สายการบินPrimelight
เรื่องของคดีนั้นความเพเนียสวางใจให้ทีมทนายของคาร์เตอร์ดูแลต่อไป ส่วนเพเนียสก็ทุ่มแรงกายแรงใจให้กับการทำอาหารที่ไม่รู้ว่าเป็นความสามารถของเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ต่อไปและสิ่งตรงหน้านี้ก็เป็นการพัฒนาฝีมือการทำอาหารของเขาขึ้นไปอีกขั้นด้วย
“แป้ง น้ำตาล เกลือ น้ำสะอาด แล้วก็ SourdoughStarter หรือว่ายีสต์ธรรมชาติ” เพเนียสไล่เช็กวัตถุดิบที่จะได้ทำขนมปังในวันนี้อีกรอบเขาเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติแบบลองผิดลองถูกมาเป็นเดือน ในที่สุดก็สามารถเอามาใช้ทำขนมปังได้แล้วจริงๆแล้ว ถึงแม้จะได้ลองทำขนมปังมาบ้างแล้วในสองสามวันมานี้ แต่ก็ไม่เป็นที่น่าพอใจอาจจะเพราะสูตรที่หาเจอในกูเกิลนั้นมีเยอะมาก เขาเลยต้องหาสูตรที่ดีที่สุด ที่มันจะเหมาะสมกับที่นี่นั่นเองเพราะต่างสถานที่กัน ไหนจะวัตถุดิบก็มาจากคนละที่แน่นอนว่าสูตรที่มีนั้นอาจจะไม่เหมาะกับวัตถุดิบของเราก็ได้
“เตรียมของพร้อมแล้วแยกทำคนละสูตรกันเลยนะ แครอททำสูตร1 แจกันทำสูตร2ส่วนแคคตัสทำสูตร3” เพเนียสแจกจ่ายงานให้กับหุ่นยนต์ทั้งสามที่บอกว่าสูตร 1, 2, 3 นั้นคือลำดับสูตรของวันนี้นะ ไม่ได้รับรวมกับที่ทำมาก่อนหน้านี้
{รับทราบ}x3 ทั้งสามขานรับอย่างพร้อมเพรียงแล้วเริ่มมือตวงวัตถุดิบทำขนมปังทันที
เพเนียสปล่อยให้ลูกทีมทั้งสามลงมือทำไปกันเองส่วนตัวเขาก็อ่านทำความเข้าใจเรื่องการทำยีสต์ผงหรือยีสต์สกัดต่อเพราะการทำขนมปังแบบที่หุ่นยนต์ทั้งสามทำอยู่นั้นต้องใช้เวลาหมักแป้งนานเป็นวันๆกว่าจะได้กินขนมปัง เขาไม่สงสัยแล้วว่าทำไมร้านขนมปังที่มีอยู่ไม่กี่ร้านในเซเรนิออสนี้จะทำออกมาขายได้ในปริมาณไม่มากนักเพราะพวกเขาต้องใช้ยีสต์ธรรมชาติอยู่ก็เป็นได้ ส่วนขั้นตอนการทำยีสต์ผงนั้นในกูเกิลมีงานวิจัยที่เผยแพร่อยู่พอสมควร แต่เขาก็ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการนั่งอ่านสรุป แล้วก็บันทึกเป็นเอกสารออกมาให้คนอื่นอ่านเข้าใจได้ด้วยเพราะต่อไปถ้าอยากจะทำขนมปังขายในระดับอุตสาหกรรม เขาคิดว่าใช้ยีสต์ผงควรจะดีกว่า
ยีสต์ในแบบที่เพเนียสต้องการจะทำขึ้นคือยีสต์แห้งชนิดผงหรือยีสต์สำเร็จรูป (Instant dry yeas) ซึ่งเป็นยีสต์ผงแบบที่เอาไปใช้งานต่อได้เลย ซึ่งต่างจากยีสต์แห้งชนิดเม็ด(Active dry yeast) ตรงที่ต้องมีการกระตุ้นปลุกให้มันตื่นด้วยการเติมน้ำอุ่นและน้ำตาลก่อน
การศึกษาเรื่องนี้ไม่ใช่ง่ายเลยถึงแม้มันจะเป็นความรู้ที่มีมาก่อนแล้วนับพันๆปี แต่สำหรับเพเนียสตอนนี้มันคือเรื่องใหม่ดังนั้นก็ต้องใช้เวลาในการตกผลึกข้อมูล เขียนเนื้อหาออกมาพร้อมด้วยรูปภาพประกอบเพื่อที่จะได้สื่อสารและส่งต่อข้อมูลนี้ให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย ซึ่งงานนี้เขาใช้เวลาค่อยๆศึกษาและทำงานนี้อยู่พักหนึ่งแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้เสร็จแล้วนั่นเอง
ด้านสิกรมที่พาพ่อแม่เดินทางไปยังดาวระดับบีบ้านเกิดของคนเป็นพ่อเพื่อที่จะไปเยี่ยมปู่กับย่านั้น ได้เดินทางกลับมาแล้ว คนเป็นปู่และย่าที่อายุเกิน200 ปีไปแล้ว ร่างกายก็เริ่มทรุดโทรมไปตามการเวลาเพราะไม่ได้มีกำลังทรัพย์มากมาย การบำรุงเลยเป็นไปตามมีตามเกิด และส่วนการรักษาที่ทางโรงพยาบาลสรุปออกมานั้นหนึ่งคนอยู่ที่ 3 ล้าน ซึ่งเป็นอวัยวะที่ดีกว่ามาตรฐาน(แต่ไม่ได้ดีที่สุดแค่ดีกว่าระดับตามมาตรฐานขึ้นมาหนึ่งระดับเท่านั้น) สองคนก็เป็น 6 ล้าน ไม่ใช่น้อยๆเลย และภาระเงินส่วนนี้กลับมาตกอยู่ที่พ่อของสิกรมที่ถูกหาว่าไม่ได้เป็นคนเลี้ยงดูพ่อแม่ดังนั้นเรื่องนี้เขาต้องรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายเสีย
“พวกเขาต้องใช้เงินแล้ว ต้นเดือนหน้าก็ต้องจ่ายไปก่อนครึ่งหนึ่งด้วย”สิกรมเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าคิดหนัก ครึ่งหนึ่งก็คือ 3 ล้าน พวกเขาจะไปเอามาจากไหนใช่อยู่ว่าที่เก็บสะสมไว้ของครอบครัวก็ต้องมีพอ แต่นั่นมันส่วนเงินเก็บเพื่อใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็นแล้วก็ไว้สำหรับเปลี่ยนถ่ายอวัยวะของพ่อแล้วก็แม่ เขาทำใจเอาเงินนั้นมาใช้ได้ยากอยู่พอสมควรเขาไม่ได้อยากเป็นคนอกตัญญูนะแต่ให้เลือกระหว่างปู่กับย่าที่เจอหน้าแค่ไม่กี่ครั้งกับพ่อแม่ที่อยู่ด้วยมาทั้งชีวิต เขาย่อมเลือกอย่างหลังมากกว่าถึงแม้ว่าผลการตรวจร่างกายคนในครอบครัวเขาตอนนี้จะไม่มีปัญหา แต่ใครจะรู้ได้ล่ะว่าวันพรุ่งนี้มะรืนนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
“เอาเงินเก็บส่วนของพ่อออกไปก็แล้วกัน ที่เก็บสะสมมาตลอดก็ได้พอจ่ายรอบแรกอยู่”คนเป็นพ่อเอ่ยบอก เขาไม่ยอมให้ลูกชายมากังวลเรื่องนี้ด้วยหรอกยังไงเสียนั่นก็คือพ่อแม่ของเขาเอง
“ไม่ได้หรอกครับพ่อเอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมจัดการให้เองดีกว่า ตอนนี้กิจการของเราก็กำลังไปได้ดีผลกำไรของสองสามเดือนนี้ก็น่าจะพอนะครับ”สิกรมส่ายหัวไม่ให้พ่อแบกรับภาระนี้เอาไว้คนเดียวแน่ๆ ดูพี่น้องของพ่อคนอื่นสิไหนจะรุ่นลูกหลานอีก เยอะกว่าพ่อเขาที่มีแค่เขาและน้องชายตั้งไม่รู้กี่คนแล้วตอนนี้ทำไมผลักเรื่องนี้มาให้แค่พ่อเขาคนเดียวใช่อยู่เขามีอคติเรื่องนี้อยู่ในใจพอสมควร แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนช่วยอยู่ดีก็คนเป็นปู่กับย่านี่นา
“แต่นั่นมันเงินของทั้งครอบครัวนะ”
“พ่อก็เป็นครอบครัวของผมนี่ครับอย่าคิดมากเลยเดี๋ยวเป็นอะไรไปอีกคน” สิกรมตอบเสียงเข้ม
“นั่นสิคุณ เอาตามที่ลูกว่าก็แล้วกันนะ”คนเป็นภรรยาลูบแขนสามีอย่างปลอบโยน เรื่องในครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องค่อยๆคิดค่อยๆแก้ไขกันไป
เรื่องทางบ้านฝั่งพ่อสิวัชยังคงตามข่าวอยู่ไม่ขาดล่าสุดหลังจากทางนั้นกลับมาจากไปเยี่ยมเยือนที่ดาวระดับบีมาสิวัชก็รีบติดต่อไปถามไถ่ทันที
“หกล้าน!!” ตอนแรกพี่ชายอย่างสิกรมก็ไม่ได้อยากบอกเรื่องนี้กับน้องชายหรอกแต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่ จะปิดบังไปก็ใช่เรื่อง
“ใช่ ทางโรง’บาลเขาว่ามาอย่างนั้น” สิกรมที่อยู่อีกฟากของการสนทนาทางไกลตอบกลับน้องชายด้วยเสียงที่ไร้ความเครียดเขาเลิกคิดเรื่องนี้แล้ว เท่าไหร่ก็ต้องจ่าย ส่วนหัวเอาไว้ไปคิดเรื่องหาเงินกลับมาดีกว่า
“แล้วแบบที่ พ่อว่ายังไงบ้างครับ”
“พ่อว่าจะเอาเงินเก็บของตัวเองออกมาจ่ายแต่ฉันห้ามไว้แล้วจะเอาเงินส่วนธุรกิจของครอบครัวมาจ่ายให้ยังไงตั้งแต่ที่เพเนียสช่วยเรื่องสินค้าของบ้านก็มีเงินเข้ามาเดือนที่แล้วหลายล้านอยู่ ถ้าเก็บเรื่องการลงทุนเพิ่มกำลังผลิตไว้ก่อน ก็พอจ่ายอยู่นั่นแหละ”
“ถ้ายังไงผมจะช่วยอีกแรง” สิวัชว่าอย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน มีเรื่องอะไรก็ควรจะช่วยกันสิ
“ไม่เป็นไรหรอก แค่ที่เพเนียสช่วยมาก็ทำให้ครอบครัวเรามีเงินเพิ่มมากขึ้นแล้วแค่นี้ก็ถือว่าเป็นบุญคุณมากพอแล้ว ไหนจะที่นายโอนมารอบก่อนนี้อีกล่ะ”แต่คนเป็นพี่ชายกลับส่ายหน้าไม่กล้ารับไว้
“แต่มันคนละส่วนกันนะครับยังไงผมก็อยากจะช่วยด้วย ผมก็ลูกพ่อเป็นหลานของปู่กับย่าเหมือนกันเอาเป็นว่าผมจะโอนเงินให้อีกทีก็แล้วกันนะครับ” แต่คนเป็นน้องชายก็ไม่ยอมเพราะอย่างไรคนทั้งคู่ก็คือปู่กับย่า ถึงจะไม่สนิทอย่างไรก็ยังเป็นญาติสายตรงอยู่ดี
“อืม งั้นก็ตามใจนายก็แล้วกันเออว่าแต่เรื่อง....”ถ้าห้ามไม่ได้ก็ต้องรับไว้ จากนั้นสิกรมเลยถามไถ่เรื่องอื่นกับน้องชายบ้างช่วงนี้ไม่ว่าจะบ้านไหนก็ยุ่งด้วยกันทั้งนั้นเพราะตอนนี้กำลังเข้าสู่การเริ่มต้นของการทำธุรกิจ มีโรงงานขนาดย่อมเป็นของตนเองอะไรๆก็ยังเลยไม่ค่อยจะลงตัวเสียเท่าไหร่นี่ถ้างานที่บ้านยังคงได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกสักสี่ห้าเดือน สิกรมก็ว่าจะสร้างโรงงานแล้วรับพนักงานมาช่วยเหมือนบ้านน้องชายอยู่เหมือนกันตอนนี้เลยทำเพียงศึกษาไว้ก่อน ดีที่บ้านเขาลูกชายลูกสาวก็จบมาแล้วสองคนเลยมาช่วยงานได้เต็มที่ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าถึงเวลามีโรงงานของที่บ้านจริง เดี๋ยวจะเข้ามาดูงานที่บ้านน้องชายอีกที
ธุรกิจแฟรนไชส์กับพาร์ทเนอร์ใหม่อย่างสายการบินPrimelight ถือว่าราบรื่นเป็นไปด้วยดี จนตอนนี้การส่งสินค้าทั้งสองรอบถือว่าเสร็จสิ้นลงแล้วบริษัทได้งานใหญ่ก็ได้กำไรเยอะขึ้นเช่นเดียวกับพนักงานที่จะได้โบนัสเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆ ส่วนสายการบิน Primelight ทั้งหกร้อยกว่าสายการบินนั้น ตอนนี้ก็มีร้านแฟรนไชส์ไปเปิดอยู่บนยานบินครึ่งหนึ่งแล้วด้วยราคาที่ตั้งเป็นมาตรฐานของแฟรนไชส์ทำให้ไม่สามารถเพิ่มราคาขึ้นได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าจะได้กำไรน้อยลงถ้าต้องหักค่าเช่าที่บนยานที่แพงกว่าพื้นดินไปเพราะถึงอย่างไรก็ยังขายได้กำไรอยู่ดี และด้วยจำนวนผู้โดยสารบนยานอีกอย่างไรก็ขายได้อยู่แล้ว ดูอย่างครึ่งหนึ่งที่เปิดแฟรนไชส์ไปก่อนหน้านี้สิขายดิบขายดีเชียวล่ะ จนตอนนี้อีกครึ่งที่เหลือก็พร้อมจะเปิดขายในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้วก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน
[ ประกาศจาก Primelight เนื่องจากมีการสอบถามจากผู้โดยสารเข้ามาเป็นจำนวนมากในข้อสงสัยเกี่ยวกับร้านอาหารแฟนไชส์ที่มีบริการบนยานอย่างร้าน #ข้าวมันไก่ #มันฝรั่งทอดชีสบอลนักเก็ต #หมูปิ้ง ทั้งสามร้านที่สายการบินได้เปิดให้บริการไปส่วนหนึ่งแล้วแต่ร้านอาหารดังกล่าวยังมีไม่ครบในทุกสายการบินส่วนนี้จึงทำให้ผู้โดยสารเกิดความไม่เข้าใจขึ้น ทางเราจึงเรียนมาเพื่อทราบว่าในวันที่ 10 นี้ในทุกๆสายการบินจะเปิดให้บริการร้านอาหารดังกล่าวครบถ้วนอย่างแน่นอน ขออภัยในที่นี้ด้วยที่ทางเราทำงานล่าช้าและทำให้ผู้โดยสารบางท่านต้องผิดหวังที่ไม่ได้รับบริการดังกล่าวขอบคุณที่ไว้ใจเดินทางกับเรามาโดยตลอด จาก Primelight ]
๐ แฟรนไชส์ก็คือจะมีบนยานทุกลำของ Primelight แล้วจ้าแม่
๐ วันนี้ขึ้นยานกลับบ้าน ฉันโวยวายจริงเพราะลำที่ขึ้นไม่มีร้านอาหารแฟนไชส์ให้อภัยก็ได้ค่ะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่หัวร้อนไปหน่อย ก็คนอยากกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอะ
๐ ธุรกิจของบ้านน้องเออร์มินไม่คิดว่าจะเติบโตเร็วขนาดนี้ต่อไปขึ้นยานของสายการบิน Primelightก็จะได้กินอาหารปรุงประกอบแฟรนไชส์ของน้องตลอดเลย
๐ แต่ช้าก็อดนะเพราะของที่ร้านตุนไว้ก็ตามจำนวนที่คาดว่าจะขายหมดในหนึ่งเที่ยวบินแต่บางครั้งพวกเขาก็คาดการณ์ผิด ผิดหวังในการคาดเดาของ Primelight จริงๆ ผู้โดยสารไม่ได้กินครบเลยรู้ไหม
-ทาง Primelight ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณที่นี้ด้วยนะคะ ต่อไปจะปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ
-ฉันว่าไม่ใช่ทางสายการบินสั่งของมาน้อยหรอกผู้โดยสารสั่งเยอะไปต่างหากของเลยหมดเร็ว เคยเจอมากับตัว คนที่นั่งข้างกันสั่งมาทุกเมนูแล้วก็อย่างละหลายกล่องด้วย มันจะเหลือถึงคนอื่นได้ยังไงกันล่ะ
๐ ได้ยินว่าผลประกอบการของ Primelight เพิ่มขึ้นหลาย % เลยนะแค่ครึ่งเดือนมานี้ ผลจากร้านแฟรนไชส์อาหารปรุงประกอบอย่างเดียวแน่ๆแบบนี้มีแต่คุ้มกับคุ้ม
๐ สายการบินอื่นว่าไงครับแบบนี้
๐ก็แค่แฟรนไชส์อาหารปรุงประกอบเมนูธรรมดาๆ สายการบินระดับพรีเมี่ยมก็มีอาหารปรุงประกอบจากเชฟชื่อดังเหมือนกันนั่นแหละก็อย่างว่า คงไม่เคยขึ้น จึงได้เห่ออาหารปรุงประกอบราคาถูก
-ราคาถูกกว่าแต่ไม่ใช่ไม่อร่อยนะคะป้า เขาเรียกว่าราคามิตรภาพค่ะ
-ใช่ ที่ขายถูกเพราะเจ้าของธุรกิจไม่อยากค้ากำไรเกินควรจ้ารู้เอาไว้ด้วย
-ที่ขายถูกกว่าร้านอื่น ก็เพราะว่าเจ้าของมีลิขสิทธิ์อาหารอยู่ในมือเยอะจ้าเลยไม่ต้องมาหากินและคิดเปอร์เซ็นต์กับอาหารแค่เมนูเดียวจนราคาอาหารแพงขนาดนั้น
๐ ปกติขึ้นอีกสายการบินสงสัยต้องลองขึ้นของ Primelight ดูซะแล้ว
๐ดังใหญ่แล้วน้าอาหารแฟรนไชส์มาสคอตหน้าบูดเนี่ย อยากให้เพวิสเป็นพรีเซนเตอร์จัง
-น้องเออร์มินไม่จ้างหรอกค่ะแม้แต่พี่ชายก็ตาม น้องจะเป็นเอง
-แต่ถ้าได้เพวิสก็น่าจะดีนะ คงดังขึ้นไปอีกทั้งพี่เพวิสแล้วก็แฟรนไชส์มาสคอตหน้าบูดด้วย
พนักงานของบริษัททริพเพิลพีฯต้องขอบคุณสายการบิน Primelight มากเลยทีเดียวที่ทำให้โรงการสร้างที่พักให้กับพนักงานถูกเลื่อยเข้ามาเร็วขึ้น ในตอนนี้ก็เสร็จไป70% แล้ว
“ไร่ข้าวโพดของพ่อ หายไปอีกแปลงแล้วสินะครับเนี่ย”เพเนียสที่เดินมาดูหน้างานก่อสร้างว่าขึ้นพื้นที่ที่ใช้สร้างที่พักนั้นไม่ได้กว้างเท่าโรงงาน แต่ก็ต้องเสียสละไร่ข้าวโพดไปอีกเป็นครึ่งเอเคอร์
“ถ้าเทียบกับมูลค่าหรือสิ่งตอบแทนที่จะกลับมาเทียบไม่ได้กับข้าวโพดแค่ครึ่งเอเคอร์หรอกนะ”เพวิสที่ยืนอยู่ข้าวน้องชายว่าขึ้นพร้อมลูบผมน้องชายเบาๆไร่ข้าวโพดค่อยปลูกเพิ่มตอนไหนก็ได้ แต่ถ้าจะให้สร้างที่พักห่างไปตรงจุดอื่น เกรงว่าจะดูแลลำบากเสียเปล่า
“ผมก็พูดไปนั่น ไม่ต้องจริงจังหรอกน่าแต่ว่าคำพูดแบบนี้ก็เหมือนนักธุรกิจอยู่นะเนี่ย” เพเนียสหยอกที่ชายออกมา
“เหอะทำเป็นเล่นไปว่าแต่เลือกได้หรือยังว่าจะตกแต่งแบบไหน คนเขารอนะ” เพวิสถามออกมาเพเนียสทำเป็นเหมือนเล่นเกมตกแต่งห้องตอนเด็กไปได้ อาสาอยากตกแต่งห้องลองดูถึงแม้ฝีมือด้านนี้ของเพเนียสจะไม่ค่อยมี แค่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นเขาทำแค่บอกความชอบนิดๆหน่อยๆ แล้วให้นักออกแบบภายในไปทำต่ออีกที
“ได้แล้วน่า ก็แบบเรียบๆ โทนสว่างอบอุ่นนี่แหละครับ แต่อยากเพิ่มสีเขียวเข้าไปอีกหน่อย ให้ห้องดูสดชื่นขึ้นแล้วก็เป็นห้องที่อยู่ได้ทั้งชายแล้วก็หญิงด้วย” เพเนียสบอกความคิดของตนเองออกไปขอบอกว่าโจทย์นี้ไม่ถือว่ายากเลยสำหรับนักออกแบบมืออาชีพ
“ก็ฟังดูเข้าท่าดีนะส่วนเรื่องเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง ต้องการแบบไหนก็บอกมาเลย แต่ต้องดูราคาอีกที”บอกน้องชาย
“รับทราบครับ ท่านรองประธาน”เพเนียสตะเบ๊ะท่ารับทันที