" วู๊มมม " มวลอากาศรายรอบสมบัติล้ำค่าพริวไหวโบกสะบัด ประกายแสงสาดส่องอาบย้อมทั่ว
" ครึก ครัก " ผืนพารารายรอบสั่นเทาด้วยหวั่นไหว คล้ายแบกรับพลานุภาพมิได้
" นี่มัน " เ้าสำนักถึงกับเบิกตาโพลง มองจ้องยังสมบัติล้ำค่าทั้งสิบ
ทั่วร่างของเหล่าผู้ชราสั่นเทิ้ม เหงื่อกาฬไหลหลั่งอาบย้อมทั่วร่าง
" สมบัติเต๋า ช่างล้ำค่ายิ่งนัก " ผู้ชราคนหนึ่งเอ่ยออกมา
หลังจากตั้งสติได้ " เมื่อคืนข้าก็ไปยังเมืองม่อเสียน แต่เหตุใดข้ากลับมิพบเจอสิ่งใดเลย " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" เรียนท่านเ้าสำนัก เมื่อคืนพวกข้าก็เฝ้าอยู่ทั้งคืนก็มิพบสิ่งใด "
" แต่หลังจากรุ่งเช้า ยามที่พวกข้ากำลังจะกลับปรากฎว่ามีพลังเต๋ามากมายพวยพุ่งออกมาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง พวกข้าจึงเร่งไปดู " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" เมื่อไปถึงหน้าร้าน พวกข้ายืนรออยู่นานแต่ก็มิกล้าทำสิ่งใด จนในที่สุดผู้าุโเ้าของร้านได้เปิดประตูร้านออกมา "
" เต๋าเข้มข้นมากมายพลันโถมเข้าหาพวกข้า พวกข้าจึงมีเต๋าที่เข้มข้นขอรับ " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ย
" เมื่อพวกข้าเข้าไปในร้าน ก็พานพบกับสมบัติเต๋าล้ำค่ามากมาย "
" มิว่าจะเป็ตุ๊กตากระเบื้องเหล่านี้ งานวาดทิวทัศน์ที่งดงามแลแฝงปรัชญาแหงเต๋า ทั้งภาพเขียนพู่กัน แลงานแกะสลักอีกมากมาย " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" คลังสมบัติ " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" เ้าพาข้าไปที่ร้านนั่น " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" ขอรับ " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ยออกมา แลเก็บพลองสีดำลงไปในแหวนมิติ
" เ้าสำนัก เชิญขอรับ " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ยออกมา แลทะยานร่างพุ่งไปอย่างรวดเร็ว
เพียงมินานศิษย์พี่ผู้นั้น แลเหล่าผู้าุโของสำนักมาถึงยังเมืองม่อเสียน
" พวกเราลง แลเดินเข้าเมือง " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" ศิษย์พี่เ้าสำนัก เหตุใดต้องลงแลเดิน " ผู้ชราคนหนึ่งเอ่ยถาม
" เวลานี้ เมืองม่อเสียนมียอดยุทธ เ้าจะเหิมเกริมมิได้ หากยอดยุทธท่านนั้นมิพอใจอาจมิขายสมบัติเต๋าให้พวกเรา " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" อืม " ผู้ชราคนนั้นพยักหน้าอย่างช้าๆ
หลังจากที่ลงยังผืนพารา คณะของเ้าสำนักจึงเดินเข้ามาในเมืองม่อเสียน
หมู่ชนที่เดินไปมาต่างงุนงงว่าเหตุใดวันนี้จึงมียอดยุทธมาที่นี่มากมายมายยิ่งนัก
เ้าสำนักพลันสะท้านทั่วร่างเมื่อพบปังตอของคนขายหนื้อแผดกลิ่นอายแห่งเต๋าอันล้ำลึกออกมา
" ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก " เ้าสำนักพึมพำ
ร้านรวงสองข้างทางต่างพากันวางขายสินค้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเต๋าล้ำลึก
เ้าสำนักเดินผ่านด้วยอาการที่สั่นเทาไปทั่วร่าง เหงื่อกาฬไหลหลั่งอาบราดรดทั่วร่าง
" นี่มันอะไรกัน ก่อนนี้เมืองม่อเสียนมิได้เป็เช่นนี้ " เ้าสำนักพึมพำ
" ก่อนนี้เมืองม่อเสียบเป็เสมือนเมืองดับที่ไร้ปราณพลังใดๆ แต่วันนี้เหตุใดจึงกลายเป็เมืองที่เต็มไปด้วยโชคชะตาแลวาสนา " เ้าสำนักนักเอ่ยออกมา
" เ้าสำนัก รึว่าจะเกี่ยวข้องกับปรากฎการณ์นภาเมื่อคืน " ผู้ชราเอ่ยออกมา
" ข้าว่าใช่ " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ จึงเอ่ยปากออกมา " ตามบันทึกโบราณกล่าวไว้ว่า หากมีชีพจรปราณถือกำเนิดมักจะเกิดปรากฎการณ์นภา เฉกเช่นเมื่อคืน " เ้าสำนักเอ่ย
" แต่ข้าว่านี่มันเกินเส้นชีพจรปราณไปไกลแล้ว คงเป็ที่ผู้าุโท่านนั้น ที่กำการกระตุ้นเส้นชีพจรปราณของเมือง เพื่อกลบเกลื่อนตนเอง " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" ท่านเ้าสำนัก ถึงแล้วขอรับ " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ยออกมา พลางผายมือไปยังร้าน
เหล่าผู้ชราต่างมองยังป้ายหน้าร้าน " งานปั้น " เ้าสำนักพึมพำ
" วิ้ง " เหล่าผู้ชราพลันแข็งทื่อ เมื่อเข้าสู่ภวังค์
ศิษย์พี่ผู้นั้นเห็นเหล่าผู้าุโเข้าฌาณก็ได้พยักหน้าช้าๆ เพราะคราแรกพวกต้นก็เป็เช่นกัน
หานลี่ออกจากโรงปั้นเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ
" นี่มันยามอู่แล้วรึ " หานลี่พึมพำ ( ยามอู่ = 11.00 - 12.59 )
" เปิดร้าน " หานลี่เดินออกไปยังหน้าร้านของตน
เมื่อมาถึง สองมือยื่นเหยียดออกผลักประตูหน้าร้าน
" เอ๋ " หานลี่พลันคิ้วขวดอีกครา " เกิดอะไรขึ้น ผู้าุโเหล่านี้จึงได้มายืนแข็งทื่ออยู่ที่หน้าประตู " หานลี่พึมพำ
" คารวะผู้าุโ " ศิษย์พี่ผู้นั้นเร่งทำการคารวะ
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" ข้าพาท่านเ้าสำนักของข้ามาเพื่อขอคำชั้แนะกับกัยผู้าุโขอรับ " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" ขอคำชี้แนะ ชี้แนะอะไร ข้าทำได้เพียงงานปั้น วาดภาพ " หานลี่พูดในใจ
" เ้าสำนักของเ้าเป็สิ่งใด " หานลี่ผายมือไปยังเ้าสำนัก
" อ้อ " ศิษย์พี่ผู้นั้นร้องออกมา
เขาครุ่นคิดในใจ ระดับผู้าุโที่เป็ยอดยุทธ เหตุใดจึงดูมิออก
" รึว่า แกล้งทำเป็มิรู้ " ศิษย์พี่ผู้นั้นพูดในใจ
" เรียนผู้าุโ เ้าสำนักของข้าเวลานี้กำลังเข้าฌาณขอรับ " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าอย่างช้าๆ
" อีกนานรึไม่ " หานลี่เอ่ยออกมา
" เื่นี้ข้าน้อยก็มิทราบขอรับ " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" เ้าหิวรึไม่ " หานลี่เอ่ยถาม
" หิว " ศิษย์พี่ผู้นั้นพลันคิ้วขมวด มองยังชายหนุ่มที่อยู่ต่อหน้า
ผู้ฝึกยุทธล้วนแล้วปฏิเสธอาหาร เพราะเพียงปราณไหลเวียนทั่วร่างก็อิ่มแล้ว
" รึจะแกล้งมิรู้เื่อีก " ศิษย์พี่ผู้นั้นพูดในใจ
" เรียนท่านผู้าุโ ข้ามิหิวขอรับ " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" ข้าจะไปกินหมี่สักชาม หากเ้าสำนักของเ้าตื่นขึ้นมา ก็ให้เข้าไปรอข้าในร้านก่อน " หานลี่เอ่ยออกมา
" ขอรับ " ศิษย์พี่ผู้นั้นพยักหน้า
" ช่างเรียบง่ายเหมือนปถุชนโดยแท้ " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" ท่านเ้าสำนัก ท่านตื่นแล้ว " ศิษย์พี่ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" ข้าตื่นได้ครู่ใหญ่แล้ว แต่แกล้งว่ายังเข้าฌาณอยู่ เพื่อจะดูผู้าุโท่านนี้ " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" ล้ำลึกยิ่งนัก ข้ามิอาจมองผู้าุโท่านนี้ออกว่าอยู่ที่เขตแดนใดในเวลานี้ " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
" เมื่อตื่นกันหมดแล้ว ก็เข้าไปในร้านรอผู้าุโกลับมา " เ้าสำนักเอ่ยออกมา
เ้าสำนักเดินเข้าไปในร้านทั้วร่างพลันสะท้าน สองตาเบิกโพลง มือไม้สั่นเทา
" นี่มันคลังสมบัติ " ชายชราผู้หนึ่งเอ่ยออกมา
เหล่าผู้ชราแทบจะอดใจมิไหว อยากจะกระโจนเข้าหยิบสมบัติเหล่านี้
" ใจเย็น การกระทำของพวกเราอาจทำให้ผู้าุโมิพอใจ " เ้าสำนักเอ่ยเตือนเหล่าชายชราทั้ง
" อืม " เหล่าชายชราต่างพยักหน้า
เ้าสำนักมองยังภาพไท่จี๋ที่แขวนอยู่บนสุดของร้าน ใต้ลงมาเป็ภาพวาดแดนดินสักแห่งที่งดงามราวแดน์
" อึก " เ้าสำนักถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
" แต่ละชิ้นนั้น มิอาจประมาณค่าได้ สมบัติเต๋าใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ " เ้าสำนักพึมพำ
สมบัติเต๋านั้นต่างจากสมบัติล้ำค่าทั่วไปตรงที่ ทั้งใช้เป็อาวุธจู่โจม ทั้งยังสามารถใช้ทำการหยั่งรู้เต๋าได้ นี่คือคุณลักษณ์ที่พิเศษของสมบัติเต๋า
" สมบัติเต๋าโดยมากนั้นมักพบพานที่แท่นปราชญ์เต๋า หากแม้นผู้ใดมีวาสนาได้ ย่อมมิแคล้วจะปีนป่ายไปยังสรวง์ได้ " เ้าสำนักหน้าเอ่ยออกมา
" ท่านเ้าสำนัก ข้าจำได้ว่าราวยี่สิบปีที่แล้ว ที่เมืองเฉินมีการประมูลสมบัติเต๋า ทั่งที่มิได้มีเต๋าที่เลิศล้ำเช่นนี้ แต่กลับสามารถประมูลได้ถึงร้อยยี่สิบล้านหินฟ้าดิน "
" หากสมบัติเต๋าของผู้าุโท่านนี้ เข้าประมูลแล้วล่ะก็ ข้าว่าน่าจะเกิดาเป็แน่ "
" มีความเป็ไปได้สูงยิ่ง " เ้าสำนักพยักหน้าช้าๆ
ราวหนึ่งเค่อหานลี่จึงเดินเข้ามาในร้าน
" คารวะผู้าุโทุกท่าน ข้าหานลี่เ้าของร้าน ยินดีให้บริการขอรับ " หานลี่เร่งทำการประสานสองมือ
" คารวะผู้าุโหานลี่ ข้าหวังเจียงเลี่ยง เป็เ้าสำนักจื่อเสียนขอรับ " หวังเจียงเลี่ยงเอ่ยออกมา
" เ้าสำนักหวัง " หานลี่พยักหน้า
ในใจของชายหนุ่มเวลานี้ให้พองโตยิ่งนัก เพราะหากได้ลูกค้าระดับนี้มากๆ มิแคล้วว่าเขาคงมีรายรับมากมายเป็อย่างแน่นอน