ภายในโพรงโบราณใต้ภูเขา
ความเงียบปกคลุมทุกสิ่ง
ไม่มีผู้ใดขยับ
ไม่มีผู้ใดชักอาวุธ
แต่บรรยากาศกลับกดดันเสียยิ่งกว่าสนามรบ
เปลวไฟจากคบเพลิงสั่นไหวอย่างผิดปกติ
ราวกับแม้แต่เปลวเพลิงยังหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
เบื้องหน้าประตูผนึกโบราณ
คนชุดดำทั้งเจ็ดยืนเรียงกันอย่างเงียบงัน
ด้านหลังคือประตูหินยักษ์ที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณ
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
คือกองกำลังของหอเฝ้าราตรี
ซูอู๋เซวียนยืนอยู่แถวหน้า
ใบหน้าสงบนิ่งดุจกระจกไร้คลื่น
แต่ทุกคนรู้ดีว่า
รองเจ้าหอเฝ้าราตรีกำลังระวังตัวถึงขีดสุด
เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว
เสียงดังสะท้อนในโพรง
ก่อนกล่าวขึ้นอย่างเยือกเย็น
"สถานที่แห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของหอเฝ้าราตรี"
"พวกเจ้าถอยไปเสีย"
เสียงสะท้อนวนเวียนอยู่ในความมืด
ผู้นำคนชุดดำหัวเราะเบา ๆ
น้ำเสียงคล้ายเยาะเย้ย
"หอเฝ้าราตรีมีสิทธิ์ดูแลผนึก"
"แต่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองมัน"
ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น
สีหน้าของหลายคนเปลี่ยนไป
โดยเฉพาะมู่ชิงเหยา
เพราะนี่คือคำพูดที่ราวกับอีกฝ่ายรู้บางสิ่งที่พวกเขาไม่รู้
ซูอู๋เซวียนหรี่ตาลง
แต่ยังคงไม่ตอบโต้
ภายในโพรงกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
ก่อนที่ผู้นำคนชุดดำจะเอ่ยขึ้นเอง
"พวกเจ้ารู้หรือไม่"
"สิ่งที่อยู่ใต้ภูเขานี้"
"ไม่เคยเป็นของหอเฝ้าราตรี"
เฉินเยี่ยนชิวขมวดคิ้ว
"แล้วเป็นของผู้ใด"
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบช้า ๆ
"ของผู้เฝ้าผนึก"
วินาทีนั้นเอง
หลินเซวียนพลันรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนภายในร่าง
ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าสั่นไหวเบา ๆ
เปลวไฟลึกลับกระเพื่อมอยู่ภายในทะเลจิต
แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเสี้ยวพริบตา
ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
หลินเซวียนเองก็รีบกดความผิดปกตินั้นเอาไว้
หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
ผู้เฝ้าผนึก...
อีกแล้ว...
ทุกอย่างกำลังเชื่อมโยงเข้าหากันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซูอู๋เซวียนมองอีกฝ่ายอย่างเงียบงัน
จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น
"ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย"
"พวกเจ้าต้องการอะไร"
คราวนี้
ผู้นำคนชุดดำไม่ได้มองเขา
แต่หันไปมองประตูผนึกยักษ์ด้านหลัง
สายตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน
ก่อนตอบกลับ
"ความจริง"
"ที่ถูกซ่อนไว้มานานเกินไป"
สิ้นเสียง
คนชุดดำผู้หนึ่งพลันก้าวออกจากแถว
เดินตรงไปยังประตูผนึก
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
หานเทียนจวินก้าวออกมาขวางทันที
หอกยาวสีดำเงินในมือส่งเสียงครางเบา ๆ
พลังปราณปะทุขึ้นรอบร่าง
"หยุด"
คนชุดดำยังคงเดินต่อ
ราวกับไม่ได้ยิน
หานเทียนจวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"อีกก้าวเดียว"
"ข้าจะถือว่าเป็นศัตรู"
คนชุดดำเงยหน้าขึ้น
ใต้เงาหมวกคลุม
ปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ
ก่อนก้าวออกไปอีกหนึ่งก้าว
ตูมมมมมม!!!
พื้นหินทั้งลานระเบิดออกในทันที
หานเทียนจวินลงมือแล้ว
หอกปราบอสูรพุ่งทะลุอากาศ
เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วโพรง
ปราณมหาศาลแปรเปลี่ยนเป็นเงาหอกยักษ์ยาวหลายสิบจั้ง
ฟาดลงมาอย่างรุนแรง
หินสองฝั่งแตกละเอียด
ผนังภูเขาสั่นสะเทือน
คลื่นพลังทำให้คนของหอเฝ้าราตรีหลายคนต้องถอยหลัง
นี่คือพลังของผู้ฝึกตนขั้นจิตมรรคา
การโจมตีเพียงครั้งเดียว
สามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับต่ำได้ทั้งกลุ่ม
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจ
คือคนชุดดำผู้นั้นเพียงยกมือขึ้น
เคร้งงงงง!!!
เสียงโลหะปะทะกันดังลั่น
ฝ่ามือข้างเดียว
หยุดปลายหอกเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
แรงกระแทกมหาศาลทำให้พื้นใต้เท้าทรุดตัว
รอยแตกร้าวแผ่กระจายออกไปหลายสิบเมตร
แต่ร่างของเขากลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
หานเทียนจวินเบิกตาเล็กน้อย
นี่เป็นครั้งแรก
ที่มีคนรับหอกของเขาได้ด้วยมือเปล่า
"น่าสนใจ"
คนชุดดำกล่าวเรียบ ๆ
จากนั้น
ฝ่ามือที่จับปลายหอกเอาไว้พลันบีบแน่น
ตูม!!!
คลื่นพลังสีดำปะทุออกมา
หานเทียนจวินถูกแรงสะท้อนผลักถอยหลังไปสามก้าว
พื้นหินใต้เท้าแตกละเอียดทุกก้าวที่ถอย
"ขั้นจิตมรรคา..."
เฉินเยี่ยนชิวกล่าวเสียงต่ำ
อีกฝ่ายแข็งแกร่งถึงระดับเดียวกับหานเทียนจวิน
หรืออาจสูงกว่า
หานเทียนจวินไม่พูดอีก
ปราณทั้งร่างระเบิดออกเต็มกำลัง
เงาหอกนับร้อยสายปรากฏขึ้นด้านหลัง
"เต๋าหอกปราบอสูร"
"หอกสังหารเก้าสวรรค์!"
วูมมมมม!!!
หอกปราณนับร้อยพุ่งลงราวกับฝนดาวตก
แสงสีทองปกคลุมทั่วโพรง
คนชุดดำยกมือขึ้น
หมอกสีดำมหาศาลพวยพุ่งออกจากร่าง
กลายเป็นกำแพงวิญญาณขนาดยักษ์
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
การปะทะแต่ละครั้งทำให้ภูเขาสั่นสะเทือน
หินนับพันก้อนร่วงหล่นจากเพดาน
แรงกระแทกกวาดไปถึงภายนอก
วิญญาณที่คุกเข่าอยู่เชิงเขาพร้อมใจกันส่งเสียงร้องโหยหวน
เสียงนั้นดังสะท้อนขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน
ราวกับเสียงคร่ำครวญของคนตายนับหมื่น
ในจังหวะนั้นเอง
ดวงตาแห่งกรรมของหลินเซวียนเปิดขึ้นอีกครั้ง
โลกทั้งใบเปลี่ยนไป
เขามองเห็นเส้นกรรมมหาศาลพุ่งออกจากร่างของทุกคน
หานเทียนจวิน
ซูอู๋เซวียน
เฉินเยี่ยนชิว
คนชุดดำทั้งเจ็ด
รวมถึงตนเอง
เส้นทั้งหมดกำลังพันกัน
ไขว้กัน
เชื่อมต่อกัน
และสุดท้าย
มุ่งตรงเข้าสู่ประตูผนึก
ราวกับไม่ว่าผลแพ้ชนะจะเป็นอย่างไร
โชคชะตาของทุกคน
ล้วนถูกดึงเข้าสู่สิ่งเดียวกัน
ทันใดนั้น
ผู้นำคนชุดดำพลันยกมือขึ้น
"พอได้แล้ว"
เสียงเรียบ ๆ ดังขึ้น
แต่คนชุดดำทุกคนหยุดพร้อมกันทันที
ราวกับคำสั่งนั้นคือกฎ
ในเวลาเดียวกัน
ซูอู๋เซวียนก็ยกมือขึ้นเช่นกัน
"หานเทียนจวิน"
"ถอย"
ผู้พิทักษ์ส่วนกลางขบกรามแน่น
แต่สุดท้ายก็ลดหอกลง
ทั้งสองฝ่ายถอยออกจากกันเล็กน้อย
ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
แต่ทุกคนรู้ดีว่า
นี่เป็นเพียงการหยั่งเชิง
เท่านั้น
ผู้นำคนชุดดำมองซูอู๋เซวียน
ก่อนกล่าวช้า ๆ
"ในไม่ช้า"
"พวกเจ้าจะเข้าใจ"
"ว่าเหตุใดเราจึงมาที่นี่"
จากนั้น
สายตาของเขาเลื่อนไปหยุดที่หลินเซวียน
รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นใต้เงาหมวก
"และเด็กคนนั้น..."
"คือคำตอบส่วนหนึ่ง"
หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรง
โดยไม่รู้สาเหตุ
ประโยคนั้น
เหมือนอีกฝ่ายรู้บางอย่างเกี่ยวกับเขา
มากกว่าที่เขารู้เสียอีก
ภายในโพรงโบราณ
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้
ไม่มีผู้ใดคิดว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยคำพูดอีกแล้ว
เพราะทุกคนต่างเข้าใจ
ว่าสงครามกำลังใกล้เข้ามา
มากกว่าที่เคย
"การเจรจาสิ้นสุดลง"
"และสงครามที่ซ่อนอยู่ใต้ภูเขามานานนับพันปี"
"กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง"