ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 จะขายซาลาเปาหรือซาลาเปายัดไส้ดี

            หลี่ชิงชิงส่งรอยยิ้มให้หวังจวี๋ก่อนเอ่ยว่า “นี่แหละพี่สี่ของข้า มั่นใจในตนเองมากที่สุด”

            หวังจวี๋เองก็ตั้งหน้าตั้งตารอซาลาเปาหวานของหลี่หลานหลานมากเช่นกัน

            สำหรับประชาชนชาวแคว้นต้าถังน้ำตาลถือเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่งนัก

            มีคนยากจนมากมายที่ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยกินน้ำตาลเลย

            หวังจวี๋โตมาขนาดนี้อีกทั้งสองเดือนที่ผ่านมานี้ได้รับผลพลอยจากหลี่ชิงชิง นางจึงได้กินน้ำตาลไปแล้วหลายครั้ง

            ไม่นานนักสองอาหลานก็บ้วนปากล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเดินมาที่ห้องโถงเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะแปดเซียนวางซาลาเปาสีขาวบริสุทธิ์ไว้ครึ่งจาน ซาลาเปาทุกลูกขนาดเท่าผลส้มมีทั้งหมดหกลูก เฉลี่ยขนาดเรียบร้อยแล้วก็พาให้คนมองยิ้มออกมาได้

            หวังจวี๋เอ่ยชื่นชมทันที“ซาลาเปาหวานที่พี่หญิงหลานหลานทำน่ากินเหลือเกินเจ้าค่ะ”

            หลี่ชิงชิงหยิบซาลาเปาขึ้นมาหนึ่งลูกก่อนจะส่งเข้าปาก ได้กลิ่นหอมจางๆ ของข้าวสาลีอบอวลเข้ามาในจมูกหลังจากกัดไปคำหนึ่ง ซาลาเปาร้อนกำลังดี ตัวแป้งหมักออกมาได้ดีมากเนื้อสัมผัสทั้งนุ่มละมุนทั้งหอมหวาน รสชาติเหมือนข้าวสาลีที่เพิ่มรสหวานเล็กน้อย

            อย่ามองเพียงว่าหลี่หลานหลานเรียนรู้วิธีการหมักแป้งได้ค่อนข้างช้าทว่าเพียงครั้งแรกก็สามารถทำซาลาเปาที่มีหน้าตา เนื้อสัมผัสและรสชาติออกมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว

            “พี่สี่อย่าว่าเช่นนั้นเช่นนี้เลย ซาลาเปาที่ท่านทำอร่อยทีเดียวเจ้าค่ะ”

            หลี่หลานหลานหัวเราะฮ่าๆนางยกมือขึ้นมาเท้าเอว ก่อนเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “ย่อมเป็นเช่นนั้นข้าฉลาดถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังมีความสามารถ คิดจะทำอะไรย่อมได้เช่นนั้น”

            หลี่ชิงชิงเพียงหัวเราะตอบรับ

            เฝิงซื่อสี่แบกเฝิงจินยืนอยู่ที่ประตูห้องโถงเมื่อครู่นี้เฝิงซื่อสี่เองก็กินซาลาเปาหวานแล้วเช่นกัน มันอร่อยยิ่งนักสีหน้าเคารพชื่นชมจึงถูกใช้มองไปยังพี่สะใภ้ใหญ่ของตนทันที

            เด็กน้อยมิกล้าคาดหวังว่าตนจะเก่งกาจมีความสามารถเทียบเท่าหลี่ชิงชิงหวังเพียงให้ตนมีฝีมือเทียบเท่าสักครึ่งหนึ่งของหลี่หลานหลานก็นับว่าดีมากแล้ว

            “น้องสาว ซาลาเปาหวานที่ข้าทำอร่อยถึงเพียงนี้เจ้าว่าข้าจะขายเพียงซาลาเปาหวานได้หรือไม่?” วิธีการพูดของหลี่หลานหลานมีจังหวะที่รวดเร็วน้ำเสียงสูง ไม่อ้อมค้อม นางเอ่ยถึงสิ่งที่อยู่ในใจได้อย่างตรงประเด็นยิ่งนัก“บ้านเรามีที่ดินไม่มากนัก นอกจากที่เว้นพื้นที่ไว้ปลูกข้าว บริเวณสำหรับปลูกผักนั้นมีน้อยยิ่งนักผักที่ปลูกทุกปีไม่เพียงพอให้ทั้งครอบครัวกินเจ้าดูทั้งพี่รองและสามีพี่รองของเจ้าสิ เมื่อวานนางยังต้องมอบผักให้พวกข้าอยู่เลยหากข้าต้องทำซาลาเปาด้วย เช่นนั้นก็จำเป็นต้องแบ่งเงินไว้เพื่อซื้ออาหารแล้วต้นทุนก็จะสูงขึ้นอีก เจ้าคิดเห็นเช่นไร?”

            หลี่ชิงชิงกินซาลาเปาหวานแล้วตามด้วยน้ำอุ่นๆอาหารประเภทแป้งดีต่อกระเพาะ คนทางใต้กินพริกทุกวันย่อมปวดท้องได้ง่าย นางเอ่ยช้าๆ“ผักจะแพงสักแค่ไหนกันเชียว ท่านไม่จำเป็นต้องไปซื้อในเมืองแต่ขอให้สามีของพี่สาวช่วยหาครอบครัวในหมู่บ้านใกล้ๆ ที่ขายผัก ให้เขาส่งผักให้ท่านทุกวันหากผักที่ท่านต้องการมีมาก ราคาก็จะถูกลงมากเช่นกัน”

            ชาติก่อนร้านซาลาเปาที่นางเปิดได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั้งในภาคเหนือและภาคใต้แต่นางไม่เคยได้ยินว่าร้านที่ขายเพียงหมั่นโถวจะได้รับความนิยมมากมายถึงขนาดนั้น

            ซาลาเปายัดไส้ไส้แบ่งออกเป็นสองประเภทคือไส้เนื้อและไส้ผัก

            ไส้เนื้อยังแบ่งประเภทได้อีกมากมายนับไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกุ้งที่ผสมกับผักต่างๆ นอกจากนี้ยังมีไส้ผักอีกหลายชนิดทั้งไส้ไข่ และผักชนิดต่างๆ หรือแม้แต่ผักล้วนเองก็ตาม

            เสี่ยวหลงเปาของทางภาคใต้ซาลาเปาไส้ทะลัก ซาลาเปาปิ้งของทางภาคเหนือ และอีกมากมาย

            ซาลาเปาทั้งเนื้อนุ่มไส้แน่นอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

            ซาลาเปาเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงครอบครองตำแหน่งในแวดวงอาหารทานเล่นรสเลิศของประเทศจีนทว่าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหมั่นโถวจะได้รับความนิยมเหมือนกัน

            หลี่ชิงชิงสอนสูตรการทำซาลาเปาให้พี่สาวทั้งสองเพราะหวังว่าพวกนางจะสามารถสร้างรายได้จากมันไปได้ตลอดชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นลูกรุ่นหลานเองก็เช่นกัน

            ผู้ใดจะคาดคิดหลี่หลานหลานกลับต้องการประหยัดค่าอาหาร จึงไม่คิดจะขายซาลาเปายัดไส้ซึ่งเรื่องนี้หลี่ชิงชิงไม่เห็นด้วย

            “อาที่เจ้าเอ่ยมาก็ถูกต้อง ผักในเมืองมีราคาแพง ผักที่ขายในหมู่บ้านย่อมถูกกว่ามาก”หลี่หลานหลานนั่งลงบนม้านั่งยาวตรงข้ามกับหลี่ชิงชิง“ข้าบอกแล้วว่ามันสมองของเจ้าฉลาดล้ำยิ่ง เพียงครู่เดียวก็คิดวิธีช่วยข้าได้แล้ว”

            “ท่านพี่หมักแป้งใหม่หรือยังเจ้าคะ? วันนี้ข้าจะสอนวิธีทำซาลาเปายัดไส้ให้ท่านพรุ่งนี้ข้าต้องไปแล้ว” หลี่ชิงชิงเอ่ยในใจแม้พี่สี่ผู้นี้จะมีความมั่นใจในตนเองเหลือล้น ทว่าหาได้ยกความคิดของตนเป็นใหญ่ ทว่าก็มิใช่คนที่ไม่รู้จักพลิกแพลงเรื่องนี้นับว่าดียิ่งนัก

            “โอ๊ย ดูข้าสิ ช่างสมองทึบเสียจริงลืมหมักแป้งใหม่เสียได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” หลี่หลานหลานหยิบชามของหลี่ชิงชิงมุ่งหน้าไปที่ห้องครัวเพื่อเติมน้ำร้อนในชาม ก่อนจะหยิบไข่ต้มสองฟองออกมาแล้วยัดใส่มือหลี่ชิงชิงและหวังจวี๋ให้พวกนางสองคนกิน

            หวังเลี่ยงเองก็ได้กินไข่ต้มหนึ่งฟองเช่นกัน

            ครอบครัวสกุลเฝิงไม่ได้เลี้ยงไก่ไข่เหล่านี้ล้วนเสียเงินซื้อมา หลี่หลานหลานมิอาจหักใจให้เฝิงจินกินทว่ากลับให้หลี่ชิงชิงและทั้งสามคนกินแทน

            หลี่ชิงชิงลอกเปลือกไข่จากนั้นก็ยัดครึ่งหนึ่งเข้าไปในปากของเฝิงจิน

            ดวงตาของเฝิงจินเป็นประกายวาววับด้วยความดีใจเอ่ยเสียงอ้อแอ้ว่า “ท่านน้า ไข่อร่อย”

            หวังจวี๋ก็เลียนแบบเช่นกันนางยัดไข่ครึ่งลูกให้เฝิงซื่อสี่กิน

            ในใจของเฝิงซื่อสี่รู้สึกอบอุ่นขึ้นทันที

            หลี่หลานหลานผสมแป้งหมักเสร็จก็อุ้มถังที่มีเสื้อผ้าสกปรกของพี่น้องสกุลเฝิงและหวังเลี่ยงไปซักที่แม่น้ำนางปฏิเสธที่จะให้หลี่ชิงชิงตามไปด้วยโดยเอ่ยว่า “ตอนเช้าริมแม่น้ำหนาวเย็นนักเจ้าอยู่ที่บ้านเถิด”

            หลี่ชิงชิงมิใช่คนขี้เกียจนางเอ่ยว่า “พวกเราสองคนช่วยกันล้างย่อมเร็วขึ้น”

            “พี่สะใภ้ท่านอยู่บ้านเป็นเพื่อนพี่ชิงชิงเถิด ข้าไปซักผ้าเอง” เฝิงซื่อสี่รู้ความนักนางปลดเชือกที่ผูกเฝิงจินไว้ออก ก่อนจะส่งเฝิงจินให้หลี่หลานหลาน หลังจากนั้นก็ใช้แรงยกถังไม้ขนาดใหญ่ไปซักที่แม่น้ำแทน

            เด็กที่มาจากครอบครัวยากจนมักจะดูแลครอบครัวตั้งแต่เด็กหลี่หลานหลานไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดแปลก นางเพียงเอ่ยกำชับว่า “แม่น้ำลื่นเดินระวังๆ ด้วย”

            “เสื้อผ้าของท่านพี่ให้ข้าซักเองเถิด” หวังจวี๋เพิ่มเสื้อผ้าเข้าไปอีกชิ้น ก่อนจะตามเฝิงซื่อสี่ไป

            หลี่ชิงชิงรอให้แม่นางน้อยทั้งสองเดินออกไปไกลเสียก่อนจึงเอ่ยถาม“พี่สี่ ท่านไม่กังวลเลยหรือว่าซาลาเปาหวานจะขายไม่ได้?”

            หลี่หลานหลานเหลือบมองนางก่อนเอ่ยว่า“จะไม่กังวลได้อย่างไร ที่ข้าคิดจะไปซักผ้าก็เพื่อตั้งใจจะฆ่าเวลาอย่างไรเล่า”

            หลี่ชิงชิงหัวเราะ“ข้าว่าแล้วเชียวว่าเหตุใดท่านถึงได้นิ่งนัก”

            “ซาลาเปาที่พี่รองทำขายดีขนาดนั้นซาลาเปาหวานที่ข้าทำย่อมขายได้ไม่เลวนักหรอก” แม้หลี่หลานหลานจะเอ่ยเช่นนี้ทว่าในใจกลับพะว้าพะวังมิอาจสงบลงได้

            นางใช้แป้งขาวไปสิบจินรวมถึงน้ำตาลหนึ่งจินในการทำซาลาเปาหวาน ส่วนประกอบเหล่านี้รวมราคากันแล้วสูงถึงเจ็ดสิบเหรียญทองแดง

            พึงรู้ไว้ว่าสามีของนางทำงานในเมืองหนึ่งวันค่าแรงที่ได้ไม่รวมกับค่าอาหารราคาเพียงหกเหรียญทองแดงเท่านั้น

            ต้นทุนซาลาเปาหวานคือรายได้ของสามีจากการทำงานกว่าสิบวัน

            เป็นในตอนนั้นเองเฝิงซื่อสี่ที่เพิ่งไปซักผ้าริมแม่น้ำก็พรวดพราดผลักประตูเข้ามาร้องตะโกนด้วยความยินดีว่า “พี่สะใภ้ คนในตำบลบอกว่าซาลาเปาหวานของบ้านเราอร่อยมากยังบอกอีกว่าคนซื้อไม่น้อยเลยพี่ชายของข้าขายเพียงครู่เดียวก็ไปขายต่อในเมืองแล้ว”

            หลี่หลานหลานดีใจถึงที่สุดนางรีบเดินออกจากห้องโถงไปยังลานบ้าน ตะโกนถามเสียงดัง “ขายได้ดีขนาดนั้นเชียวหรือ?”

            “ใช่เจ้าค่ะขายดีมากทีเดียว” เฝิงซื่อสี่กล่าวเสริมอีกว่า “เพียงแต่มีคนในตำบลบอกว่า ซาลาเปาหวานที่พวกเราขายราคาแพงไปหน่อยเท่านั้น”

            หลี่ชิงชิงตั้งราคาซาลาเปาหวานไว้ที่สองเหรียญทองแดงต่อหนึ่งลูกหากซื้อสองลูกราคาสามเหรียญทองแดง

            นางคิดว่าปกติแล้วคนน่าจะจ่ายสามเหรียญเพื่อซื้อสองลูกมาลองชิมดู

            หลี่หลานหลานหันไปตะโกนบอกหลี่ชิงชิงที่อยู่ในห้องโถง“น้องสาว พวกเขาบอกว่าซาลาเปาหวานแพงไปหน่อย”

            หลี่ชิงชิงเดินออกมาเลิกเรียวคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามว่า “แป้งแพง น้ำตาลยิ่งแพงกว่ายิ่งไปกว่านั้นทั้งตำบลไม่มีครอบครัวใดที่ขายอาหารจำพวกแป้ง มีเพียงบ้านท่านที่เดียวเท่านั้นที่ขาย”

            หลี่หลานหลานไม่เคยทำการค้ามาก่อนย่อมไม่รู้เรื่องจิตวิทยาของลูกค้า ดังนั้นนางจึงตอบว่า “มีลูกค้าในตำบลมาซื้อไม่น้อยเหตุใดพี่เขยของเจ้าถึงไม่ขายในตำบล แต่เปลี่ยนไปขายในอำเภอแทนเล่า?”

            หลี่ชิงชิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า“พี่สี่เจ้าคะ ท่านลองคิดดูสิ เรามีซาลาเปามากกว่าสามร้อยชิ้นนะเจ้าคะ”จากนั้นนางก็เอ่ยต่อว่า “หากนี่เป็นซาลาเปายัดไส้ เพียงครู่เดียวก็คงขายหมดแล้วทว่าซาลาเปาหวานไม่ได้น่าดึงดูดเท่าซาลาเปายัดไส้เจ้าค่ะ”

            หลี่หลานหลานเอ่ยด้วยความฉงน“จริงหรือ?”

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน