ต่อจ้า
“ขอโทษนะรักร้อย ผมจะค่อยเดินนะจะได้ไม่กระเทือน”
เขาบอกเธอเสียงนุ่มพลางก้มลงมองหน้าอ่อนใส ด้วยแววตาห่วงใย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรถที่จอดอยู่ ระยะทางไม่กี่ก้าวแต่ไกลเหลือเกินสำหรับคนใจร้อน ร่างหนาเดินลิ่วตรงไปยังรถอย่างร้อนใจ
หนูนารีบวิ่งไปเปิดประตูรถด้านหลังให้อย่างรู้หน้าที่ เ้าของไร่หนุ่มประคองร่างของคนเจ็บเข้าไปในรถ ตัวเขาตามเข้าไปนั่งข้างๆ เหมือนคนเจ็บจะปวดท้องหนักจนนั่งตัวตรงไม่ไหว เธอเอนกายวางศีรษะบนตักหนาของชายหนุ่มแล้วหลับตาลง
“หนูดาช่วยขับรถให้หน่อยนะครับ”
เอกดนูจำต้องขอให้เพื่อนสาวเป็สารถีแทน เขาประคองศีรษะของคนเจ็บให้นอนหนุนตักตัวเองในท่าที่สบายขึ้น ดวงตาคมเข้มทอดมองใบหน้าซีดขาวของเธอด้วยแววตาห่วงใยโดยไม่รู้ตัว ทำเอาคนที่เห็นแววตานั้นเจ็บจี๊ดในหัวใจ ยิ่งเจ็บปนโกรธเมื่อคนป่วยลืมตาขึ้นส่งสายตา เยาะเย้ยมาให้ขณะที่เอกดนูไม่ทันเห็น ทำเอาพยาบาลสาวกำหมัดแน่น
“พี่หนูดารีบพาพี่ร้อยไปพักเถอะค่ะ อาการไม่ค่อยดีเลย เดี๋ยวหนูนาจะตามไปนะคะ” นวิยาเร่งให้รินลดาออกรถ เมื่อเห็นเ้าตัวยืนนิ่งเหมือนไม่สึกตัว
“ดะ เดี๋ยวพี่จะขับรถให้ หนูนาช่วยไปเอากล่องยาที่ห้องพยาบาลมาให้พี่ด้วยนะจ้ะ”
รินลดาบอกน้องสาวของเพื่อนชายเสียงแ่ พยายามระงับอารมณ์กรุ่นร้อนในหัวใจของตนเองสุดกำลัง บังคับให้ตัวเองทำหน้าที่สารถีพาคนเจ็บไปยังบ้านพัก
เมื่อมาถึงบ้านพักของรักร้อย เอกดนูก็อุ้มร่างบางไปวางไว้บนเตียงในห้องนอน ท่าทางประคับประคองของชายหนุ่ม ไม่เหมือนคนที่ไม่ชอบหน้ากันสักนิด รินลดาลอบสังเกตคู่หมายของเพื่อนชายก่อนจะกัดฟันกรอดๆ เมื่อเห็นเ้าหล่อนส่งยิ้มให้เธอในตอนที่เอกดนูออกไปนอกห้องเพื่อเปิดโอกาสให้รินลดาดูอาการของคนเจ็บ
“มารยาหรือว่าเจ็บจริงล่ะ” รินลดาขยับมานั่งบนขอบเตียง เอ่ยถามคนเจ็บที่ลืมตาแป๋วอยู่บนเตียง
รักร้อยกระตุกยิ้มมุมปากกว้างขึ้น ตวัดสายตามองใบหน้าหวานๆ ของคนถามอย่างกวนๆ “แล้วคิดว่ายังไงล่ะคะ” เธอถามกลับ
“หึ อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทันเธอ คิดจะอ่อยผู้ชายน่าจะใช้แผนสูงกว่านี้”
“แผนตื้นๆ แบบนี้ก็ใช้ได้ผลล่ะน่า ไม่เห็นเหรอว่าคุณหนึ่งเขาห่วงฉันแค่ไหน เขาเคยอุ้มเธอแบบที่อุ้มฉันไหม ไม่เคยล่ะสิท่า หุ หุ หุ”
รักร้อยหัวเราะเสียงแปลก เลียนแบบเสียงหัวเราะที่เคยใช้ตอนแชทกับเพื่อนในอินเตอร์เน็ต ตั้งใจจะยั่วให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่น แล้วก็ได้ผลสมใจนึกเมื่อรินลดากำหมัดแน่น ใบหน้าหวานบูดบึ้งเหมือนขนมค้างคืนขึ้นมาในทันที
“คิดว่าทำแบบนี้แล้ว เดียวเขาจะสนใจเธอหรือไง รู้หรือเปล่าว่าเขารังเกียจผู้หญิงหน้าด้านแบบเธอแค่ไหน ฉันว่าปู่ของเดียวคงตาฟางเห็นผิดเป็ชอบ ที่เขียนพินัยกรรมบังคับให้เดียวแต่งงานกับเธอ”
“เธอไม่รู้อะไรอย่ามาพูดพร่อยๆ นะ”
รักร้อยมองหน้าคนปากเสียด้วยแววตาแข็งกร้าว ด่าเธอว่าเธอไม่น่าโมโหเท่าว่าร้ายคนที่เธอเคารพ หญิงสาวอยากฟาดฝ่ามือใส่หน้าหวานๆ ของรินลดานัก แต่ยั้งใจไว้เมื่อเห็นว่าทำแบบนั้นแล้วไม่เกิดประโยชน์
“หรือว่าเป็เธอเอง ที่อยากเสนอตัวแต่งงานกับเดียวเขา”
รินลดายังไม่หยุดกระทบกระเทียบคู่ปรับ ใบหน้าหวานนุ่มนิ่ม ซ่อนคมร้ายไว้มิดเม้น ยามนี้เมื่อเ้าตัวชักมีดออกมาเชือดเฉือนผู้อื่น จึงทำให้เห็นนิสัยที่แท้จริง
“ฉันทำตามความ้าของท่านเ้าสัวเกริก คุณปู่ของคุณเอกดนู” รักร้อยเชิดหน้าสู้ ประกาศให้รู้ว่ามีคนหนุนหลัง “ถ้าคุณเอกดนูไม่ยอมแต่งงานกับฉัน มรดกทั้งหมดก็จะตกเป็ของคนอื่น เธอคิดว่าใครกันแน่ที่จะเสียประโยชน์ คุณเอกดนูหรือว่าฉัน”
“เดียวเขาไม่จำเป็ต้องพึ่งมรดกนั่น เขาก็มีกินมีใช้ไม่ได้ยากจนสักหน่อย ยิ่งต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่รักอย่างเธอด้วย ฉันว่าเดียวเขาไม่มีวันยอมหรอก” รินลดาโต้กลับอย่างมั่นอกมั่นใจ ริมฝีปากบางแย้มกว้างเมื่อเห็นคู่ต่อสู้ หน้าเปลี่ยนสี
“ถ้านายนั่นเหลือแต่ตัว เธอคิดว่าเขาจะยอมแต่งงานกับฉันหรือเปล่าล่ะ” รักร้อยจ้องหน้าอีกฝ่าย ปรับสีหน้าของตนให้เรียบนิ่ง หลังจากเผลอแสดงอาการเมื่อได้ยินคำพูดบาดหู
รินลดามองหน้าคนพูด อย่างระแวงแทนเพื่อนชาย ท่าทางของรักร้อยไม่ใช่ร้ายธรรมดาแต่ร้ายกาจสุดๆ หญิงสาวรู้สึกห่วงสวัสดิภาพของเอกดนูขึ้นมา รักร้อยอาจทำอะไรได้ทุกอย่างเพื่อบังคับเอกดนู เธอไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงคนนี้มาทำให้คนที่เธอรักเด็ดขาด
“เธอคิดจะทำอะไรเดียว ฮึ ยายงูพิษ ฉันไม่มีวันยอมให้เธอทำอะไรเดียวหรอกนะ”
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ ไม่เอาไม่พูดแบบนั้น”
รักร้อยยกนิ้วมาแตะริมฝีปาก ทำเสียงจุ๊จิ๊ชวนโมโห ดวงตาพราวระยับยั่วเย้าอีกฝ่ายอย่าง้าให้เจ็บใจเล่น
“ถ้าไม่อยากให้นายเอกดนู ต้องสิ้นไร้ไม้ตอกกลายเป็คนล้มละลาย ก็ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เขาแต่งงานกับฉันสิ แค่จดทะเบียนทุกอย่างก็จบ พอครบหกเดือนก็หย่า ง่ายจะตาย”
“ไม่มีทาง ฝันไปเถอะย่ะ !”
รินลดาสะบัดเสียงตอบโดยไม่เสียเวลาคิด เธอไม่มีวันยอมให้คนที่ตัวเองรักแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นง่ายๆ ต่อให้เขาล้มละลายเธอก็มีปัญญาเลี้ยงดูเขาให้สุขสบายได้ ก็ครอบครัวของเธอมีกิจการเป็ถึงผู้ส่งออกสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ ไม่ได้ลำบากยากจนต้องพึ่งพาใคร รินลดาอยากจะบอกยายจอมมารยาว่า
... บ้านฉันรวยย่ะ ฉันไม่สนใจเงินทองนอกกายของผู้ชายคนนี้ นอกจากหัวใจและร่างกายของเขาเท่านั้น...
รักร้อยแอบลอบยิ้มสะใจ เมื่อเห็นอาการน้ำลายฟูมปากของแฟนสาวหน้าหวานของเอกดนู แค่ลองแหย่ดู แม่นี่ก็แทบเต้นเป็เ้าเข้าหลุดมาดสาวหวานแสนนุ่มนิ่มไปเลยทีเดียว แบบนี้แหละแกล้งสนุกนัก...
“บูชาความรักงั้นสินะ เห้อ... ไม่นึกว่าโลกนี้ยังมีกระบือสาวแสนดีเหลืออยู่ นายเหยินช่างเป็ผู้ชายที่โชคดีเสียนี่กระไร” รักร้อยถอนหายใจ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา ส่งสายตาสมเพชเวทนาให้อีกฝ่ายไปด้วย ทำเอาคนโดนมองของขึ้นอีกรอบ
“เธอไม่รู้จักความรักจริงๆ ก็อย่ามาพูดพร่อยๆ แบบนี้นะ ถ้าเธอรักใครสักคน เธอจะยอมรับทุกอย่างที่เป็เขา ต่อให้มีเื่ร้ายแรงแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันทอดทิ้งคนที่เธอรักไปเด็ดขาด”
ปรัชญาความรักของสาวหน้าหวาน ทำเอาคนฟังพูดไม่ออก ได้แต่นิ่งฟังเ้าหล่อนพล่ามต่อไป โดยไม่ขัดคอ
“ฉันขอแช่งให้เธอรักผู้ชายสักคน และกลายเป็ยายกระบือสาวแสนดี อย่างที่เธอว่าฉัน ถึงวันนั้นฉันจะหัวเราะให้ฟันหักเลย คอยดูสิ”
รักร้อย มองดวงตาดำขลับที่จ้องหน้าเธอเขม็ง กับปากบางสีแดงเรื่อที่ขมุบขมิบราวกับท่องอะไรบางอย่างแล้วขนลุกซู่อย่างไม่มีสาเหตุ
ชะรอย... คำสาปแช่งของยายหน้าหวานจะเป็จริงหรือเปล่า...
เ้าตัวนึกหวั่น ได้แต่แข็งใจเชิดหน้าสู้สายตาของอีกฝ่าย เก็บอาการหวั่นหวาดคำแช่งไว้สุดฤทธิ์
“ชาตินี้คนอย่างฉัน คงไม่มีวันรู้จักความรักที่แท้จริงอย่างที่เธอบอกหรอก เพราะฉันไม่อยากกลายเป็กระบือสาวแสนดีอย่างเธอ ถ้าอยากรอหัวเราะฉัน รอให้ฟันหักตอนแก่จะดีกว่ามั้ง”
รักร้อยหัวเราะกลบเกลื่อน มองหน้าหวานๆ ที่เริ่มบูดบึ้งอย่างวิเคราะห์ ยายนุ่มนิ่มคนนี้ปากร้ายใช่ย่อย แต่รักร้อยศิษย์พ่อพันมีหรือจะกลัว แรงกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว รินลดาทำตัวเป็คลื่นใต้น้ำแบบนี้ คงไม่กล้าแผลงฤทธิ์ต่อหน้าไอ้เหยินหรอก คนเ้าความคิดยิ้มกริ่ม นึกวางแผนจัดการก้างชิ้นโตอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแย้มริมฝีปากกว้างเมื่อความคิดดีๆ ปรากฏขึ้นในหัว
“นี่ เธออย่าเสียเวลามาออกฤทธิ์แผลงเดชใส่ฉันเลย เก็บเวลาไปทำสวยลดอาการหวานเลี่ยนของตัวเองลงบ้าง เดี๋ยวจะสู้สาวเซ็กส์ เอ็กแตกอย่างฉันไม่ไหวนะ ขอบอกว่าฉันไม่มีวันยอมปล่อยให้เดียวขาของเธอหลุดมือแน่” รักร้อยยิ้มยั่ว หัวเราะคิกคักในคอจงใจปั่นหัวคนฟัง ให้คลั่งตาม
รินลดากำหมัดแน่น บังคับตัวเองไม่ให้เผลอกรี๊ดออกมาแบบนางร้ายในละครหลังข่าว เธอเข้าใจอารมณ์ของคนที่โดนยั่วโมโหได้ลึกซึ้งก็วันนี้เอง รักร้อยร้ายกาจกว่าที่คิด ทั้งเ้าเล่ห์ แสนกล ยากจะเดาความคิดไหว เห็นแล้วสงสารเอกดนูเหลือเกิน ชายหนุ่มคงกล้ำกลืนฝืนทนกับผู้หญิงคนนี้ไม่น้อย
“เดียวเขาไม่ชอบผู้หญิงก๋ากั่นอย่างเธอหรอก ผู้หญิงในสเป็คของเดียวต้องเป็กุลสตรี เก่งงานบ้านงานเรือนช่างดูแลเอาอกเอาใจเก่ง เหมือนน้าเอื้องผึ้งแม่ของเขา”
รินลดาบรรยายสรรพคุณผู้หญิงในฝันของเพื่อนชายให้รักร้อยฟัง หวังจะยกมาเปรียบเทียบให้อีกฝ่าย สำนึกตัวว่าไม่มีวันเป็ผู้หญิงแบบที่เอกดนูชอบได้
“ที่สำคัญเดียวเขาเป็สุภาพบุรุษ เขาไม่มีวันแตะต้องผู้หญิงคนไหนง่ายๆ หรอก ต่อให้เธอลงทุนแก้ผ้ายั่วเขา เดียวก็ไม่มีทางแลเธอหรอกย่ะ”
รินลดาดูจะมั่นอกมั่นใจในความสุภาพบุรุษของเอกดนู จนกล้าการันตีความประพฤติของเขาต่อหน้าคู่แข่ง คนฟังอย่างรักร้อยแอบเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ อยากจะอัดคลิปตอนที่ผู้ชายแสนดีของรินลดา ทำหน้าหื่นใส่เธอ มาให้อีกฝ่ายดูเหลือเกิน อยากรู้นักว่าจะทำหน้ายังไง วันหลังหาโอกาสเหมาะได้ เธอจะให้นายจ้อยนายจุ่นแอบถ่ายช็อตเด็ดมาฝากรินลดาสักที
“แหม... ชักอยากลองยั่วพ่อสุภาพบุรุษของเธอดูซะแล้ว อยากรู้จริงๆ ว่าเขาจะเป็สุภาพบุรุษขนาดไหน”
“อย่า อย่าแม้แต่คิดเลยนะ ฉันขอเตือนไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นเธอจะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ จะหาว่าไม่เตือน”
แม่เสือสาวสองตัวจ้องหน้าครางฮึ่มฮั่มใส่กัน จนคนที่เปิดประตูเข้ามาต้องขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินเข้าไปห้ามทัพน้ำลายนั้นทันที
“หนูดา รักร้อยเป็ยังไงบ้าง ต้องพาไปหาหมอหรือเปล่า” เอกดนูเดินเข้ามาหาสองสาว ก่อนจะนั่งที่ขอบเตียงคนละฟากกับรินลดา เขามองหน้าบึ้งๆ ของเพื่อนสาวและหันไปมองหน้าคนเจ็บท้อง ที่ดูอารมณ์ดีผิดปกติ
“ดาว่าคุณรักร้อยไม่เป็อะไรมากหรอกค่ะ แค่เป็โรคไวรัสสตรอเบอรี่ลงตับแต่นั้นเอง ให้ยาแก้ปวดกับย่าฆ่าเชื้อโรคในปากก็พอแล้ว” หญิงสาวปั้นหน้าสาธยายอาการป่วยของรักร้อยให้ชายหนุ่มฟัง
“อย่างนั้นหนูดาก็จัดยาให้รักร้อยหน่อยนะ แล้วแน่ใจใช่ไหมว่าไม่ต้องพาส่งโรงพยาบาล” เ้าของไร่หนุ่มถามซ้ำให้แน่ใจ
“ไม่ต้องหรอกเดียว ถึงดาไม่ใช่หมอ แต่ก็พอวินิจฉัยโรคธรรมดาพวกนี้ได้ อาการของคุณรักร้อยไม่ได้หนักหนา เกินมือดาหรอก ดาจัดการได้อยู่แล้ว" ประโยคสุดท้าย คนพูดหันมาส่งสายตาพิฆาตให้คนบนเตียง “โรคนี้รักษาไม่ยากหรอก...”
“คุณรักร้อย พรุ่งนี้ผมจะให้คุณพักผ่อนหนึ่งวัน ไม่ต้องไปช่วยงานในไร่” เอกดนูหันมาบอกคนป่วย
“ขอบคุณมากนะคะคุณหนึ่ง ที่ห่วงใยฉัน”
รักร้อยเอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตาหวานฉ่ำขอบคุณเขา แววตานั้นช่างออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยๆ เล่นเอาคนถูกมองถึงกับพูดอะไรไม่ออก รู้สึกใจเต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ จนต้องเบือนหน้าหลบแกล้งกระแอมกระไอกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆ หัวใจของตัวเองไว้ กิริยานั้นไม่ได้รอดพ้นสายตาราวกับเหยี่ยวของสองสาว
... นายจะยังทำใจแข็งได้อีกกี่น้ำ ก็ให้มันรู้ไป นายเอกดนู...
รักร้อยซ่อนยิ้ม พลางตวัดสายตามองคู่ปรับที่ยืนอยู่ด้านหลังของชายหนุ่ม เห็นหน้าซีดๆ ของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกสะใจนัก เ้าหล่อนจะทนเห็นภาพบาดตาไหวหรือเปล่า... ถ้าไม่ไหวจงรีบถอยไปห่างๆ ก่อนจะอกแตกตาย
... ฝันไปเถอะย่ะ ฉันไม่มีวันปล่อยให้เอกดนู เห็นกงจักรเป็ดอกบัว เห็นนางมารชั่วเป็นางฟ้าหรอกนะ...
รินลดาส่งสายตาสู้ พร้อมกับขมุบขมิบปากบริภาษอีกฝ่ายด้วยความแค้น ในมือกำสิ่งหนึ่งไว้แน่น ดวงตาคู่งามทอประกายบางอย่าง พร้อมกับกระตุกยิ้มร้าย
... ยายตัวแสบ อย่านึกว่าเธอแน่คนเดียว ฉันก็หนึ่งในหล้าไม่แพ้ใครเหมือนกัน... รินลดายิ้มร้ายมองของในมือสลับกับใบหน้าของคู่ปรับด้วยดวงตาวาวโรจน์
ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก... จำต้องมีผู้ช่วยสำคัญ มาช่วยจัดการกับศัตรูหัวใจ....
///
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
รวิญาดา