เดิมทีตระกูลหานนั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร แต่ผู้นำตระกูลรุ่นแรกเบื่อหน่ายกับการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นของคนอย่างยิ่ง จึงได้ปรึกษากับคนในตระกูลและคนในตระกูลต่างเห็นด้วยกับผู้นำตระกูลจึงได้ออกเดินทางเสาะหาพื้นที่เงียบสงบ แต่ระหว่างที่ออกเดินทางนั้นต่างได้ช่วยเหลือผู้คนมากมาย ผู้คนถึงกับขอติดตามรับใช้ตระกูลหาน นานวันเข้าก็ยิ่งได้คนติดตามรับใช้มากขึ้น จนในที่สุดคนตระกูลหานก็พบที่จะตั้งถิ่นฐานโดยบังเอิญ พื้นที่นี้ล้อมรอบไปด้วยเขาโดยมีทางเข้าออกด้วยกันสามทางซึ่งตรงกับชายแดนของแต่ละแคว้นในตอนนี้เหมือนกับ์ได้สร้างไว้เพื่อตระกูลหานโดยเฉพาะ พื้นที่ตรงกลางอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง คนติดตามเกือบสองร้อยคนต่างมีความสามารถมากมาย ไม่ว่าจะทำเพาะปลูก สร้างบ้านเรือน และเป็วรยุทธ์ หนึ่งในนั้นเป็ผู้ฝึกวรยุทธ์ขั้นสูงและมีตำราฝึกวรยุทธ์ที่หายสาบสูญกว่าพันปีไว้ในและเขาได้มอบให้แต่ตระกูลหานเพื่อทดแทนบุญคุณ สุดท้ายเขาได้เป็อาจารย์สอนผู้ติดตามทั้งหลายจนพวกเขามีวรยุทธ์ขั้นสูงเกือบทุกคน ตระกูลหานใช้ชีวิตภายในหุบเขามาหลายสิบปีจนกระทั่งผู้คนต่างนองเืเพื่อแก่งแย่งดินแดนกัน สุดท้ายตระกูลหานจึงปิดหุบเขาเพื่อตัดขาดกับผู้คนภายนอกและได้เริ่มต้นฝึกฝนผู้คนในหุบเขาให้แกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว สุดท้ายดินแดนก็ได้แบ่งเป็สามแคว้น แต่ใช่ว่าาจะยุติ าทำให้ผู้คนต่างอดอยากและล้มตายมากมาย ด้านตระกูลหานถึงแม้จะปิดหุบเขาแต่ก็ได้ส่งคนออกไปสืบเื่ราวภายนอกตลอดและได้รับรู้ทุกอย่างเป็อย่่างดี สุดท้ายตระกูลหานก็ไม่สามารถมองเห็นคนล้มตายได้อีกจึงส่งคนไปสังหารผู้นำาทั้งสามแคว้นอย่างเงียบเชียบพร้อมทั้งทิ้งจดหมายไว้ให้ทั้งสามแคว้นดูต่างหน้าซึ่งไม่รู้ว่าข้อความในนั้นมีความว่าอย่างไรถึงได้ทำให้ทั้งสามแคว้นต่างพร้อมใจกันลงนามยุติากันอย่างรวดเร็ว ผู้คนเมื่อทราบว่าเื้ัของความสงบสุขคือตระกูลหานต่างยกย่องและยำเกรงกันมาเนิ่นนานร้อยกว่าปีจนถึงปัจจุบัน บางคนอาจจะลืมเลือนเหมือนแคว้นจินแต่เื่เมื่อสองปีก่อนก็ช่วยย้ำเตือนความน่ากลัวและน่ายำเกรงของตะกูลหานจนผู้คนจดจำได้อีกครั้ง........
ภายในคฤหาสน์ตระกูลหานที่ผู้คนล่ำลือตอนนี้ต่างตกอยู่ในบรรยากาศน่ากลัวกว่าสมรภูมิรบที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตำแหน่งผู้นำตระกูล ร่างกำยำสวมอาภรณ์สีดำสนิท เส้นผมสีเงินปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าที่งดงามยิ่งกว่าสตรีราบเรียบเฉยชาแต่แววตาสีอำพันช่างน่ากลัวยิ่งนัก ยิ่งมองท่านหมอที่ให้อู๋ิลากมาคิ้วเข้มยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นอีก
หาน ซือหยาง คือชื่อของเขาเอง ที่เขาต้องมานั่งแผ่บรรยากาศเคร่งเครียดอยู่นี่เป็เพราะหลายวันมานี้ตัวเขารู้สึกว่าร่างกายผิดปกติยิ่งนัก ตอนที่ผึกวรยุทธ์ยังไม่มีอาการเ็ปทรมานหัวใจขนาดนี้ นี่เขาเป็อันใดกันแน่!!!
"นี่ข้าเป็อะไรท่านหมอ ข้าเป็โรคร้ายแรงใช่รึไม่!!"ใบหน้าหาน ซือหยางปรากฏรอยเคร่งเครียดกดดันขึ้นไปอีกเท่าตัว เมื่อหมอท่านนี้เอาแต่นิ่งเงียบหลังได้ฟังอาการของเขา
ท่านหมอเกิดอาการหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ขึ้นมาทันทีหลังฟังอาการของชายตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าโหดร้าย ป่าเถื่อน และอันตรายที่สุด
"เอ่อ.. จากที่ท่านกล่าวมาท่านเห็นแม่นางท่านหนึ่งร่ำให้ ท่านรู้สึกเ็ปตรงหัวใจโดยไม่ทราบสาเหตุ และเวลาแม่นางท่านนั้นต้องเ็ป ท่านก็รู้สึกเ็ปและโกรธแค้นคนที่ทำให้นางเป็เช่นนั้นใช่รึไม่?"
"ใช่!!!" หาน ซือหยางตอบทันทีที่ท่านหมอพูดจบ
"เอ่อ.. เช่นนั้นข้าทราบแล้วว่าท่านเป็อะไร.. "
" รู้แล้วท่านก็เอ่ยมาสิ!! จะอ้ำอึ้งทำไม.. เร็ว!! "หาน ซือหยางได้ยินเช่นนั้นก็พูดขึ้นมาด้วยความโมโหเพราะหมอท่านนี้ไม่ทันใจเขาซะเลย จะพูดก็ไม่พูดรู้แล้วก็พูดมาสิ้น่าโมโหจริง!
ท่านหมอเมื่อเห็นว่าชายตรงหน้าโมโหด้วยความกลัวจึงโพล่งออกไปด้วยเสียงสั่นเทาว่า
" ทะ.. ท่านกำลังมีความรักขอรับ!!! "..... ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันทีที่ท่าหมอพูดจบ
"แล้วไอ้ความรักนี่มันคืออะไร??..." สิ้นเสียงหาน ซือหยางคนทั้งห้องต่างอยากเอาหัวชนเสากันอย่างพร้อมเพรียง........