางและสุขุม นานๆ ทีจะกลับมา
เ่ิูก็สนิทกับเขามาั้แ่เด็ก จึงเชิญให้เขาอยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน
ในห้องโถงของจวนอ๋อง พี่น้องที่ได้พบกัน ต่างฝ่ายต่างก็มีความสุข เย่เฟยไป๋เป็คนที่พูดเก่ง ไม่ได้เจอพี่ชายที่เคารพรักมาหลายวัน สมควรมีเื่ให้สนทนามากมาย
แต่ครั้งนี้ พี่น้องทั้งสองเปลี่ยนเื่คุย เ่ิูไม่พูดเื่ราชการ เย่เฟยไป๋ไม่พูดถึงเื่การเดินทาง บทสนทนากลับไปอยู่ที่โล่วชิเจี่ยซึ่งกำลังทำความสะอาดคอกม้า
เย่เฟยไป๋จิบเหล้าเบาๆ ดวงตาเป็ประกาย มุมปากมีรอยยิ้ม “ได้ยินว่าพี่ชายรับคนรับใช้ใหม่ที่น่าสนใจมาก วันนี้ได้เห็นกับตา พบว่าเด็กคนนี้น่าสนใจจริงๆ!”
เ่ิูหยุดคีบอาหาร ดวงตาที่ลึกล้ำของเขามองเย่เฟยไป๋ ไม่ตอบคำใด
เย่เฟยไป๋คีบอาหารเข้าปาก แล้วพูดต่อ “ได้ยินมาว่า พี่ชายถูกใจเด็กคนนั้น หน้าตาสะอาดสะอ้านเหมือนผู้หญิง ไม่แปลกใจที่พี่ชายจะสนใจ!” พูดจบ เขาก็มองเ่ิูอย่างมีเลศนัย แววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
เป๊าะ!
ตะเกียบในมือของเ่ิูหัก อาหารที่คีบอยู่หล่นลงไป เปื้อนเสื้อคลุมสีดำของเขา สาวใช้ที่อยู่ใกล้ๆ รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดให้ แล้วยื่นตะเกียบคู่ใหม่ให้อย่างนอบน้อม
เ่ิูรับตะเกียบ คีบอาหารต่อ แต่สีหน้าของเขาแสดงถึงความรำคาญ “น้องสามเดินทางมาหลายปี น่าจะแยกแยะถูกผิดได้ อย่าเหมือนชาวบ้านไร้การศึกษา ที่ฟังอะไรมาก็เชื่อ พูดจาเหลวไหล!” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการเสียดสี
เย่เฟยไป๋ยังคงยิ้ม เขารู้จักนิสัยของพี่ชายคนนี้ดี อีกฝ่ายเป็คนใจเย็น สุขุม และสงบ ทว่าตอนนี้พี่ชายกำลังโกรธ! และวันนี้ยังเป็ครั้งที่สองแล้วที่โกรธ!
ครั้งหนึ่งที่คอกม้า และอีกครั้งคือตอนนี้ ทั้งสองครั้ง ล้วนเกี่ยวข้องกับเด็กคนนั้นที่ชื่อโล่วชิเจี่ย ดูเหมือนว่าข่าวลือจะไม่ใช่เื่โกหก!!
“แล้วพี่รองไม่มีความรู้สึกพิเศษกับเด็กคนนั้นเลยรึ?”
เ่ิูเหลือบมองเขา พูดอย่างเ็า “ก็แค่คนรับใช้ธรรมดา ข้าจะมีความรู้สึกพิเศษกับเขาได้อย่างไร? อ้อน้องสาม วันนี้ดูเ้าจะสนใจคนรับใช้ในจวนของข้ามากเลยนะ ทำไม? น้องสามมีความเห็นอะไรจะพูดถึงคนรับใช้ในจวนข้ารึ?”
เย่เฟยไป๋ส่ายหัว จากนั้นก็ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “ข้าไม่มีความเห็น แค่รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนั้น ถ้าพี่ชายไม่รังเกียจ ยกเขาให้เป็เด็กรับใช้ของข้าจะได้หรือไม่?”
พูดจบก็มองไปทางเ่ิู
เป๊าะ!
ช้อนตักน้ำแกงในมือของเ่ิูหลุดมือ ตกแตกกระจายบนพื้น สาวใช้รีบกวาดเศษอย่างตื่นตระหนก แล้วยื่นช้อนอันใหม่ให้เ่ิู เ่ิูรับช้อนมาใหม่แล้ววางลง หันไปหยิบตะเกียบ แล้วคีบขาไก่ วางไว้ตรงหน้าเย่เฟยไป๋
“น้องสาม คนรับใช้ในจวนของเ้ามีมากมาย ไม่จำเป็ต้องมาขอคนรับใช้จากข้า เ้าเดินทางมาหลายปี ร่างกายผ่ายผอม รีบกินอะไร บำรุงร่างกายเถอะ!” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยแบบพี่ชาย แต่เย่เฟยไป๋กลับรู้สึกว่าเป็การข่มขู่ เขาััร่างกายที่แข็งแรงของตัวเอง เย่เฟยไป๋ไม่เข้าใจว่าเขาผอมตรงไหน จึงยังไม่ยอมแพ้ อยากจะพูดต่อ
แต่เ่ิูก็คีบตีนไก่วางไว้ตรงหน้าเขาอีก “่นี้อากาศเย็น น้องสาม ดูแลตัวเองด้วย!”
เย่เฟยไป๋พูดไม่ออก บอกไม่ถูก เลื่อนจานอาหารออกไป พูดพร้อมกับรอยยิ้มอย่างจนใจ “พี่รอง ข้าเดินทางมาหลายปี กินอาหารชั้นเลิศจนชิน อาหารที่พี่ให้ข้า ข้าล้วนกินจนเบื่อหน่ายแล้ว!”
เ่ิูหยุดคีบอาหาร เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ หันไปพูดกับเย่เฟยไป๋ว่า “น้ำแกงเป็ดตุ๋นของจวนอ๋องอร่อย น้องสาม เ้าอยากลองชิมหรือไม่?”
เย่เฟยไป๋พยักหน้า “เอาสิ!”
เ่ิูหันไปพูดกับลั่วจิ่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ว่า “ไปบอกห้องครัว ให้ทำน้ำแกงเป็ดตุ๋นมาให้อีกที่!”
ลั่วจิ่วรับคำสั่ง แล้วเดินออกไป แต่ไม่นานก็กลับมา เ่ิูขมวดคิ้ว แล้วถามเขาว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
ลั่วจิ่วตอบอย่างซื่อสัตย์ “น้ำแกงตอนเที่ยงไม่ได้มาจากห้องครัว แต่เป็โล่วชิเจี่ยที่ทำ!”
เ่ิูกัดฟัน “งั้นก็ไปสั่งให้เขาทำมาอีกที่!”
ลั่วจิ่วทำหน้าลำบากใจ “แต่โล่วชิเจี่ยถูกท่านส่งไปทำความสะอาดคอกม้าแล้ว เขาทำไม่ได้!”
“พรวดดดด”
เย่เฟยไป๋ที่กำลังดื่มเหล้า พ่นเหล้าออกมา สุดท้ายก็อดหัวเราะไม่ได้ “ข้าไม่ได้พูดผิดใช่ไหม เด็กคนนั้นในจวนของท่านพี่ ช่างน่าสนใจจริงๆ”
สีหน้าของเ่ิูมืดมน ดวงตาที่จ้องมองเย่เฟยไป๋ เต็มไปด้วยความเ็า…