“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 37 การเจรจาที่แตกหัก


    ภายในโพรงโบราณใต้ภูเขา

    ความเงียบปกคลุมทุกสิ่ง

    ไม่มีผู้ใดขยับ

    ไม่มีผู้ใดชักอาวุธ

    แต่บรรยากาศกลับกดดันเสียยิ่งกว่าสนามรบ

    เปลวไฟจากคบเพลิงสั่นไหวอย่างผิดปกติ

    ราวกับแม้แต่เปลวเพลิงยังหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

    เบื้องหน้าประตูผนึกโบราณ

    คนชุดดำทั้งเจ็ดยืนเรียงกันอย่างเงียบงัน

    ด้านหลังคือประตูหินยักษ์ที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณ

    ส่วนอีกด้านหนึ่ง

    คือกองกำลังของหอเฝ้าราตรี

    ซูอู๋เซวียนยืนอยู่แถวหน้า

    ใบหน้าสงบนิ่งดุจกระจกไร้คลื่น

    แต่ทุกคนรู้ดีว่า

    รองเจ้าหอเฝ้าราตรีกำลังระวังตัวถึงขีดสุด

    เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว

    เสียงดังสะท้อนในโพรง

    ก่อนกล่าวขึ้นอย่างเยือกเย็น

    "สถานที่แห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของหอเฝ้าราตรี"

    "พวกเจ้าถอยไปเสีย"

    เสียงสะท้อนวนเวียนอยู่ในความมืด

    ผู้นำคนชุดดำหัวเราะเบา ๆ

    น้ำเสียงคล้ายเยาะเย้ย

    "หอเฝ้าราตรีมีสิทธิ์ดูแลผนึก"

    "แต่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองมัน"

    ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น

    สีหน้าของหลายคนเปลี่ยนไป

    โดยเฉพาะมู่ชิงเหยา

    เพราะนี่คือคำพูดที่ราวกับอีกฝ่ายรู้บางสิ่งที่พวกเขาไม่รู้

    ซูอู๋เซวียนหรี่ตาลง

    แต่ยังคงไม่ตอบโต้

    ภายในโพรงกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง

    ก่อนที่ผู้นำคนชุดดำจะเอ่ยขึ้นเอง

    "พวกเจ้ารู้หรือไม่"

    "สิ่งที่อยู่ใต้ภูเขานี้"

    "ไม่เคยเป็นของหอเฝ้าราตรี"

    เฉินเยี่ยนชิวขมวดคิ้ว

    "แล้วเป็นของผู้ใด"

    อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนตอบช้า ๆ

    "ของผู้เฝ้าผนึก"

    วินาทีนั้นเอง

    หลินเซวียนพลันรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนภายในร่าง

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าสั่นไหวเบา ๆ

    เปลวไฟลึกลับกระเพื่อมอยู่ภายในทะเลจิต

    แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเสี้ยวพริบตา

    ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

    หลินเซวียนเองก็รีบกดความผิดปกตินั้นเอาไว้

    หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้

    ผู้เฝ้าผนึก...

    อีกแล้ว...

    ทุกอย่างกำลังเชื่อมโยงเข้าหากันมากขึ้นเรื่อย ๆ

    ซูอู๋เซวียนมองอีกฝ่ายอย่างเงียบงัน

    จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น

    "ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย"

    "พวกเจ้าต้องการอะไร"

    คราวนี้

    ผู้นำคนชุดดำไม่ได้มองเขา

    แต่หันไปมองประตูผนึกยักษ์ด้านหลัง

    สายตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน

    ก่อนตอบกลับ

    "ความจริง"

    "ที่ถูกซ่อนไว้มานานเกินไป"

    สิ้นเสียง

    คนชุดดำผู้หนึ่งพลันก้าวออกจากแถว

    เดินตรงไปยังประตูผนึก

    ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

    หานเทียนจวินก้าวออกมาขวางทันที

    หอกยาวสีดำเงินในมือส่งเสียงครางเบา ๆ

    พลังปราณปะทุขึ้นรอบร่าง

    "หยุด"

    คนชุดดำยังคงเดินต่อ

    ราวกับไม่ได้ยิน

    หานเทียนจวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

    "อีกก้าวเดียว"

    "ข้าจะถือว่าเป็นศัตรู"

    คนชุดดำเงยหน้าขึ้น

    ใต้เงาหมวกคลุม

    ปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ

    ก่อนก้าวออกไปอีกหนึ่งก้าว

    ตูมมมมมม!!!

    พื้นหินทั้งลานระเบิดออกในทันที

    หานเทียนจวินลงมือแล้ว

    หอกปราบอสูรพุ่งทะลุอากาศ

    เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วโพรง

    ปราณมหาศาลแปรเปลี่ยนเป็นเงาหอกยักษ์ยาวหลายสิบจั้ง

    ฟาดลงมาอย่างรุนแรง

    หินสองฝั่งแตกละเอียด

    ผนังภูเขาสั่นสะเทือน

    คลื่นพลังทำให้คนของหอเฝ้าราตรีหลายคนต้องถอยหลัง

    นี่คือพลังของผู้ฝึกตนขั้นจิตมรรคา

    การโจมตีเพียงครั้งเดียว

    สามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับต่ำได้ทั้งกลุ่ม

    แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจ

    คือคนชุดดำผู้นั้นเพียงยกมือขึ้น

    เคร้งงงงง!!!

    เสียงโลหะปะทะกันดังลั่น

    ฝ่ามือข้างเดียว

    หยุดปลายหอกเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

    แรงกระแทกมหาศาลทำให้พื้นใต้เท้าทรุดตัว

    รอยแตกร้าวแผ่กระจายออกไปหลายสิบเมตร

    แต่ร่างของเขากลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

    หานเทียนจวินเบิกตาเล็กน้อย

    นี่เป็นครั้งแรก

    ที่มีคนรับหอกของเขาได้ด้วยมือเปล่า

    "น่าสนใจ"

    คนชุดดำกล่าวเรียบ ๆ

    จากนั้น

    ฝ่ามือที่จับปลายหอกเอาไว้พลันบีบแน่น

    ตูม!!!

    คลื่นพลังสีดำปะทุออกมา

    หานเทียนจวินถูกแรงสะท้อนผลักถอยหลังไปสามก้าว

    พื้นหินใต้เท้าแตกละเอียดทุกก้าวที่ถอย

    "ขั้นจิตมรรคา..."

    เฉินเยี่ยนชิวกล่าวเสียงต่ำ

    อีกฝ่ายแข็งแกร่งถึงระดับเดียวกับหานเทียนจวิน

    หรืออาจสูงกว่า

    หานเทียนจวินไม่พูดอีก

    ปราณทั้งร่างระเบิดออกเต็มกำลัง

    เงาหอกนับร้อยสายปรากฏขึ้นด้านหลัง

    "เต๋าหอกปราบอสูร"

    "หอกสังหารเก้าสวรรค์!"

    วูมมมมม!!!

    หอกปราณนับร้อยพุ่งลงราวกับฝนดาวตก

    แสงสีทองปกคลุมทั่วโพรง

    คนชุดดำยกมือขึ้น

    หมอกสีดำมหาศาลพวยพุ่งออกจากร่าง

    กลายเป็นกำแพงวิญญาณขนาดยักษ์

    ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!

    การปะทะแต่ละครั้งทำให้ภูเขาสั่นสะเทือน

    หินนับพันก้อนร่วงหล่นจากเพดาน

    แรงกระแทกกวาดไปถึงภายนอก

    วิญญาณที่คุกเข่าอยู่เชิงเขาพร้อมใจกันส่งเสียงร้องโหยหวน

    เสียงนั้นดังสะท้อนขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน

    ราวกับเสียงคร่ำครวญของคนตายนับหมื่น

    ในจังหวะนั้นเอง

    ดวงตาแห่งกรรมของหลินเซวียนเปิดขึ้นอีกครั้ง

    โลกทั้งใบเปลี่ยนไป

    เขามองเห็นเส้นกรรมมหาศาลพุ่งออกจากร่างของทุกคน

    หานเทียนจวิน

    ซูอู๋เซวียน

    เฉินเยี่ยนชิว

    คนชุดดำทั้งเจ็ด

    รวมถึงตนเอง

    เส้นทั้งหมดกำลังพันกัน

    ไขว้กัน

    เชื่อมต่อกัน

    และสุดท้าย

    มุ่งตรงเข้าสู่ประตูผนึก

    ราวกับไม่ว่าผลแพ้ชนะจะเป็นอย่างไร

    โชคชะตาของทุกคน

    ล้วนถูกดึงเข้าสู่สิ่งเดียวกัน

    ทันใดนั้น

    ผู้นำคนชุดดำพลันยกมือขึ้น

    "พอได้แล้ว"

    เสียงเรียบ ๆ ดังขึ้น

    แต่คนชุดดำทุกคนหยุดพร้อมกันทันที

    ราวกับคำสั่งนั้นคือกฎ

    ในเวลาเดียวกัน

    ซูอู๋เซวียนก็ยกมือขึ้นเช่นกัน

    "หานเทียนจวิน"

    "ถอย"

    ผู้พิทักษ์ส่วนกลางขบกรามแน่น

    แต่สุดท้ายก็ลดหอกลง

    ทั้งสองฝ่ายถอยออกจากกันเล็กน้อย

    ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

    แต่ทุกคนรู้ดีว่า

    นี่เป็นเพียงการหยั่งเชิง

    เท่านั้น

    ผู้นำคนชุดดำมองซูอู๋เซวียน

    ก่อนกล่าวช้า ๆ

    "ในไม่ช้า"

    "พวกเจ้าจะเข้าใจ"

    "ว่าเหตุใดเราจึงมาที่นี่"

    จากนั้น

    สายตาของเขาเลื่อนไปหยุดที่หลินเซวียน

    รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นใต้เงาหมวก

    "และเด็กคนนั้น..."

    "คือคำตอบส่วนหนึ่ง"

    หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรง

    โดยไม่รู้สาเหตุ

    ประโยคนั้น

    เหมือนอีกฝ่ายรู้บางอย่างเกี่ยวกับเขา

    มากกว่าที่เขารู้เสียอีก

    ภายในโพรงโบราณ

    ความเงียบกลับมาอีกครั้ง

    แต่ครั้งนี้

    ไม่มีผู้ใดคิดว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยคำพูดอีกแล้ว

    เพราะทุกคนต่างเข้าใจ

    ว่าสงครามกำลังใกล้เข้ามา

    มากกว่าที่เคย


    "การเจรจาสิ้นสุดลง"

    "และสงครามที่ซ่อนอยู่ใต้ภูเขามานานนับพันปี"

    "กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง"