เพียงเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวัน หน่วยสอดแนมก็ได้รับข่าวที่ไม่น่าเชื่อกลับมา เหล่าฝูงชนทั่วแคว้นจ้าว เกิดความโกลาหลขึ้นมาในทันที รอบๆ เกิดความอึกทึกครึกโครมในทันใด เมื่อรู้ข่าวสงครามที่เกิดขึ้นภายในวันนี้ เหล่าจอมยุทธที่พวกเขาส่งออกไปทำสงคราม ล้วนตายตกจนหมดสิ้นไม่เว้นแม้แต่จอมยุทธขั้นพลังเทวะที่ไปเข้าร่วมสงคราม
จอมยุทธภายในเมืองต่างใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ไม่คิดว่าแม้แต่ขั้นพลังเทวะ ที่มีอยู่น้อยนิดจะมาตายตกลงไปภายในสงครามครั้งนี้ พวกเขาพากันพูดคุยไม่หยุด
ภายในเมืองระดมจอมยุทธขั้นพลัง กษัตริย์ เต็มกำลังหมายมั่นตอบโต้ พวกต่างดินแดน ไม่คิดว่าต่างดินแดนจะบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ เพียงวันนี้ทหารหลายกองกำลัง ต้องมาถูกสังหารลงอย่างง่ายดาย
...เจ้าสำนักเซียนที่ประชุมกับเหล่าผู้อาวุโสเก่าแก่ของทั้ง3ดินแดน พวกเขาได้ข้อยุติ จะส่งจอมยุทธขั้นพลัง กษัตริย์ ไปทำสงครามมากขึ้นรวมถึง ส่งจอมยุทธขั้นพลังเทวะไปบัญชาการรบเพิ่มอีก3นาย พวกเขาไม่คิดต่างดินแดนจะบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ ถึงขนาดสังหารขั้นพลังเทวะของพวกเขาลงไปได้ สงครามต้องดุเดือดเลือดพล่านเป็นแน่ ตอนนี้พวกเขาไม่มีทางให้ถอยหนีอีกต่อไปมีเพียงแต่ต้องปะทะกับเหล่าศัตรูต่างดินแดนที่บ้าคลั่ง
จอมยุทธหลั่งไหลมายังแคว้นจ้าวในยามนี้ไม่หยุด เตรียมพร้อมที่จะมีสงครามใหญ่ปะทุขึ้น อีกไม่นานพวกเขาคงยกทัพใหญ่มาบุกแคว้นจ้าว ของพวกเราเป็นแน่ หากพวกเขาแพ้พ่ายอีกละก็ขวัญกำลังของทหารคงหมดสิ้น
กำแพงเมืองแคว้นจ้าวเต็มไปด้วยเหล่าทหารยืนประจำการด้านบนกำแพงเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ มีบางคนเฝ้ามองออกไปด้านนอกกำแพงเมืองหวัง จะพบเห็นเหล่าทหารที่รอดชีวิตกลับมาบ้าง แต่ก็ไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านนอกกำแพงแม้แต่น้อย ทหารที่ออกไปรบราวๆ 500คน ล้วนตายตกลงไปภายในวันเดียว มันทำให้พวกเขาเสียขวัญไม่น้อย
แม้แต่เหล่าจอมยุทธชราหลายๆ คน ยังเริ่มนั่งไม่ติดไม่คิดสงครามจะขยายใหญ่ไปรวดเร็วถึงเพียงนี้ เหล่าอนุชนของพวกเขาเติบโตไม่ทันสงครามเป็นแน่แบบนี้ คงจะเป็นยุคที่เหล่าอนุชนตายตกลงไปเป็นแน่
ค่ายกลป้องกันหน้ากำแพงเมืองเองก็ถูกสั่งให้สร้างขึ้นมาอีกหลายๆ ชั้น หมายมั่นป้องกันเต็มกำลัง ปราณพลังสีทองพร่างพราวก่อรูปเป็นกำแพงโปร่งแสงสีทอง ล้อมกำแพงเมืองไว้แน่นหนา แต่ก็ไม่อาจทำให้พวกเขาหวั่นใจได้มาก แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรป้องกัน
....
....อี้เฉินที่กลับมาจากการดื่มกิน เขานอนหลับใหลอยู่ภายในห้องส่วนตัวจนถึงรุ่งสาง ข้างกายถูกเยว่ฉานกอดไว้แน่น เมื่อคืนนางเมามายเป็นอย่างมากจนต้องให้อี้เฉินพยุงกลับมา
ส่วนกงหนาน หริ่นหลัน ซีเยว่ ซีเผิงเป็นธุระดูแลพวกนางให้
...ตัวอี้เฉินที่เปิดเปลือกตาขึ้นมา มองแสงแดดที่เล็ดลอดเข้ามาภายในจวนที่พักถึงกับตกใจ "สายป่านนี้แล้วงั้นหรือ" ก่อนเขาจะลุกออกไปจากที่นอน หมายมั่นออกไปตรวจสอบข่าวคราวของสงคราม ตัวเขาอยากรู้เป็นอย่างมากการต่อสู้เป็นเยี่ยงไรบ้าง
เยว่ฉานที่เห็นอี้เฉินลุกออกจากที่นอน นางไต่ถามขึ้นมาทันที "เจ้าจะไปไหนงั้นหรืออี้เฉิน"
"ข้าคงไม่ได้ ปลุกให้เจ้าตื่นหรอกนะเยว่ฉาน เดี๋ยวข้าขอตัวไปตรวจสอบข่าวคราว สงครามหน่อย คนที่ไปทำสงครามมีคนที่ข้าคุ้นหน้าอยู่ไม่น้อย" ถึงอี้เฉินจะไม่ได้สนิทกับพวกเขามาก แต่ก็ล้วนรู้จักกันเป็นอย่างดี ทั้ง ชิงอี้ ไป๋ซู่ หลินซาง
อี้เฉินที่ออกไปภายนอกจวนเขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น ทางเดินภายในเมืองหลวงแคว้นจ้าวเต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธเดินกันขวักไขว่ มากกว่าทุกๆ วันเป็นอย่างมาก เหล่าจอมยุทธต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด สวมชุดเกาะพร้อมออกไปทำสงครามทุกเมื่อ รอบบริเวณภายในตัวเมืองเต็มไปด้วยแรงกดดันไร้รูปอย่างบอกไม่ถูก ไร้เสียงฝูงชนพูดคุยเหมือนแต่ก่อน
เขาที่เดินไปดูรายงานของสงครามก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
เอ่ยพูดออกมาด้วยความตกใจ"เหล่าทหารที่ไปทำสงครามล้วนตายตกลงไปทั้งหมดเลยงั้นหรือ" ตัวเขาไม่คิดต่างดินแดนจะบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ เพียงแค่ฆ่านายน้อยของต่างดินแดนเพียงคนเดียวไม่คิดว่าต่างดินแดนจะบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ ถึงกับไล่สังหารจอมยุทธขั้นพลังเทวะคนหนึ่งของดินแดนร้อยแคว้นไปได้ ทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นในใจอย่างบอกไม่ถูก อยากจะหนีไปจากสงครามครั้งนี้เสียให้ได้แต่เขาก็ไม่อาจทำได้
...อี้เฉินที่รู้ข่าวกลับที่พักไปในทันที พรุ่งนี้สงครามคงเกิดขึ้นอีกครั้งเป็นแน่ ตัวเขาเองก็ไม่สามารถเลื่อนขั้นพลังกษัตริย์ในยามนี้ได้ ทำให้เขารู้สึกหวั่นใจไม่น้อยที่จะไปทำสงครามในคราวนี้ รู้สึกถึงความตายที่ใกล้จะเข้ามา ดวงตาฉายแววเสียใจไม่น้อย แต่ไม่จำยอมต่อโชคชะตา คิดห้ามเยว่ฉานไว้ ไม่ให้ออกไปทำสงคราม ตัวเขาไม่อยากสูญเสียคนที่รักไป ถึงตัวเขาจะตายก็ไม่เสียดาย อี้เฉินมั่นใจต่างดินแดนคง คิดควานหาตัวเขาเป็นแน่
อี้เฉินลูบหัวนางเบาๆ "พรุ่งนี้ ข้าคงต้องออกไปทำสงคราม ข้าขออะไรเจ้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่เยว่ฉาน เจ้ากลับไปยังบ้านเกิดของเจ้าเสีย เหมือนพวกเราจะดูถูกดูแคลนสงครามครั้งนี้มากเกินไป"
เยว่ฉานที่นอนหนุนตักม้วนผมสีขาวของอี้เฉินเล่นไปมา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเล็กน้อย "ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าไปต่อสู้เช่นกัน หากเจ้าไม่อยากออกไปต่อสู้บอกข้าได้ ในฐานะที่ตัวข้าเป็นถึงนายกองในการนำทัพออกไปต่อสู้ ข้าสามารถเอาชื่อของเจ้าออกไปได้"
"เยว่ฉานเจ้าอย่าทำเช่นนั้น ข้าเพียงไม่อยากให้เจ้าออกไปต่อสู้" ตัวเขารู้สึกว่าการไปทำสงครามในคราวนี้ ตัวเขาจะเจอกับจุดจบอย่างไรอย่างนั้น ก่อนปล่อยให้เวลาไหลไปอยู่อย่างนั้น ไม่ได้พักผ่อนกายาแต่อย่างใด นั่งมองหน้าต่างออกไปไกล เหมือนคนที่กำลังจะไร้เรี่ยวแรงเดินไปด้านหน้า เยว่ฉานที่เห็นอี้เฉินมีท่าทีกังวลเดินเข้าไปโอบกอดอี้เฉินไว้แน่นจากด้านหลัง ก่อนนางจะสัมผัสถึงลางร้ายบางอย่างได้ถอยห่างจากอี้เฉินในทันใด ปราณพลังของนางถูกดูดกลืนไปอย่างมากมาย ก่อนจะล้มพับลงกับพื้นห้อง
อี้เฉินตกใจไม่น้อย"เจ้าเป็นอะไรหรือไม่เยว่ฉานอยู่ๆ เหตุใดปราณพลังของเจ้าสลายหายไปมากขนาดนี้"
"ข้าไม่เป็นอะไรอี้เฉิน เหมือนว่าข้าจะหน้ามืดไป" ก่อนดวงตาของนางจะเริ่มหลับใหล ช้าๆ อย่างแปลกประหลาด แถมที่นางสัมผัสได้มันคืออะไรกันแน่แม้แต่ตัวนางก็ยังไม่เข้าใจหลับใหลในทันที
อี้เฉินที่ตรวจดูเหมือนว่านางแค่หลับใหลจากการศูนย์เสียปราณพลัง เขาอุ้มเยว่ฉานมานอนที่เตียง ก่อนลูบหัวนางเล่นจนถึงยามเช้า หากนางหลับไปทั้งแบบนี้คงดีไม่น้อย เช้านี้ตัวเขาต้องออกไปทำสงครามอีกครั้ง เป็นไปได้ที่เขาจะตายตกลงไป เดินจากเยว่ฉานไปโดยไม่มีท่าทีลังเล หวังว่านางคงจะไม่ลืมตาตื่นในยามนี้
...หน้าประตูเมืองจ้าวเต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธที่จะไปเข้าร่วมสงคราม ตอนนี้เหล่าอนุชนเหลือรอดอยู่ไม่มาก รอบๆ สนามรบเต็มไปด้วยจอมยุทธขั้นพลัง กษัตริย์เกินครึ่งหมายมั่นนำชัยชนะกลับคืนมาสู่สามดินแดนพันธมิตร
อี้เฉินไปรวมกลุ่มกับซีเผิง ตอนนี้ตัวซีเผิงไม่ใช่นายกองอีกต่อไป สงครามขยายใหญ่เป็นขั้นพลังกษัตริย์ เกือบจะสมบูรณ์ มีเหล่าอนุชนเพียง4ส่วนที่เข้าร่วมสงคราม ตอนนี้สงครามใหญ่เกินไปไม่เหมาะกับอนุชนขั้นพลังวีรชนอีกแล้ว พวกเขาตอนนี้เป็นแค่หมากที่ถูกใช้แล้วทิ้งเท่านั้นในสงครามครั้งนี้ หากพวกเขาเลื่อนขั้นพลังไม่ได้อีกไม่นานได้ถูกสงครามกลืนกินเป็นแน่
ซีเผิงเตือนอี้เฉิน "เจ้าระวังตัวด้วย คาดว่าต่างดินแดนคงหมายหัวตัวเจ้า เป็นแน่"
กงหนาน ซีเยว่ หริ่นหลันต่างพยักหน้าก่อนเอ่ยเตือนอี้เฉินให้ระวังตัว
ฝูงชนที่อยู่รอบๆ เมื่อได้ยินชื่อของอี้เฉิน ต่างหันมาดูใบหน้าเด็กหนุ่มด้วยความประหลาดใจ"ชายคนนี้หรือที่ ฆ่านายน้อยของเหล่าศัตรูต่างดินแดนได้"
แต่เหล่าชายวัยกลางคนขั้นพลังกษัตริย์ ต่างส่ายหัวไม่แม้หันมามองที่อี้เฉิน ส่งสายตาออกมาด้วยความดูถูกดูแคลน พวกเขามองว่ามันเป็นเพียงการต่อสู้ของเหล่าอนุชนเท่านั้น ไม่มีค่าอะไรให้พูดถึงสำหรับพวกเขาแม้แต่น้อย
แต่เหล่าอนุชนที่เห็นฉากการต่อสู้นั้นของอี้เฉิน ต่างพากันสรรเสริญอี้เฉินไม่น้อย พวกเขาหลายคนต่างโบกมือทักทายอี้เฉิน แม้แต่ตัวอี้เฉินยังทำอะไรไม่ถูก เพียงส่งยิ้มแห้งๆ ออกไปเท่านั้น
ซีเอ๋อร์เดินเข้ามาใกล้อี้เฉิน ก่อนตบไหล่อี้เฉินไปหนึ่งที "เจ้ามีชื่อเสียงใช่ย่อยนะเดียวนี้"
อี้เฉินได้ยินเขาส่ายหัวก่อนยิ้ม พูดจา กวนประสาทออกไป"ซีเอ๋อร์เจ้าก็ระวังตัวด้วย คราวนี้คงไม่โชคดีเหมือนคราวก่อนหรอกนะ"
"เจ้าๆ ช่างปากร้ายเสียจริง" ซีเอ๋อร์ถึงกับขมวดคิ้วมุ่นเล็กๆ ตบไหล่อี้เฉินไปอีกหลายที แล้วเดินไปเข้าแถวของตัวเอง
....อี้เฉินกวาดตา มองออกไปรอบๆ ทำให้เขาถึงกับหน้ามืดทะมึน ตงหยาง เป็นนายกอง งั้นหรือแถมเหมือนว่า ตงหยาง จะรู้จักจอมยุทธ์ขั้นพลังเทวะทั้ง3คนนั้นเป็นอย่างดี เขาบินทะยานออกไปพูดคุยกับชายวัยกลางคนทั้ง3คนอย่างออกรส
ก่อน ตงหยาง จะกวาดตาลงมาเบื้องล่าง ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่อี้เฉินส่งยิ้มให้อี้เฉิน แต่แอบแฝงไปด้วยความแค้นเคืองในตัวอี้เฉินอยู่ไม่น้อย อี้เฉินทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหายเป็นอย่างมาก อย่างไรความแค้นครั้งนี้ ตัวเขาต้องชำระให้ได้ ยิ่งเรื่องที่เขาถูกสวมหมวกเขียวในวันแต่งงานนั้นทำให้เขายังเดือดดาลบ้าคลั่งจนมาถึงทุกวันนี้ แต่วันนี้เขากับเห็นอี้เฉินอีกครั้ง แสยะยิ้มออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนละสายตาจากอี้เฉินไป
อี้เฉินถึงกับหนังตากระตุก แต่เขาก็ไม่ได้หวาดกลัว ตงหยาง แต่อย่างใด สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คงจะเป็นเหล่าจอมยุทธต่างดินแดนเสียมากกว่า ไม่นานกองทัพร่วม 500คนก็บินทะยานออกไปภายนอกกำแพงเมืองแคว้นจ้าว
จอมยุทธ์ขั้นพลังเทวะทั้ง3ถือเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในสงครามครั้งนี้ พวกเขาบินทะยานอยู่บนฟ้าสูงสังเกตการณ์เหล่าศัตรูด้านหน้าอยู่ตลอดเวลา หากต่างดินแดนส่งจอมยุทธขั้นพลังเทวะมาเมื่อใด พวกเขาพร้อมที่จะออกไปทำสงครามเช่นกัน
เหล่าทหารต่างพุ่งตรงไปยังแคว้นเหมันต์อย่างบ้าคลั่ง หมายมั่นเปิดฉากนองเลือดอีกครั้งพวกเขาต่างพากันฮึกเหิมกันเป็นอย่างมาก หวังเก็บนำเอาชัยชนะกลับไป