รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ
รางอาหารไม้สลักลายที่วางอยู่ตรงหน้าเจียงลี่หยูถูกเติมเต็มด้วยเมล็ดข้าวโพดอวบอ้วนสีเหลืองทองจนพูนล้น
‘เอ๊ะ วันนี้... ทำไมอาหารดีขึ้นผิดปกตินะแต่ก็ช่างเถอะ ไม่ได้กินอะไรดีๆ แบบนี้นานแล้ว ขอสวบสักหน่อย’
เจียงลี่หยูยืดลำคอยาวๆก้มลงไปจิกของโปรดเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม
จะงอยปากแบนกว้างขยับขึ้นลงเคี้ยวเมล็ดข้าวโพดหวานฉ่ำตุ้ยๆ อย่างมีความสุขประหนึ่งพนักงานชั้นผู้น้อยเพิ่งได้รับโบนัสปลายปี
ทว่า...
แหมะ!
ก้อนวัตถุลึกลับเหนียวหนืดสีขาวอมเขียวปนดำ ร่วงหล่นลงจากเบื้องบนตกลงมาแปะทับกองเมล็ดข้าวโพดในรางอย่างพอดิบพอดี
กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งลอยเตะรูจมูกบนจะงอยปากสีส้มทันที
อดีตสตรีวัยยี่สิบเจ็ดชะงักกรามที่กำลังเคี้ยวั์ตากลมสีดำขลับค่อยๆ ช้อนขึ้นมองตามทิศทางวิถีโค้งของก้อนปริศนาหายนะเมื่อครู่
ภาพที่ปรากฏเต็มสองตาคือบั้นท้ายที่เต็มไปด้วยขนฟูฟ่องสีเขียวเหลือบน้ำเงินและรูทวารของนกยูงตัวโปรดของฮ่องเต้ ที่เพิ่งจะขมิบปิดลงอย่างหน้าไม่อาย
เ้านกยูงมารยาททรามหันเสี้ยวหน้ากลับมามองห่านสาว พร้อมกะพริบตาปริบๆก่อนจะเชิดจะงอยปากแหลมๆ ขึ้นเล็กน้อย
ท่าทางของมันเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย ราวกับคุณนายเ้าของตึกเช่าที่เพิ่งเทน้ำซักผ้าลงมาใส่หัวคน
สตรีในร่างห่านละสายตาจากก้อนมูลตรงหน้ากวาดมองไปรอบอุทยานหลวง
ภาพที่เห็นทำเอาห่านสาวต้องคิดหนัก
ไก่ เป็ด ห่านตัวอื่นๆ รวมไปถึงพวกวัวเฒ่าต่างพากันหดหัวหลีกทาง ถอยกรูดไปชิดริมรั้วไม้
พวกมันแสดงท่าทีนอบน้อมและหวาดกลัวเ้าก้อนขนสีเหลือบน้ำเงินตัวนี้อย่างเห็นได้ชัดราวกับว่าเ้านกยูงได้ตั้งตนเป็ไทเฮาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จในอุทยานหลวงแห่งนี้ไปเสียแล้ว
ทว่าเป้าหมายของการกลั่นแกล้งแบบเจียงลี่หยูกลับไม่ได้แสดงอาการเกรี้ยวกราดหรือกระพือปีกโวยวายแต่อย่างใด
ก้อนขนสีขาวเพียงแค่ยืนนิ่งๆเอียงลำคอยาวระหงไปทางซ้ายเล็กน้อย ั์ตาดำขลับจ้องมองก้นนกยูงด้วยความว่างเปล่า
ก้าบ...
เสียงร้องราบเรียบและไร้อารมณ์หลุดรอดออกมาจากลำคอ
'นี่แกกินหญ้าผิดสำแดงจนหูรูดเสื่อมหรือว่าเป็ริดสีดวงทวารกำเริบกันแน่ ถึงได้มาปล่อยเรี่ยราดใส่ชามข้าวคนอื่นแบบนี้ไม่สบายก็ไปหาหมอหลวงสิเ้านกหน้าโง่'
เจียงลี่หยูบ่นอุบอิบในใจด้วยความสมเพชปนเหนื่อยหน่าย สมองห่านเชื่องช้าของเธอคร้านจะไปทะเลาะกับนกผีบ้าตัวนี้
การตอบสนองที่เจียงลี่หยูแสดงออกมาทำเอาเ้านกยูงชะงักไปเล็กน้อย
กะ กะ กุ๊ก กุ๊ก กรู้วว!
มันคงคาดหวังจะได้เห็นห่านอวบอ้วนดิ้นพล่านหรือพุ่งเข้ามาจิกตีให้เป็ที่ขบขัน
แต่เมื่อเห็นสตรีในร่างสัตว์ปีกทำหน้างุนงงและโง่งมใส่ความสนุกสนานที่หวังไว้ก็มลายหายไปจนสิ้น
นกยูงผู้สูงส่งพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างขัดใจมันสะบัดขนหางอันงดงามหนึ่งที ก่อนจะสับตีนเดินนวยนาดจากไปหาเป้าหมายใหม่ทิ้งให้เจียงลี่หยูยืนจ้องก้อนขี้บนเมล็ดข้าวโพดอย่างปลงตก
จะงอยปากแบนกว้างสีส้มค้างเติ่งอยู่กลางอากาศห่างจากก้อนมูลสีเขียวอมดำเพียงครึ่งชุน
กลิ่นเหม็นเปรี้ยวตีขึ้นจมูกจนอยากจะขย้อนตะไคร่น้ำมื้อเช้าออกมา
เจียงลี่หยูจ้องมองเมล็ดข้าวโพดคลุกขี้นกยูงด้วยแววตาว่างเปล่า
'ถึงจะหิวจนไส้กิ่วแทบขาดแต่จะให้ฉันก้มลงไปจิกกินของพรรค์นี้ก็เกินไปหน่อย'
อดีตพนักงานออฟฟิศวัยยี่สิบเจ็ดปีผู้อยู่ในร่างก้อนขนรำพึงรำพันกับตัวเองแบบปลงตก
'ต่อให้ตอนนี้จะตกท่อระบายน้ำจนกลายสภาพมาเป็ห่านอ้วนๆ แต่เศษเสี้ยวิญญาความเป็มนุษย์ที่เหลืออยู่ของฉันก็สั่งให้ฉันเมินหน้าหนีข้าวโพดราดซอสขี้ก้อนนี้ เพราะถ้าฉันเผลอกินต่อไปคงได้กลายเป็สัตว์เดรัจฉานจริงๆ แน่'
สตรีในร่างสัตว์ปีกสะบัดหัวกลมๆ ไปมาสองสามทีก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้รางอาหารอย่างเด็ดเดี่ยว
สวบ... สวบ...
ตีนผังผืดสีส้มแบนกว้างย่ำลงบนผืนหญ้าพาเอาบั้นท้ายอวบอ้วนส่ายไปมาซ้ายขวาตามจังหวะการก้าวเดิน
เมื่อท้องไม่อิ่ม ห้วงสำนึกจึงสั่งการให้สองขาออกเดินสำรวจอุทยานหลวงที่เพิ่งจัดสวนใหม่หวังจะหาเศษผักหรือวัชพืชริมทางกินประทังชีวิตไปตามยถากรรม
ทัศนียภาพรอบด้านถูกปรับปรุงเสียจนแปลกตาไปจากเดิมมาก
พุ่มกุหลาบถูกตัดแต่งกิ่งก้านเสียจนกลมดิก ดูเผินๆคล้ายกับไม้กวาดหยากไย่ปลายมนที่ถูกปักทิ้งไว้เรียงรายตามริมทางเดิน
ก้อนหินประดับสวนถูกนำมาวางซ้อนกันเป็ชั้นๆราวกับก้อนเต้าหู้ยี้ตากแห้งที่รอวันขึ้นรา
'จัดสวนใหม่ทั้งทีนึกว่าจะดูอลังการงานสร้าง ที่ไหนได้รสนิยมเหมือนสวนสาธารณะแถวบ้านพักคนชราไม่มีผิด'
ก้อนขนสีขาวยืดลำคอยาวระหงสอดส่ายสายตามองซ้ายทีขวาทีอย่างเพลิดเพลิน
บรรยากาศร่มรื่นและลมเย็นๆ ที่พัดโชยมาทำให้อดีตสตรีวัยทำงานรู้สึกผ่อนคลายคล้ายกับกำลังเดินทอดน่องย่อยอาหารในพาร์ค่วันหยุดสุดสัปดาห์
แกรก... แกรก...
จะงอยปากสีส้มก้มลงไปจิกดึงยอดหญ้าอ่อนริมทางเดินขึ้นมาเคี้ยวเล่นฆ่าเวลา
รสชาติฝาดเฝื่อนผสมกลิ่นดินชื้นๆ แผ่ซ่านไปทั่วลิ้นทว่ามันกลับให้ความรู้สึกสะอาดและปลอดภัยกว่าเมล็ดข้าวโพดหรูหราในรางอาหารเมื่อครู่เป็ไหนๆ
สายตาของห่านสาวเหลือบไปเห็นศาลาพักร้อนหลังเล็กริมสระน้ำที่เพิ่งถูกทาสีชาดใหม่จนแดงเถือกราวกับศาลเ้าที่ท้ายซอย
เธอสาวเท้าผังผืดก้าวเดินอาดๆมุ่งหน้าไปยังศาลาหลังนั้นอย่างไม่เร่งรีบปล่อยตัวปล่อยใจให้ซึมซับบรรยากาศการเดินเล่นพักผ่อนราวกับตนเองเป็เ้าของอุทยานหลวงเสียเอง