หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 36 : โชคใหญ่ โชคระฟ้า

    " อ่อค " หานลี่กระอักโลหิตออกมากองโต ร่างของเขาทรุดฮวบลงยังพื้น หนึ่งเข่าแตะที่พื้น ยินเสียงหายใจออบอย่างหนัก 


    เขานึกว่าเขาเป็นเพียงผู้เดียวที่มิอาจต่อต้านพลังที่พุ่งออกจากห้วงมิติได้ แต่พอกวาดตามองทั่ว


    " มิมีผู้ใดรับพลังนี้ได้เลยรึ " หานลี่พึมพำ สองตามองจ้องยังสหาย 


    เถียนจ้านนอนนิ่งที่พื้น โลหิตไหลทะลักอาบย้อมทั่วร่าง กระดูกหลายท่อนหักสะบั้น 


    มิเว้นกระทั่งวานรเหมันต์ที่เวลานี้นอนหายใจผะแผ่วที่พื้น ทั้งเลือดสีดำคล้ำยังไหลอาบย้อมทั่วร่าง 


    หาบลี่ให้งุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุใดเขาจึงมิเป็นสิ่งใด ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงการต่อสู้ที่ผ่านมาของเขา


    ทุกการต่อสู้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นตัวเขาที่ต้องสู้ข้ามขั้นใหญ่ นั่นเขารู้ดีว่าตัวเขาเองแกร่งเกินในระดับเดียวกัน


    แต่นี่มิมากไปรึ เพียงเขาข้ามขีดจำกันเดิมขึ้นมาอยู่ขีดจำกัดใหม่ ทั้งยังเป็นเเพียงช่วงเริ่มต้น แต่เหตุใดเขาจึงสามารถรับพลังที่พุ่งออกมาได้ 


    " รึว่าจะเกี่ยวข้องกับดอกบัวเหมันต์ " หานลี่พึมพำ 


    " ภาพมังงกร " ในที่สุดหานลี่ก็ได้คำตอบ เขาพยักหน้าช้าๆ พลางหยัดกายลุกยืน 


    " สหายข้า เป็นเช่นใดบ้าง " หานลี่เอ่ยถาม


    " ข้า " เถียนจ้านมิมีแม้นแต่เรี่ยวแรงที่จะเอ่ยออกมา เพราะอวัยวะทั่วร่างถูกบดขยี้แหลกสลาย 


    หานลี่เร่งนำเอาโอสถสีทองยัดใ่ส่ปากของเถียนจ้าน แลทุกคนอย่างรวดเร็ว


    " ส่วนนี่ของเจ้า " หานลี่ยัดโอสถสีทองลงในปากของวานรเหมันต์ 


    เพียงชั่วครู่ที่โอสถออกฤทธิ์ ร่างของเถียนจ้านพลันระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง 


    " ครืนน " ปราณพลังมากมายหลายเส้นสายพุ่งทะยานออกปกคลุมทั่วยอดเขา 


    " ฮ่ะ " หานลี่ร้องออกมา เขาให้เสียดายเป็นอย่างยิ่ง โอสถสีทองสำหรับเขานั้น ราวกับขนมที่กินลงไปเพื่อเติมพลัง 


    แต่สำหรับคนอื่นแล้ว โอสถทสีทองมันกลายเป็นยอดโอสถเสียนี่ 


    ชายหนุ่มมองยังทุกคนที่เวลานี้กำลังปรับสมดุลร่างกาย หลังจากทะลวงพลังขั้นย่อยได้ 


    " ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางเปิดกล่องไม้ออกดู 


    " เหลือเพียงสิบเม็ด " หานลี่พึมพำ เขาครุ่นคิดส่วนผสมที่ใช้ 


    " รึว่าข้าจะลองหลอมมันออกมาเป็นแบบเข้มข้นสำหรับข้าดี " หานลี่พึมพำ 


    ราวหนึ่งชั่วยาม 


    " ขอบคุณคุณชายที่เมตตา " เหล่าผู้ติดตามเร่งประสานสองมือ 


    " อืม " หานลี่เพียงพยักหน้าแลยกยิ้มออกมา แต่ในใจของเขายามนี้หม่นหมองเป็นอย่างยิ่ง 


    " สหายมิน่าสิ้นเปลืองมากขนาดนี้เลย โอสถสวรรค์นั่นมันมีค่ามากมายยิ่ง " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " เหตุใดข้าจึงมิรู้ว่าสึกว่ามันคือโอสถสวรรค์ " หานลี่เอ่ยออกมา


    " หากมิใช่โอสถสวรรค์แล้วมันเป็นโอสถใด " หเถียนจ้านเอ่ยถาม


    " ข้าก็มิรู้ว่าจะเรียกว่าอะไร เพราะส่วนผสมนั้นมันเป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไป ทั้งไปที่ใดก็พบเจอ แลที่สำคัญยังไร้ราคาอีกด้วย " หานลี่เอ่ยออกมา


    " มีด้วยรึ นำสิ่งที่ไร้ราคาเช่นวัชพืชมาหลอมโอสถ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " มี " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางยกยิ้ม


    " ไว้ก่อน เวลานี้คงเข้าสำรวจในห้วงมิติได้แล้ว " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเดินไปยังทางเข้าห้วงมิติ


    " เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ร้องออกมา พลางตบอกของตน 


    " เจ้าอยากเข้าไปดูความปลอดภัยรึ " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " เฮาะ เฮาะ " มันพยักหน้า พลางก้าวเดินเข้าไปในห้วงมิติ 


    " เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกสุดเสียง น้ำเสียงสำเนียงนั้นเต็มไปด้วยความดีใจ 


    " น่าจะเจอของดี " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " จะรอช้าอยู่ใย " หานลี่เอ่ยออกมาพลางทะยานร่างเข้าไปในห้วงมิติอย่างเร็วรี่


    " แม่เจ้า " หานลี่ร้องออกสุดเสียง ร่างของเขาแข็งทื่อ สองตาเบิกโพลง มือไม้เย็นเยียบ


    " อึก " เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้น ปลุกให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ 


    เนินดินสูงต่ำสลับไปมาปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ทั้งอาณาเขตยังกว้างใหญ่เหลือประมาณ 


    " นี่มันแดนอะไร " หานลี่พึมพำ 


    สองตาของเขากวาดมองทั่วแดนดินอย่างละเอียด สองหมัดของเขากำแน่น


    " ไปกัน " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เดี๋ยวก่อน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา 


    " พวกเรามากันมาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา ข้าว่าเมื่อหาสิ่งใดได้ ให้นำมารวมกัน แลแจกจ่ายให้เท่ากัน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " เข้าที " หานลี่พยักหน้า พลางมองยังวานรเหมันต์


    " เฮาะ เฮาะ " มันตบอกของมันพลางพยักหน้า 


    " ไปกัน " หานลี่เอ่ยออกมา แลพุ่งทะยานร่างไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว 


    เมื่อพ้นเนินดินแรก เขาพลันตะลึงเมื่อพบเจอยอดสมุนไพรมากมาย 


    " นี่ยอดสมุนไพรทั้งนั้น " หานลี่พึมพำ 


    " โชคใหญ่ โชคระฟ้า " หานลี่พึมพำ แลเร่งเข้าเก็บยอดสมุนไพรอย่างเร็วรี่ 


    ราวสามวันกว่าที่ทุ่งสมุนไพรจะกลายเป็นทุ่งโล่ง ยอดสมุนไพรนับพันต้นที่มิรู้ว่าใช้เวลากี่ปีจึงจะถือกำเนิดมาได้ แต่เพียงเสี้ยวพริบตากลับถูกถอนออกไปอย่างไร้ปราณี 


    พวกเขายังมิหยุดอยู่เเพียงแค่นั้น ยังคงบุกตะลุยไปทั่วแดนดินอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งเข้าไปลึก ก็ยิ่งพบเจอยอดสมุนไพรที่ล้ำค่าทั้งอายุยังมากมายเหลือจะกล่าว


    เนิ่นนานนับเดือนกว่าที่ทุกคนจะกลับมารวมกันที่ทางเข้า แต่ละคนนำยอดสมุนไพรออกมาวางกอง


    " นับหมื่นต้น " หานลี่พึมพำ เขามิเคยคาดคิดเลยว่า เขาจะได้พบพานกับแดนสวรรค์เช่นนี้ 


    " ต้องยกความดีให้เจ้าแล้ว " หานลี่ลูบหัววานรเหมันต์


    " เร่งแจกจ่ายดีกว่าใช้เวลาอยู่ในนี้นานนับเดือน เผื่อมีใครมาพบเจอเข้าจะลำบาก " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้า 


    ราวหนึ่งชั่วยามหลังจากที่แจกจ่ายยอดสมุนไพรแล้วเสร็จ 


    " นายน้อย นี่เป็นส่วนที่ข้าต้องส่งมอบให้กับตระกูลตามกฎ " ชายแก่เอ่ยออกมา พลางยื่นสมุนไพรแปดส่วนส่งให้


    " อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ พลางรับเอาสมุนไพร 


    เถียนจ้านลอบมองยังชายหนุ่มที่นั่งมองยอดสมุนไพรในมือของตน 


    " สหายเจ้าคิดเรื่องใดอยู่รึไม่ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " กฎก็ต้องเป็นกฎ " หานลี่เอ่ยออกมา


    " ยิ่งตระกูลใหญ่ค่าใช้จ่ายก็ต้องมากตาม ไหนจะต้องแจกจ่ายทรัพยากรให้คนในตระกูลฝึกฝน ทั้งยังต้องมีเก็บไว้ในคลังยามฉุกเฉิน จึงเป็นเรื่องยากที่จะคิดถึงเพียงตนเอง " หานลี่เอ่ยออกมา


    " ขอบใจสหายที่เจ้าเข้าใจ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา 


    " เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปกัน " หานลี่เอ่ยออกมา เขาเร่งเก็บกวาดสมุนไพรของเขาอย่างรวดเร็ว


    " เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ร้องออกมา พลางชี้มายังแหวนมิติ


    " เจ้ามิมีนี่รึ " หานลี่พึมพำ เขาเรียกกระเป๋ามิติออกมาแลส่งให้


    " เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาพลางรับเอากระเป๋ามิติ


    เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่าง หานลี่เร่งทะยานร่างออกจากแดนสวรรค์อย่างรวดเร็ว


    " พวกเจ้าทิ้งยอดสมุนไพรไว้ที่นี่แลข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า " ชายชราลอยตัวอยู่กลางฟ้าดินร้องออกไป


    หานลี่กวาดตามองยังเหล่ายอดยุทธหลายสิบคน " ขั้นสูงสุดคือไอ้แก่นี่สรรสร้างขั้นที่สอง ที่เหลือหลอมรวมฟ้าดิน " หานลี่พึมพำ 


    " พวกข้าเป็นคนตระกูลเถียน อย่าได้ทำลุ่มล่ามกับพวกข้า " ชายแก่ร้องออกไป 


    " ตระกูลเเถียน " ชายชราพึมพำ 


    " เจ้ามีสิ่งใดมาแสดงว่าเป็นคนตระกูลเถียน " ชายชราร้องออกสุดเสียง 


    " วิ้ง " เถียนจ้านชูป้ายหยกสีเหลืองขึ้น 


    " ฮื่อห์ " ชายชราถอนหายใจออกมาอย่างแรง 


    " อุตส่าห์รอมาหลายวัน กลับคว้าน้ำเหลว " ชายชราพึมพำ 


    " เจ้าแลลิงยักษ์ตนนั้นย่อมมิใช่คนของตระกูลเถียนเป็นแน่ " ชายชราร้องออกสุดเสียง


    " ทั้งสองเป็นสหายของข้า " เถียนจ้านเอ่ยออกมา 


    " สหาย " ชาชราพึมพำ 


    " พวกเจ้าจะมิเหลือสิ่งใดให้ข้าเลยรึ " ชายชราร้องออกไป 


    " ไอ้แก่ หากอยากได้ก็เข้ามา " หานลี่เอ่ยออกมา พลางก้าวเดินไปเบื้องหน้า 


    ชายชรานิ่งเงียบพลางครุ่นคิด " ไอ้ลิงยักษ์นั่นเป็นถึงระดับสี่ เพียงมันตัวเดียวก็มิรู้ว่าข้าจะสู้ได้รึไม่ " ชายชราครุ่นคิด 


    " เอาเลย " หานลี่เอ่ย


    " โฮกกก " วานรเหมันต์ร้องคำราม 


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน