บทที่ 56
สิ่งที่บิดเบือนจากความจริงไม่มีวันหวานชื่นหรอก
เมื่อเห็นเซลล์สาวโกรธและเตรียมที่จะเดินออกจากห้อง อู๋ตี้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมๆกับผ่อนคลายความตึงเครียดลงมาบ้าง
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเธอนั้นกำลังรอจังหวะที่เดินผ่านเขาเพื่อที่จะสาดอะไรบางอย่างที่อยู่ในขวดเซรามิกเล็กๆนั้นใส่หน้าเขาในระยะประชิดเช่นนี้
อู๋ตี้รู้สึกเย็นวาบไปทั้งหน้า รวมถึงรู้สึกได้เลยว่าของเหลวนั้นหยดเข้าปากเขาด้วยเช่นกัน เขาตกใจมากๆพร้อมๆกับยกแขนขึ้นจับใบหน้าตนเองในทันที
ความรู้สึกกลัวมันผุดขึ้นมาในใจของเขาก่อนจะลามไปทั้งตัว นี่เธอคนนี้โกรธขนาดสาดกรดซัลฟิวริคใส่เขาเลยงั้นเหรอ?
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปหลายวินาที มันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเขาสัมผัสใบหน้าของตนเอง เขาก็รู้สึกได้แค่เพียงว่ามันเป็นน้ำใสๆ เหมือนกับน้ำเปล่าทั่วๆไป ไม่มีสีหรือรสชาติ และไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัวเมื่อสัมผัสกับผิวแล้วด้วย
“นี่มัน...อะไรน่ะ?”
อู๋ตี้พูดไม่ออกและมองไปยังเซลล์สาว นี่มันบ้าอะไรเนี่ย? นี่เธอเอาน้ำเปล่าเก็บไว้ในขวดเล็กๆนั่นน่ะเหรอ? เอาจริงดิ? เวลาโกรธใครแล้วก็เปิดน้ำเปล่าสาดอย่างนี้เหรอ?
ทว่าเมื่อมองไปยังใบหน้าของเซลล์สาวแล้ว มันก็ทำให้เขารู้สึกกังวลใจขึ้นมาอีกครั้ง
“ฮ่ะๆๆ จริงๆฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้มันตั้งแต่แรกหรอก แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าถึงเวลาที่จะต้องใช้แล้ว ไม่ต้องกังวลไปคุณอู๋ มันไม่ใช่ยาพิษ แต่มันเป็นยาชนิดหนึ่งที่จะช่วยทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาได้”
เมื่อเธอพูดจนจบ สีหน้าของเธอก็ดูพราวเสน่ห์และเย้ายวนขึ้นมาอีก ซึ่งนั่นทำให้อู๋ตึ้เข้าใจได้ในทันที
สิ่งที่เธอสาดมาที่หน้าเขานั้นไม่ใช่น้ำเปล่า และเธอไม่ได้อยากจะสาดใส่หน้าแต่อยากจะเทใส่ปากเขาเลยด้วยซ้ำ ประเด็นที่สำคัญคือเธอทำสำเร็จ! นั่นเพราะเขาเผลอกลืนมันลงไปบ้างแล้ว
น้ำนั่นคือ ยาปลุกเซ็กส์!
ตั้งแต่อดีตกาล เคยมีผู้ชายที่มอมหญิงสาวด้วยยาปลุกเซ็กส์มาแล้ว และนี่เองก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ผู้หญิงมอมชายหนุ่มด้วยยาปลุกเซ็กส์นี่เช่นกัน นี่ถือเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของประวัติศาสตร์เลยนะ
“เธอ...”
ทันทีที่อู๋ตี้พูดออกมา เขาก็เริ่มจะไม่สามารถพูดได้จนจบประโยคแล้ว เขารู้สึกได้เลยว่าทั่วทั้งร่างกำลังร้อนดังไฟเผา และที่คอของเขาก็เหมือนมีสำลีมาอุดไว้อยู่จนพูดไม่ออก
ตรงหน้าของเขา เซลล์สาวคนเดิมนั้นกำลังดูสวยขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งความต้องการถูกกระตุ้นมากเท่าไหร่ สติของเขาก็ถูกกัดกร่อนไปเร็วมากขึ้นเท่านั้น
ในตอนนี้เขานั้นเหมือนชายที่กำลังเดินอยู่ท่ามกลางทะเลทราย ชายที่ไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายวันแล้ว และร่างกายของชายคนนั้นก็กำลังโดนไฟจากดวงอาทิตย์แผดเผา ทุกสิ่งทุกอย่างมันทำให้เขาทั้งร้อนและกระหายแบบสุดๆ
และเธอตรงหน้านี้ ในสายตาของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำพุที่หอมหวานน่าชวนชิม ซึ่งมันทำให้เขานั้นอยากจะกระโจนเข้าใส่เธออย่างเกรี้ยวกราด
เขาคิดเพียงแค่ว่า ถ้าได้ดื่มน้ำหวานๆจากน้ำพุนี้จนอิ่มแปล้ มันก็จะช่วยหยุดความหิวและกระหายของเขาได้หมดจดทันที!
เซลล์สาวมองไปยังอู๋ตี้ผู้ที่ซึ่งดวงตาค่อยๆแดงขึ้นต่อหน้าเธอ ซึ่งสิ่งนี้มันทำให้เธอแอบกลัวเขาอยู่ลึกๆในจิตใจ
แววตานั้นเหมือนกับแววตาของสัตว์ป่า ความเฉียบคมนั้นเสมือนหมาป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อของมัน และหมาป่าตัวนั้นไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว!
ในทันทีทันใด อู๋ตี้ก็ผลักเธอลงไปนอนกับเตียงอีกครั้งด้วยความรุนแรง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปคร่อมขาเธอไว้และควบไปบนร่างที่ไร้กำลังสู้นั้น เขาเริ่มที่จะฉีกกระชากเสื้อผ้าของเธอออกด้วยความหยาบกร้าน
“อ่ะ--อ๊า~”
ถึงแม้ว่าเธอจะเตรียมตัวเตรียมใจมากบ้างแล้ว แต่เซลล์สาวก็ไม่สามารถอดที่จะร้องออกมาด้วยความตกใจได้ กระนั้นภายใต้เสียงอุทานเองก็ยังแฝงไปด้วยเสียงครวญครางที่เร้าอารมณ์เขาไปด้วย
ตอนนี้อู๋ตี้นั้นเสียสติไปแล้ว เขาเพียงแค่อยากจะระบายความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นรวมถึงความร้อนที่กำลังปะทุในร่างกายของเขานั้นออกไป
หญิงสาวผู้ที่นอนอยู่บนเตียงนั้นเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรด้วย เพราะว่าในใจของเธอตอนนี้ กำลังเปล่งรัศมีแห่งความสุขออกมาไม่หยุดเลย
ได้เห็นปฏิกิริยาของอู๋ตี้แล้ว เธอเองก็ยังไม่คาดคิดเลยว่ายาที่ซื้อมาจากชายชรานั้นจะได้ผลเกินกว่าที่คิดไปมากขนาดนี้
เพียงแค่ยาขวดเล็กๆแต่กลับมีราคาสูงกว่า 2,000 หยวนซะอีก ตอนที่ซื้อนั้นเธอเองก็รู้สึกเข้าเนื้อไม่น้อยเลยแต่เพื่อแลกกับผลลัพธ์ของมันแล้วก็น่าเสี่ยง
ตราบใดที่เธอสามารถจับลูกคนรวยมาทำแฟนได้ เธอก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกในอนาคต ถูกไหม? เพราะงั้นการลงทุนครั้งนี้น่ะ มีค่าสุดๆไปเลยล่ะ
*แคว่ก!*
อู๋ตี้ผู้ที่ซึ่งกำลังร้อนและเหี้ยนกระหายสุดๆนั้นสูญเสียความอดทนอดกลั้นไปแล้ว เขาจับคอปกเสื้อสีขาวของเธอด้วยสองมือ จากนั้นก็ออกแรงฉีกกระชากจนเสื้อมันขาดจากตรงกลางลงไป
“โอ๊ะ!?”
เซลล์สาวผู้ที่ถูกฉีกเสื้อผ้านั้นช็อกและกลับเข้าสู่ภวังค์แห่งความหวาดกลัวอีกครั้ง
ทำไมเขาถึงรุนแรงแบบนี้ล่ะ? นี่เขาคิดจะฆ่าเธอเลยงั้นเหรอ? นี่แค่เข้าปากคุณอู๋ไปไม่กี่หยดเท่านั้นเองนะ มันไม่ควรจะมีปฏิกิริยารุนแรงแบบนี้สิ!
ในตอนนี้ เซลล์สาวจำได้แล้วว่า เมื่อตอนเธอไปซื้อเจ้ายาขวดนี้ เธอได้พบกับหมอยาจีนที่เรียกตัวเองว่า “ราชาแห่งยา”
เธอขอซื้อยาปลุกเซ็กส์ที่ออกฤทธิ์แรงที่สุดมา
จากนั้นหมอยาจีนคนดังกล่าวก็ให้ขวดเซรามิกทรงโบราณเล็กๆนี้มากับเธอ และบอกเธอว่า เพียงแค่หยดเดียวก็สามารถทำให้คนเป็นบ้าและกลายเป็นปีศาจได้ แม้แต่คนที่ใช้เป็นพระเจ้า ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสัญชาตญาณพื้นฐานของการสืบพันธุ์ได้พ้น
เขาย้ำเตือนเธอว่าให้ใช้ได้แค่ 1 หยดต่อครั้งเท่านั้น แต่ทว่าเธอเองที่ไม่ได้ใส่ใจคำเตือนของเขามากซักเท่าไหร่ เพราะส่วนตัวเธอแล้ว เธอตั้งใจจะใช้มันเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ค่อยอยากจะใช้ซักเท่าไหร่
แต่นี่เธอไม่คิดเลยว่าอู๋ตี้จะไม่สนใจเธอเช่นนี้ แม้จะไปขั้นนั้นได้แล้วก็ยังอุตส่าห์ปฏิเสธเธอได้ลง
เพราะงั้นแล้วด้วยฤทธิ์ของความโกรธ เธอจึงสาดยาที่อยู่ในขวดเล็กๆนั้นทั้งหมดใส่หน้าเขาเลย และมันทำให้มีหลายหยดที่เข้าไปในปากของอู๋ตี้ด้วย
พอเธอโกรธ เธอก็มักจะเผลอทำอะไรโดยไม่คาดคิดอยู่เสมอๆ
ครานี้ เธอมองไปยังอู๋ตี้ผู้ที่ซึ่งเสียสติไปโดยสมบูรณ์และกำลังเหี้ยนกระหายราวกับสัตว์ป่า หญิงสาวก็เริ่มจะกังวลขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
“อ-อู๋ คุณอู๋คะ ไม่ต้องตื่นเต้นมากก็ได้ ค่อยๆเป็นค่อยไปนะ...”
แต่อู๋ตี้ในตอนนี้น่ะ ไม่สามารถรับฟังอะไรได้ทั้งนั้น เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งสิ้น
ราวกับว่าเสียงที่มาจากด้านนอกนั้นถูกปิดกั้นเอาไว้ ในสายตาของอู๋ตี้ตอนนี้ เขาเห็นเพียงเรือนร่างขาวสวยราวดอกไม้ของเซลล์สาวที่ซึ่งยิ่งได้มองก็ยิ่งกระตุ้นความต้องการราวกับสัตว์ร้ายของเขามากยิ่งขึ้นไปอีก
เสื้อที่ถูกฉีกขาดนั้นเปิดออก เผยให้เห็นหน้าท้องที่ขาวเนียนของเซลล์สาวรวมไปถึงผิวขาวนวลของทรวงอกตูมที่ซ่อนไว้ ช่างเป็นภาพที่สวยงามเสียนี่กระไร
ถุงลมสีขาวนวลที่ดูดโดดเด่นนั้นแม้จะมีชั้นในที่ปกปิดมันไว้ แต่หุบเหวร่องลึกที่เกิดจากความยิ่งใหญ่ของเนินเขาคู่นั้นมันก็กระตุ้นประสาทการรับรู้ของอู๋ตี้ราวกับเป็นบ้าไปเลย
มือของอู๋ตี้ทั้งสองข้างนั้นยื่นออกไปตรงๆและขยำมันอย่างหนักหน่วงซึ่งนั่นทำเอาเซลล์สาวถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“อุ่ก----ค-คุณอู๋คะ! เบาหน่อยสิคะ! อ๊า มันเจ็บนะ! อย่าทำกับฉันรุนแรงแบบนี้สิ คุณอู๋! เบาหน่อย...”
หลังจากที่เขาบีบและขยำอยู่พักใหญ่ๆ มันก็ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่พอใจ อู๋ตี้เริ่มจับที่ชั้นในตัวนั้นและเริ่มพยายามฉีกมันออก
ตอนนี้ เซลล์สาวรู้สึกถึงความวิปโยคแบบสุดๆ ตะขอด้านหลังชั้นในของเธอนั้นมันยังไม่ถูกปลด ซึ่งการที่ถูกฉุดกระชากแบบนี้มันทำให้หลังของเธอถูกขีดข่วนจากตะขอนั้นไปด้วยซึ่งนำพาความเจ็บปวดมาจากทุกๆที่ที่โดนรุนแรงใส่ไปหมด
“อ๊า! คุณอู๋! อย่านะคะ! อันนี้ต้องปลดมันก่อนนะ---ปลดมันก่อน! ปลดมัน...”
เธอร้องออกมาซ้ำๆ แต่อู๋ตี้ก็ยังไม่สนใจอะไรมากนัก
อู๋ตี้รู้สึกเพียงแค่ว่า ร่างกายของเขานั้นกำลังร้อนขึ้นกว่าเดิม และเหี้ยนกระหายมากขึ้นกว่าเดิม ราวกับว่ามีปีศาจแห่งไฟหลายต่อหลายตัวกำลังรุมเผาเขาอยู่
เขาในตอนนี้นั้นจึงกระตือรือร้นสุดๆเพื่อจะได้กำจัดปีศาจแห่งไฟในตัวเขาไปด้วย
*แคว่ก!*
ในท้ายสุด ชั้นในตัวดังกล่าวก็ไม่สามารถทนต่อแรงกระชากได้อีกต่อไป มันขาดออกจากกันและทำให้เนินสีขาวนุ่มทั้งสองข้างหลุดออกจากการรั้งดึงไปด้วย
“อ๊า!?
เซลล์สาวกรีดร้องออกมา นั่นก็เพราะว่าจากการกระชากเมื่อครู่ มันทำให้แผ่นหลังของเธอได้รับบาดเจ็บจากการดีดออกของชั้นในด้วย มันแดงจนเป็นเหมือนรอยแผลไหม้เลย
หัวใจของเธอกำลังหวาดกลัวสุดๆ สองมือนั้นยกขึ้นปิดทรวงอกของตนไว้ สีหน้าของเธอแสดงออกถึงความที่โดนกดขี่และน่าสงสารแบบสุดๆพร้อมๆกับน้ำตาที่กำลังไหลออกมา
“คุณอู๋ ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่อยาก...”
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันเกิดสิ่งที่เธอคาดคิดมาไกลมากแล้ว เธอมองไปยังความก้าวร้าวขออู๋ตี้และพฤติกรรมที่หยาบคายนั้น มันยิ่งทำให้เธอกลัวว่าเขาอาจจะฆ่าเธอทิ้งมากกว่าก็ได้
แต่ไม่ว่าอย่างไร เมื่อปีศาจได้ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว ความตระหนักในบาปของตนเองก็จะไม่มีเหลืออีกต่อไป
อู๋ตี้ไม่มีสติที่จะยับยั้งตนเองแล้วในตอนนี้ เพราะงั้นเขาจึงไม่ฟังคำพูดใดๆจากปากของเซลล์สาวสวยตรงหน้านี้ทั้งสิ้น
*แคว่ก!*
เสียงผ้าถูกฉีกขาดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นคราของกระโปรงสั้นแนบเนื้อของเธอแล้วที่กำลังโดนฉีกให้ขาดออกจากกัน
ด้วยแรงฉีกมหาศาลนั้นมันทำให้เซลล์สาวรู้สึกเจ็บปวดไปตามร่างกายอย่างหาที่สุดไม่ได้ ในตอนนี้ทั่วทั้งร่างของเธอ เหลือเพียงชั้นในช่วงล่างตัวเดียวแล้วเท่านั้นที่เปรียบเสมือนปราการด่านสุดท้ายก่อนที่จะไม่มีอะไรเลย
ดวงตาของอู๋ตี้แดงก่ำ และปากของเขาก็มีน้ำลายไหลย้อยเต็มไปหมด เขาในตอนนี้เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหยมากๆ
เซลล์สาวรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังและเสียใจที่เรื่องมันดันมาเป็นแบบนี้ จากเรื่องโรแมนติกมันกลายมาเป็นหนังฆาตกรรมได้ไงกันน่ะ
มือที่ไร้ซึ่งความเมตตาของอู๋ตี้นั้นจับเข้าไปที่ขอบชั้นในของเธอ ไม่มีการพูดคุยกันอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวลเหมือนแต่ก่อน ตอนนี้เธอได้แต่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
“อ๊า ฉันเจ็บนะ! โอ๊ย! อ๊า!...”
หญิงสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และชั้นในตัวสุดท้ายของเธอก็ถูกดึงจนหลุดออกมาจากมุมของก้นโค้งงอนจนได้
ในตอนนั้นเธอไม่หวังในสิ่งนี้อีกต่อไปแล้ว การกระทำที่ขึงขังนี้มันทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเธอไปพร้อมๆกัน และมันก็ทำให้ร่างของเธอเกิดสั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม การที่จะต้องมาเผชิญหน้ากับชายที่สูงกว่า 1.8 เมตรและมีน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม จะไม่ให้เธอสั่นได้ยังไง? นี่เธอจะต้องมามีจุดจบแบบนี้จริงๆเหรอ?
เธอน่ะเหมือนเมล่อนที่อยู่บนไวน์ที่ยังไม่ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ
ดั่งคำกล่าวที่กล่าวต่อกันมา สิ่งที่บิดเบือนไปจากความจริงน่ะไม่หวานชื่นหรอก แต่อู๋ตี้ตอนนี้ไม่ได้สนใจแล้วว่ามันจะหวานชื่นหรือไม่ เขาเพียงแค่ต้องการอะไรมาดับกระหายเท่านั้น