ข่าวการหย่าร้องของหนิงผิงกับจ้าวฉินถูกกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดเป็นฝีมือของหนิงผิงเอง แต่เหตุผลของการหย่าร้างเขาไม่ได้กระจายออกไป เพราะถ้าหากเขาบอกเหตุผลออกไป นายท่านใหญ่สกุลจ้าวต้องรู้ว่าเป็นฝีมือของเขาที่เป็นคนปล่อยข่าวลือแน่นอน
นายท่านใหญ่สกุลจ้าวส่งคนออกไปหาต้นตอของข่าวลือแต่ก็ไม่ได้รับข้อมูลกลับมา ทำให้เขาคิดไปว่าบางทีข่าวลือนี้อาจจะมาจากคนในศาลาว่าการตอนที่เห็นหนิงผิงกับจ้าวฉินไปลงนามในหนังสือหย่าร้างก็เป็นได้
“เจ้าให้คนไปจับตาดูครอบครัวเดิมของหนิงผิงแล้วใช่หรือไม่ รอให้พวกเรารู้ว่าเซียวหยางฟางไปรับซื้อข้าวมาจากแหล่งใดเสียก่อนค่อยกำจัดคนบ้านนั้น ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่าหนิงผิงจะทำอย่างไรหากรู้ว่าครอบครัวเดิมของตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย” นายท่านใหญ่สกุลจ้าวพูดกับคนสนิท
“เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับสกุลว่านด้วย ท่านผู้ว่าการตำบลคงจะไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา” คนสนิทถามขึ้นอย่างกังวล
“ถึงเวลานั้นเจ้าก็กำจัดคนที่เราส่งไปลงมืออย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียวและต้องเก็บกวาดหลักฐานทั้งหมดให้ดี เท่านี้พวกเขาก็ตามสืบมาไม่ถึงตัวเราแล้ว”
“ข้าจะจัดการให้เรียบร้อยขอรับ”
“พี่เซียว ข้าเห็นที่ร้านค้าของเถ้าแก่หลี่ขายไข่เค็มกับไข่เยี่ยวม้า เถ้าแก่หลี่บอกว่าไข่ทั้งสองชนิดเป็นของครอบครัวพี่สะใภ้ที่นำมาขาย หากข้าจะขอให้ท่านส่งไปขายให้ข้าที่เมืองหลวงด้วยจะได้หรือไม่ขอรับ” เหอหลงเป่าถามขึ้น
“สินค้าพวกนี้ถึงแม้จะเก็บไว้ได้นาน แต่เรื่องการขนส่งก็ค่อนข้างลำบาก เอาไว้ให้ครอบครัวของข้าย้ายไปเมืองหลวงเสียก่อน ถึงเวลานั้นพวกเราค่อยตกลงการค้ากันก็ยังไม่สาย สูตรของไข่เค็มและไข่เยี่ยวม้าเป็นของภรรยาข้า ไปผลิตสินค้าที่โน่นน่าจะสะดวกกว่า อีกทั้งยังประหยัดค่าขนส่งด้วย”
“พี่เซียว เช่นนั้นข้าขอถามบ้างว่าขนมที่ท่านทำส่งร้านเถ้าแก่จ้าว ท่านจะส่งขายให้ข้าบ้างได้หรือไม่ขอรับ” เจียงต่งถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“ได้สิ” เซียวหยางฟางรับคำ
“พวกเจ้านี่ช่างไม่เกรงใจเอาเสียเลย ข้าพาพี่เซียวมารู้จักกับพวกเจ้าวันแรก พวกเจ้าก็คุยเรื่องการค้าไปเสียแล้ว” ว่านเฉียงแสร้งบ่นสหาย
“ตัวเจ้าก็ไม่ต่างจากพวกข้านักหรอก ข้าวสารตัวใหม่ที่พี่เซียวส่งให้ ก็ทำให้ร้านค้าของเจ้าขายดีขึ้นมาทันตาเลยไม่ใช่หรือ” เจียงต่งตอบกลับ
“แต่น่าเสียดายที่หยางเฟิ่งมีธุระต้องรีบกลับเมืองหลวงไปก่อน ไม่อย่างนั้นข้าจะแนะนำให้พี่เซียวได้รู้จักกับเขา สหายของข้าคนนี้นิสัยดีมาก เพียงแต่ชีวิตของเขากับน้องสาวฝาแฝดออกจะน่าสงสารไปสักหน่อย” ว่านเฉียงถอนหายใจ
“จะว่าไปหยางเฟิ่งก็หน้าตาคล้ายกับพี่เซียวอยู่เจ็ดแปดส่วนเห็นจะได้ ทั้งอายุก็น้อยกว่าพี่เซียวแค่สี่ปี ที่สำคัญยังใช้แซ่เซียวเหมือนกันอีก หากจะบอกว่าพวกท่านเป็นพี่น้องกันก็คงมีคนเชื่อ พวกเจ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่” เหอหลงเป่าพูดขึ้น
“จริงอย่างที่อาเป่าว่าขอรับพี่เซียว หยางเฟิ่งหน้าตาท่าทางคล้ายท่านมากจริงๆ” เจียงต่งสนับสนุน
“เหตุใดเจ้าถึงบอกว่าสหายของเจ้าคนนั้นมีชีวิตที่น่าสงสารเล่า พวกเจ้าล้วนเป็นคุณชายร่ำรวยที่มาจากตระกูลการค้า คุณชายเซียวก็ไม่น่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ต่างจากพวกเจ้าเท่าไหร่” เซียวหยางฟางขมวดคิ้วถาม
ยังไม่ทันที่สหายรุ่นน้องทั้งสามคนจะตอบคำถาม เสี่ยวเอ้อก็เข้ามากระซิบที่ข้างหูเซียวหยางฟางเสียก่อน
“ข้ามีธุระด่วนต้องรีบไปจัดการ ต้องขออภัยคุณชายทุกท่านด้วย พรุ่งนี้ข้าขอเชิญทุกท่านไปทานอาหารที่ร้านของข้าเพื่อเป็นการไถ่โทษก็แล้วกัน” เซียวหยางฟางพูด
“พี่เซียวไปทำธุระของท่านเถอะขอรับ ไม่ต้องเกรงใจพวกเรา แต่วันพรุ่งนี้พวกเราไม่พลาดที่จะไปทานอาหารที่ร้านของท่านแน่นอน ข้าคิดถึงบะหมี่หยกเส้นเหนียวนุ่มราดน้ำซอสชุ่มๆ เป็ดย่างหอมๆ หมูแดงชิ้นใหญ่ อีกทั้งหมูกรอบที่ทั้งกรอบทั้งอร่อยนั่นมากแล้ว” ว่านเฉียงหันไปบอกกับสหาย “หากพวกเจ้าได้ลองกินบะหมี่จานนี้แล้ว รับรองว่าพวกเจ้าต้องไม่อยากกลับเมืองหลวงเป็นแน่”
“ท่านให้คนไปเรียกข้าออกมาพบด้วยเรื่องใดหรือขอรับ” เซียวหยางฟางถามหนิงผิง ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยชอบพ่อตาคนนี้สักเท่าไหร่ แต่มารยาทก็ไม่อาจละเลยได้
“เจ้าคงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการหย่าร้างของข้าแล้วกระมัง” หนิงผิงถามขึ้น
“ทราบแล้วขอรับ ท่านแม่ยาย ลี่เอ๋อ และทุกคนในบ้านต่างก็ทราบกันหมดแล้ว”
“พวกเขาคงสมน้ำหน้าข้าน่าดูเลยสินะ” หนิงผิงถอนหายใจ “แต่จะโทษใครได้ ในเมื่อข้าทำผิดต่อพวกเขาจริงๆ”
“ท่าน...”
หนิงผิงรีบยกมือขึ้นห้าม “ที่ข้าเรียกเจ้าออกมาพบวันนี้เพราะมีเรื่องสำคัญจะพูดกับเจ้า นายท่านใหญ่สกุลจ้าวรู้แล้วว่าเจ้าเป็นคนส่งข้าวชนิดใหม่ไปขายให้กับสกุลว่าน ทำให้ร้านค้าข้าวของสกุลจ้าวได้รับผลกระทบ จากนิสัยของนายท่านใหญ่ ข้าคิดว่าอีกไม่นานเขาคงจะลงมือกับร้านค้าสกุลว่านและตัวเจ้าแล้ว”
“ลงมือ...เรื่องนี้ร้ายแรงแค่ไหนหรือขอรับ” เซียวหยางฟางถามเสียงเครียด
“นายท่านใหญ่ไม่เคยทำการค้าเป็นรองใคร เขาอยากกำจัดสกุลว่านให้หายไปจากตำบลชิงสีมานานแล้ว แต่เป็นเพราะเจ้าที่ทำให้สกุลว่านกลับมายืนเป็นร้านค้าข้าวอันดับหนึ่งของตำบลแทนที่เขา ดังนั้นเขาจะแค้นเจ้าก็เป็นเรื่องธรรมดา เจ้ารีบเอาหลักฐานพวกนี้ไปปรึกษากับท่านผู้ว่าการตำบลเสีย ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลการติดสินบนและการกระทำความผิดของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แค่ความผิดฐานลักลอบค้าเกลือและปรับราคาข้าวด้วยตัวเองก็มากพอที่จะทำให้สกุลจ้าวต้องถูกตัดสินโทษทั้งตระกูลแล้ว หากเรารีบลงมือก่อนที่เขาจะรู้ตัว ข้าคิดว่าครอบครัวของเจ้าก็จะเลี่ยงภัยนี้ไปได้” หนิงผิงส่งสมุดบันทึกเล่มหนาให้กับเซียวหยางฟาง
“ขอบคุณขอรับท่านพ่อตา”
หนิงผิงกระตุกไปเล็กน้อย ก่อนที่จะยิ้มให้เซียวหยางฟางอย่างพอใจ “เพราะตอนนั้นข้าโลภอยากได้เงินสิบตำลึงจากพรานเฒ่าเซียวสินะ ถึงทำให้ข้าโชคดีได้ลูกเขยที่ดีอย่างเจ้ามา"
“ข้าก็ต้องขอคุณท่านพ่อตาที่มอบลี่เอ๋อให้มาเป็นภรรยาของข้าขอรับ”
“เรื่องสืบหาคนนั้น แต่เดิมข้าตั้งใจจะสืบหาคนส่งข้าวสารชนิดใหม่ เพราะอยากขัดขวางเส้นทางการค้าของสกุลว่าน และอยากระบายความแค้นในอดีตที่ข้ามีต่อสกุลว่านเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นคนส่งข้าวสารพวกนั้นเสียเอง อีกทั้งเมื่อข้ารู้ว่านายท่านใหญ่สกุลจ้าวคิดที่จัดการกับเจ้า ข้าจึงปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไม่ได้ อย่างไรเจ้าก็เป็นลูกเขยของข้า ช่วยเจ้าก็เหมือนกับได้ช่วยลี่เอ๋อไปด้วย แล้วนี่ข้าได้ข่าวว่าพวกเจ้าจะย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงอย่างนั้นหรือ?”
“ขอรับ ข้าตั้งใจว่าจะไปตามหาบิดากับมารดา”
“เวลานี้ข้ากับเฉิงเอ๋อหลบอยู่บ้านพักหลังเล็กนอกเมือง เป็นเส้นทางเดียวกับที่จะไปเมืองหลวงพอดี หากข้าเป็นอะไรไป ข้าขอฝากเฉิงเอ๋อให้พวกเจ้าช่วยดูแลเขาต่อได้หรือไม่ ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าจะอบรมเลี้ยงดูเขาออกมาได้อย่างดี อีกทั้ง...ข้าอยากให้อาหวั่นรับเขาเป็นบุตรชายด้วยอีกคนหนึ่ง”
“เหตุใดท่านพ่อตาจึงไม่ไปบอกกับพวกเขาเองเล่าขอรับ”
“ข้ายังมีเรื่องที่ต้องสะสางกับคนของสกุลจ้าว หากข้าทำเรื่องนี้สำเร็จ พวกเจ้าก็จะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องของคนสกุลจ้าวอีก ชีวิตนี้ข้าทำผิดต่อเมียและลูกเอาไว้มาก มีเพียงครั้งนี้เท่านั้นที่ข้าจะชดเชยให้กับพวกเขาได้ เท่านี้ข้าก็จะนอนตายตาหลับแล้ว”
หลังจากนั้นอีกห้าวัน ร้านค้าข้าวของสกุลจ้าวก็ถูกทางการสั่งปิด บ้านสกุลจ้าวก็มีเจ้าหน้าที่มาปิดล้อมอย่างแน่นหนาห้ามคนเข้าออก อีกทั้งยังมีประกาศติดไว้ที่หน้าประตูถึงความผิดของนายท่านใหญ่สกุลจ้าวอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการกักตุนข้าวสาร การลักลอบขายเกลือ การบงการฆ่าผู้บริสุทธิ์อีกมากมายเพื่อฮุบที่ดินทำกิน รวมถึงการติดสินบนเจ้าหน้าที่ทางการเพื่อให้ช่วยปกปิดการกระทำความผิด
เพียะ!
“เจ้าจะฉุดข้าไว้ทำไม รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ นังตัวซวยเอ๊ย ถ้ารู้ว่าพวกเจ้าจะถูกทางการจับได้ง่ายๆ อย่างนี้ ข้าคงไม่เอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเจ้าให้ซวยไปด้วยหรอก” พ่อบ้านสงพยายามแกะมือจ้าวฉินออก
“อาสง! เจ้าพูดอะไรออกมา หรือว่าที่ผ่านมาเจ้าทำดีกับข้าเพียงแค่อยากจะเข้ามานั่งอยู่ในตำแหน่งท่านเขยอย่างนั้นหรือ” จ้าวฉินถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ก็ใช่น่ะสินังโง่ เพียงแต่ข้าไม่คิดว่าแผนของข้ายังไม่ทันสำเร็จ ครอบครัวของเจ้าก็ถูกทางการจับไปเสียแล้ว ยังดีที่ตอนนั้นเจ้าแก่นั่นไม่ยอมให้ข้าแต่งกับเจ้า ไม่อย่างนั้นตัวข้าคงจะถูกจับไปพร้อมกับพวกเจ้าแล้ว เจ้ารีบปล่อยเถอะข้าไม่มีเวลาแล้ว ฮุ่ยเหนียงสัญญาขายตัวของเจ้าข้าเผาทิ้งไปแล้ว เจ้ารีบเข้าไปขนตั๋วแลกเงินกับเครื่องประดับของนางออกมาเร็วๆ ถ้าขืนช้ากว่านี้ เราจะหนีไม่ทันแล้ว” พ่อบ้านสงตะโกนบอกฮุ่ยเหนียง
“ฮุ่ยเหนียงหรือ! เจ้ากับนังแพศยาฮุ่ยเหนียงมีความสัมพันธ์กันอย่างนั้นหรือ” จ้าวฉินถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าถึงกับกล้าทรยศข้าหรือฮุ่ยเหนียง”
เพียะ เพียะ เพียะ!
“พี่สงกับข้ามีสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งมาก่อนเจ้าเสียอีก ตัวข้าต้องกล้ำกลืนฝืนทนให้เขาไปนอนกับเจ้า ข้าเจ็บปวดใจมากแค่ไหนเจ้ารู้หรือไม่ อย่างไรวันนี้เจ้าก็จะต้องไปรับโทษกับทางการพร้อมกับบิดาของเจ้าแล้ว ข้าจะบอกให้เจ้าหายโง่สักหน่อย วันที่นายท่านใหญ่กับท่านเขยหนิงผิงไปพบเจ้ากับพี่สงที่เรือนก็เป็นฝีมือของข้า เพียงแต่ตอนแรกข้าไม่ได้หวังว่าจะดึงเอานายท่านใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เขากลับอยู่กับท่านเขยพอดี ข้ากับพี่สงอยากให้ท่านเขยหย่ากับเจ้าเพื่อที่พี่สงจะได้ขึ้นมาเป็นท่านเขยแทนเขา หลังจากนั้นพี่สงก็จะพาข้าออกไปหาบ้านหลังเล็กอยู่ข้างนอกด้วยกัน เขาจะรับเลี้ยงข้าและพวกเราจะมีทายาทด้วยกัน จากนั้นพวกเราก็จะเอาบุตรชายของพวกเราเข้ามาเป็นนายน้อยสกุลจ้าว เพราะตอนนั้นเจ้าคงจะตั้งท้องไม่ได้อีกแล้ว ก็เพราะน้ำแกงที่เจ้าดื่มเข้าไปทุกวันนั่นอย่างไร ยาสิ้นบุตรนั้นก็เป็นพี่สงที่หามาให้” ฮุ่ยเหนียงยิ้มเยาะในหน้า พร้อมกับบีบมือน้อยที่ใช้ตบลงบนใบหน้าของจ้าวฉินไปเมื่อครู่
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พวกเจ้าวางแผนทำร้ายข้า อาสง...เจ้ากล้าหลอกข้า ฮุ่ยเหนียงเจ้ากล้าทรยศข้า เจ้าอย่าได้หวังว่าวันนี้พวกเจ้าจะออกไปเสวยสุขด้วยกันได้อีกเลย”
จ้าวฉินล้วงขวดบรรจุผงสีขาวออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนที่จะสาดมันใส่พ่อบ้านสงกับฮุ่ยเหนียง ทั้งสองคนกรีดร้องและใช้มือปิดตาตัวเองอย่างปวดแสบปวดร้อนทรมาน จ้าวฉินเดินไปจุดไฟตามผ้าม่านและเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้อย่างใจเย็น ก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้และมองดูพ่อบ้านสงและฮุ่ยเหนียงที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้นอย่างทุรนทุราย