[New Life] อิสระของชีวิต

    [115] งานเลี้ยงสังสรรค์ของชนชั้นสูง

    [115] งานเลี้ยงสังสรรค์ของชนชั้นสูง
    โครม!!เพล้ง!!“นี่มันบ้าอะไรทำไมไอ้แก่นั่นยังรอดอยู่ได้!?”ข้าวของในห้องนอนของลูกสาวคนโตถูกผลักล้มระเนระนาด แม้แต่เตียงนอนเตียงเล็กยังถูกถีบอย่างแรงจนเสาค้ำข้างหนึ่งหักลงมา เด็กน้อยเจ้าของห้องตัวสั่นเทาหลบอยู่หลังตู้ยามผู้ให้กำเนิดก่นด่าคำหยาบคายไม่จบไม่สิ้น ทั้งยังด่ารวมมาถึงตัวเธออีกด้วย“คุณผู้ชาย ใจเย็นลงหน่อยเถอะครับ คุณหนูใหญ่จะตกใจกลัวเอาได้นะครับ”“ช่างหัวมันสิ! ไหนบอกว่าถ้าทำตามแผนเดิมมันจะดีไง!?”“คุณผู้ชาย อย่าครับ”คนสนิทพยายามร้องเรียกสติ ต้องใช้ความพยายามมากทีเดียวในการรั้งร่างของเจ้าของบ้านไว้ ไม่ให้เผลอไปลงไม้ลงมืออะไรกับลูกสาวตัวน้อยที่เป็นเครื่องมือทางความสำเร็จชั้นเยี่ยมของตระกูล ถึงกระนั้นรองเท้าราคาแพงก็เตะถูกตู้ที่อยู่ข้างร่างเล็กไปหลายต่อหลายที“แม่งเอ๊ย รู้อะไรมั้ยว่าพวกแม่งนั่นพยายามตามกลิ่นของเราอยู่ ถ้าพวกนั้นมั่นใจเมื่อไหร่ว่าพวกเราเป็นคนลงมือทำล่ะก็ ได้มีชิบหายกันทั้งวงศ์ตระกูลแน่ ไอ้แก่ตระกูลแอชลีย์ดวงแข็งเอ๊ย ทำไมถึงไม่รีบตายห่าไปซะ จะอยู่เป็นก้างขวางคอกันไปถึงเมื่อไหร่---!!”กว่าครึ่งชั่วโมงที่โรเบิร์ต วอล์กเกอร์ ลงมือทำลายข้าวของในห้องขังสุดหรูของลูกสาวสุดที่รักที่ตนเองเป็นคนจัดไว้ให้ จนห้องที่เคยมีข้าวของราคาแพงอยู่มากเละเทะจนดูไม่ได้ หลังจากได้ระบายอารมณ์จนเหนื่อยหอบนั่นแหละ โรเบิร์ตถึงได้กลับมามีสติอีกหนโรเบิร์ตหันกลับไปส่งสายตาให้คนสนิทปล่อยตัวเขา ต้องจ้องตากันเป็นนาทีกว่ามือขวาจะมั่นใจว่าเจ้านายจะไม่ขาดสติไปแบบเมื่อสักครู่แล้วจึงได้ยอมปล่อยมือที่จับตัวอีกฝ่ายอยู่ออกคนหัวร้อนสูดหายใจเฮือกใหญ่ ขยับเข้าไปใกล้ลูกสาวที่ซุกตัวกอดเข่าอยู่ข้างๆ ตู้เสื้อผ้าสีขาวใบโต แต่แค่เสียงฝีเท้าของเขาขยับเข้าไปใกล้ ร่างเล็กที่ตัวสั่นเบาๆ ในตอนแรกก็สะดุ้งเฮือกใหญ่ เด็กน้อยรีบขยับตัวหนีแนบชิดกับรืมกำแพงสีขาวสะอาดเข้าไปอีกโรเบิร์ตรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เขาทำให้ลูกสาวที่อ่อนต่อโลกของตัวเองหวาดกลัวตัวเองเข้าไปเต็มเปา เขาไม่ได้พยายามจะเดินเข้าไปหา หากแต่นั่งลงอยู่ห่างๆ แล้วทำท่ายื่นมือเข้าไปให้ นอกจากจะพยายามปลอบโยนปนเกลี้ยกล่อมด้วยคำพูดสวยหรูอันไร้ความจริงใจ เขาก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงเป็นการข่มขู่ให้เด็กน้อยกลัวไปมากกว่านี้...ความสามารถของโรซาเลียเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดหากว่าเขายังต้องการให้ธุรกิจของตระกูลดำเนินต่อไป ไม่ว่าครั้งนี้จะล้มเหลว หรืออนาคตจะกำจัดแอชลีย์ได้หรือไม่ได้ แต่เขาก็จะยอมให้ความโกรธของตัวเองมาทำให้เสียลูกสาวที่เป็นเครื่องมืออันแสนสำคัญไปไม่ได้เป็นอันขาด...เพราะงั้นเจ้าบ้านวอล์กเกอร์ก็ยินยอมอดใจรอให้ลูกสาวเป็นฝ่ายเข้าหา“...ฮึก...ฮือ...”“...โรซาเลีย ...พ่อไม่ได้โกรธแล้ว อย่ากลัวไปเลย”“...คุณพ่อ...โรส...ขอโทษ...โรส...ฮึก...”โรซาเลียเอียงคอหันกลับมาแอบมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อ เธอกลั้นสะอื้นจนตัวโยน พูดไปร้องไห้ไปจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง ตัวเธอในตอนนี้ก็เปรียบเสมือนเด็กน้อยไร้เดียงสา ประหนึ่งดอกไม้ขาวสะอาดที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาโรเบิร์ตไม่ได้ว่ากล่าวอะไร เขาแค่พยายามตั้งใจฟังสิ่งที่เธออยากจะสื่อ ในขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นฝ่ายยื่นมือออกไปรอการตอบรับของโรซาเลีย“...ว่าไงโรซาเลีย เช็ดน้ำตาแล้วค่อยๆ พูดนะ ใจเย็นแล้วค่อยออกมาหาพ่อก็ได้”เจ้าตัวรับรู้ว่าการระบายอารมณ์กับห้องของลูกสาวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนทำให้โรซาเลียเกิดอาการหวาดผวา และอาจจะเกิดผลข้างเคียงเป็นความไม่ไว้วางใจในตัวเขามากขึ้นกว่าเดิม เอาจริงๆ แล้วโรเบิร์ตก็พอจะรู้หรอกว่าการถูกขังมาเป็นสิบปี แม้จะได้รับการดูแลอย่างดี สิ่งที่อยากได้ไม่เคยขาด แต่ต่อให้รักพ่อแค่ไหนก็ต้องมีความไม่เชื่อมั่นอยู่บ้าง โรเบิร์ตจึงไม่อยากทำลายความเชื่อใจอันเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่โรซาเลียมี...โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าความเชื่อมั่นเชื่อใจหรือความรักอะไรนั่นมันถูกทำลายลงไปนานแล้ว“...โรส...ไม่ได้หลอกพ่อ...โรส...ไม่ได้โกหก”“...โรซาเลียไม่ได้โกหกพ่อเรื่องอะไรหืม?”“...โรส...โรสเห็นอนาคต...อนาคตที่พ่อมีความสุขมากๆ ...กับอีกทางที่อนาคตพ่อจะ...ตาย... โรส...โรสเห็นมัน...แต่โรสไม่รู้รายละเอียด...โรสบอกไม่ได้ว่ามันจะเกิดขึ้น...เมื่อไหร่...หรือว่าพ่อต้องทำอะไรบ้างมันถึงจะเกิด...โรสเห็นพ่อโกรธ...โรสพอเข้าใจ...ว่าทำไม ตะ-แต่โรสไม่ได้โกหกนะ”เด็กน้อยแสร้งร้องไห้สะอื้นตัวโยน ทำท่ากล้าๆ กลัวๆ ที่จะยื่นมือไปจับมือหนาของผู้ให้กำเนิด จนโรเบิร์ตต้องเป็นฝ่ายคว้ามือเล็กนั่นไว้ ซึ่งมันก็ทำให้คนที่กลั้นสะอื้นอยู่เผลอร้องไห้ออกมาอีก“พ่อรู้ พ่อรู้แล้ว พ่อผิดเอง โรซาเลียยกโทษให้พ่อนะ”“...ฮึก...โรสขอโทษ ฮือออ!”“โอ๋ๆ พ่อสิต้องขอโทษ ทั้งๆ เป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ก็ดันลืมไปว่าทุกอย่างใช่ว่าจะสำเร็จกันได้ง่ายๆ แถมยังเอาความใจร้อนของตัวเองมาโทษโรซาเลียอีก ยกโทษให้พ่อนะ”“...โรส...ไม่เคยโกรธคุณพ่อ...ฮึก”โรซาเลียตัวน้อยแสร้งร้องไห้ด้วยความดีใจก่อนจะโผซุกเข้าอกของผู้เป็นบิดา โรเบิร์ตเองก็เล่นละครเป็นพ่อรักลูกโอบกอดร่างเล็กไว้อย่างแนบแน่น เด็กน้อยร้องไห้อยู่พักใหญ่จากความเจ็บจริงไม่มีตอแหล เนื่องจากมือหนาของผู้ชายที่กอดเธอนั้นดันไปลูบตรงส่วนที่เขาเตะเข้าแขนเธอเมื่อครู่ด้วยความที่ว่าใบหน้าเล็กซุกอยู่บนแผ่นอกกว้าง โรซาเลียจึงไม่จำเป็นต้องตีสีหน้ารักพ่ออันแสนน่าสะอิดสะเอียน ทว่าด้วยความที่เด็กน้อยไม่อยากให้แผนการต่อจากนี้ต้องผิดพลาด มือเล็กที่กำเสื้อเชิ้ตราคาแพงอยู่จึงกำมันแน่นขึ้นเป็นการข่มกลั้นอารมณ์ไว้ชั่วคราว“คุณพ่อ...โมโห...เพราะอนาคตที่โรสมองเห็นยังมาไม่ถึงเหรอคะ?”“จะว่าใช่ก็ใช่นะ แต่ที่พ่อโมโห เพราะพ่อพลาดท่าเสียรู้ให้ตาแก่เจ้าเล่ห์บางคนมากกว่า”“...หรือว่า...คนที่โรสเห็น?”ลูกสาวตัวน้อยรีบผละออกจากอ้อมแขนหนาด้วยความเป็นห่วง มือเล็กคว้าไต่ไปตามร่างกายกำยำเป็นการสำรวจว่าคนตรงหน้าบุบสลายตรงไหนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โรเบิร์ตไม่ใส่ใจกับความห่วงใยที่ได้รับ เจ้าตัวจับมือเล็กของลูกสาวไว้แล้วว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ถูกแล้ว อาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่โรซาเลียช่วยดูอนาคตให้พ่อหน่อยได้มั้ย หลังจากนี้จะมีงานเลี้ยงครั้งสำคัญ หากอะไรๆ เป็นไปด้วยดี พ่ออาจจะได้อนาคตที่โรซาเลียบอกมาเร็วขึ้น หรือถ้าไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ พ่อก็จะได้หลีกเลี่ยงอนาคตที่เลวร้ายที่สุดสำหรับเราได้”“...โรสจะทำเพื่อคุณพ่อ”มือเล็กกุมมือหนาแน่นขึ้น ดวงตากลมโตหลับลงเสมือนกับกำลังตั้งสมาธิ หูก็ฟังรายละเอียดวันเวลาและสถานที่จากโรเบิร์ตไปพร้อมๆ กัน ผ่านไปไม่ถึงนาทีร่างเล็กก็ทรุดฮวบ ทว่าครั้งนี้โรเบิร์ตรับร่างของเธอไว้ แต่เขาก็ยังสนใจความสำเร็จมากกว่าสุขภาพของลูกสาวอยู่ดี“เป็นยังไงบ้าง มันจะเป็นไปด้วยดีรึเปล่า?”“...งานเลี้ยง...วุ่นวาย คนตายเต็มไปหมด ...ยังดีที่...คุณพ่อปลอดภัย...แต่โรสไม่เห็นคนๆ นั้น....เขาหายไปไหนก็ไม่รู้ ...โรสไม่รู้จริงๆ ว่าเขายังอยู่หรือตายไปแล้ว”“ไร้-”คำด่าลูกสาวว่าไร้ประโยชน์ยังไม่ทันพูดจบ โรซาเลียก็เกาะแขนโรเบิร์ตแน่น เธอเงยหน้าขึ้นพลางใช้ดวงตากลมโตสีอเมทิสต์จับจ้องไปยังอวัยวะแบบเดียวกันกับตัวเองของผู้ให้กำเนิด แม้ดวงตาจะแดงช้ำแต่นัยน์ตานั้นสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น แตกต่างจากตอนที่พึ่งร้องไห้อย่างหนักหน่วง“...โรสเห็นตัวเองอยู่ที่นั่น...อยู่กับคุณพ่อ...โรสเห็นตัวเองกำลังคุยกับคุณปู่คนนั้น...โรสต้องกำลังดูอนาคตของคุณปู่คนนั้นแน่ๆ ...งานเลี้ยงนั่น...ให้โรสไปด้วยนะคะ”“งานเลี้ยงนั่นจะวุ่นวาย แล้วจะให้โรซาเลียไปงานอย่างนั้น-”“คุณผู้ชายครับ ผมเห็นด้วยกับการพาคุณหนูใหญ่ไปนะครับ หากอนาคตที่คุณหนูใหญ่เห็นจากคุณผู้ชายเป็นอนาคตที่ไกลออกไป ไม่รู้ว่าต้องทำตามแผนอีกกี่ครั้ง ไม่สู้ให้คุณหนูใหญ่ไปด้วย แล้วตรวจสอบจากเป้าหมายโดยตรงเลยจะไม่เป็นการดีต่อเรามากกว่าหรือครับ?”“แต่ถ้าคนอื่นรู้เรื่องที่โรซาเลียมีกิ๊ฟ?”“ก็ให้คุณหนูเข้าไปทักทายแล้วก็ออกมาก็พอครับ รอบนี้เราเป็นเจ้าภาพ ขอแค่หาโอกาสดีๆ ให้คุณหนูใหญ่มีช่วงเวลาเข้าไปคุยกับผู้นำตระกูลแอชลีย์ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เจอคนอื่นเลย”“...มันก็ใช่ล่ะนะ”แม้คนขี้กังวลอย่างโรเบิร์ตจะอยากขังลูกสาวไว้แต่ในหอคอย ทว่าเขาก็ต้องยอมรับว่าคำพูดของคนสนิทนั้นมีเหตุผล ขอแค่โรซาเลียเห็นว่าไอ้แก่แอชลีย์ตายยังไง เขาก็จะสามารถเอามาเชื่อมโยงกับทุกแผนที่วางเอาไว้ได้ง่ายขึ้น จะได้ไม่ต้องมาคอยกังวลกับการถูกตรวจสอบยามที่ทำพลาดด้วย“คุณหนูใหญ่จะทำเพื่อคุณผู้ชายสินะครับ?”ในเมื่อคนที่ผู้ให้กำเนิดไว้ใจที่สุดช่วยชงมาให้มากเกินคาดไปขนาดนี้แล้ว มีหรือที่โรซาเลียจะโง่ไม่คว้าเอาไว้ เด็กน้อยรีบปรับสีหน้าเป็นสั่นกลัวแต่ก็มั่นใจ มือเล็กที่กุมมือของบิดาไว้ยิ่งบีบแน่นยิ่งขึ้น“...โรส...กลัวคนเยอะๆ ...งานนั้น...น่ากลัว...แต่โรสจะช่วยคุณพ่อ...”“ถ้าอย่างนั้นคุณหนูอาจจะต้องตัดผมที่ยาวเกินไปนั่นออกซะหน่อยนะครับ”“...ไม่เป็นไรค่ะ”โรซาเลียไม่ร้หรอกว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะผมเธอยาวลากพื้นเกินกว่าจะพบผู้คนจริงๆ หรือไม่ก็แค่ทดสอบความตั้งมั่นว่าจะยินดีสละผมสุดรักสุดหวงของตัวเองหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าจะมีเหตุผลลึกๆ เป็นอะไรเธอก็ไม่คิดอะไรมากเลย เหตุผลก็เป็นเพราะภาพในนิมิตที่เธอเห็นนั่นแหละ...เธอไม่ได้เห็นตัวเองอยู่ที่นั่น แต่เธอเห็นใครบางคน...คนๆ นั้นที่อยู่ข้างๆ กับคุณปู่ท่าทางดุดันคนนั้น ถึงหน้าตารูปลักษณ์จะแปลกไป แต่เธอเชื่อว่านั่นต้องเป็นเขา...จะต้องใช่เขาแน่ๆ พี่มิว......แค่เร็วขึ้นหนึ่งนาที หนึ่งวินาที ก็อยากจะรีบไปพบให้เร็วที่สุด...“ช่วงนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย?”“อา...ไม่อยากไปเลยนะ รอบนี้คุณพ่อคุณแม่จะให้ฉันไปด้วย แล้วก็จะพาคนคุ้มกันไปแค่คนเดียวด้วยสิ ดูก็รู้ว่าอยากจะพาฉันไปใส่พานถวายให้ใครสักคนในงานนั้น ในฐานะผู้สืบทอดต่อจะปฏิเสธว่าไม่ไปก็ไม่ได้ด้วยเธอจะเอายังไงล่ะไลล่า ไปมั้ย?”“ก็ต้องไปสิ ไม่ไปได้ที่ไหนกัน ถ้าไม่ไปนอกจากจะไม่ได้เชื่อมสัมพันธ์ในวงสังคม ยังจะเป็นการไม่ให้เกียรติพวกตระกูลดังๆ ด้วย ยิ่งก่อนหน้านี้ยิ่งมีกลิ่นตุๆ ลอยมา ถ้าไม่ไปก็คงเป็นการหาเรื่องใส่ตัว”“ไปก็หาเรื่องใส่ตัวเหมือนกันนั่นแหละ บอกเลยนะว่าครั้งแรกที่ฉันไป ฉันเอาแต่กลัวว่าจะมีใครชักปืนมาเปิดฉากยิงใส่กัน บรรยากาศกดดันไม่มีความสนุกเลย ดีที่ครั้งนั้นยังผ่านไปได้ด้วยดี เฮ้อ นี่ก็คิดว่าจะไม่ต้องไปแล้วเชียวนะ ว่าแต่เธอจะพาใครไปเป็นผู้ติดตามบ้างล่ะ?”แมรี่นั่งบ่นยืนยาว ไม่วายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอไม่ได้กลับมาคุยกับเพื่อนสาวได้แบบสนิทใจเต็มร้อยหรอก เพียงแต่กับงานที่จะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันต่อจากนี้ถือเป็นชะตากรรมที่เธอกับไลล่าต้องเผชิญเหมือนๆ กัน และก็ไม่มีใครเข้าใจกันได้ดีไปกว่าคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวๆ กัน“ฉันคงเอาไปแต่การ์ด เพราะไม่มีเหตุผลจะควงใครไปล่ะนะ”ไลล่าตอบพลางอ่านเอกสารที่ค้างอยู่บนโต๊ะต่อ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากกับเรื่องที่แมรี่กลัว พ่อแม่ของเธอไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครมาจำจี้จำไชเธอเรื่องจะคบหาดูใจกบใครจะแต่งงานกับใคร แม้เธอจะรู้ดีว่ายังไงเธอก็ต้องรีบหาคู่เพื่อมีลูกมาสืบทอดตระกูลโจนส์ของเธอต่อไปก็เถอะ แมรี่ก็เข้าใจเรื่องนั้น แล้วก็ไม่ได้อยากจะทำให้เพื่อนสาวคิดย้อนไปถึงเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นเพราะพี่ชายของตัวเองด้วย“ไลล่านี่ล่ะก็น้า...แล้วเตรียมของไว้แล้วเหรอ?”“เตรียมไว้นานแล้วล่ะ”“นั่นสิเนอะ บ้านฉันก็เตรียมไว้แล้ว จะว่าไป...สถานที่จัดงานคือใจกลางเกาะแมนฮัดตัน ชั้นบนสุดของตึกเอ็มไพร์สเตต แถมคนจัดงานรอบนี้ยังเป็นตระกูลวอล์กเกอร์ที่มีข่าวตั้งตัวเป็นศัตรูกับแอชลีย์อย่างลับๆ บอกทีว่าไม่มีอะไรแอบแฝง ลางสังหรณ์ฉันมันกำลังร้องเตือนว่ารอบนี้มันต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ!”“เลิกคิดเถอะ เพราะมีไม่มีก็ต้องไปอยู่ดี เตรียมชุดเผื่อในส่วนของฉันไว้ให้แล้วใช่มั้ยแมรี่?”“อ๊ะ-ไม่สิ อื้อๆ เตรียมแล้วๆ!”แมรี่ที่ทำหน้างุนงงในทีแรกรีบพยักหน้ารับอย่างดีใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไลล่าเลยไม่เคยขอซื้อชุดอะไรจากแบรนด์เธออีก แม้เธอจะเตรียมไว้ให้เป็นของขวัญอย่หลายครั้งแต่เธอก็ไม่กล้าให้ แต่เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากมาเองแบบนี้ แมรี่จึงอดที่จะยิ้มกว้างไม่ได้...งานเลี้ยงชนชั้นสูงจะถูกแปดตระกูลเก่าแก่ของอเมริกาวนกันจัดเพื่อแสดงอำนาจของตัวเอง มีตระกูลอื่นเลียนแบบจัดบ้าง แต่อย่างงานที่จัดขึ้นคราวก่อนก็จัดที่เกาะส่วนตัวแห่งหนึ่ง แม้เบื้องหลังจะเป็นการแสดงอำนาจเงินตราผ่านการเตรียมงาน แต่เบื้องหน้าก็เป็นงานประมูลเพื่อการกุศลของบรรดาคนรวยตระกูลเก่าแก่และตระกูลนักธุรกิจที่มีชื่อในเทียบเชิญงานเลี้ยงชนชั้นสูงที่จัดขึ้นทุกสามปี ต่างก็พากันเตรียมตัวไปงานเลี้ยงด้วยความระมัดระวัง ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหน้าผม หรือแม้แต่ของที่จะนำไปเข้าประมูลในวันนั้นต่างก็ต้องเป็นของชั้นยอดไม่ให้เสียชื่อตระกูล รวมทั้งต้องเตรียมเงินจำนวนมากไปประมูลแข่งกับพวกตระกูลใหญ่ๆ ด้วย แม้ต้องเสียทั้งเงินทั้งของ แต่ยังไงซะคนได้หน้าก็คือพวกเขางานเลี้ยงชนชั้นสูงนั้นปกติแล้วที่แล้วๆ มาก็ไม่เคยเลือกจัดงานในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านแบบนี้มาก่อน เนื่องจากแม้จะบอกว่าพาผู้ติดตามเข้างานได้แค่สามคน แต่คนที่มาเฝ้ารออยู่ภายนอกใช่ว่าจะไม่มี งานที่จัดบนเกาะส่วนตัวยังทำเอาทั้งเกาะมีแต่คนเต็มไปหมด แล้วคราวนี้ดันจัดที่ใจกลางเมือง เชื่อเถอะว่าถนนหนทางรอบตึกเอ็มไพร์สเตตจะต้องเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากแน่...แล้วผู้คนจำนวนมากที่มารวมตัวกัน ก็เป็นบ่อเกิดของเรื่องได้เสมอด้วย...เบื้องหลังของเบื้องหลังงานนี้เป็นอะไร มีหรือคนที่เข้าร่วมงานจะไม่เข้าใจ คนที่ได้มางานนี้แล้วมองแต่แง่ดี คงได้แต่บอกว่าโง่เต็มที...


    “สรุปว่า...ยังไงหลานก็ไม่เปลี่ยนใจแน่สินะ?”“แน่นอนอยู่แล้ว”แอนโทนี่ที่ใช้เวลากว่าสองวันในการเกลี้ยกล่อมหลานชาย ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยความล้มเหลว ได้แต่ยินยอมให้หลานที่กำลังแต่งตัวไปในแนวเดียวกับพวกการ์ดติดตามไปด้วย“...อุตส่าห์หาเรื่องให้อดัมออกไปห่างๆ งานนี้ แต่หลานก็ยังจะมาหาเรื่องใส่ตัวแทนซะอีกแน่ะ ให้ตายเถอะ”ความจริงแล้วแอนโทนี่ตั้งใจไปงานคนเดียว เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นคนที่ยังอยู่ที่บ้านก็จะไม่เป็นไร แต่เซ็ทก็ทำความตั้งใจของเขาพังยับ ทั้งยังจะมาทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่นั่นแหละ“ก็เลยส่งอดัมไปทำงานซะไกลอีกซีกโลก อยู่ใต้สะดือศัตรูคนใหม่ อยู่ห่างศัตรูที่รู้ชาติกันดีสินะ”“ก็เออสิ”ผู้นำตระกูลแอชลีย์อยู่ในชุดสูทสีดำเรียบหรู จัดทรงผมสีอ่อนให้เรียบไปข้าง เซ็ทเองก็จัดทรงผมในแนวๆ เดียวกัน แต่สวมชุดสีดำเข้าตัวเต็มยศของพวกการ์ดที่ใช้ในการตามนายไปไหนมาไหน ออฟชั่นเสริมคือหน้ากากสีขาวเรียบๆ ลายสีดำพาดแก้มข้างหนึ่งสำหรับปกปิดใบหน้า ที่อีกสองคนก็ต้องใส่เหมือนกันเพื่อไม่ให้เซ็ทแปลกแยกจริงๆ แล้วเซ็ทก็สมควรใส่เป็นชุดสูทเหมือนกัน ทว่าคนเป็นปู่เป็นกังวล ถ้าจะไปด้วยก็อยากให้สวมชุดที่ปกปิดตัวตนให้เต็มที่ไปเลย แล้วก็ปกปิดส่วนสำคัญในร่างให้หมดไปเลยมากกว่า ต่อให้มีคนคัดค้านไม่ให้พาหลานในสภาพนี้เข้าไปด้านใน ก็รอดูสิว่าจะมีใครกล้าค้าน“ปู่เตรียมของสำหรับงานประมูลแล้วเหรอ”“อ่าหะ ก็หยิบของในบ้านสักชิ้นออกไปนั่นแหละ จะคิดไรมากมาย”“สมกับเป็นปู่จริงๆ”เซ็ทหัวเราะเสียงแผ่ว จัดการหน้ากากหนังมนุษย์ที่จะอยู่ใต้หน้ากากให้เรียบร้อยก่อนจะหยิบหน้ากากขึ้นมาสวม มือหนาคว้าเสื้อโค้ทราคาแพงขึ้นมาคลุมไหล่ของผู้เป็นปู่ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกไปหน้าคฤหาสน์พร้อมกันสนามหญ้ากว้างใหญ่ ข้างน้ำพุเทพธิดาสุดปราณีต มีเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่จอดรออยู่ แอนโทนี่ก้าวขาเดินขึ้นไปบนบันไดที่คนรับใช้เอามาเตรียมไว้ให้เพื่อก้าวขึ้นไปนั่งบนเฮลิคอปเตอร์ เมื่อผู้โดยสารขึ้นมาครบ เสียงลมที่พัดแรงจากใบพัดก็เงียบลงทันควันเพราะประตูเฮลิคอปเตอร์ถูกปิด“บอกไว้ก่อนเลยนะเซ็ท ถ้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆ หลานต้องห่วงความปลอดภัยของตัวเองเป็นอันดับแรก นายด้วยโลแกน ถ้าเกิดอะไรขึ้นจงคุ้มครองเซ็ท ไม่ใช่ฉัน”“จะรับฟังไว้ก็แล้วกัน” ...แต่จะทำตามมั้ยนั่นไม่สัญญา “ว่าแต่โลแกนนี่ใคร?”“ใจร้าย โลแกนก็ผมไงครับนายน้อย!”หัวหน้าการ์ดถอดหน้ากากร้องเสียงหลง ไม่คาดว่าอยู่ตามรับใช้นายน้อยมาก็นาน นายน้อยกลับไม่แม้แต่จะจำชื่อของเขาได้ ...แม้ความจริงแล้วจะต้องโทษคนเขียนที่ขี้เกียจคิดชื่อให้ตัวประกอบอ่ะนะ“...แล้ว จะพาไปแค่ผมกับหัวหน้าการ์ดเหรอปู่?”“เปล่าหรอก อลันไปรออยู่หน้างานแล้ว ป่านนี้คงกำลังวางกำลังคนร่วมกับเอ็ดดี้นั่นแหละ”สัญญาณมือจากแอนโทนี่ทำให้คนบังคับเฮลิคอปเตอร์เริ่มออกตัว ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เฮลิคอปเตอร์เกือบสามสิบลำก็ลอยลำขึ้นตามมา แต่ละลำกระจายตัวอยู่รอบๆ เฮลิคอปเตอร์ที่ผู้นำและผู้สืทอดตระกูลนั่งอยู่ ด้วยความที่ภายนอกเหมือนกันแทบทุกอย่าง หากจะโจมตีทางอากาศก็มีแต่ต้องกวาดให้หมดทีเดียวเท่านั้นแหละเฮลิคอปเตอร์จำนวนมากบินตัดผ่านน่านฟ้าในยามค่ำคืน มุ่งหน้าไปยังตึกเอ็มไพร์สเตตอันเป็นสถานที่จัดงาน แสงไฟจากเมืองใหญ่ไม่ได้ช่วยปกปิดความเน่าเหม็นของมันจากคนที่รู้เรื่องโลกเบื้องหลังเป็นอย่างดี บางทีคืนนี้แสงไฟระยิบระยับอาจถูกแทนที่ด้วยความมืดก็เป็นได้“พอไปถึงแล้วอยู่ให้เงียบเข้าไว้ อย่าทำอะไรที่ปู่ไม่ได้บอก เข้าใจนะ โดยเฉพาะกับพวกที่เป็นศัตรูกับเรา อย่ายื่นมือเข้าไปยุ่งกับพวกนั้นเชียวล่ะ”“มีใครในงานนี้ไม่ถูกนับว่าเป็นศัตรูกับปู่ด้วยเหรอ?”“มีสิ...นิดหน่อย”แอนโทนี่ก็ตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะในฐานะมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของอเมริกา ทั้งยังเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก พวกที่อยากล้มเขาก็อยู่อันดับต่ำลงมาทุกคนนั่นแหละ...แปดตระกูลชนชั้นสูงที่เก่าแก่ สายเลือดของบรรดาระดับสูงในกองทัพ นี่ถือเป็นโอกาสอันดีที่เซ็ทจะได้ประเมินแต่ละคนด้วยตาว่าใครเป็นยังไง บางทีอาจจะมีคนที่เป็นแบบปู่เขาก่อนหน้านี้ก็ได้ ใช่มั้ย?“ยินดีต้อนรับครับนายท่านแอชลีย์ เชิญด้านในเลยขอรับ”จุดจอดเฮลิคอปเตอร์มีคนมาคอยรอรับ เซ็ทเดินลงจากฮ. ก่อน แต่เมื่อแอนโทนี่เดินลงมา ก็กลับไปเดินตามอยู่ด้านหลังแบบผ่าเผย อลันที่รออยู่ไม่ไกลอยู่แล้วก็เดินมาสมทบแม้การ์ดที่คอยดูแลความเรียบร้อยในงานคิดจะห้ามไว้ในทีแรก แต่พอเจอสายตาไม่พอใจของแอนโทนี่ไปก็หุบปากเงียบไม่กล้าขัดอีก ได้แต่ปล่อยให้มหาอำนาจกับการ์ดน่าสงสัยใส่หน้ากากทั้งสามคนเดินเข้าไปภายในงานส่วนที่ยังไร้ผู้คน เพราะเจ้าภาพต้องการความเป็นส่วนตัวกับคนผู้นี้“สองคนตรงนั้นโลแกนกับ... Z จริงๆ สินะครับคุณท่าน?”“ใช่ ฝากดูแลด้วยล่ะอลัน”“ครับ ...คุณท่าน บริเวณนี้ไม่ใช่โถงจัดงาน ต้องขึ้นไปอีก แต่ดูเหมือนจะมีแขกของท่านรออยู่”“อืม...รู้แล้วล่ะ แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายนี่นะ”แอนโทนี่ตอบรับคำของอลัน ตัดสินใจยืนอยู่เฉยๆ รอให้คนคุ้นหน้าคุ้นตาที่อายุเทียบเท่ารุ่นลูกเดินเข้ามาหา ข้างๆ กันนั้นมีมือขวาคนสนิทที่แอนโทนี่ก็คุ้นหน้าเข็นรถเข็นสีชมพู พาเด็กน้อยหน้าตาน่ารักในชุดเดรสสีขาวที่มีสายตาเป็นประกายจนปิดไม่มิดเข้ามาด้วย“สวัสดียามค่ำครับ ผู้นำตระกูลแอชลีย์ คุณแอนโทนี่ ผมโรเบิร์ต วอล์กเกอร์ เจ้าภาพงานเลี้ยงชนชั้นสูงในค่ำคืนนี้ ขออภัยที่ผิดมารยาท เพียงแต่ลูกสาวของผมอยากจะพบกับคุณมาก”“ลูกสาวงั้นเหรอ?”“ครับ เธอเป็นลูกสาวคนกลางของผม แต่เธอมีความผิดปกติทางร่างกาย ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างเด็กทั่วไปได้ นี่ก็ร่างกายแคระแกนไม่สามารถเติบโต ผมใช้เรื่องคุณในการสอนสั่งเธอหลายเรื่อง เธอจึงอยากจะลองพบคุณสักครั้งในชีวิต จริงๆ แล้วก็อยากจะขอเข้าพบที่คฤหาสน์ แต่ก็ดูจะเสียมารยาทเกินไป”“คุณก็เลยพาเธอมาพบผมก่อนจะเดินไปถึงสถานที่จัดงานเลี้ยง?”โรเบิร์ต วอล์กเกอร์ตอบรับเสียงแผ่ว ท่าทางดูเกรงอกเกรงใจทั้งยังอับอายอยู่ไม่น้อย มือหนาลูบเส้นผมสีอ่อนของลูกสาวเบาๆ เป็นการปลอบประโลมว่าไม่เป็นไร ต่อให้คุณปู่กำลังทำหน้าดุใส่พ่อ ลูกก็ไม่ต้องกังวล ประมาณนั้น“...สะ-สวัสดีค่ะ คุณปู่...หนูชื่อโรส โรซาเลีย วอล์กเกอร์ ค่ะ”เด็กน้อยที่หน้าตาน่ารักประหนึ่งตุ๊กตากระเบื้องขาว ผิวกายขาวซีด เส้นผมสีอ่อน ดวงตาสีอเมทิสต์กลมโต ทุกอย่างช่างดูสมบูรณ์แบบ เสียงหวานพูดติดๆ ขัดๆ ก่อนจะขยับรถเข็นไปเบื้องหน้าแอนโทนี่อย่างกะทันหันจนคนที่อยู่ด้านหลังห้ามไม่ทัน อย่างไรก็ตามไม่ใช่กับการ์ดที่อยู่ด้านหลังแอนโทนี่“ขออภัย คงให้คุณหนูเข้าใกล้เจ้านายของพวกเรามากไปกว่านี้ไม่ได้”“อะไรกัน ไร้มารยาท แล้วการ์ดของคุณจะใส่หน้ากากแบบนี้ไม่ได้นะครับ คุณแอนโทนี่”“การ์ดมีหน้าที่ปกป้องเจ้านาย มันก็เป็นเรื่องถูกต้อง ไม่ได้ถือว่าไร้มารยาทสักนิด แล้วพวกเขาก็ใส่แบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว พึ่งเห็นรึไง?”แอนโทนี่ว่าโดยไม่คิดจะมีไมตรีเล่นเอาโรเบิร์ตหน้าชา ที่โดนว่าว่าไม่รู้จักมองรอบข้าง เสมือนว่าเขามองแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น ทว่าแอนโทนี่ก็สั่งให้การ์ดถอนหน้ากากให้เจ้าภาพงานเช็กครั้งหนึ่งว่าใครเป็นใคร เพื่อที่หลังจากนี้อีกฝ่ายจะได้ไม่กล้าพูดอะไรมากอีกโรเบิร์ตได้แต่ข่มกลั้นความไม่พอใจที่ไอ้แก่แอชลีย์ใช้อำนาจตัวเองมากดข่มในงานที่เขาจัด เขาพยายามส่งสายตามองไปยังโรซาเลียเป็นเชิงกดดันอยู่ในทีว่าให้หาทางแตะตัวไอ้แก่นั่นสักที หากแต่เธอก็ชะงักนิ่งไปซะอย่างนั้นดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาโดยไม่ละสายตาที่จับจ้องไปยังการ์ดคนหนึ่งของแอนโทนี่เลย เสียงหวานสั่นเครือจนยากที่จะจับใจความ หากแต่มีคนหนึ่งที่ฟังคำพูดของเธอเข้าใจ ทั้งยังตกตะลึงจนเก็บความประหลาดใจที่ฉายชัดอยู่ในแววตาสีอำพันไม่มิด“...พี่มิว...พี่มิวจริงๆ ด้วย....”
    ‘มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ก็ไม่ช่ว่าจะไม่มีเบื้องหลังของเบื้องหลัง’
    ------------เขียนไปเขียนมา อ้าว ยังไม่เข้าเลยนี่ว่า เกริ่นความยิ่งใหญ่นักไปหน่อย แมวก็ยังซ้ำเติมความโชคร้ายของโรโล่จังของเรามากขึ้นทุกที บ้านหนูเนี่ยไม่มีใครดีกับหนูเลยน้า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดตอนหน้าความตัวละครใหม่ก็จะโผล่กันมารัวๆ เชื่อว่าทุกคนจะขี้เกียจจำชื่อ คนคดยังขี้เกียจจะจำเลยเนี่ย ส่วนบทบู๊นั้น ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลนะจ้า ก็นั่นแหละ แมวพยายามลดการติดเหรียญ ถือว่าสมนาคุณผู้ติดตามที่ตามแมวกันมาถึงนี่ ช่วงนี้ก็หาๆ งานวนไป เศรษฐกิจแบบนี้จะมีใครรับมั้ย? ถถถถ ส่วนใครที่จะตามไม่ตาม จะว่าแมวยังไงแมวก็จะพยายามไม่เก็บมาใส่ใจนะ ถ้ามันสุดจะทนแมวก็จะรีบจบนิยายเรื่องนี้ให้ทุกคนนะ ซึ่งก็หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์นั้น สโลว์กันมาตั้งนาน จะมาเร่งสปีดก็รู้สึกแย่ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ติดตามนิยาย ช่วยเปย์นิยายแมว ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ //ขอบคุณบ๊อยบ่อย แต่แมวก็จะขอบคุณตลอดไปเลยน้าา

    error loadedเจ้านายที่ไม่ได้โผล่มานาน ทำไมเจ้านายทำหน้าเศร้าาาา!!