เมื่อชายหนุ่มตั้งข้อสันนิฐานได้ดังนั้น เขาก็ไม่รอช้ารีบกวาดจิตไปทั่วบริเวณในทันที ปรากฏว่าทั่วทั้งพื้นที่ๆเขากำลังยืนอยู่นี้มีพลังปราณหยางสูงมาก อีกทั้งเผ่าพันธุ์ทั้งหลายรวมไปถึงมนุษย์ทุกดินแดนก็เริ่มมารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ ลั่วอู่หลินสามารถบอกได้เลยว่าอีกไม่นานการปะทุครั้งใหญ่ของพลังจะเริ่มขึ้นอย่างแน่นอน และเมื่อนั้นสงครามจะเริ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
"หากเป็นเช่นนี้ ข้าเกรงว่าจะต้องสยบทุกเผ่าพันธุ์มานำมันมา"ลั่วอู่หลินกล่าวขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย แม้เขาจะมั่นใจว่ามีพลังเหนือทุกคน ณ ที่นี้ก็ตาม แต่ตั้งไม่ลืมว่าจำนวนเองก็เป็นสิ่งสำคัญ หากมีเยอะเกินไปก็จะเป็นปัญหาเอาได้
"ดูจากพื้นที่แล้วยังมีเวลาอีกประมาณสามเดือนก่อนจะเกิดการปะทุ เจ้าควรจะใช้โอกาสนี้ดูดซับแก่นแท้น้ำแข็งเสียก่อน"ไฉ่เยว่เสนอออกมาทำให้ลั่วอู่หลินพยักหน้าอย่างจริงจัง มันคงถึงเวลาที่เขาจะต้องเสริมกำลังให้กับตัวเองบ้างแล้ว
ชายหนุ่มพุ่งทะยานไปหาหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงในทันทีและบอกพวกนางออกไปเรื่องการปิดด่านสามเดือน ซึ่งแน่นอนว่าหญิงสาวทั้งสองก็เข้าใจได้
"เช่นนั้นท่านจะแสวงหาโชคหรือจะเปิดด่านพร้อมกันไปเลย เพราะข้ามีพื้นที่พิเศษของตนเองดังนั้นพวกท่านจึงไม่จำเป็นต้องคอยเฝ้าระวังให้เสียเวลา"ชายหนุ่มกล่าวถาม
"ปิดด่านเช่นกัน"พวกนางกล่าวออกมาเช่นนั้น ลั่วอู่หลินพลันยกยิ้มให้ทันทีและดึงพวกนางเข้าไปยังหอคอยชั้นที่สี่บริเวณขุนเขาปิดด่านที่ห่างจากภรรยาทั้งห้าของเขาเล็กน้อย
"นี่มันอะไร!!!"ทั้งหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงพากันตกใจ พวกนางเพียงหลับตาแค่ครู่เดียวเท่านั้นแต่ถึงกลับมาอยู่ในสถานที่ๆทั้งงดงามและแปลกใหม่เช่นนี้ได้
"สถานที่แห่งนี้คือภายในสมบัติพิเศษของข้าเอง มีไว้เพื่อหลบหนีจากโลกแห่งความจริงอันโหดร้ายน่ะ"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างขบขัน จนพวกนางถึงมองหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาเเปลกประหลาดยิ่ง
"พวกท่านสามารถใช้สองขุนเขานี้ในการปิดด่านได้ แต่ต้องสงบๆหน่อยนะ เพราะภรรยาอีกห้าคนของข้ากำลังปิดด่านอยู่เช่นกัน"
"ภรรยาห้าคน!!"ทั้งหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"ถึงว่าละ เหตุใดจึงกะล่อนและหลอกคนเก่งนัก ที่แท้เจ้ามันคือตัวร้ายอย่างแท้จริง"เป็นหยางเหม่ยกุ้ยที่กล่าวขึ้น หลี่อิงก็พลันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทำให้ลั่วอู่หลินต้องลอยเข้าไปใกล้ๆพวกนางและรวบทั้งสองเข้ามากอดเอาไว้
"แล้วหากข้าเป็นคนชั่วร้ายเช่นนี้ ศิษย์พี่ทั้งสองยังจะชื่นชอบข้าอยู่หรือไม่?"เมื่อโอบกอดแล้วเขาก็กระซิบข้างหูพวกนางอย่างแผ่วเบา หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็พลันหน้าแดงออกมาอย่างช่วยไม่ได้
"หึ ช่วยไม่ได้ละนะ ก็ชมชอบไปแล้ว จะให้ทำอย่างไรได้ละ"เป็นอย่างเหมยกุ้ยที่กล่าวอีกครั้ง ทว่าหลี่อิงนั้นไม่ได้กล้าเหมือนพี่หญิงของนางจึงไม่ได้กล่าวอะไร ชายหนุ่มเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มรับอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะยกเอาเปลวเพลิงอสูรให้กับพวกนางคนละห้าชนิดเพื่อบ่มเพาะพลัง
ทั้งสามคนเมื่อกอดกันครู่ใหญ่ก็แยกย้ายกันไปบ่มเพาะในทันที ชายหนุ่มขึ้นไปยังชั้นห้าและปิดผนึกทั้งชั้นเอาไว้เช่นเดิม และเริ่มเตรียมการดูดซับ
ด้านหน้าปรากฏกล่องน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ที่มีโซ่น้ำแข็งปิดผนึกเอาไว้ ชายหนุ่มไม่รอช้าทำการปลดผนึกชั้นแรกและเปิดผากล่องในทันที แก่นแท้น้ำแข็งสีแดงฉานปรากฏขึ้นมาต่อหน้าของชายหนุ่มแผ่อำนาจเยือกแข็งไปทั่วทั้งบริเวณ
"เจ้ามนุษย์สารเลว ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!!"นางกล่าวอย่างโกรธเคืองและทวีไอเย็นให้มากขึ้นไปอีก ทว่าลั่วอู่หลินกลับมิได้สนใจและชักนำแก่นแท้น้ำแข็งเข้าสู่ร่างกายในทันที แม้จะมีอาการต่อต้านบ้างทว่าก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาแต่อย่างใด
"กลับกล้าดูดกลืนข้าคอยดูว่าข้าจะทำอย่างไรกันร่างกายของเจ้า"แก่นแท้น้ำแข็งกล่าว เมื่อเข้าสู่ตันเถียนนางก็พลันแผ่ไอเย็นอย่างไม่หยุดยั้งหมายจะแช่แข็งทั้งตันเถียนและเส้นลมปราณของชายหนุ่มให้หมดสิ้น
ร่างกายภายนอกของลั่วอู่หลินตอนนี้พลันถูกแช่แข็งในทันทีด้วยปราณเหมันต์สีแดงฉาน แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่งอยู่ได้และไม่ทุกข์ทรมานอะไรมากนัก เนื่องจากต้องไม่ลืมว่าชายหนุ่มมีเส้นลมปราณสายหยินที่แข็งแกร่งเอามากๆอีกทั้งด้วยอำนาจคุ้มกายของดวงจิตอสูรเทวะอสรพิษหยกจันทราลมปราณสายน้ำแข็งนั้นแทบจะทำอะไรเขาไม่ได้
ชายหนุ่มเพียงต้องรอให้แก่นแท้น้ำแข็งอ่อนแรงเท่านั้น ซึ่งด้วยจากที่มันสามารถเบิกสติปัญญาได้เช่นนี้เกรงว่าจะใช้เวลาถึงสองเดือนด้วยกัน และแน่นอนว่านี่คือระยะเวลาที่ไฉ่เยว่เอ่อร์คำนวนเอาไว้ให้แล้วถึงจะคลาดเคลื่อนบ้างนางก็มั่นใจว่าถึงอย่างไรก็ไม่น่าจะเกินกำหนดการณ์ไปมากกว่าเจ็ดวันอย่างแน่นอน
วันคืนผันผ่านในที่สุดก็เป็นเวลาสองเดือนแล้ว ภายในหอคอยมหาสมบัติชั้นที่ห้า ร่างที่ถูกแช่แข็งจากน้ำแข็งสีแดงตอนนี้เริ่มเกิดการเคลื่อนไหว น้ำแข็งที่พันธนาการร่างกายเริ่มปริแตกออกมาทำให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาหล่อเหลายิ่ง ภายในตันเถียนบัดนี้แก่นแท้สีแดงอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
ลั่วอู่หลินจึงใช้โอกาสนี้ดูดซับพลังของมันเอาไว้ในทันที ภายในทะเลแห่งจิตใจไฉ่เยว่เอ่อร์กลายเป็นอรสพิษหยกจันทราดูดซับแก่นแท้น้ำแข็งเข้าไปเช่นกัน จนกระทั้งด้านหลังของนางมีปีกน้ำแข็งสีแดงปรากฏขึ้นมา
หลังจากที่ระยะเวลาผ่านไปอีกสิบวันชายหนุ่มเองก็พลันลืมตาขึ้นพร้อมกับการปะทุของพลังปราณเหมันต์ที่เย็กยะเยือก ดวงเนตรอสรพิษสวรรค์สีม่วงตอนนี้กลับกลายเป็นสีเหลืองจางแสดงให้เห็นว่ามันมาถึงขั้นที่สาม จันทรากระจ่าง เป็นที่เรียบร้อย
ส่วนทางด้านหลัง วงแหวนเซียนเทียนเก้าวงก็พลันถูกแทนที่ด้วยวงเวทย์ที่ลักษณะคล้ายกับดวงดาวสีขาวขนาดเล็กหนึ่งวง นี่เป็นผลขอการเลื่อนเป็น 'ระดับวีรชนหนึ่งดาว' อย่างไม่ต้องสงสัย ชายหนุ่มรีบสำรวจตัวเองในทันใด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจที่ในที่สุดการดูดซับก็เสร็จสิ้นเสียที
"ยินดีด้วยที่ก้าวข้ามระดับได้ อีกทั้งเจ้ายังต้องต้อนรับสมาชิกใหม่อีกด้วย"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวขึ้นมาเช่นนั้น ทำให้ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้และเข้าไปในทะเลจิตใจทันที สิ่งที่เขาเห็นคือเด็กสาวตัวน้อยที่ดูน่ารักน่าชังเส้นผมสีแดงอาภรณ์ขาว บริเวณศรีษะมีเครื่องประดับที่เป็นรูปเกล็ดหิมะประดับเอาไว้
ในเวลานี้นางยืนอยู่ด้านหลังของไฉ่เยว่เอ่อร์และทำท่าทีกล้าๆกลัวๆ ลั่วอู่หลินหลังจากครุ่นคิดมาพักใหญ่ว่านางเป็นใครดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นในทันที ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจ
"หรือว่านางคือแก่นแท้น้ำแข็ง!!"
"ฮิฮิ ใช่แล้ว แก่นแท้น้ำแข็งได้ถูกชำระล้างแล้วผลของมันทำให้ความโหดเหี้ยมของนางหายไป แม้พลังของนางเจ็ดส่วนจะกลายเป็นพลังของเจ้าและอีกสามถูกข้าดูดซับเพื่อยกระดับ แต่สติปัญญาและตัวตนของนางที่สวรรค์และโลกสร้างขึ้นไม่ได้โดนดูดซับไปด้วยจึงได้เกิดมาเป็นแม่นางน้อยคนนี้"
ลั่วอู่หลินเมื่อได้ยินก็นั่งคุกเข่าลงในทันทีพร้อมกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนประดับเอาไว้ "แม่นางน้อย ยินดีต้อนรับสู่ทะเลแห่งจิตใจของข้า นับจากนี้เจ้าคือสมาชิกใหม่ของที่นี่ ข้าและพี่สาวจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดีนับจากนี้ไป เจ้าไม่ต้องกังวลไป"
กล่าวจบเขาก็เอื้อมมือไปลูบผมสีแดงของนางอย่างอ่อนโยน ทำให้เด็กหญิงค่อยๆเปิดใจและเดินออกมาจากด้านหลังของไฉ่เยว่เอ่อร์สายตาจับจ้องไปที่ลั่วอู่หลินด้วยความกล้าๆกลัวๆ ริมฝีปากค่อยๆเปิดออกเสียงไพเราะของนางดังออกมา จนทำให้ชายหนุ่มถึงกับนิ่งค้างไป
"ท่านพ่อ"
"ทะ ท่านพ่อหรือ?" ลั่วอู่หลินชี้ไปที่ตัวเองและกล่าวถามเพื่อความแน่ใจ
เด็กน้อยพยักหน้าให้ก่อนที่นางจะหันไปที่ไฉ่เยว่เอ่อร์และกล่าวขึ้นเช่นเดียวกัน "ท่านแม่"
"หืม เด็กน้อยข้าไม่ใช่......"ไฉ่เยว่เอ่อร์กำลังจะกล่าวปฏิเสธ ทว่าเด็กน้อยกลับทำหน้าเศร้าราวกับจะร้องไห้อย่างไรอย่างนั้น
"เอาน่า พี่สาว ข้าเป็นพ่อท่านเป็นแม่ของนางก็ไม่เห็นเป็นอะไร ถึงอย่างไรพวกเราก็อยู่ด้วยกันไปจนนิรันทร์อยู่แล้ว"ลั่วอู่หลินกอดเด็กสาวเอาไว้ แต่ทว่าทันใดนั้นกลับคิดอะไรขึ้นมาได้
"จริงสิข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้นาง.........อืม.........ปิงปิง ต่อไปนี้ลูกมีนามว่าลั่วปิงปิง เป็นลูกสาวคนโตของข้า"
"ปิงปิง ลั่วปิงปิง"เด็กหญิงยกยิ้มและกระโดดโลดเต้นไปมา
"ชิ เจ้าก็แค่ตั้งตามการกำเนิดของนางไม่ใช่หรือไง"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าว
"อะไรของท่านน่ะ ก็เห็นอยู่ว่าลูกชอบขนาดไหน พี่สาวท่านเป็นแม่คนแล้วก็หัดอ่อนโยนบ้างก็ได้ เดี๋ยวลูกจะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง"
"นี่!! เจ้ากำลังจะบอกว่าคนแบบข้าเด็กไม่ควรเอาเป็นเหยี่ยงอย่างงั้นหรือ ได้! น้องชาย ปิงปิงมาหาแม่มา ส่วนเจ้าออกไปได้แล้ว เด็กคนนี้เดี๋ยวข้าจะเลี้ยงดูเอง แล้วมาดูกันว่าข้าจะเลี้ยงนางได้หรือไม่ หึ"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวจบก็ดึงลั่วปิงปิงมาอุ้มไว้ในทันที ทำให้ลั่วอู่หลินถึงกับต้องยิ้มเจื่อนๆให้
'ให้ตายสิ ข้าไม่น่าหยอกล้อนางมากเลย เอาเถอะ เอาไว้ข้าเข้ามาบ่อยก็ได้'ชายหนุ่มกล่าวในใจและกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงในทันที ในตอนนี้นอกจากพลังแล้วยังได้ลูกสาวอีกหนึ่งคน ลั่วอู่หลินรู้สึกปลื่มใจอย่างมากล้นอย่างหาที่สุดมิได้