ลอนดอน อังกฤษ
ค่ายฝึกทหารในลอนดอน
"ผม ร้อยตรี อีริค คริสเวลล์ ผบ.ร้อย 4 มารายงานตัว ครับ" อีริคได้เข้ารายงานตัวต่อครูฝึกในห้องบัญชาการ เนื่องจากอีริคถูกเรียกตัว
"กองร้อยที่ 4 จะถูกส่งไปเบลเยียม เพื่อต้านการรุกคืบของเยอรมนี จะไปพร้อมกับกองพันที่ 5 " อีริคยืนตรงฟังเสียงครูฝึกพูดเื่การส่งตัวไปแนวหน้า อีริคเหงื่อไหลและหัวใจเต้นเร็ว เนื่องจากเป็าของจริงและอยู่นอกประเทศ อีริคไม่กล้าที่จะทักท้วงครูฝึก เนื่องจากยศที่น้อยของตัวเองกดดันไว้
หลังจากฟังคำสั่ง อีริคเดินออกจากห้องบัญชาการ และตรงไปที่กองร้อยที่4 เพื่อแจ้งข่าวการส่งตัว
กองร้อยที่ 4
"ทั้งหมดแถวตรง" อีริคเดินเข้ามาด้วยท่าทางกังวล เหล่าทหารในกองร้อยของอีริค ต่างสงสัยในลักษณะท่าทางที่ผิดปกติ แต่ก็ไม่อยากทัก อีริคเดินมาหยุดที่ด้านหน้าของเหล่าทหาร "พวกเรา ตัองไปที่แนวหน้า พร้อมกองพันที่ 5 เริ่มเดินทางพรุ่งนี้เช้า เนื่องจากไปไกล และอาจจะตายในสนามรบ จะให้เวลาไปบอกลาครอบครัว คนรัก ลูกหลาน หรือเพื่อนของพวกนาย ที่จะบอกแค่นี้ เลิกแถวได้" ทหารหลายคนเมื่อได้ฟังอีริค อาการหวาดกลัวก็แสดงให้เห็นออกมา บางคนร้องไห้ บางคนเข่าทรุด บางคนก็ไม่แสดงอาการ
หลังออกจากกองร้อย อีริคได้เข้าไปดื่มในร้านหน้าค่าย อีริคไม่มีครอบครัว ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีใครรอที่บ้าน อีริคคิดว่าไม่จำเป็ต้องกลับบ้าน และคิดว่าจะตายอย่างมีเกียรติในสนามรบ
เวลาเข้ามาถึง ทหารทุกคนแต่งชุดเต็มยศ และมีสีหน้าที่แน่วแน่และจริงจัง ทหารทุกคนจัดแถว เพื่อรอการมาถึงของ ร้อยตรีอีริค
อีริคเดินมาที่จุดรวมพลพร้อมกับ ผล.คนอื่นๆ และยืนแถวตรงอยู่ด้านหน้าของกองร้อย
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินขึ้นบนแท่นกล่าวสุนทรพจน์ เพิ่มขวัญกำลังใจให้ทหาร ทหารทุกคนยืนนิ่งและฟังด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวจบ ผู้บัญชาการกองพันที่ 5 สั่งเคลื่อนทัพ เดินผ่านถนนในลอนดอน เพื่อไปขึ้นเรือ
กองร้อยที่ 4 ทุกคนเดินสวนสนามอย่างพร้อมเพรียงและแข็งแรง ประชาชนชาวอังกฤษออกมายืนตามท้องถนน ส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจเหล่าทหารที่ออกไปรบ
ท่าเรือในลอนดอน
กองทหารทั้งหมด เดินมาถึง ก็ขึ้นเรือตามที่ได้จัดเอาไว้ กองร้อยที่4 ขึ้นลำที่5 มุ่งไปตอนเหนือของเบลเยียม
บนเรือ
อีริดได้เดินดูเหล่าทหารที่มากับเขา หลังออกมาจากอังกฤษ ท่าทางทุกคนก็เปลี่ยนไป เริ่มมีอาการสั่นกลัว เริ่มร้องไห้ เริ่มอยากกลับบ้าน อีริคเห็นทุกคนก็มีความกังวลใจ และกลับไปนอนคิดวิธีการปลุกใจและบัญชาการในห้องพัก
ชายฝั่งเบลเยียม
เรือของกองร้อยที่ 4 มาถึงชายฝั่งของเบลเยียม พร้อมกับกองร้อยที่ 3 อีริคได้สั่งกองร้อยที่ 4 จัดแถวและได้แบ่งกองร้อยออกเป็ 4 หมวด เพื่อทำภารกิจที่ต่างกัน
หมวดที่ 1 แนวหน้า ทำหน้าที่ตรวจหาศัตรูและหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูเบื้องต้น
หมวดที่ 2 สนับสนุน คอยรับสัญญาณจากหมวดที่1 และโจมตีศัตรูเพื่อสนับสนุนแนวหน้า
หมวดที่ 3 ส่งกำลังบำรุง มีหน้าที่คอยส่งเสบียงให้แนวหน้าในสนามรบ
หมวดที่ 4 กองพิเศษ เป็หมวดที่ต้องทำหน้าที่ทุกอย่างที่ได้รับ โดยคนที่อยู่กองพิเศษจะต้องเก่งด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ทหารแพทย์ ทหารวิทยุ ทหารข่าวกรอง ทหารช่าง พลส่งสาร
เมื่อแบ่งกำลังเรียบร้อย อีริคได้นอนคิดมาตลอด แต่เขาก็คิดไม่ออก อีริคพูดแค่ว่า "เราสู้เพื่อครอบครัว เราสู้เพื่อคนรัก เราสู้เพื่อลูกหลาน เราสู้เพื่อประเทศ เราสู้เพื่อโลก และเราสู้เพื่อตัวเอง ผม ร้อยตรี อีริค คริสเวลล์ จำชื่อเอาไว้ ผมจะตายพร้อมพวกคุณในสนามรบ หากไม่ตาย ผมจะกลับไปลอนดอนและกล่าวสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของกองร้อยที่ 4 ที่สะพานลอนดอน และผมจะจารึกชื่อของพวกคุณทั้ง 120 คน ที่กองบัญชาการกองร้อยที่ 4 ให้เป็ตำนานตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน" หลังจากที่การปลุกใจของอีริคจบลง ทหารทุกคนสีหน้าเปลี่ยนไป ไม่กังวล ไม่กลัวตาย และพร้อมสู้ และกองร้อยที่ 4 ก็เดินทับทิมเข้าสู่ใจกลางของเบลเยียม
กองร้อยที่ 4 ของอีริค เดินเท้าเข้ามาถึงป่าของเบลเยียม เหล่าทหารมีอาการเหนื่อยล้า อีริคจึงออกคำสั่งหยุดและพักก่อนเดินทางต่อ อีริคและผู้ช่วยเปิดแผนที่เพื่อเช็คจุด อีริคเช็คแผนที่และพบว่าอีก 1กิโลเมตรจะถึงบริเวณที่โล่ง
อีริคไม่รู้ว่าที่โล่งของเบลเยียมเป็แบบไหน เพราะอีริคไม่เคยออกนอกประเทศ อีริค้าข้อมูลพื้นที่ด่วนที่สุด อีริคหันไปมองเหล่าทหารที่เหน็ดเหนื่อย และเห็นว่าไม่มีใครไหว อีริคตัดสินใจที่จะไปด้วยตัวเอง ถึงแม้ผู้ช่วยจะห้ามไว้ อีริคก็จะไป ทำให้อีริคและผู้ช่วยต้องออกไปตรวจสอบพื้นที่ด้วยกัน
อีริคและผู้ช่วยเดินเท้ามาถึงชายป่า และตรวจสอบพื้นที่คร่าวๆ ผู้ช่วยของอีริคพบการเคลื่อนไหวบริเวณที่โล่ง อีริครีบดึงกล้องส่องทางไกลของผู้ช่วยมาส่องดูด้วยตัวเอง "เวรแล้ว" อีริคส่องกล้องไปพบกับกองทหารเยอรมันกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ อีริคเห็นดังนั้นจึงสั่งให้ผู้ช่วยรีบไปบอกทหารทุกคน และให้รีบมาที่ชายป่าด่วนที่สุด
ผู้ช่วยของอีริครีบวิ่งไปบอกกับเหล่าทหาร ส่วนอีริคก็เฝ้าสังเกตุการณ์ทหารเยอรมันอยู่ที่ชายป่า อีริครีบคิดแผนโจมตี ทำยังไงให้ศัตรูไม่รู้ตัวและใช้อาวุธใหม่ได้มีประสิทธิภาพที่สุด
ทันใดนั้นเหล่าทหารก็เดินมาถึง แต่เดินมาด้วยสภาพที่อ่อนแรงแบบสุดๆ อีริคคิดแผนออกจึงเรียกหัวหน้าหน่วยมาพูดคุย "ผมคิดว่า ทหารแนวหน้าจะนอนราบอยู่บนพื้นตามแนวป่า ใช้ภูมิประเทศให้เป็ประโยชน์ ส่วนหน่วยสนับสนุนจะอยู่ห่างจากแนวหน้า 1 กิโลเมตรคอยหาภูมิประเทศที่เหมาะและยิงปืนครกใส่เยอรมัน หากไม่พบภูมิประเทศที่เหมาะสม ให้รีบมาสมทบกับแนวหน้าและช่วยต่อสู้ หน่วยส่งกำลังตั้งค่ายชั่วคราวห่างจากแนวหน้า1.5 กิโลเมตร ส่วนหน่วยพิเศษอยู่ห่างจากแนวหน้า 500 เมตร คอยรับสัญญาณจากแนวหน้าและแนวหลัง นี่คือแผน แต่ละหน่วยมีข้อโต้แย้งหรือไม่ " หลังจากที่อธิบายแผนการจบ หัวหน้าแต่ละหน่วยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
แต่ละหน่วยปฏิบัติตามแผนของอีริค อย่างรวดเร็วและเงียบที่สุด หลังจากผ่านไป 30 นาที แผนการทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ อีริคยกปืนขึ้นเล็งไปที่ทหารเยอรมันนายหนึ่ง ก่อนที่จะเหนี่ยวไกยิงทหารเยอรมันนายนั้น ทหารได้ล้มลงนอนกับพื้น ทหารเยอรมันที่กำลังพักได้เห็นเพื่อนทหารล้มลงต่อหน้าต่อตาทำให้ทหารเยอรมันลนลานอย่างหนัก ทำให้อีริคสั่งทหารระดมยิงไปที่ทหารเยอรมัน ะุได้พุ่งจากปากกระบอกปืน เข้าสู่ตัวของทหารเยอรมัน ะุปืนครกตกลงมาเหมือนห่าฝน ทหารเยอรมันไม่สามารถสู้ได้ทำให้ทหารเยอรมันล่าถอยออกไป นับเป็ชัยชนะครั้งแรกของกองร้อยที่ 4 ในาโลกและเป็การชนะครั้งแรกของอีริค