เพียงแค่อลินตาเดินเข้ามาใกล้เท่านั้น สัปเหร่ออุ่นพรหมก็เตรียมจะอ้าปากขู่คำรามให้อลินตากลัวจังหวะนั้นเองเมื่ออลินตาเข้าไปถึงก็ใช้เท้าตวัดป้าบ.. ราวกับตบลูกตะกร้อหน้าเน็ต เข้าที่แก้มสัปเหร่ออุ่นพรหมจนหน้าสัปเหร่อหันหมุนได้360 องศาแล้วหมุนค้างตีวงอยู่อย่างนั้นประมาณ 3 วงรอบเห็นจะได้ ณจุดนี้ร่างกายของสัปเหร่ออุ่นพรหมเริ่มมีสีเหลืองไปทั้งร่าง พลางหัวเราะก้องป่าอย่างบ้าคลั่งอลินตาหันมามองอวยชัยด้วยความนิ่งไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียวแต่อวยชัยนี่ถึงกับถอยหลังสะดุดรากไม้ล้มก้นจ้ำเบ้า คนบ้าอะไรจะหมุนคอตัวเองยังกับม้าหมุนขนาดนั้นอลินตาพูดขึ้นเสียงดังฟังชัด
“สัปเหร่ออุ่นพรหมน่ะอยู่บนนู่นแกไม่มีแรงลงมาจากต้นไม้ได้หรอก ที่เห็นน่ะเสือสมิงจำแลงต่างหาก ดูตอนนี้สิตัวเหลืองลายพาดกลอนเชียว” พูดไม่ทันขาดคำเสียงคำรามของเสือก็ดังกระหึ่มขึ้นแล้วร่างของสัปเหร่ออุ่นพรหมกลับ กลายเป็นเสือตัวขนาดใหญ่ในที่สุดอลินตาหันไปมองทางอวยชัยแล้วพูด
“นี่ฉันจะบอกข่าวดีให้นะที่นายเห็นเนี่ยแค่ตัวแรกสวดมนต์ภาวนารอละกัน” อวยชัยชะงักตาเหลือก
“อะ อะไรนะ ว่าไงนะตัวแรก หมายความว่าไง?” อลินตาโปรยยิ้มยังกับอยู่บนเวทีประกวดนางงามโลกพูดยังไม่ทันจะขาดคำ เสือสมิงร่างยักษ์ก็กระโดดจู่โจมเข้ามาหาอลินตาแต่ทว่ามันก็ต้องชนเข้าอย่างจังกับกำแพงแก้วสีน้ำเงินอันเป็นเขตหลักมนต์ที่หนานเมืองอินทร์ลงอาคมเอาไว้เมื่อช่วงเย็น
อลินตายืนกอดอกมองนิ่งเสือสมิงร้ายตัวนั้นก็เพียรพยายามซะเหลือเกินที่จะแทรกเข้ามาภายในเขตอาคมนี้ให้ได้อวยชัยเริ่มมองอลินตาใหม่ ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวกว่าที่เขาคิด ฉลาด รอบคอบและที่สำคัญ เธอร้ายกาจมากกกกก ก. ไก่ สิบล้านตัว เธอทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จและขณะที่คิดอวยชัยก็ต้องตาเหลือกอีกครั้ง
เมื่ออลินตาดึงมีดสั้นออกมาจากเอวแล้วควงซะไม่กลัวมีดบาดมือเลยเชียว ผู้หญิงอะไรเนี่ย มีมีดอยู่รอบตัวเลย ใครฉุดไปข่มขืนมีหวังพวงมะเขือขาดเป็นท่อนๆชัวร์ คิดแล้วอวยชัยก็ได้แต่ทำหน้าสยองแทนสยิว ขณะนั้นเสียงสวบสาบก็ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อมีผีป่าตนหนึ่งซึ่งหัวไหล่ของมันโดนมีดของอลินตาที่เหวี่ยงออกไปในอากาศเมื่อตอนอยู่บนห้างปักแน่นจนถึงด้ามมีดมันกรีดร้องอีกครั้งเมื่อเห็นหน้าผู้ที่ทำมัน ก่อนที่จะจู่โจมเข้ามาหาอลินตาแต่ก็ต้องติดกำแพงแก้วสีน้ำเงินเหมือนกับเสือสมิงตัวนั้นอลินตายิ้มๆ พูดเสียงดุ
“ไม่ต้องเข้ามาเดี๋ยวฉันออกไปเอง!” ว่าแล้วก็กระโดดพรวดออกไปจากเขตหลักมนต์อาคมของหนานเมืองอินทร์อย่างรวดเร็วอวยชัยที่ยังนั่งอยู่ตรงรากต้นไม้ตะโกนห้าม แต่ไม่ทัน
“เฮ้ย...! อย่า อลินตา” ฟังกันซะที่ไหน อลินตากระโดดออกไปได้ก็วิ่งพุ่งเข้าใส่ผีป่าส่วนผีป่าตัวสูงก็พุ่งเข้าหาอลินตาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อวิ่งเข้าใกล้ผีป่าอลินตาก็กระโดดสปริงข้อเท้ายันตัวเองม้วนตัวกลางอากาศดวงตาจ้องเขม็งด้วยความมีสติแล้วหยิบผ้ายันต์ในมือออกมา ทั้งสองฝ่ายโผกระโจนเข้าหากัน
และจังหวะนั้นเองอลินตาที่กระโดดพุ่งไปในอากาศนั้นหญิงสาวไม่ได้คิดกระโดดใส่ผีป่าแต่แรกแต่กลับกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ นั่งชันเข่าบนกิ่งไม้แข็งหนาในขณะที่ผีป่ากำลังลอยเข้ามาหาอลินตาแต่ก็ต้องชะงักเมื่ออลินตากระโดดขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ทำให้มันหายตัวหมายจะขึ้นไปหาอลินตา ผีป่าแยกเขี้ยวอันแหลมคมดวงตาสีแดงปูดโปนอาฆาต จ้องเขมือบอลินตา แต่อลินตาใช้ขาสองข้างห้อยพาดบนกิ่งไม้ก่อนจะห้อยหัวลงแล้วใช้มือที่ถือผ้ายันต์เอาไว้ตบเข้าที่หน้าผากของผีป่าตนนั้นอย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกก......!!!!”ผีป่าตนนั้นกรีดร้องโหยหวนด้วยความตกใจและปวดแสบปวดร้อนก่อนที่วิญญาณของมันจะค่อยๆ สลายไป อลินตาสังเกตเห็นควันสีดำพวยพุ่งช้าๆอลินตาพูดกับตัวเอง
“อย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย” ว่าแล้วหญิงสาวก็หยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ตรงปลายด้ามมีดกระโดดลงจากต้นไม้เดินดุ่มเข้าหาผีป่าที่ตอนนี้กำลังสลายกลายเป็นควันดำหญิงสาวพึมพำคาถาอีกครั้ง แล้วควันดำกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในขวดที่อลินตาถือไว้อลินตาปิดปากขวดมืออีกข้างก็กำไปที่ควันดำซึ่งกำลังลอยวนอยู่กลางอากาศ จากนั้นเป่ามนต์พรวดก่อนที่ควันดำจะลอยนิ่งอยู่ในอากาศราวกับโดนบังคับให้ลอยอยู่อย่างนั้นและพลัน...!!
เสียงตุบ ตุบเป็นเสียงเดินของสัตว์ใหญ่ ก็ดังมาจากด้านหลังไม่ใช่เสียงอะไรเลยนอกจากเสือสมิงร้ายตัวนั้น อลินตาออกวิ่งอีกครั้ง แบบสี่คูณร้อยใส่เกียร์พุ่งสุดแรงเกิดเสียงฝีเท้าเสือร้ายก็ดูเหมือนจะกระโจนวิ่งตามหลังมาติดๆ อลินตาวิ่งไปจนกระทั่งถึงต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าและไม่รอช้าหญิงสาววิ่งกระโดดใช้เท้ายันตัวเองกับต้นไม้ลอยคว้างหมุนกลับมาทางเสือตัวนั้นเสือตัวนั้นแตะเบรกอย่างรวดเร็ว จังหวะนั้นอลินตาที่ลอยอยู่บนอากาศก็หมุนตัวลงนั่งบนหลังเสือด้วยความคล่องแคล่วแล้วใช้มีดทำท่ากรีดลงไปบนหน้าผากเสือตนนั้น เท่านั้นเองเสือสมิงถึงกับหยุดกึก ก่อนจะร้องเสียงดังกระหึ่มป่าอย่างเจ็บปวดมันยืนโอนเอน
ในลักษณะเซไปเซมาเหมือนเสือเมากาวอลินตากรีดปรายมีดแผ่วเบาไปทั่วบริเวณหัวเสืออีกครั้งพึมพำคาถาทั้งที่ตัวเองก็เหนื่อยหอบอยู่แต่นางก็ยังอุตส่าห์คิดว่า เป็นเรื่องที่ดีเพราะไม่ต้องเข้าฟิสเนสออกกำลังกายเนื่องจากเสียเหงื่อแล้วยังเสียเงินอีก แต่เข้าป่ามาแบบนี้ได้ออกกำลังกาย ทั้งยังได้เงินเข้ากระเป๋าอีกด้วยหน้าสิ่วหน้าขวานไม่วายคิดเรื่องประหยัดตังค์ในกระเป๋า
ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบกริบอีกครั้งอลินตาหันกลับไปในเขตหลักมนต์ก็พบว่าตอนนี้ โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ เจ้าภูแสนและชัยยันต์ ยืนมองเธอตาค้างหญิงสาวยักไหล่ให้ก่อนจะพูดเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร
“มีเวทมนต์อะไรเด็ดๆเตรียมรอเลยกำลังตามมาอีกเป็นโขยง กะจะฆ่าล้างโครตพวกเราล่ะมั้ง” พูดจบก็เงยหน้าไปบนต้นไม้ ก่อนจะตะโกนขึ้นไป
“ลุงอุ่นพรหมโยนก๋วยลงมาให้ฉันหน่อยค่ะ” พูดยังไม่ทันขาดคำก๋วยที่ถูกมัดด้วยเชือกหวายอย่างดีก็ลอยละลิ่วลงมาอลินตาถลาเข้าไปรับไว้อย่างรวดเร็ว แล้วรีบเปิดฝาก๋วยสำรวจสิ่งของภายในหนานเมืองอินทร์ถามอลินตา
“อะไรกำลังจะมา?”อลินตาหันมองไปทางด้านหลังซึ่งมีแต่ความมืดมิด ก่อนจะหันกลับมาตอบ
“เสือสมิงห้าตัวหนึ่งในนั้นมีหัวหน้ามันตัวนึงแล้วก็ผีป่าอีกสองตนเป็นผีป่าที่หมอผีสมิงเลี้ยงไว้ ตอนนี้ใครมีอะไรเอาออกมาเตรียมเลยฉันคาดว่าถ้าพวกมันดาหน้ามาขนาดนั้นเขตหลักมนต์สิบหลักก็เอาไม่อยู่หรอก” อลินตาพูดพร้อมควักควานหาสิ่งของในก๋วยเพื่อดูว่าจะเอาอะไรมาสู้กับพวกมันดีในขณะนั้นโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ก็แบมือขึ้นพร้อมกับรูปปั้นควายเล็กๆ สามตัวอลินตามองในมือของต้นตระกูลแล้วถึงกับตาโตอุทานอย่างตื่นตะลึง
“โอ้โห...! ลายมือสวยมากกกก เส้นกลางฝ่ามือรูปถุงเงินบ่งบอกเลยว่า มีสิทธิ์จับเงินหลักร้อยล้านแน่นอนน้อยนักน้อยหนานะที่ฉันจะเห็นใครลายมือสวยๆ แบบนี้” หนานเมืองอินทร์ได้ยินแบบนั้นก็รีบใช้มืออีกข้างเขกไปที่หัวของอลินตาเบาๆอย่างเอ็นดู ส่วนทางด้านเจ้าภูแสน อวยชัย และชัยยันต์ก็ส่ายหน้าพร้อมกันหนานเมืองอินทร์พูดกลั้วหัวเราะ
“สาระสำคัญคือควายธนูไม่ใช่ลายมือของฉันแม่ทะเลเลือด” หนานเมืองอินทร์คงหมั่นไส้ไม่ใช่น้อยแกเลยได้รวมความเค็มของทะเลกับความหน้าเลือดเอาไว้ในคำเดียวกัน ทำเอาทุกคนแอบขำไปตามๆกันกับความหมายในคำพูดของโหรหลวงหนานเมืองอินทร์...