บทที่ 26 ภารกิจสำเร็จ
ในชั่วพริบตา ดาบเหล็กทมิฬพุ่งเข้าปักทะลุหน้าอกขององค์ชายสามลั่วอวิ๋น
องค์ชายสามลั่วอวิ๋นก้มมองดาบที่ปักอยู่ที่หน้าอกด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ทั้งที่เขายังอยากเจรจาต่อรองอีกสักหน่อย แต่กลับต้องมาตายเช่นนี้
ทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจที่กำลังริบหรี่ลง
เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมา
[สังหารศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ : 0.06]
หลี่เต้า "???"
เขามองศพขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นด้วยความสงสัย
ไอ้หมอนี่ช่างไร้ค่าเสียจริง มีคุณสมบัติแค่เพียงเท่านี้ แย่ยิ่งกว่าร่างกายของเขาตอนเริ่มต้นเสียอีก
ช่างเถอะ ถึงจะน้อยนิดแค่ไหนก็ยังดีกว่าไม่มี
ถึงอย่างไรเสีย คงเป็ไปไม่ได้ที่จะเอาคุณสมบัติกลับคืนไป
เสิ่นซานเพิ่งได้สติ เขาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า "ฆ่าเลยหรือ?"
หลี่เต้าย้อนถามกลับ "ถ้าไม่ฆ่า แล้วจะเก็บไว้ฉลองปีใหม่หรือไร?"
เสิ่นซาน "..."
เขาเดินไปที่ข้างศพขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น แล้วเริ่มค้นตามเสื้อผ้า
"เ้ากำลังทำอะไรอยู่?" หลี่เต้าใกับการกระทำของเสิ่นซาน
ไอ้คนน่ารังเกียจคนนี้ดูลามกพอแล้ว อย่าบอกนะว่าจะเป็พวกรักร่วมเพศด้วย?
เสิ่นซานแค่นเสียงหัวเราะโดยไม่หันหน้ากลับมา "ฆ่าคนแล้วค้นศพ จะปล่อยให้เสียเปล่าได้อย่างไร"
เห็นเขาค้นหาอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบสร้อยลูกปัดเส้นหนึ่งออกมาจากร่างขององค์ชายสาม เงยหน้าถามว่า "พี่ใหญ่ ลูกปัดเส้นนี้เนื้อดีนัก ท่าน้าหรือไม่?"
เห็นเช่นนั้นหลี่เต้าถึงเข้าใจว่านิสัยเก่าของเสิ่นซานกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว
"เ้าเก็บไว้เองเถิด"
เสิ่นซานไม่เกรงใจ รีบเก็บลูกปัดใส่อกเสื้อของตน แล้วค้นหาต่อ
หลี่เต้าชำเลืองมองอีกสามคน แล้วกล่าวว่า "พักก่อนเถอะ ครึ่งชั่วยามหลังจากนี้ค่อยกลับไปยังเมืองจ่างกู่"
พูดจบ เขาก็หาที่สะอาดแล้วทิ้งตัวพักผ่อน
การสังหารผู้คนมากมายเช่นนี้ จะบอกว่าไม่มีความรู้สึกหนักอึ้งในจิตใจนั้นคงเป็เื่โกหก ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่ปีศาจนักฆ่าที่เกิดมาเพื่อการนี้
ดังนั้นเขาจึงจำเป็ต้องสงบจิตใจตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการกลายเป็ปีศาจนักฆ่าตัวจริง
ครึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ท้องฟ้ายังไม่สว่าง หลี่เต้าก็พาคนกลุ่มหนึ่งกลับมายังเมืองจ่างกู่
...
ภายในกระโจมใหญ่ของทัพหลัก ณ เมืองจ่างกู่
เว่ยอวิ๋นมองดูคนทั้งห้าด้วยความตกตะลึง "พวกเ้าสังหารกองกำลังทั้งหมดขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นหรือ?"
เขาเพียงแค่สั่งให้ทั้งห้าคนหาวิธีลอบสังหารองค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น ไม่ได้สั่งให้พวกเขาไปฆ่าล้างบางทั้งกองกำลัง จำเป็ต้องทำถึงเพียงนี้เชียว?
พูดถึงเื่นี้ เสิ่นซานก็รู้สึกฮึกเหิม "ทั้งหมดนี้เป็ความดีความชอบของพี่ใหญ่ เขาคนเดียวกำจัดองครักษ์ไปเกือบร้อยนาย ยังสังหารหัวหน้าองครักษ์ที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสองอีกด้วย พวกเราสี่คนแค่ยืนดูเท่านั้น"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหล่ากุ่ยก็เบ้ปาก ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็คนยืนดูอยู่เฉย ๆ แต่ด้วยวัยปูนนี้แล้ว เขาี้เีจะพูดอะไรให้มากความ
"โอ้!" เว่ยอวิ๋นมองหน้าหลี่เต้าด้วยความประหลาดใจ "เ้าสามารถจัดการผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสองได้เชียวรึ?"
หลี่เต้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ "คนผู้นั้นอาจเป็ตัวปลอมก็ได้"
ขณะที่พูดเขาก็เหลือบมองเหล่ากุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ถึงอย่างไรคนผู้นี้ก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับหนึ่ง
เหล่ากุ่ย "???"
เว่ยอวิ๋นตอบกลับ "แม้จะเป็ตัวปลอม แต่ความสามารถที่เ้าแสดงออกมาก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว"
"ในระดับผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียน การที่คนเพียงคนเดียวสามารถทำลายกองทัพได้เป็ร้อย ก็นับว่าเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง"
"แม้ว่าคนพวกนั้นจะไม่ใช่องครักษ์ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเป็ทางการ แต่การที่พวกเขาได้เป็องครักษ์ก็ไม่ใช่เื่ธรรมดา ดังนั้นเ้าไม่จำเป็ต้องถ่อมตัว"
หลี่เต้าได้แต่ยักไหล่ ไม่พูดอะไรเพิ่มเติม
ในความคิดของเขา ยิ่งทำตัวเงียบไว้เท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าหลี่เต้าไม่อยากพูดอะไรมาก เว่ยอวิ๋นก็ไม่อยากสนทนาต่อให้เกิดความอึดอัด จึงเอ่ยขึ้นว่า "หลังจากผ่านเหตุการณ์วุ่นวายมาทั้งคืน คงทำให้พวกเ้าเหนื่อยล้าแล้ว ไปพักผ่อนเถิด"
เสิ่นซานเอ่ยขึ้นว่า "ท่านแม่ทัพเว่ยข้าขอถามหน่อย ที่ท่านบอกให้พวกข้าไปพักผ่อน หมายความว่าจะให้พวกข้ากลับไปที่คุกมืดใช่หรือไม่?"
"จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไร พวกเ้าช่วยเหลือข้าอย่างมาก ข้าจะจัดกระโจมให้แต่ละคนได้พักคนละหลัง"
เสิ่นซานแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ "อย่างนี้ค่อยดูดีหน่อย"
ทั้งห้าคนเดินออกจากกระโจมใหญ่ ภายใต้การนำทางของทหารนายหนึ่ง พวกเขามาถึงหน้ากระโจมห้าหลังที่เชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็ว
เสิ่นซานและอีกสามคนมองไปที่หลี่เต้าโดยไม่รู้ตัว
"เลือกได้ตามใจชอบ พักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อทำภารกิจสองอย่างที่เหลือให้สำเร็จ"
หลังจากพูดจบ หลี่เต้าก็เดินเข้าไปในกระโจมที่อยู่ตรงกลาง
สี่คนที่เหลือสบตากันเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายเลือกกระโจมคนละหลัง
หลี่เต้าเดินเข้าไปในกระโจม เห็นเตียงนอนหนึ่งหลัง ข้าง ๆ มีโต๊ะที่วางอาหารไว้มากมาย
เขาไม่ได้เดินไปหาอาหาร แต่กลับมานั่งขัดสมาธิบนเตียง
"ระบบ เปิดแผงสถานะ"
[เ้านาย : หลี่เต้า]
[พละกำลัง : 18.07]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้ : 4.63]
เมื่อเห็นตัวอักษรสามคำว่า 'ทะลวงขั้น' เขาลังเลเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ในชั่วขณะถัดมาเขารู้สึกว่าร่างกายของตนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกฉีกขาดที่บอกไม่ถูกเกิดขึ้นภายในร่างของเขา
ไม่ใช่เพียงแค่เนื้อหนังที่ฉีกขาด ราวกับว่าทุกอณูในร่างกายของเขากำลังฉีกขาดออกจากกัน เป็ความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็คำพูดได้
ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา
จากข้อมูลในความทรงจำ เมื่อร่างกายของคนเราพัฒนาถึงระดับหนึ่งแล้วจะถึงขีดจำกัด หาก้าจะก้าวข้ามขีดจำกัดนั้น จำเป็ต้องยกระดับศักยภาพของร่างกายตนเอง
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเมื่อถึงขีดจำกัดบางอย่าง พวกเขาสามารถอาศัยพลังิญญาทะลวงขีดจำกัด จนทำให้ตัวเองเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกายใหม่ คล้ายกับการทะลวงขั้นใหญ่
แต่หลี่เต้าแตกต่างออกไป เขาไม่มีพลังิญญาช่วยทะลวงขีดจำกัด ดังนั้นจึงต้องอาศัยร่างกายของตนเองในการทะลวงขีดจำกัดเพียงลำพัง
คนทั่วไปยากที่จะทำได้ถึงระดับนี้ แต่เพราะเขามีระบบ การทะลวงขีดจำกัดจึงเป็เื่ง่าย เพียงแค่เพิ่มคะแนนก็พอ สิ่งที่เขาต้องทำก็แค่ทนต่อความเ็ปในยามที่ร่างกายทะลวงขีดจำกัด
หากแม้แต่ความเ็ปยังทนไม่ได้ เช่นนั้นเขาคงไม่จำเป็ต้องมีระบบอีกต่อไป
แม้การเปลี่ยนแปลงจะเ็ปยิ่งนัก แต่ก็มีข้อดีที่คนทั่วไปไม่มี
เมื่อเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง ระบบการทำงานบางอย่างในร่างกายของเขาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงพิเศษ และจะนำมาซึ่งประโยชน์ที่คาดไม่ถึง
หลังจากที่เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงแล้ว หลี่เต้ากัดฟันแน่นเพื่อทนรับความเ็ป ระบบนี้คือความลับของเขา เขาไม่้าให้ผู้ใดล่วงรู้ถึงความผิดปกติ
อย่างไรก็ตามความเ็ปที่แหลกเหลวนั้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จนในที่สุดร่างกายทั้งหมดของเขาก็ชาไปหมด
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด หลี่เต้ารู้สึกว่าความเ็ปเริ่มค่อย ๆ จางหายไป เขาก็พบว่าร่างกายของตนเองเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
ราวกับว่า… การเปลี่ยนแปลงได้เริ่มขึ้นแล้ว
นี่คือ… ิัหรือ?
หลี่เต้าััได้อย่างแม่นยำว่าสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงคือิัของตนเอง
ในขณะนี้ผิวของเขาราวกับกำลังถูกดัดแปลง เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ
แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร สิ่งนี้น่าจะเป็เื่ดีสำหรับเขา
หากยามนี้มีคนนอกอยู่ในที่เกิดเหตุ พวกเขาจะพบว่าผิวของหลี่เต้าค่อย ๆ หม่นลง
สิบกว่านาทีต่อมา ความเ็ปในร่างกายของหลี่เต้าได้หายไปจนหมดสิ้น เขาเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนแปลงสมบูรณ์แล้ว
"นี่มัน..."
หลี่เต้าก้มหน้าลงมอง พบว่าผิวของตนเปลี่ยนเป็สีดำสนิท ขณะที่เขากำลังประหลาดใจ จึงพบว่าสิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็เพียงชั้นของขุยิัที่ตาย โดยิัที่แท้จริงอยู่ใต้ชั้นขุยิันี้
เขาเอื้อมมือไปดึงชั้นิัที่ตายนั้นทันที เผยให้เห็นสภาพผิวที่แท้จริงของเขา
เมื่อเทียบกับผิวของเขาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ผิวของเขาขาวขึ้นมาก แต่ไม่ได้ขาวจนเกินไป เรียกได้ว่าเป็สีผิวที่ดูสุขภาพดี
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขา
หลังจากที่เขาสังเกตอย่างละเอียด เขาพบว่าผิวของตนเองยังคงนุ่มนวลเหมือนคนปกติ แต่ผิวััดูเหมือนจะเปลี่ยนไป
ยืดหยุ่นขึ้น!
ใช่แล้ว ิัของเขาเปลี่ยนไปมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม
หลี่เต้าลอกเศษิัที่ตายออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว เขาพบว่าิัทุกตารางนิ้วของตนเองเป็เช่นเดียวกันหมด
"ระบบแสดงสถานะ!"
[เ้านาย: หลี่เต้า]
[พละกำลัง: 18.07]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้: 4.63]
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตัวอักษรนั้นก็หายไป แต่ในแผงควบคุมไม่ได้แสดงรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
‘ลองเพิ่มดูสักหน่อยดีหรือไม่?’
หลี่เต้าคิดในใจ
[เ้านาย: หลี่เต้า]
[พละกำลัง: 22.70]
[คุณสมบัติที่สามารถใช้ได้: 0]
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไม่ได้เป็ไปตามที่เขาคิดไว้ว่าเมื่อพลังกายถึงระดับหนึ่งแล้วการเพิ่มแต้มจะต้องใช้เป็สองเท่าจึงจะยกระดับได้ มันยังเป็เช่นเดิม เพิ่มเท่าไหร่ก็จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
กระแสความร้อนที่คุ้นเคยไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย กำลังเปลี่ยนแปลงร่างกายและสมองของเขา แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ เขาพบว่าในขณะที่ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ิัของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปจากครั้งก่อน
นี่คงเป็การเปลี่ยนแปลงพิเศษที่ระบบได้กล่าวไว้ เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นที่ิั
"นี่มัน… แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหรือ?"