ตอนที่ 35:หอิญญายุทธ์ลงมือ
ยามเย็นย่ำ พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำไปทางขอบฟ้า สายฝนโปรยลงมาเบาๆ แสงสีทองส้มตกกระทบซากปรักหักพังและกำแพงเมืองที่ยังคงอบอวลด้วยกลิ่นเขม่าควัน เสียงค้อนตอกไม้ซ่อมแซม เสียงะโสั่งการ และเสียงร้องโอดครวญของผู้าเ็ ผสมผสานกันเป็ฉากหลังอันวุ่นวายของเมืองหน้าด่าน ที่ยังไม่ทันได้พักหายใจจากศึกที่ผ่านมาต่อเนื่องหกวัน
ภายในเมือง เหล่าจอมยุทธ์ ทหาร และชาวเมืองเร่งช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนและแนวป้องกัน
ขณะที่กลุ่มแพทย์โอสถของสำนักต่างๆ ก็เร่งเยียวยาผู้าเ็ด้วยโอสถที่มีอยู่
หน่วยสอดแนมถูกส่งออกไปทุกทิศ เฝ้าระวังการโจมตีซ้ำจากพวกปีศาจ
ในอีกฟากหนึ่ง ฤทธากำลังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเงามืดของพุ่มไม้ เขาตามรอยกลุ่มปีศาจจิ้งจอกหิมะ ที่กำลังตั้งที่พักค้างแรมบนเนินเขาเบื้องล่าง พวกมันคงไม่คิดว่าจะมีใครกล้าตามมาถึงที่นี่ ทว่าเพราะความระแวดระวังสูงของพวกมัน ฤทธาจึงยังไม่กล้าเข้าใกล้ในทันที
“ระยะจิตััของพวกนั้นอยู่ที่สามร้อยเมตรสินะ”
เขาตัดสินใจกลับเข้าไปในกำไลมิติ เพื่อดูอาการของนิลๆ ก่อน เพราะก่อนหน้านี้มันได้รับาเ็จากแรงกระแทกและพิษบางอย่างในตอนถูกซุ่มโจมตี โชคดีที่ฤทธาเตรียมโอสถสำหรับสัตว์อสูรไว้หลายชนิด
เขาใช้พลังรักษาประกอบกับโอสถ จนสีหน้าของนิลๆ ค่อยคลายความเ็ปลงเล็กน้อย ส่วนชีต้าร์นั้นยังแข็งแรงดี คอยช่วยเฝ้าระวังอยู่ด้านนอก
“พักก่อนนะนิล ๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้น” ฤทธาลูบหัวนิล ๆ
“กรู๊วววว” นิลๆ ผงกหัวเข้าใจ แล้วใช้หัวดันฤทธาออกไป เหมือนกับบอกว่า ไม่ต้องเป็ห่วงผม ไปทำงานต่อเถอะ ประมาณนั้น แล้วนอนขดตัว มองผ่าน ๆ เกือบเหมือนลูกม้าทั่วๆ ไป
หลังจากตรวจอาการและป้อนโอสถเรียบร้อย ฤทธาก็ออกจากกำไลมิติอีกครั้ง แอบเลียบไปตามแนวหินและพุ่มไม้ใกล้พอที่จะใช้พลังจิตััจับเสียงสนทนาได้โดยไม่ถูกตรวจจับ
“...ประตูมิติจะปรากฏในทิศทาง ที่ไปทางเมืองนั้นแน่นอน...” หัวหน้ากลุ่มปีศาจบอกลูกน้อง
“จากทิศทางที่มันย้ายที่ มาจากแดนของเรา เราต้องตามทางทิศทางนั้นราวสิบวันโดยการเหาะตาม พรุ่งนี้ก็เข้าวันที่สิบแล้วที่เราตามแบบไม่ได้เหาะ เราห่างจากเมืองหน้าด่านมาหนึ่งวัน ข้ารู้สึกว่าทิศนั้นไม่ผิดแน่” หัวหน้าปีศาจมั่นใจ
“ลูกพี่เคยได้ยินเื่ในป่านั่นบ้างหรือไม่” ลูกน้องคนสนิทท่าทางอยากรู้มาก
“ได้ยินว่าสองปีก่อนอสูรระดับแปดเข้าไปสามตน แต่ไม่ได้ออกมา” เขาเล่าแค่สั้นๆ แล้วเปลี่ยนเื่
“พวกกองทัพเรา ที่ถอยไปก่อนหน้านี้ กำลังรอกองทัพอีกห้าหมื่นมาสมทบคืนนี้ หากไม่มีการเสริมกำลัง พวกมนุษย์จะไม่รอดแน่”
คำพูดเ่าั้ทำให้หัวใจของฤทธาเต้นแรง เขารู้ดีว่าต้องรีบกลับไปรายงานข่าวนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าในขณะที่เขากำลังจะถอยกลับ พื้นดินก็สั่นะเื เหมือนมีการเคลื่อนทัพขนาดใหญ่ จากทิศทาง ทางเมืองด่านฝู่หลง
นอกเมืองฝู่หลง ที่หน้าด่าน ทัพสัตว์อสูรและปีศาจอีกห้าถึงหกหมื่นก็เคลื่อนพล มีทั้งเผ่าั์สูงใหญ่ สัตว์อสูรบินได้ และพวกสัตว์ปีศาจกระหายเืมากมาย
ด้านในเมืองเร่งตีระฆังเตือนอีกครั้ง เกราะของเมืองชั้นในยังคงอยู่ เกราะเมืองชั้นนอกเริ่มกางเกราะคลุมทั้งเมือง
เหมือนโดมแก้วครอบไว้ ทหารเริ่มขึ้นประจำตำแหน่ง เหล่ากลุ่มจอมยุทธเหาะอยู่นอกเมืองเตรียมปะทะ
ตู้มมมม!!! ด้านฝั่งฤทธาได้ยินเสียง
เสียงะเิกัมปนาทดังะเืเลื่อนลั่นจากหลายทิศทาง แสงเปลวไฟและควันพวยพุ่งขึ้นเหนือยอดไม้
“ไม่ทันแล้ว...” ฤทธาคำรามในใจ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เริ่มแล้วรึ ข้านึกว่าจะรอให้ดึกกว่านี้ เราก็พักอีกสักหน่อยค่อยไปต่อ ให้อาหารพวกมันเสร็จ ก็พักเสียก่อน”
หัวหน้ากลุ่มปีศาจบอกลูกน้องที่กำลังให้อาหารพวกสัตว์อสูร
“ลูกพี่ แล้วถ้าเราเจอประตูป่าหิมะเพลิงนี่ เราต้องเฝ้าไว้ใช่หรือไม่” ลูกน้องตนเดิมยังถามต่อ ขณะกินน่องอะไรสักอย่าง
“มันไม่เจอง่ายขนาดนั้นหรอก พอเราคาดเดาที่ที่คิดว่าเป็บริเวณที่น่ามีประตู เราก็ต้องหาโดยละเอียดอีกที เพราะมันเล็กมาก เหมือนหามดตัวหนึ่ง ในพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตรนั่นแหละ” หัวหน้าบอกอย่างเซ็งๆ ลูกน้องถึงกับทำหน้าเหวอไปเลย
“ปีก่อนไม่รู้ว่าไปที่จุดไหน ดีที่ปีนี้มีคนเห็นตอนกำลังย้ายที่” พวกเราเลยได้ภารกิจนี้
“ประตูทางเข้าป่าหิมะเพลิง” นั่นคือสิ่งที่พวกนั้นหาสินะ
“ย้ายที่ทุกปี มีขนาดเล็ก พวกมันคงใช้เวลาอีกหลายวัน เรากลับไปรายงานได้แล้วสิ” ฤทธาได้ข้อมูลที่้าแล้วก็เตรียมถอยกลับ เขารอจนพวกนั้นออกเดินทาง เขาจึงออกจากที่ซ่อน ก่อนที่จะรีบปีนขึ้นไปบนโขดหินสูงใกล้ๆ เพื่อดูสถานการณ์จากที่สูง
ภาพที่เขาเห็นคือะเิเต็มท้องฟ้าไปหมด แม้อยู่ห่างไกลก็เห็นชัดเจน แต่ยังไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็อย่างไรบ้าง
ที่หน้าแนวรบ
ภาพของเรือรบหลายสิบลำ โผล่มาจากขอบฟ้าเหนือเมืองหน้าด่าน พร้อมกับค่ายกลอักขระนับไม่ถ้วน แผ่ขยายขึ้นจากพื้นดิน ทั้งหมดเป็แผนการของหอิญญายุทธ์ ที่ซุ่มเตรียมการไว้แล้ว!
พวกปีศาจที่มั่นใจว่ากำลังได้เปรียบ จะโจมตีให้สำเร็จ กลับกลายเป็เหยื่อของการตลบหลัง
เวทะเิจำนวนมากถูกสั่งะเิตามจุดที่ค่ายกลระบุไว้
กลุ่มปีศาจถูกตัดขาดจากกัน บางกลุ่มถูกขังอยู่ในม่านค่ายกล บางกลุ่มก็ถูกทีมรบ ของหอิญญายุทธ์ และพันธมิตรรุมโถมโจมตี จากทั้งอากาศและพื้นดิน เสียงโห่ร้องต่อสู้ ดังก้องสนั่นเหมือนูเาถล่ม
ฤทธาเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดจากระยะไกล ขณะกำลังใช้เคล็ดสายฟ้าเคลื่อนกายเร่งเดินทางด้วยหัวใจเต้นระทึก แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้ดีว่า สิ่งที่เขาเพิ่งสืบได้นั้นคือเื้ัของแผนบุกโจมตีเมืองนี้ของพวกปีศาจ
เมื่อเห็นว่าแผนของศัตรูล่มไม่เป็ท่า กลุ่มหอิญญายุทธ์จึงเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง แล้วคอยตามเก็บพวกถอยร่นให้ได้มากที่สุด
ฝ่ายปีศาจพอรู้ว่าโดนดักโจมตี เสียกองกำลังไปกว่าครึ่งในเวลาอันสั้น จึงสั่งถอนทัพทันที
ด้านฤทธาระหว่างทางเขากลับพบปีศาจหนึ่งตน กำลังเดินทางโดยใช้สัตว์อสูรพาหนะคล้ายแรดหกขา มุ่งหน้ามาทางนี้ เขาคิดว่าจะน่าเป็กลุ่มที่ปะทะกับพวกอาจารย์เกาหนีมา แล้วกำลังจะไปสมทบกลุ่มที่ฤทธาตามดูอยู่ ปีศาจตัวนั้นเป็ระดับหก
“โอกาสดี...” ฤทธาคิดในใจ เขาสั่งให้ชีต้าร์พุ่งเข้าไปตัดทางหนี และให้นิลๆ ที่ฟื้นตัวแล้ว ะโพุ่งลงมาจากเนินสูงอีกด้าน โจมตีสัตว์พาหนะปีศาจก่อนเป็อันดับแรก
การโจมตีอย่างรวดเร็วและประสานกัน ทำให้ปีศาจระดับหกไม่มีโอกาสตั้งรับมากนัก ฤทธาใช้วิชาพลังจิต เงาลวงิญญาและทัณฑ์อัสนีย์โจมตีตัดชีวิตศัตรูได้ในพริบตา ทางด้านชีต้าร์ก็คว้าแก่นสัตว์อสูร กับพวกเสบียง พวกห่อสมุนไพร แล้วถอยทันที
เหมือนมีกลุ่มปีศาจอีกสองตัวกำลังตามตัวนี้มา
แต่ฤทธาใช้จิตััภูมิประเทศและผ้าคลุมหลบหนีอย่างไม่ยากเย็น กลับเข้ามาในเขตเมืองได้สำเร็จ
เมื่อเขามาถึงเห็นเรือรบหลายลำลอยอยู่ ค่ายทหารมีเสียงเฉลิมฉลองดังขึ้นจากทั่วเมือง เหล่าจอมยุทธและชาวเมืองที่รอดพ้นจากหายนะต่างส่งเสียงยินดี
เหล่าอาจารย์จากสำนักเย่วจีและรองเ้าสำนักเองก็อยู่ในที่ประชุมใหญ่เช่นกัน
พอถึงค่าย ฤทธาดูแล้วเห็นคนบนเรือหลายคน รวมทั้งอาจ้าน เขาก็โล่งใจ
“ฤทธา! เ้ากลับมาแล้ว?” อาจารย์เกาทัก
“พวกเราเป็ห่วงเ้าอยู่ แต่เห็นเรโซ่บอกว่าเ้าเตือนเขา เขาจึงรอดมาได้ ข้าเลยคิดว่าเ้าคงเอาตัวรอดได้” อาจารย์หานเย่วพูดพร้อมเดินมาตบบ่าฤทธา
ฤทธาประคองหมัดคารวะเหล่าอาจารย์
“ข้าได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเป้าหมายของกลุ่มปีศาจมาขอรับ...” ฤทธากำลังจะรายงาน แต่อาจารย์หานเย่วห้ามไว้ก่อน
“ไปคุยกันที่เต็นท์ท่านแม่ทัพเถอะ” กล่าวเสร็จทุกคนก็เดินตามรองเ้าสำนักไป
ฤทธาเล่าทุกอย่างที่เขาสืบได้ให้เหล่าผู้าุโและแม่ทัพฟังอย่างละเอียด ั้แ่เื่ประตูมิติที่ปรากฏที่เมืองนี้ ไปจนถึงแผนลอบโจมตีรอบดึก และแม้จะไม่ทันการณ์ แต่ข้อมูลนี้ก็ยืนยันแิว่าปีศาจไม่ได้โจมตีมั่วๆ แต่มีเป้าหมายลึกซึ้ง
“ประตูทางเข้าป่าหิมะเพลิงรึ ไม่เคยได้ยินมาก่อน” หานเย่วรองเ้าสำนักลูบเคราพลางมองไปทางแม่ทัพเหมือนจะขอความเห็น
“ข้าก็ไม่มีข้อมูล” ท่านแม่ทัพจงลู่กล่าวบอกทุกคน
“ไปทิศที่จะไปเมืองซื่อเฉิงสินะ ข้าจะส่งกองกำลังไปที่นั่น” ท่านแม่ทัพบอกทุกคน
“ตอนนี้คงไม่มีอะไรจริงๆ แล้วพวกข้าจะอยู่ช่วยฟื้นฟูที่นี่สักสี่วัน รอพวกกลุ่มหอการค้ามา ข้าก็จะพาพวกเด็กๆ กลับละนะท่านแม่ทัพจง”
หานเย่วบอกกับแม่ทัพ
“ขอบพระคุณพวกท่านมาก แค่นี้ก็ช่วยได้มากแล้ว แถมยังเสียเรือไปอีกสองลำ เื่นี้ข้าจะรายงานทางราชสำนัก เพื่อชดเชยให้พวกท่าน”
แม่ทัพจงลู่กล่าวอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็ไรๆ เอาล่ะข้าขอตัวก่อน” รองเ้าสำนักเย่วจีก็เดินนำทุกคนออกไป
“ฤทธาเ้าทำได้ดีมาก แต่ก็เสี่ยงมากเช่นกัน ทีหลังอย่าเสี่ยงขนาดนี้นะ เ้าเพิ่งอายุสิบห้าเอง เื่พวกนี้ไม่นานพวกหอิญญายุทธ์ก็สืบรู้ คราวนี้ทำดีมาก ไปหาพวกเพื่อนเ้าเถอะ คงอยากคุยกับเ้าแย่แล้ว”
หานเย่วพยักหน้าไปทางเรโซ่ ซูคิมและจิมมี่ที่รออยู่
ฤทธาคารวะรองเ้าสำนักแล้วรีบวิ่งไปหาเพื่อน
เช้าวันต่อมา…
หลังจากพักผ่อนมาหนึ่งคืน เช้ามาฤทธาสังเกตเห็นทหารพาชาวบ้านออกไปเก็บซากา พวกซากสัตว์อสูร อุปกรณ์ต่างๆ เป็รายได้ให้ชาวบ้านได้อย่างดี ชาวเมืองที่ไม่าเ็จะพาครอบครัวออกไป โดยมีพวกทหารคุ้มกัน มีเรือรบลอยลาดตระเวนโดยรอบอยู่
ฤทธาก็ไปที่เต็นท์แพทย์โอสถ เขาเอาป้ายนักโอสถระดับสองให้ดู แล้วก็ไปช่วยรักษาช่วยตรวจคน
จบตอน.