เฉียนเพ่ยเพ่ยลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความฝันอันเลือนราง ‘เขาตายแล้ว แล้วข้าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร’ นี่คือสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของเฉียนเพ่ยเพ่ยภายใต้เมฆหมอกแห่งความทรงจำ
“ท่านแม่ ท่านแม่” เสียงเล็กๆ สองเสียงประสานกันดังเข้ามาในห้วงแห่งความฝัน จวบจนเสียงเรียกนั้นเริ่มมีน้ำเสียงคล้ายกำลังร้องไห้ปนสะอื้นจนทำให้คนฟังอดรู้สึกปวดใจไม่ได้ นางจึงพยายามแหวกว่ายผ่านเมฆหมอกอันขมุกขมัวเพื่อที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาจนสามารถลืมตาได้ในที่สุด
“ท่านแม่! ท่านฟื้นแล้ว” ใบหน้าเล็กๆของเด็กชายตัวน้อยที่กำลังชะโงกหน้ามาจ้องมองนางเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา ทำให้ใบหน้าเล็กๆที่มีความคล้ายคลึงกันของเด็กชายอีกคนหนึ่งชะโงกใบหน้าอันมอมแมมมาจ้องมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เฉียนเพ่ยเพ่ยจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาอันพร่าเลือนแล้วสุดท้ายความทรงจำในหัวก็ทำให้นางจดจำเด็กน้อยทั้งคู่ได้ในที่สุด
“เสี่ยวหลง เสี่ยวหู่” นางเอ่ยเรียกชื่อพวกเขาออกมาด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า แล้วนางก็จำต้องหลับตาลงอีกครั้งเมื่อคลื่นความทรงจำทั้งหลายพากันถาโถมเข้ามาจนนางรู้สึกวิงเวียนไปหมด
ในฐานะหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการโจรกรรมเฉียนเพ่ยเพ่ยไม่เคยต้องประสบกับเื่ราวอันแปลกประหลาดเช่นนี้ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนรอรับภารกิจต่อไป เพียงแต่วันนี้พยายามจะนอนอย่างไรก็นอนไม่หลับ เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งวางทิ้งไว้บนชั้นหนังสือจึงได้หยิบมาอ่าน คิดไม่ถึงว่าเนื้อหาด้านในจะมีเนื้อหาที่ชวนติดตามกว่าจะรู้ตัวก็อ่านรวดเดียวจนจบเล่ม
อาจเป็เพราะต้องทำงานที่ผิดกฎหมายมาทั้งชีวิต เฉียนเพ่ยเพ่ยจึงได้มีความเห็นอกเห็นใจตัวร้ายในนิยายมากเป็พิเศษ คิดไม่ถึงว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งนางก็มาอยู่ในร่างของเฉียนเพ่ยเพ่ยผู้เป็แม่ของตัวร้ายในนิยายไปเสียแล้ว
“นี่์กำลังลงโทษข้าอยู่ใช่หรือไม่” เฉียนเพ่ยเพ่ยเอ่ยพึมพำออกมาเสียงเบา หลังจากที่นางตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วฝืนลากสังขารอันเปราะบางของตนเดินสำรวจรอบๆ บริเวณบ้าน โดยมีเ้าเด็กน้อยจอมซนสองคนคอยวิ่งติดตามอยู่ตลอดเวลา
บ้านหลังนี้ทั้งเก่าทั้งผุพัง ข้าวสารและธัญพืชแทบจะไม่มีเหลืออยู่ในบ้าน ในความทรงจำของร่างนี้ก่อนที่เซี่ยฟางหรงผู้เป็บิดาของเ้าเด็กสองคนนี้จะตาย นางและลูกชายทั้งสองได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่ มีอาหารให้กินครบสามมื้อ และมีคนคอยปรนนิบัติรับใช้เป็อย่างดี
เพียงแต่หลังจากที่เซี่ยฟางหรงเมาแล้วตกเขาตายไปไม่ถึงสิบวันดี พวกบรรดาเ้าหนี้ทั้งหลาย ซึ่งมีทั้งโรงน้ำชา หอสุรา บ่อนการพนัน รวมไปถึงหอนางโลม ล้วนพากันมารุมทึ้งพวกนางสามคนแม่ลูกจนต้องพากันย้ายมาอยู่ในบ้านหลังเก่าอันผุพังของสกุลเซี่ยหลังนี้
ในยามนั้นเ้าของร่างนี้ที่มีชื่อเหมือนกันกับนางมัวแต่เสียใจที่สามีของตนเองตาย จนไม่ได้สนใจว่าบรรดาหนี้สินเ่าั้เป็ของสามีจริงหรือไม่ นางปล่อยให้คนเ่าั้แย่งชิงเงินทองเกือบทั้งหมดไปอย่างไม่ไยดี บ่าวไพร่ภายในบ้านล้วนถูกขายทอดตลาดไปตามยถากรรม เมื่อคิดย้อนไปแล้วก็ช่างอเนจอนาถใจยิ่งนัก
เคราะห์ดีที่เ้าเด็กน้อยสองคนนี้รู้ความจึงได้พามารดาผู้เหลือแต่ร่างไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะกลับมาพักยังบ้านเก่าร้างแห่งนี้ของตระกูลสือ แถมยังแอบเก็บงำเงินทองเอามาซื้ออาหารและยาเพื่อเลี้ยงดูมารดาที่ไม่ค่อยจะได้ความผู้นี้ให้อยู่รอดจนเฉียนเพ่ยเพ่ยเข้ามาอยู่ในร่าง
“ท่านแม่ ท่านยังไม่หายดีน่าจะนอนพักผ่อนต่ออีกหน่อย” เสี่ยวหลง ผู้มีนามเต็มว่าเซี่ยเฟิงหลงผู้เป็บุตรชายคนโตเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงห่วงใย
เอ่อ! นางเองก็ได้แต่คาดเอาเดาว่าเขาน่าจะเป็บุตรชายคนโตของนางนะ เพราะเท่าที่นางจำได้เ้าเด็กตัวกลมที่มีขนาดลำตัวและใบหน้าที่เล็กกว่าเป็คนที่ออกมาก่อน ส่วนเ้าเด็กตัวกลมที่มีขนาดลำตัวและใบหน้าที่อวบอ้วนกว่าเขาน่าจะเป็บุตรชายคนเล็กที่ออกมาทีหลัง ซึ่งนางมักจะเรียกเขาว่า เสี่ยวหู่ หรือเซี่ยเฟิงหู่ หากไม่ได้สังเกตดีๆก็จะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเ้าเด็กสองคนนี้ได้เลย เพราะพวกเขามีใบหน้าที่เหมือนกันอย่างกับแกะและขนาดลำตัวที่ไล่เลี่ยกัน
“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องกังวลว่าวันนี้จะไม่มีอะไรกินนะ ข้ากับพี่ใหญ่สั่งให้เ้าโกวจื่อเอาอาหารที่บ้านของมันมาให้พวกเราแล้ว” คำพูดของเ้าลูกชายคนเล็กที่มีขนาดลำตัวไม่ได้เล็กนั้นทำให้เฉียนเพ่ยเพ่ยหยุดชะงัก แล้วหันไปมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“นี่พวกเ้าบีบบังคับให้ผู้อื่นแบ่งอาหารมาให้พวกเราหรือ”
“ใช่ที่ไหนกันเล่า ข้าให้เ้าโกวจื่อเอาอาหารทั้งหมดของบ้านเขามาให้พวกเรากินต่างหาก” เซี่ยเฟิงหลงเอ่ยด้วยสีหน้าลำพองใจ
“เ้าเด็กสองคนนี้…เฮ้อ” เฉียนเพ่ยเพ่ยเอ่ยออกมาได้เพียงเท่านี้แล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจออกมาด้วยความรู้สึกหนักอกหนักใจ
‘ให้คนที่เคยก่ออาชญากรรมอย่างโชกโชนเช่นข้ามาเลี้ยงดูเด็กที่ในอนาคตจะต้องเป็ตัวร้ายทำลายชีวิตของพระเอกเช่นนี้ ไม่เท่ากับว่าฟ้าส่งให้ข้ามาเพิ่มความร้ายกาจให้ตัวร้ายยิ่งร้ายกาจมากยิ่งขึ้นไปอีกหรือ เพียงแต่ตัวร้ายถึงอย่างไรก็คือตัวร้ายต่อให้ร้ายกาจมากเพียงใดสุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับพระเอกอยู่ดีมิใช่หรือ’
เฉียนเพ่ยเพ่ยคิดพลางส่ายหน้าอย่างระอาใจ ในขณะที่นางกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่นั้น ก็พลันมีเสียงคนสองคนกำลังส่งเสียงะโก่นด่าอยู่ที่หน้าประตู เฉียนเพ่ยเพ่ยจึงได้หันไปมองเด็กชายสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วเอ่ยถามพวกเขาด้วยน้ำเสียงอันแ่เบา
“นี่พวกนางคงไม่ได้เอ่ยถึงข้ากระมัง” คำถามของเฉียนเพ่ยเพ่ยไร้ซึ่งคำตอบ เพราะเด็กชายเนื้อตัวอ้วนกลมทั้งสองพากันวิ่งตรงดิ่งไปที่หน้าประตูบ้านเรียบร้อยแล้ว
“แม่หม้ายสกุลเซี่ย เ้าเลี้ยงดูบุตรชายของเ้าอย่างไรกัน เหตุใดพวกเขาจึงได้มาสั่งให้ลูกชายของข้าลักขโมยอาหารในบ้านของตนเองเอามาให้พวกเ้าเช่นนี้”
“เ้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ หน็อยแน่ เดี๋ยวนี้เ้าอดอยากเสียจนถึงขั้นต้องสั่งสอนให้บุตรชายของเ้าบังคับแย่งชิงอาหารของผู้อื่นเช่นนี้เลยหรือ”
“หน้าด้าน!”
“ไร้ยางอายที่สุด!” เสียงก่นด่าของสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองสกุลสวี กับดังประสานกันอยู่ที่หน้าประตูบ้าน เซี่ยเฟิงหลงและเซี่ยเฟิงหู่ที่รีบวิ่งมาที่หน้าประตูรีบเปิดประตูออกไปะโต่อว่าพวกนางในทันที
“พวกเ้าอย่ามาว่าท่านแม่ของข้านะ”เซี่ยเฟิงหลงเป็คนเอ่ยออกมาก่อนแล้วตามมาด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้นของเซี่ยเฟิงหู่
“ใช่! พวกเ้าถือดีอย่างไรมาต่อว่าท่านแม่ของพวกข้าเช่นนี้” น้ำเสียงของคนทั้งคู่ทั้งเกรี้ยวกราดและดุดัน ในตอนที่พวกเขาโตแล้วก็อาจจะทำให้สองสะใภ้บ้านสวีรู้สึกหวาดกลัวได้อยู่บ้าง เสียดายก็แต่ตอนนี้พวกเขาสองคนยังเป็แค่เพียงเด็กน้อยเนื้อตัวอ้วนกลม ความเกรี้ยวกราดและดุดันของพวกเขาจึงทำได้แค่เพียงไปกระตุ้นความโกรธของพวกนางให้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้นเอง
“เ้าเด็กหน้าเหม็น ไปตามแม่ของพวกเ้ามาเดี๋ยวนี้ อย่าคิดใช้เื่ร่างกายอ่อนแอมาหลบหน้าหลบตาพวกข้า” ชุยซื่อซึ่งเป็สะใภ้รองบ้านสวีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดีนัก
“ใช่! ยามนี้นางไม่ใช่เซี่ยฮูหยินที่มีหน้ามีตาของสกุลเซี่ยแล้วยังกล้ามาทำท่าทางเย่อหยิ่งถือตัว ไม่ยอมพบเจอกับชาวบ้านธรรมดาทั่วไปอย่างพวกข้าดังเช่นในกาลก่อนอีกหรือ” ถงซื่อซึ่งเป็สะใภ้คนโตของบ้านสวีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน นางไม่ชอบเฉียนซื่อผู้เป็แม่หม้ายของสกุลเซี่ยผู้นี้มานานแล้ว
ได้ยินมาว่านางเป็คุณหนูผู้มากลากดีในเมืองหลวง แต่เพราะความไม่รักดีของนางทำให้ตั้งครรภ์กับคุณชายสามผู้เ้าชู้เสเพลของสกุลเซี่ยเข้า นางจึงถูกจับแต่งงานกับเซี่ยฟางหรง แล้วคนทั้งคู่ก็ถูกส่งตัวมาอยู่อู่โจวซึ่งเป็เมืองชนบทที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงหลายร้อยลี้
ยามนี้เพียงเพราะสามีผู้ไม่ได้ความของนางจึงทำให้ชีวิตของนางต้องตกต่ำถึงขั้นนี้ อย่าว่าแต่ความเห็นใจเลย ถงซื่อกลับยิ่งรู้สึกสมน้ำหน้าเฉียนซื่อเสียด้วยซ้ำ สูงส่งแล้วอย่างไรเล่าสุดท้ายก็กลายเป็แม่หม้ายสามีตายแถมยังไม่มีทรัพย์สินหลงเหลือให้จับจ่ายใช้สอยอีกต่างหาก ยามนี้เฉียนซื่อผู้นี้ตกต่ำยิ่งกว่านางที่เคยไปรับจ้างตักน้ำและซักผ้าในบ้านเซี่ยเสียอีก
“ข้าไม่ได้หลบหน้าหลบตา แล้วที่พวกเ้ามากล่าวหาว่าลูกชายของข้าสั่งให้ลูกชายของเ้าลักขโมยอาหารมาพวกเ้ามีหลักฐานหรือไม่ แล้วยังเื่บังคับแย่งชิงอาหารนั่นอีก จริงอยู่บ้านข้าในยามนี้กำลังอดอยากนั้นเป็เื่จริง แต่คำพูดที่พวกเ้าให้ร้ายลูกชายของข้าและมายืนะโต่อว่าข้าเช่นนี้เป็เื่ที่ถูกต้องแล้วหรือ” เฉียนเพ่ยเพ่ยเดินออกมาปรากฏกายอยู่หน้าเรือน
ยามนี้นางไม่ได้แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามและมีราคาแพงดังเช่นในกาลก่อน แต่ความงดงามของนางก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ภายใต้ใบหน้าซีดเซียวของความป่วยไข้ แต่ดวงตากลับทอประกายเจิดจ้า ดึงดูดทุกสายตาที่กำลังมายืนรอดูเื่สนุกไปจนหมดสิ้น