ลีกฟุตบอลประเทศโปรตุเกสหรือปรีไมราลีกา เป็นลีกชั้นนำของทวีปยุโรป ถึงจะไม่ใช่ห้าลีกใหญ่ แต่ก็ติดท็อป7มาโดยตลอด
ซึ่งจะสังเกตเห็นความแข็งแกร่งของพวกเขาได้ ในเวทีนานาชาติ ลีกโปรตุเกสจะไปโลดแล่นอยู่บนเวทียุโรปหรือยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกรอบลึกอยู่บ่อยๆ บางครั้งพวกเขาก็เป็นถึงแชมป์เปี้ยน
ดังนั้นลีกของพวกเขาแข็งแกร่งอย่างมาก
ทว่าถึงจะเป็นลีกที่แข็งแกร่ง แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจษต้องกังวล เพราะเป้าหมายของเขานั้นยิ่งใหญ่กว่าลีกโปรตุเกส เขาจะต้องเป็นซุปเปอร์สตาร์ของโลกให้ได้! และนั่นคือความฝันของเขา
ความสนุก ไม่สิ! สงครามที่แสนโหดร้ายจะเริ่มต่อจากนี้แล้ว เจษที่ห่างหายจากมันมานานรู้สึกคิดถึงอยู่บ้างเล็กน้อย
ทำไมถึงต้องคิดว่าการเล่นฟุตบอลคือสงคราม? ฮ่าๆ ในวงการฟุตบอลอาชีพ คุณอาจตายได้ในทันทีที่คุณก้าวเท้าลงสนาม จะไม่ให้เรียกว่าสงครามได้อย่างไรเล่า..
ดังนั้นทุกย่างก้าว นักเตะจะต้องตั้งใจอยู่เสมอ..
..
นับตั้งแต่ที่เจษขึ้นเครื่อง นี่ก็ชั่วโมงที่17แล้ว เครื่องพึ่งลงจอดที่เมืองลิสบอนประเทศโปรตุเกส
เจษรู้สึกดีใจอย่างสุดซึ้งในการเดินทางที่น่าเบื่อหน่ายและแสนยาวนานนั้นเป็นอันจบลง ถึงเขาจะเดินทางแบบนี้บ่อยๆในชีวิตที่แล้วก็ตาม เขาก็ไม่ชินกับมันสักที
เมื่อเจษเดินออกมาจากสนามบิน เขาก็มองเห็นป้ายชื่อของเขาที่เด่นตระหง่านสะดุดตา ซึ่งเป็นแม่ของเขาคนที่เขาคุ้นเคยเป็นคนชูป้ายนั่นเอง
เจษรีบวิ่งเข้าไปกอดเธอทันทีที่มองเห็นเธอ เขากอดเธอแน่นอยู่นานสองนานจนมันผิดปกติเพราะคิดถึงเธอมาก ก็เขาเป็นคนติดแม่ในชีวิตก่อนแม้กระทั่งชีวิตนี้เพราะเขาเหลือเธอแค่คนเดียวในเวลานั้น..
"ไม่เจอหน้าแม่แค่หนึ่งเดือนก็เป็นแบบนี้แล้วหรอ? ไหนบอกว่าโตแล้ว"ถึงอิงอรจะมีความสุขที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแสดงความรักต่อเธอ ทว่ามันก็อดแซวไม่ได้จริงๆ
เจษที่ได้ยินเเม่ตนเองแซวก็พลันรู้สึกตัว พลางกล่าวตัดบทอย่างเขินอาย "แม่ครับ เราไปที่พักกันเถอะ"
"คิกๆๆ"อิงอรรู้สึกพึงพอใจที่ตนเองแกล้งลูกได้สำเร็จ
การพบปะของแม่ลูกที่ไม่ได้เจอกันนานแสนนานก็เป็นฉะนี้
..
โรงแรมที่อิงอรได้พักอาศัยอยู่ไม่ห่างจากสนามบินเท่าไหร่นัก เดินทางแค่ยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว
แต่พอมาถึงเจษก็เก็บของของตนเองแล้วเขาก็ถามแม่ขึ้นทันควัน..
"แม่ครับ ข้อมูลที่ผมขอให้รวบรวมไว้มีทีมไหนบ้างที่เปิดรับสมัครคัดเลือกนักเตะเยาวชนบ้างครับ"
"ที่อายุไม่เกิน18ปีนั้นมีอยู่หลายที่เลยช่วงนี้ เร็วที่สุดอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า"
"ทีมอะไรหรอครับ?"
"ทีมจากลิสบอนนี่แหละ เห็นว่าเป็นสโมสรสปอร์ติ่งลิสบอนละมั้ง"
"สโมสรชื่อดังเลยนะครับ.."
"..?!"พอเจษบอกว่าเป็นสโมสรชื่อดัง อิงอรก็ส่ายมืออย่างรุนแรงเป็นสัญญาณให้เขาหยุดพูด เพราะเธอไม่ค่อยรู้เรื่องฟุตบอลมากนัก ขนาดข้อมูลนี้เธอยังวานให้เพื่อนช่วยเธอเลย
เจษเมื่อเห็นแบบนั้นก็ได้แต่เงียบพลางเก็บของของตนเองต่อเพราะเขารู้จักแม่ตนเองดี
ทว่าในเวลาต่อมาเมื่อเขาว่างพอมีเวลาคิด เขาก็รู้สึกเกร็งๆในการคัดตัวกับทีมใหญ่เพราะความตั้งใจเดิมเขาจะคัดตัวที่ทีมรองหรือทีมจากลีกรองที่มีชื่อเสียงไม่ค่อยมาก เขาไม่คิดว่าจะเริ่มคัดตัวที่สโมสรใหญ่ตั้งแต่ครั้งแรกแบบนี้ ทำเอาเขาตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นเหมือนกัน
'เอาวะ! ยังไงเราก็ได้เดินทางมาแล้ว มันต้องลองสักตั้ง! มาสิพวกลูกเจี๊ยบทั้งหลาย..'
..
เจษเดินทางมาถึงช่วงสายของที่นี่ พอเก็บของเรียบร้อยแล้ว อิงอรก็แยกตัวไปเตรียมอาหาร
ขณะที่ทานอาหารอยู่นั้น อิงอรก็พูดขึ้น
"เจษ แม่รู้ว่าลูกเหนื่อยจากการเดินทาง แต่ว่าแม่ก็รู้ว่าลูกพักผ่อนอยู่บนเครื่องมาเรียบร้อยแล้ว งั้นจากนี้เราไปเที่ยวกัน!"
"เที่ยว!? ก็ได้ครับ"เจษพยักหน้าอย่างจำยอม
"ดีมากลูกแม่ ฮ่าๆ ตั้งแต่แม่มาที่นี่แม่ก็ยังไม่ได้เที่ยวเลย ได้เที่ยวพร้อมลูกคงจะสนุกไม่น้อย"อิงอรยิ้มอย่างชั่วร้ายในเวลาต่อมา
..
ในเวลาต่อมาสองแม่ลูกก็คล้องแขนกันออกไปเที่ยวเมืองลิสบอน ทั้งสองเหมือนแฟนกันมากในขณะนี้
อิงอรลากแขนเจษไปเที่ยวที่ต่างๆมากมาย ที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของที่นี่พวกเขาไปกันแทบจะทั้งหมดในวันนี้ อีกทั้งอิงอรยังถ่ายรูปเจษกับเธอไว้เยอะมาก ทั้งยังอัพลงโซเชี่ยวส่วนตัวของเธอด้วย อวดลูกสุดๆ อวดขนาดที่ทำให้แอนนากับอิงฟ้าทักโซเชียลมาถามเจษอย่างดุเดือด
กว่าจะกลับถึงโรงแรมก็เป็นช่วงเย็น ทำเอาเจษเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก ทว่าเพื่อแม่แล้วแค่นี้จิ๊บๆ
ช่วงมืดของวันเมื่อได้พักเจษก็มานั่งคิดแผนของต่อจากนี้
'ต้องรออีกหนึ่งสัปดาห์ถึงจะมีนัดคัดตัว..จากนี้เราก็ฝึกซ้อมด้วยตนเองไปก่อนละกัน'
เจษวางแผนไว้ว่าจะออกกำลังกายที่โรงแรม พอตกเย็นเขาก็ไปซ้อมฟุตบอลที่สนามหญ้าที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ ตอนพวกเขาเดินเที่ยวพอสังเกตการณ์ไว้แล้ว
ในช่วงดึกของวัน เจษขอให้แม่ของตนเองช่วยสอนภาษาโปรตุเกส ซึ่งอิงอรก็ตอบตกลงอย่างยินดี การใช้เวลากับลูกตนเองคือความฝันของพ่อแม่นั่นเอง
ซึ่งแม่อรพูดคร่องอย่างมาก คร่องขนาดราวกับเจ้าของภาษา ทว่าเจษก็ได้คำศัพท์หลายคำเช่นกัน เช่น สวัสดี ซ้าย ขวา หน้า หลัง ปล่อย เป็นต้น
..
ตอนเย็นของวันถัดมา เจษได้ไปฝึกซ้อมที่สนามซ้อมใกล้ๆโรงแรม ที่นี่มีเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเยอะมาก ราวๆ 4-500คน
เขาพอจะเดาได้ว่าเด็กๆพวกนี้นั้นเป็นพวกที่จะไปคัดตัวในอีกหนึ่งสัปดาห์พร้อมกับเขาแน่ๆ แต่ละคนต่างมองกันอย่างกินเลือดกินเนื้อ
ซึ่งที่นี่มีทั้งคนผิวขาวผิวดำ คนเอเชียก็มี แต่มีส่วนน้อย ทุกคนต่างมีสีหน้าและแววตาที่ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก ราวกับที่นี่คือสนามรบของพวกเขา
พอเขาเดินเข้ามาในสนาม เด็กบางคนที่จับกลุ่มกันพลางส่งสายตามายังเจษ ทั้งยังซุบซิบกันอย่างสนุกสนาน ไม่ต้องสงสัยเลย พวกมันเหยียดผิดเขา ถึงเขาจะเป็นลูกครึ่งก็ตาม
เจษเห็นแบบนั่นก็รู้สึกมีอาการร้อนรุ่ม ร่างกายของเขาต้องการปะทะ เอ้ย แข่งขันอย่างมาก เขาอยากจะล้มพวกเด็กๆพวกนี้ให้สาแก่ใจนัก บังอาจมาเหยียดเขา
ทว่าเขาก็ได้แค่คิดเพราะทำอย่างนั้นที่นี่ไม่ได้ พลางกัดฟันก้มหน้าก้มตาซ้อมของตนเองไป
การซ้อมของเจษก็ง่ายๆ เขาแค่เลี้ยงฟุตบอลหลบสิ่งกีดขวาง กับทำความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอลแค่นั้น เพราะเขาไม่มีคนซ้อมด้วย อีกทั้งพื้นที่สนามฟุตบอลเหลือน้อย
..
เจษได้แต่อดทนกับสายตาเหยียดหยามของพวกเด็กๆและผู้คนรอบข้าง พลางออกกำลังกายและฝึกซ้อมแบบนี้ไปจนครบหนึ่งสัปดาห์อย่างแค้นใจ
'รอก่อนเถอะพวกมึง! กูจะทำให้พวกมึงซี้เหลี้ยว!!!'
I’m number 4